เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 โควตาละ 40000 คะแนนเนี่ยนะ!? การโต้กลับที่รุนแรงของอันหยาง!

บทที่ 83 โควตาละ 40000 คะแนนเนี่ยนะ!? การโต้กลับที่รุนแรงของอันหยาง!

บทที่ 83 โควตาละ 40000 คะแนนเนี่ยนะ!? การโต้กลับที่รุนแรงของอันหยาง!


บทที่ 83 โควตาละ 40000 คะแนนเนี่ยนะ!? การโต้กลับที่รุนแรงของอันหยาง!

อันหยางพยักหน้าเบาๆ แล้วเริ่มคำนวณสิ่งที่ได้มา

การเข้าดันเจี้ยนครั้งนี้ นอกจากจะได้ไอเทมกึ่งเทพมาหนึ่งชิ้นแล้ว เขายังได้คะแนนมากถึง 170,000 คะแนน!

“แค่ฟาร์มวันเดียว ก็เพียงพอที่จะอัพสกิลทุกอย่างให้ถึงเลเวล 10 แล้ว!” อันหยางคิดในใจ รายได้นี้เป็นสิ่ง

ที่ศิษย์คนอื่นๆ ที่รับจ้างทำเควสไม่มีทางจินตนาการได้เลย

อย่างแรกเลย ปกติแล้วการรับจ้างทำเควสจะไม่ทำกันแค่คนสองคน อย่างน้อยก็ต้องเป็นทีม มากสุด 20 คน น้อยสุดก็เกือบ 10 คน ถ้าคนน้อย ต่อให้ผ่านดันเจี้ยนได้ แต่ถ้าใช้เวลานานเกินไป ประสิทธิภาพต่ำเกินไป ก็ไม่มีทางสู้กับใครได้

อันหยางได้รายได้เทียบเท่ากับทั้งทีมมาเข้ากระเป๋าตัวเองคนเดียว ทำให้รายได้พุ่งขึ้นเป็นสิบเท่าในทันที

ถึงได้เยอะขนาดนี้!

อย่างที่สองคือเรื่องประสิทธิภาพ ดันเจี้ยนระดับ 2 อย่าง นครลอยฟ้า

ต่อให้เป็นศิษย์สืบทอดนำทีม ก็มักจะต้องใช้เวลาต่อสู้กว่าหนึ่งชั่วโมง หนึ่งวันเลยลงได้จำกัด รายได้ก็น้อยเป็นธรรมดา

พอหักค่าตั๋วเข้าเอง ค่าสึกหรอของอุปกรณ์ และค่ายาต่างๆ กำไรที่เหลือก็แทบจะเท่ากับแค่ค่าแรง

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้มีอำนาจระดับสูงมองว่าการรับจ้างทำเควสเป็นช่องทางหาเงินที่ไม่คู่ควร เป็นแค่พวกใช้แรงงานแบกหาม จะไปสู้กับการสนับสนุนธุรกิจอื่นๆ ที่ทำเงินได้เร็วกว่าได้ยังไง?

แต่ถ้าพวกเขารู้ว่าอันหยางเข้าดันเจี้ยนหนึ่งครั้งได้เท่าไหร่ พวกเขาก็คงจะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว

เข้าแค่เวลาสั้นๆ สิบกว่านาที ได้ตั้ง 170,000 คะแนน

อันหยางอารมณ์ดีมาก พอกลับมาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทีมที่มี 40 คน ก็เหลือแค่ 16 คน ที่เหลือทำเควสเสร็จแล้ว แม้จะน่าเสียดายแต่ก็ต้องเลือกออกจากทีมไป คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นเลเวล 60 ที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 2 แล้ว ตอนนี้กำลังยุ่งกับการทำเควสการเปลี่ยนอาชีพครั้งที่ 3

“ศิษย์พี่อันหยางรอสักครู่นะคะ ฉันจะไปที่โถงเควสเพื่อโพสต์งาน...” หลวนปิงหรานดูมีไฟมาก เลเวลเธอยังไม่เต็ม เธออยากตามอันหยางไปอีกสักสองสามรอบ การลงดันเจี้ยนแค่วันเดียวก็เท่ากับการลงดันเจี้ยนเป็นเดือนๆ ของเธอแล้ว

