- หน้าแรก
- ทั้งครอบครัวข้าทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ
- บทที่ 39 สดชื่น
บทที่ 39 สดชื่น
บทที่ 39 สดชื่น
น้ำจากไผ่ท่อนที่สามไหลลงไปสู่ไผ่ท่อนที่สี่ แล้วซึมผ่านลงมายังไผ่ท่อนล่างสุดที่ปูด้วยเส้นเปลือกไม้ไว้ ทันใดนั้นเอง ทุกคนก็เห็นน้ำหยดออกมาจากรูด้านล่างทีละหยดใสสะอาด ตกลงในถังไม้ที่รองอยู่ข้างใต้
แม้วิธีการดูจะยุ่งยาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นน้ำสะอาดจนทำให้ทุกคนต่างแปลกใจยิ่งนัก ทุกคนล้วนยินดีต่างก็ชมเชยลิ่วหลางไม่หยุด
“ยังไงก็ต้องยกให้ลิ่วหลางนี่แหละหัวไวจริง ๆ! ข้าเองยังคิดไม่ออกเลย!”
“ลิ่วหลางช่างเก่งนัก คิดไม่ถึงว่าทำเช่นนี้จะเปลี่ยนน้ำขุ่นโคลนให้ใสสะอาดเหมือนน้ำในบ่อได้!”
“ถึงว่าเป็นเด็กที่อ่านเขียนได้ คนที่ได้ร่ำเรียนหนังสือมา สมองก็ช่างแตกต่างจริง ๆ หากรู้เช่นนี้ ข้าควรส่งเอ้อร์หลางไปเรียนที่สำนักตั้งแต่แรกแล้ว!”
“ตอนนี้ก็ยังไม่สายหนา รอพวกเรามั่นคงเมื่อใด ค่อยพยายามให้ลูก ๆ ได้เรียนหนังสือกันทุกคน!”
ถ้อยคำนี้เมื่อเอ่ยออกมา แม้ทุกคนได้ยินแล้วก็ยังรู้สึกไม่จริงนัก ทว่า การได้ฝันก็ถือเป็นสิ่งที่ดี ใครจะรู้ได้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร? เมื่อครู่พวกเขายังคิดว่าคงต้องสิ้นหนทางและอาจกระหายน้ำตาย แต่บัดนี้เพราะลิ่วหลาง ทุกคนกลับมีน้ำสะอาดให้ดื่ม ตราบใดที่ไม่ตายเพราะความกระหาย พวกเขาย่อมไปถึงชิงโจวได้ และมีชีวิตรอดต่อไป! ตราบใดที่ยังรอด ความฝันทั้งหลายก็ยังมีทางเป็นจริง! ครานี้ทุกคนล้วนมีเรี่ยวแรงมากขึ้น หลังจากเห็นการสาธิตของลิ่วหลางกับพี่สาวและแม่แล้ว แต่ละคนก็ผลัดกันทำงานต่อเนื่อง ให้มีคนคอยตักน้ำใส่ไผ่ไม่ขาด เพียงแต่น้ำที่หยดออกมาช่างเชื่องช้า ย่อมไม่อาจเทียบกับการเปิดประตูน้ำที่จะทำให้ถังเต็มในครู่เดียวได้
ระหว่างนั้น สวี่ชุนเหอกับพวกยังลงไปตักน้ำก้นบ่ออีกครั้งหนึ่ง จนถึงยามบ่าย น้ำในบ่อไม่พอกรอง การกรองจึงต้องหยุดไว้ก่อน ถังไม้ที่รองอยู่ด้านล่างก็เต็มไปด้วยน้ำสะอาดเพียงสามถัง ก่อนหน้านั้น พอกรองได้ราวครึ่งถัง ผู้เฒ่าสวี่ก็สั่งให้ทุกคนช่วยกันตั้งเตาชั่วคราว เก็บฟืนจุดไฟ ตั้งหม้อเตรียมต้ม เวลานี้น้ำสะอาดทั้งสามถังถูกแบ่งใส่หม้อห้าใบ ตั้งไฟแรงต้มเดือด หากมิใช่เพราะลิ่วหลางยืนยันว่าต้องต้มให้เดือดเสียก่อนแล้วจึงดื่ม เกรงว่าตอนน้ำสะอาดได้เพียงครึ่งถัง คนทั้งหลายก็คงพากันหิวน้ำจนอยากรีบดื่มไปแล้ว
แต่เพราะลิ่วหลางย้ำว่า “ยังไม่ได้” ทุกคนจึงฝืนความกระหาย อดทนช่วยกันทำเตา เก็บฟืนต่อ
จนกระทั่งน้ำในหม้อเริ่มมีฟองผุดขึ้นจากก้นหม้อ ลอยขึ้นปุด ๆ น้ำใกล้จะเดือดแล้ว ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง ล้วนตื่นเต้นราวกับได้ฉลองปีใหม่ ฟู่เป่าจับมือเจาหนี่เอ๋อร์กับเด็กสามคนตระกูลสือ นั่งยอง ๆ เฝ้าดูอยู่ข้างหม้อจนแทบจะดึงตัวออกมาไม่ได้ โจวเอ้อร์ชวนก็พาคนลงมือ ฆ่าและทำความสะอาดปลาไหลที่จับมาได้หลายสิบตัวในพริบตา หม้ออีกสองใบที่ตั้งอยู่บนเตา ก็ถูกตักน้ำเดือดจากหม้อแรกไป เทลงใส่ปลาไหลทันที ไม่สนว่าคาวหรือไม่คาว แต่ละบ้านต่างช่วยกันใส่เกลือ ทั้งในหม้อปลาไหลและหม้อน้ำที่ต้มไว้ดื่ม บ้านลุงใหญ่จางกับบ้านตระกูลเติ้งยังพอมีขิงแก่ จึงทุบแล้วโยนใส่หม้อปลาไหลเพื่อลดกลิ่นคาว