ตอนนี้เธอกระตือรือร้นยิ่งกว่าอันหยางเองเสียอีก กลัวว่าอันหยางจะรำคาญจนรอไม่ไหวแล้วเลิกทำ

แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ เธอก็เห็นคนจำนวนมากที่อยู่ใกล้ประตูวาร์ปตาเป็นประกาย แล้วรีบเบียดเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีคำขอเข้าร่วมทีมจำนวนมากถูกส่งเข้ามาทันที

[หยางไห่ - นักรบพเนจร เลเวล 60 ขอเข้าร่วมทีม, ตกลงหรือไม่]

[เฉินกวง - นักดาบแห่งความมืด เลเวล 60 ขอเข้าร่วมทีม, ตกลงหรือไม่]

[ตู้โยว - นักฆ่าล่องหน เลเวล 60 ขอเข้าร่วมทีม, ตกลงหรือไม่]

[...]

เป็นศิษย์พี่สายใน เลเวล 60 ทั้งหมด เธอยังเห็นชื่อเดิมๆ ปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังส่งคำขอเข้าร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง!

“ศิษย์พี่อันหยาง จะลงดันเจี้ยนอีกไหมครับ? พาผมไปด้วยคน!!”

“ผมครับ ผมครับ ผมจะจ่าย สองเท่าเลย ขอร้องล่ะครับศิษย์พี่อันหยาง ขอที่นั่งเพื่อนร่วมทีมให้ผมด้วย!”

“ผม สามเท่า! ผมจ่ายสามเท่าเลย! พาผมไปด้วย!”

“10,000! ผมจ่าย 10,000 คะแนน!”

“โว้ย! 11,000 ผมจ่าย 11,000 คะแนน! ศิษย์พี่อันหยางพาผมไปด้วย!”

“...”

หลายคนพอเห็นอันหยางก็ตาลุกวาว ขณะที่รีบส่งคำขอเข้าร่วมทีม ก็พากันตะโกนเสียงดัง กลัวว่าจะช้าไปแล้วทีมเต็ม ทำให้เสียเรื่องสำคัญของศิษย์พี่ศิษย์สืบทอด

เมื่อมีคนเริ่มเปิดราคา คนอื่นๆ ก็ตกใจในทันที ไม่คิดว่าจะมีคู่แข่งมากมายขนาดนี้ ทุกคนจึงรีบเปิดปากเสนอราคาตาม

จนกระทั่งมี 'นักปั่นราคา' คนหนึ่งเปิดราคาขึ้นมา ใจของคนอื่นๆ ก็วูบลง พากันด่าทอในใจ แต่ก็ต้องรีบตามไป ราคาก็เลยพุ่งจากเดิมรอบละ 1,000 คะแนน กลายเป็นมากกว่า 10,000 คะแนน!

อันหยาง: “.....”

หลวนปิงหราน: “.....”

เพื่อนร่วมทีมอีกสิบสี่คน: “.....”

ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง ตะลึงงัน มองเหล่าศิษย์ภายในที่แก่งแย่งกันจนหน้าแดง เพื่อนร่วมทีมที่เหลืออยู่ 14 คน ใจก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม คิดในใจว่าไม่ดีแน่!

โควตานี้มันถูกปั่นไปถึงหมื่นกว่าคะแนนแล้ว พวกเขาที่จ่ายแค่ 1,000 คะแนนจะถูกไล่ออกจากทีมไหมเนี่ย? ทีมที่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีต่อรอบ แถมยังมีของดรอปให้เก็บแบบนี้ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ นะ

อุตส่าห์เกาะขาใหญ่ได้แล้ว ไม่มีใครอยากออกจาทีมง่ายๆ หรอก

แต่จะให้พวกเขาจ่ายราคาสูงตาม รอบละหมื่นกว่าคะแนนแบบนี้ก็ไม่ใช่ใครจะจ่ายไหว แค่ไม่กี่รอบ

ก็อาจจะทำให้พวกเขาหมดตัวได้เลย!