น้ำเดือดถูกตักออกมาใส่กะละมังไม้พักให้คลายร้อน คนในบ้านที่มีชามก็ตักใส่ชามไว้ บางคนไม่มีชามพอ ก็ ใช้กระบอกไผ่แทน ซึ่งยังทำให้น้ำคลายร้อนได้เร็วกว่า ครั้นน้ำอุ่นพอเหมาะ ทุกคนก็แทบอดรนทนไม่ไหว พากันดื่ม แม้น้ำจะได้มามาก แต่เมื่อรวมผู้คนทั้งเจ็ดครอบครัว ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ก็นับได้เกือบแปดสิบชีวิต ครานี้ต่างก็ดื่มอย่างเต็มที่ แต่ละคนแทบจะดื่มได้คนละถ้วยใหญ่ น้ำอุ่น ๆ มีรสเค็มบางเบา ซึมซาบลงท้องแล้วทำให้เหงื่อผุดทั้งกาย รู้สึกสดชื่นมีกำลังขึ้นมาในทันที แต่เพียงครู่ น้ำที่ต้มไว้ก็แทบไม่เหลือแล้ว
ดีที่ก้นหลุมยังคงมีน้ำซึมออกมาไม่หยุด รุ่งเช้าเพียงตื่นขึ้นมาก็สามารถเริ่มกรองน้ำต่อได้ เมื่อทุกคนได้ดื่มน้ำแล้วก็รู้สึกสบายใจยิ่งนัก บ้างก็นั่ง บ้างก็นอนเอนหลัง สนทนาเรื่อยเปื่อย ไม่กระหายอย่างที่เคยอีก
ยามนั้น หม้อปลาไหลสองใบที่ตั้งต้มอยู่ก็กำลังเดือดพล่าน ปุด ๆ ขึ้นมาไม่หยุด ปลาไหลแต่ละตัวนิ่มจนแทบเละ เนื้อกับน้ำแกงแทบกลายเป็นเนื้อเดียวกัน น้ำแกงขาวขุ่นจนเห็นแล้วกลืนน้ำลาย จากเดิมที่เคยรังเกียจกลิ่นคาวของปลาไหล แต่เวลานี้กลับหอมหวนน่าลิ้มลองเหลือเกิน!
ต่อให้คาวเพียงใด ทว่าก็ยังเป็นเนื้อสัตว์ สำหรับผู้คนที่อดอยากมานานจนไม่ได้ลิ้มรสเนื้อแม้สักชิ้น ครานี้ก็ช่างยินดีราวกับได้ฉลองปีใหม่ ผู้ที่มีถ้วยก็ใช้ถ้วย ผู้ที่ไม่มีถ้วยก็ใช้กระบอกไม้ไผ่ แต่ละคนล้วนได้คนละครึ่งถ้วยใหญ่ เนื้อปลาไหลปะปนอยู่ในน้ำแกง ถือในมือร่วมวงล้อมกัน กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ สวี่อินอินเองก็ถือกระบอกไม้ไผ่อยู่ในมือ ข้างในมีเนื้อปลาไหลลอยอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น คนอื่นต่างก็กินกันคำโต แต่นางยังลังเลอยู่ ลิ่วหลางซดน้ำคำใหญ่ ก่อนหันมามองพี่สาว พลางเอ่ยเร่ง “รีบดื่มเถิด ดื่มแล้วก็จะรู้เอง”
ใช่แล้ว หากไม่ลองดื่มก็ไม่มีทางรู้ ยามนี้นางมิใช่ร่างเดิมที่แพ้อาหารอีกต่อไป การกินปลาไหลคงไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แน่นอน คิดดังนั้น สวี่อินอินจึงค่อย ๆ จิบกินทีละน้อย รสน้ำแกงมีเค็มจาง ๆ ผสมกับกลิ่นขิง แต่กลิ่นคาวปลาไหลก็ยังไม่เลือนหาย เนื้อปลาไหลติดปาก รสชาติไม่อร่อยนัก แต่ก็ยังพอกินได้ นางซดน้ำแกงพร้อมเนื้อปลาไหลในกระบอกไม้ไผ่จนหมด ร่างกายอุ่นวาบไปทั้งตัว รู้สึกสบายยิ่งนัก เมื่อฟ้ามืดลง ทุกคนก็ช่วยกันเก็บของแล้วแยกย้ายกันพักผ่อน แน่นอนว่ายังต้องมีเวรยามผลัดกันเฝ้ายามกลางคืน
สวี่อินอินฉวยโอกาสขณะออกไปปลดทุกข์กับจางซื่อ ทายาอีกครั้งที่ฝ่าเท้า วันก่อนก็ได้ทาสองครั้งแล้ว วันนี้ยังได้ทาอีกหนึ่ง ตลอดสองวันนี้นางไม่ได้ใช้เท้าเดินทางไกลนัก ตอนนี้แผลพุพองก็แทบจะหายไปเกือบหมดแล้ว เพียงเวลาแค่สองวัน ได้ทายาเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่อาจไม่ยอมรับว่า ยาฆ่าเชื้อไอโอดีนนี้ให้ผลชะงัดนัก เหมือนกับน้ำกลูโคสที่ได้มา ล้วนเป็นของที่ระบบผลิต ย่อมเป็นของดีเลิศแท้จริง เมื่อเป็นเช่นนี้ อีกไม่กี่วันหากต้องออกเดินทางต่อไป เท้าของสวี่อินอินก็จะพร้อม ไม่ต้องทนเจ็บจนเหยียบพื้นแทบไม่ได้เหมือนก่อนอีกแล้ว