“นี่...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” อันหยางตะลึง อดไม่ได้ที่จะมองหลวนปิงหรานด้วยความสงสัย หรือว่าค่าบริการ

พาลงนครลอยฟ้า 10,000 คะแนน คือราคาปกติ?

ศิษย์พี่คนนี้โกงเงินตัวเองไป 9,000 คะแนนต่อคนหรือเปล่า?

“นี่.... ศิษย์พี่อันหยาง ฉันบริสุทธิ์นะคะ!!” พออันหยางมอง หลวนปิงหรานก็ตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา รีบโวยวายแก้ต่าง ไม่อยากถูกอันหยางสงสัยอย่างไร้เหตุผล

ถ้าขาใหญ่ที่อุตส่าห์เกาะไว้หายไปแบบนี้ล่ะก็ แย่สุดๆ เลย!

“พวกเขา... สถานการณ์ที่ไม่ปกติย่อมมีปีศาจซ่อนอยู่! การพาลงนครลอยฟ้า ไม่มีทางแพงขนาดนี้ แม้แต่ดันเจี้ยนระดับสูงของอาชีพขั้นที่ 3 ก็ยังไม่บ้าคลั่งขนาดนี้เลย!” หลวนปิงหรานรีบร้อนจนเท้าแทบไม่ติดพื้น รีบพูดออกมา

“สถานการณ์ที่ไม่ปกติย่อมมีปีศาจซ่อนอยู่...” คนพูดไม่ได้ตั้งใจ แต่คนฟังกลับได้คิด อันหยางใจเต้นทันที

“เป็นแผนการของศิษย์สืบทอดพวกนั้นหรือเปล่า? ต้องการจะมาหยั่งเชิงฉัน?”

เมื่อนึกถึงคำเตือนของสวี่ฉางชุนเมื่อไม่นานมานี้ และสายตาของศิษย์สืบทอดเหล่านั้นในวันนั้น

อันหยางแทบจะไม่ต้องคิดเลย ก็ได้คำตอบออกมา!

แม้เขาจะผงาดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่คงไม่สามารถสร้างความฮือฮาได้ขนาดนั้น ต่อให้มีบุตรศักดิ์สิทธิ์บางคนให้ความสนใจ ก็คงแค่จับตาดูเท่านั้น อย่างมากก็แค่ศิษย์สืบทอดที่อันดับรั้งท้ายอาจจะระวังตัวหน่อย หรือลองมาหยั่งเชิงเขา

แต่ประโยคที่หูรุ่ยอันพูดว่า ‘เรายังห่างไกล’ ก็เหมือนเปลวไฟกองใหญ่ ที่จุดไฟเผาเขา!

ต่อให้บุตรศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ไม่สนใจ แต่พอได้ยินประโยคนี้ก็ต้องลุกเป็นไฟ และต้องมาให้ความสนใจหรือแม้แต่หยั่งเชิงเขา!

เพราะตอนนี้เป็นช่วงพิเศษที่ตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งกำลังจะว่างลง ประโยคของหูรุ่ยอันนี้เกือบจะฟันธงว่าอันหยางจะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งคนต่อไป แล้วบุตรศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ที่เฝ้ารอมาหลายปีจะทนได้อย่างไร?

การหยั่งเชิงเขาจึงกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!

ทันใดนั้นก็มีคนมากมายกระโดดเข้ามาเสนอราคาอย่างบ้าคลั่งเพื่อเข้าร่วมทีมของเขา ดูยังไงก็รู้สึกแปลก ต้องเกี่ยวข้องกับศิษย์สืบทอดเหล่านั้นอย่างแน่นอน!

“ศิษย์พี่อันหยาง จะ...จะทำยังไงดีคะ?” หลวนปิงหรานดูสับสนเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นสถานการณ์แบบนี้ เธอฟังราคาที่แต่ละคนเสนอแล้วยังรู้สึกหายใจติดขัด แล้วคนที่เสนอราคานี่มีมากกว่า 40 คนเสียอีก!

“จะทำยังไง? มีคนเอาคะแนนมาให้ถึงที่ จะไม่เอาได้ยังไง?” อันหยางคิดเร็วในใจ แล้วหัวเราะเยาะออกมา

ในเมื่อศิษย์พี่ศืษย์สืบทอดและศิษย์หลักเหล่านั้นที่เต็มใจจะจ่ายราคาแพงขนาดนี้เพื่อสืบความลับของเขา ก็ให้พวกเขาดูให้เต็มที่ไปเลย!

เขาแค่อยากจะรู้ว่า แค่เห็นตัวเลขความเสียหาย พวกนี้จะสามารถมองเห็นอะไรได้บ้าง!

ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กที่เพิ่งหัดเดินแล้ว ตอนที่อยู่ในดินแดนแห่งการทดสอบเมื่อก่อน เขายังไม่รู้จักซ่อนตัวเอง พอได้แสงแห่งพรโดยไม่ได้ตั้งใจ

เขาก็แสดงความสามารถไปไม่น้อย แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางทำผิดพลาดง่ายๆ แบบนั้นอีกแล้ว!

จนถึงตอนนี้ คนที่เคยได้รับผลจากแสงของเขามีแค่ หานตู่เฟิง, หลินหลิงเอ๋อร์ และสวี่ฉางชุน เท่านั้น

หานตู่เฟิงตายไปแล้ว ส่วนหลินหลิงเอ๋อร์ก็รับรู้แค่ในช่วงที่แสงแห่งพรเลเวล 1 ที่เพิ่มพลังโจมตีพื้นฐาน

ห้าเท่า ข้อมูลที่รู้จึงจำกัด

มีเพียงสวี่ฉางชุน ที่เคยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเขาเมื่อไม่นานมานี้ แต่สวี่ฉางชุนไม่น่าจะไปเล่าให้ใครฟัง

แม้แต่ตอนที่พาคนลงดันเจี้ยนเมื่อกี้ เขาก็ได้ปิดผลกระทบของแสงไว้เป็นพิเศษและให้มีผลเฉพาะกับตัวเองเท่านั้น!

สิ่งที่ศิษย์สืบทอดเหล่านั้นจะเห็นได้อย่างมาก ก็เป็นแค่ตัวเลขความเสียหายเท่านั้น เมื่อเทียบกับคุณสมบัติของมอนสเตอร์ ข้อมูลที่สามารถคำนวณได้มีจำกัดมาก การพยายามใช้สิ่งนี้เพื่อคำนวณความลับของเขา

ก็เป็นแค่ฝันกลางวันเท่านั้น!

ยิ่งไปกว่านั้น เขามีลางสังหรณ์ว่าพรสวรรค์ของเขากำลังจะอัพเกรดแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น พรสวรรค์ระดับเทพ เลเวล 3 จะทำให้ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเหลือเชื่ออีกครั้งอย่างแน่นอน!

ข่าวที่ศิษย์สืบทอดเหล่านี้จ่ายราคาสูงเพื่อส่งคนมาตรวจสอบ ก็จะกลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปโดยปริยาย!

“นี่... พวกเขาอาจจะเป็นคนที่ศิษย์สืบทอดส่งมา เพื่อสืบความลับของศิษย์พี่อันหยางค่ะ!” หลวนปิงหรานดูประหม่าและลังเลเล็กน้อย แล้วก็ขยับเข้าไปกระซิบเตือนอันหยาง

อันหยางมองเธออย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าศิษย์พี่คนนี้จะมีความคิดแบบนี้ และสามารถเดา

เรื่องนี้ได้

“อยากดูก็ให้ดูไปสิ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าอายอะไรนี่!” อันหยางยักไหล่ พูดอย่างไม่ใส่ใจ

“ให้พวกเขาแข่งกันเสนอราคาไป ใครให้ราคาสูงสุดก็ได้เข้าร่วมทีม!

ในเมื่อพวกเขาอยากจะดู ก็ต้องแสดงความจริงใจออกมา การอยากดูความลับของอันหยางคนนี้ ไม่ใช่แค่ 10,000 คะแนน แล้วจะจบหรอกนะ!”

“...” หลวนปิงหรานเงียบไป แต่ในใจกลับรู้สึกสับสนปนเป

ในโลกนี้ ใครที่แข็งแกร่งพูดอะไรก็ถูกไปหมด โดยเฉพาะเรื่องการหาเงินก็เป็นแบบนี้ สำหรับศิษย์ธรรมดาอย่างพวกเขา ทำได้แค่ใช้เวลาค่อยๆ สะสมไป ทำเควสหนักๆ สามวันเพื่อหาคะแนน แต่พอลงดันเจี้ยนวันเดียวก็หมดแล้ว

ถ้าอยากจะแลกอุปกรณ์ดีๆ สักชิ้น มักจะต้องพยายามถึงครึ่งเดือนกว่าจะพอซื้อได้ ส่วนตำราสกิลขั้นสูง

ก็ไม่ต้องพูดถึง อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือครึ่งปีกว่าจะซื้อได้สักเล่ม!

แต่อันหยาง เพิ่งเข้าร่วมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่ถึงเดือน พาคนลงดันเจี้ยนครั้งละไม่กี่นาที ได้ 170,000 คะแนนยังไม่พอ ตอนนี้ยังมีคนแย่งกันเอาเงินมาให้ถึงหน้าประตูอีก...

“คนเรามันเปรียบเทียบกันไม่ได้จริงๆ!” หลวนปิงหรานถอนหายใจ แต่ก็ทำได้แค่ทำตามคำสั่ง เข้าไปเจรจากับเหล่าศิษย์พี่เหล่านั้น

“ต้องแข่งกันเพื่อโควตาเข้าทีมเหรอ? เริ่มต้นที่ 20,000 คะแนน เลยเหรอ?” เมื่อได้ยินข้อเรียกร้องที่หลวนปิงหรานถ่ายทอดมา สีหน้าของคนเบื้องหลังก็ตกตะลึง แทบจะกระอักเลือดออกมา

ให้ตายเถอะ ทำไมถึงกลายเป็นประมูลไปได้เนี่ย? อันหยางคนนี้ก็ไม่เล่นตามกฎเลย นี่มันไม่เท่ากับกำลัง

ขูดเลือดขูดเนื้อพวกเขาอย่างแรงเหรอ!?

“ช่างเถอะๆ ภารกิจของศิษย์พี่สืบทอดสำคัญกว่า...” กลุ่มคู่แข่งมองหน้ากันไปมา แต่ละคนก็มีผู้หนุนหลังของตัวเอง ผู้มีอำนาจแค่เอ่ยปาก พวกเขาก็ต้องรีบทำจนขาแทบหัก ได้รับภารกิจมาแล้ว จะไม่ทำก็ไม่ได้!

เพื่อให้ทำภารกิจสำเร็จ ก็ทำได้แค่ยอมเสียเลือดเสียเนื้อแล้ว!

“20,000 คะแนน ผมขอโควตาหนึ่งที่!”

ศิษย์พี่สายในคนหนึ่งหน้าดำมืด หลังจากได้รับการอนุมัติจากศิษย์พี่ข้างหลัง เขาก็กัดฟันตะโกนออกมา

จะไม่ทำหน้าดำไม่ได้ แม้ว่าคะแนนนี้จะสามารถเบิกคืนได้ในภายหลัง แต่ตอนนี้ก็ยังต้องออกเองก่อน ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จ คะแนนจำนวนมากนี้ก็จะหายไปเปล่าๆ!

“21,000 ผมขอหนึ่งที่!”

พอมีคนเปิดราคา คนอื่นๆ ก็อยู่ไม่สุขทันที ถ้าคนของศิษย์พี่สืบทอดคนอื่นทำภารกิจสำเร็จหมด แต่ตัวเองทำไม่สำเร็จ นั่นไม่ใช่การหาที่ตายหรือไง?

ดังนั้น แม้ว่าราคาจะแพงเกินจริงไปมาก แต่เหล่าศิษย์พี่สายในก็ยังกัดฟันเริ่มประมูลกัน

“แหม เศรษฐีกันทั้งนั้น... ร้อยกว่าคน... มาจากไหนกันเยอะแยะ?” อันหยางดูเหตุการณ์ประมูลอย่างสนุกสนาน ด้วยความสนใจ

ศิษย์สืบทอดรวมทั้งบุตรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบคน นับรวมแล้วก็มีแค่ประมาณ 100 คน แต่คนที่เข้ามาร่วมประมูลในที่นี้มีอย่างน้อย 150 คนขึ้นไป ก็ไม่รู้ว่าคนที่เกินมาถูกใครส่งมาอีก

แต่เรื่องนี้เขาไม่สนใจ ยิ่งคนเยอะยิ่งดี คนเยอะการแข่งขันก็ยิ่งดุเดือด!

“ศิษย์พี่ คิดว่าพวกเขาจะปั่นราคานี้ไปได้ถึงกี่คะแนน?”

อันหยางไม่เกรงใจ เอื้อมมือไปโอบเอวของหลวนปิงหราน แล้วกระซิบข้างหูศิษย์พี่ มือใหญ่ของเขาลูบไล้

ไปตามเอวบาง เพลิดเพลินกับผิวที่เรียบเนียนอย่างเต็มที่

ใบหน้าสวยของหลวนปิงหรานแดงก่ำ รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืน ในฐานะลูกผู้หญิงในตระกูล เธอรู้ดีว่าการจะเกาะขาใหญ่ของอันหยาง โดยไม่ให้อะไรเลยนั้นเป็นไปไม่ได้

ตรงกันข้าม ถ้าใช้ร่างกายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอันหยางได้ เธอก็ถือว่าคุ้มสุดๆ แล้ว!

นอกจากนี้ อันหยางไม่เพียงแต่มีความสามารถสูงและมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นเท่านั้น แต่รูปลักษณ์ภายนอก

ก็ยังหล่อเหลาไร้ที่ติ มากพอที่จะทำให้ผู้หญิงหลายคนคลั่งไคล้ เธอเองก็เคยจินตนาการถึงเรื่องที่ใกล้ชิดกว่านี้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้งในใจเลยยากที่จะต่อต้าน

“น่าจะซักสองสามหมื่นนะคะ... แต่ทีมลงดันเจี้ยนรับได้สูงสุดถึง 100 คน นะคะ ทำไมเราไม่รับให้เต็มทีมไปเลยล่ะคะ? แบบนี้จะยิ่งได้เงินเยอะขึ้นไม่ใช่เหรอ?”

ร่างกายสั่นเล็กน้อย แต่หลวนปิงหรานก็บังคับตัวเองให้สงบลงแล้วคิด

“คนละ 20,000 100 คนก็คือ... 2 ล้านคะแนน!!” หลวนปิงหรานเอามือปิดปาก พูดออกมาอย่างตกใจ ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่ เต็มไปด้วยความชื่นชมและอิจฉา!

ลงดันเจี้ยนครั้งเดียวได้ 2 ล้านคะแนน รายได้ของบุตรศักดิ์สิทธิ์วันหนึ่งก็คงไม่น่ากลัวขนาดนี้!

“ไม่ ไม่ ไม่... เราไม่ได้รับ 100 คน เสมอไป และเราต้องลดจำนวนทีมลงด้วย!” อันหยางหรี่ตาลง ส่ายหัวแล้วพูดเบาๆ

“เพิ่มคนเยอะใช้เวลานานเกินไป... เธอไปบอกพวกเขาว่า ตอนนี้มีโควตาแค่ 30 ที่นั่ง เท่านั้น ใครมาก่อนได้ก่อน!”

“อะไรนะ?” หลวนปิงหรานตกใจอย่างมาก มองอันหยางอย่างสับสน ไม่เข้าใจเลย เมื่อกี้อันหยางเพิ่งบอกเองว่ามีคนเอาคะแนนมาให้ถึงที่ จะไม่เอาได้ยังไง ทำไมตอนนี้ถึงเริ่มลดจำนวนโควต้าแล้วล่ะ?

นี่มันไม่ใช่การผลักคะแนนออกไปเหรอ? พอคิดว่าคะแนนจำนวนมากจะหายไป เธอก็อดรู้สึกเสียดายแทนอันหยางไม่ได้!

“ทำไมล่ะ? ทีม 100 คน กับทีม 30 คน ไม่เห็นจะต่างกันเลยนี่คะ... ยังไงก็ฆ่ามอนสเตอร์ได้ในพริบตาอยู่แล้ว!” หลวนปิงหรานรู้สึกเสียดายพร้อมกับบ่นพึมพำ

แต่อันหยางก็สั่งให้เธอทำตามอย่างเดียว เธอไม่มีทางเลือกก็เลยต้องออกไปแจ้งข่าว

“อะไรนะ! มีแค่ 30 ที่นั่งเหรอ? ทำไมล่ะ?”

“มีแค่ 30 ที่นั่ง... 40,000! ศิษย์พี่อันหยาง ผมจ่าย 40,000 คะแนน! ขายโควตาให้ผมเถอะ!”

“ให้ตายเถอะ... ผมจ่าย 41,000!”

“บ้าไปแล้ว! พวกมึงบ้าไปหมดแล้ว!! กูบ้าตามก็ได้!! 42,000!”

“อื้อหือ!! นี่มันจะแข่งขันกันขนาดนี้เลยเหรอ? 43,000!”

“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย... พวกมึงเป็นเศรษฐีกันเหรอวะ? 44,000!!”

“เชี่ยเอ๊ย กูสู้กับพวกมึงแล้ว กูจ่าย 45,000!”

“....”

ทันทีที่ข่าวนี้ออกมา คู่แข่งกลุ่มนี้ก็ตาแดงก่ำทันที ศิษย์พี่สายในที่เดิมทีค่อยๆ เพิ่มราคาและพยายามจะรวมหัวกัน ก็อยู่ไม่เป็นสุขอีกต่อไป

เมื่อคนแรกเปิดราคา คนอื่นๆ ก็บ้าคลั่งตาม ราคาก็พุ่งขึ้นไปถึง 45,000 ในทันที และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด!

“นี่...นี่...นี่มัน... พวกเขาเป็นบ้าไปแล้วเหรอคะ?” หลวนปิงหรานเห็นฉากนี้ ก็เอามือปิดปากด้วยความตกใจ ตะลึงงันจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง!

“ยังไม่พอ... ตอนนี้ไปบอกพวกเขาว่า เหลือโควตาแค่ 20 ที่นั่ง เท่านั้น!” อันหยางสีหน้าเรียบเฉย ดวงตา

หรี่ลงเล็กน้อย ไม่สะทกสะท้านกับราคาที่สูงเสียดฟ้าแบบนี้เลย แต่เขาก็ออกคำสั่งอีกครั้งเบาๆ!

เฮือก!!! หลวนปิงหรานสูดหายใจเข้าลึก มองอันหยางเหมือนมองปีศาจ เธอเริ่มเข้าใจแผนของอันหยาง

อย่างคลุมเครือ แต่ก็ยิ่งทำให้เธอตกใจมากขึ้น!

เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ที่มีพื้นเพธรรมดาและเพิ่งเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อต้องเผชิญกับสายตาจ้องมองอย่างอยากได้ของศิษย์สืบทอดและบุตรศักดิ์สิทธิ์กว่าร้อยคน

เขาเผยเขี้ยวเล็บออกมาเป็นครั้งแรกก็คมกริบถึงขนาดนี้ ต้องการจะฉีกเนื้อและเลือดจากทุกคนที่โลภในตัวเขาอย่างสาสม!

วิธีการเช่นนี้ ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออกเล็กน้อยจริงๆ!

หลวนปิงหรานออกไปแจ้งข่าว อันหยางมองฉากตรงหน้าอย่างใจเย็น ข่าวที่แจ้งไปก็เหมือนการสาดน้ำเย็นใส่กระทะน้ำมันที่กำลังเดือดพล่าน ทำให้คนที่กำลังเสนอราคาอย่างบ้าคลั่งจนหน้าแดงก่ำเกิดความโกรธจัดขึ้นมาทันที!

แต่เมื่อต้องเผชิญกับภารกิจที่ต้องตายก็ต้องทำให้สำเร็จจากเบื้องบน ต่อให้พวกเขาโกรธแค่ไหนก็ต้องอดทนไว้ ทำได้แค่ทนความโกรธแล้วขึ้นราคาต่อไป!

จบบทที่ บทที่ 83 โควตาละ 40000 คะแนนเนี่ยนะ!? การโต้กลับที่รุนแรงของอันหยาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว