เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 49 เหมืองแร่มณีคราม

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 49 เหมืองแร่มณีคราม

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 49 เหมืองแร่มณีคราม


บทที่ 49 เหมืองแร่มณีคราม

หลิวหงนำทางเยี่ยฉวนออกจากตลาดมืดและตรงเข้าไปยังป่าทึบอันเป็นที่ตั้งของเหมืองใต้ดินแห่งสำนักเบญจลักษณ์

หลิวหงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นและเร็วขึ้น อาจด้วยเพราะนางกำลังเร่งรีบหรืออาจเพราะนางต้องการจะทดสอบเยี่ยฉวนก็ไม่อาจทราบ นางหันกลับมามองเยี่ยฉวนด้วยดวงตาโตฉ่ำน้ำและรอยยิ้มกว้างอยู่บ่อยครั้ง

เยี่ยฉวนระแวดระวังมากขึ้นขณะเดินตามอย่างไม่ช้าไม่เร็วเกินไป

เมื่อมองจากเบื้องหลัง สัดส่วนโค้งเว้าของหลิวหงนั้นเปิดเผยให้เห็นเต็มตาและดูเย้ายวนกว่าเคย เอวนั้นบอบบางราวกับสามารถรวบไว้ได้ด้วยมือเดียวแต่บั้นท้ายกลับใหญ่และงอนนัก ส่วนโค้งบนร่างแลดูนุ่มนวลล่อตาล่อใจ บั้นท้ายอวบอัดพลิ้วไหวขณะก้าวเดินพาให้จิตใจของผู้มองดูสั่นไหวตามไปด้วย

หากเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่เยี่ยฉวนคงจะหน้าแดง หอบหายใจหนักหน่วง และกระโจนใส่นางไปนานแล้ว

อย่างไรก็ตามเยี่ยฉวนกลับมีท่าทีสงบนิ่ง ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เชี่ยวชาญด้านการซ่อนเร้นสวรรค์ ย่อมเคยพบเจอหญิงงามทุกรูปแบบมาแล้ว

เมื่อการยั่วยวนไม่ได้ผลหลิวหงจึงหมดหนทาง นางหยุดฝีเท้าฉับพลันหลังจากย่างเข้าไปในป่าเมเปิ้ล หันมามองเยี่ยฉวนด้วยแววตาเศร้าโศกก่อนจะเอ่ยคำเบา “ท่านชายเยี่ย ข้าไม่งดงามพอหรือ?”

“เจ้างดงามนัก งดงามยิ่งกว่ามวลบุปผชาติเสียอีก”

เยี่ยฉวนยิ้มเจ้าเล่ห์ ทว่าริมฝีปากกลับเอ่ยคำหวานปานน้ำผึ้ง

“หากข้างดงามถึงเพียงนั้น เหตุใดท่านจึงไม่สนใจข้า?” หลิวหงขยับเข้าใกล้ ดวงตากลมโตกำลังจับจ้องราวกับคาดคั้น “ระหว่างข้ากับโท่วป่าเซียงเนียว ผู้ใดงดงามกว่า?”

“เจ้ารู้จักโท่วป่าเซียงเนียวงั้นหรือ?” เยี่ยฉวนถามด้วยความประหลาดใจ

“แน่นอน พวกข้ารู้จักกันตั้งแต่ยังเยาว์ หลังจากนั้นข้าจากมายังสำนักเบญจลักษณ์เพื่อฝึกตนกับท่านพ่อ ส่วนปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ก็พาโท่วป่าเซียงเนียวออกเดินทางสู่โลกภายนอกหลายปี เพิ่งจะกลับมาเมื่อไม่นานนี้” หลิวหงขยับกายเข้าใกล้เรื่อยๆ กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนร่างลอยมาแตะจมูก นางเอ่ยถามอีกครั้งต่อหน้าเยี่ยฉวน “ท่านชายเยี่ย ท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลย ระหว่างข้ากับโท่วป่าเซียงเนียว ผู้ใดงดงามกว่ากัน?”

“โท่วป่าเซียงเนียวไม่ได้เลวร้าย แต่นกอินทรียักษ์แปลงเป็นคนก็ไม่ใช่ภรรยาที่ข้าพึงใจเท่าใดนัก!” เยี่ยฉวนตอบ

หลิวหงหัวเราะเบาๆ เห็นได้ชัดว่านางรู้เรื่องที่โท่วป่าเซียงต้องการให้สำนักหมอกเมฆาอับอายด้วยการสร้างพันธมิตรจากการแต่งงานแต่กลับไม่สำเร็จและทำให้ตนเองขายหน้าเสียแทน นางมองเยี่ยฉวนด้วยรอยยิ้ม “ผู้ใดคือภรรยาของเจ้า? ท่านชายเยี่ย ระวังตัวไว้ เรื่องระหว่างท่านกับโท่วป่าเซียงเนียวยังไม่จบสิ้น การสร้างพันธมิตรด้วยการแต่งงานเป็นความคิดของโท่วป่าเซียง ส่วนโท่วป่าเซียงเนียวนั้นเพิ่งกลับมาและไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย”

“ข้าได้พบกับเจ้าสาวของข้าในคืนแต่งงาน แต่สุดท้ายแล้วนางก็จากไป อา… โชคชะตาช่างใจร้ายกับข้านัก” เยี่ยฉวนทำทีครุ่นคิด

หลิวหงแย้มยิ้ม นางพินิจดูเยี่ยฉวนด้วยแววตาวูบไหว “ท่านชายเยี่ย เจ้ามากับข้าเพียงผู้เดียวเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าจะเป็นกับดักหรือจะถูกพวกเราสำนักเบญจลักษณ์สังหารเสียหรือ?”

“ไม่เลย หากข้าได้มีค่ำคืนอันแสนสุขกับแม่หลิว แม้เป็นกับดักก็คุ้มค่า ยิ่งไปกว่านั้นหากเจ้าสังหารข้าเจ้าไม่กลัวโท่วป่าเซียงเนียวจะฆ่าเจ้าเพื่อแก้แค้นให้สามีของนางหรือ?” เยี่ยฉวนตอบด้วยรอยยิ้ม

“หึ! ใครจะอยากใช้ค่ำคืนอันแสนสุขกับเจ้ากัน?”

หลิวหงกลอกตา นางเดินหน้าอย่างรีบเร่งต่อพลางแอบมองเยี่ยฉวนด้วยหางตา แม้นางจะมีท่าทีโกรธเกรี้ยวแต่แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตรงกันข้ามดวงตาใสแจ๋วกลับคอยเฝ้ามองเขาอย่างชัดเจน

ลือกันว่าศิษย์พี่ใหญ่เยี่ยฉวนแห่งสำนักหมอกเมฆานั้นหัวช้านัก แต่หลังจากเฉียดตายในภูเขาอันห่างไกล หายนะในครั้งนั้นเปลี่ยนเขาเป็นคนใหม่ ข่าวลือนั้นดูท่าจะเป็นจริง ถึงอย่างน้อยเขาก็ดีกว่าพวกหน้าซื่อใจคดพวกนั้นหลายเท่านัก

“แม่หลิว ข้าเห็นบั้นท้ายของเจ้า”

เยี่ยฉวนเดินตาม คำพูดของเขาทำให้หลิวหงผู้กำลังเหม่อลอยตัวสั่นระริก ใบหน้าสะสวยพลันแดงซ่าน นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกเขินอายต่อหน้าชายใด นางรีบดึงชายกระโปรงลงทันที

“อย่าดึง ตอนนี้เจ้าปกปิดบั้นท้ายไว้ดีแล้วก็จริงแต่ข้ากลับเห็นหน้าอกของเจ้าแทน อา… ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าบุตรสาวสุดที่รักของเจ้าสำนักเบญจลักษณ์ผู้ยิ่งใหญ่จะมีชีวิตที่ยากลำบากกว่าข้าเสียอีก ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายได้มิดชิด” เยี่ยฉวนยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะชื่นชมเรือนร่างสะโอดสะองของหลิวหงอย่างเปิดเผย หลิวหงไม่รู้จะทำอย่างไรดี ชุดกระโปรงชิ้นเดียวเช่นนี้ทำได้เพียงดึงขึ้นหรือดึงลงเท่านั้นซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น

“ฮึ่ม เหมืองใต้ดินยังอยู่อีกไกลนัก อย่าหลงทางเสียล่ะ!”

หลิวหงจ้องเยี่ยฉวนอย่างโมโหร้ายก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นใคร่จะทิ้งห่างเยี่ยฉวนไปให้ไกล หลังจากวิ่งมาได้ครู่หนึ่งนางหันกลับไปมองและพบว่าเยี่ยฉวนตามนางมาอย่างไม่รีบร้อน ทว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองกลับไม่ไกลเกินสิบเมตร มิหนำซ้ำสายตาของเขายังสำรวจต้นขา บั้นท้าย และเอวบางอย่างไม่น่าวางใจ

ผู้ฝึกตนต่ำต้อยขั้นอูเจ๋อระดับเจ็ดที่ยังไม่บรรลุขั้นซิวฉือมีความเร็วถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

หลิวหงประหลาดใจอย่างมากก่อนจะเริ่มพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มที่ นางไม่เชื่อว่าเยี่ยฉวนจะตามได้ทัน แม้เขาจะทำความเร็วได้ดีแต่ความทนทานของขั้นอูเจ๋อจะเทียบขั้นซิวฉือระดับสองเช่นนางได้อย่างไร?

สำนักเบญจลักษณ์เชี่ยวชาญในเรื่องกฎวิถี หลิวหงผู้กำลังพุ่งไปข้างหน้าสุดกำลังนั้นมีความเร็วเทียบเท่าคนธรรมดาที่ใช้กระบี่บิน บางครานางใช้ปฐพีวิถีทำให้ร่างจมลงไปในผืนดินใต้ฝ่าเท้าและโผล่ขึ้นจากพื้นที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตร บางครานางใช้วายุวิถีทำให้ร่างถูกพัดพาไปตามทิศทางลมนับร้อยเมตรทิ้งเพียงภาพลวงตาไว้เบื้องหลัง

แน่นอนว่าในที่สุดนางก็ทิ้งระยะห่างจากเยี่ยฉวนและหายลับตาไปได้ ทว่านิ่งนอนใจได้ไม่นานเยี่ยฉวนก็ไล่ตามมาติดๆ อย่างไม่ช้าไม่เร็วด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ แม้จะแลดูไม่เร็วนักแต่ก็สลัดออกไปไม่ได้เสียที ความทนทานของเขาเหนือกว่าที่หลิวหงคาดการณ์ไว้นัก

เยี่ยฉวนผู้ฝึกเคล็ดวิชาขัดเกลาปีศาจกลืนกินสวรรค์และก่อรวมยันต์กลืนกินสวรรค์นั้นแข็งแกร่งและทนทานเหนือกว่าผู้ฝึกตนในระดับขั้นเดียวกันนัก

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อต้องเริ่มฝึกตนใหม่อีกครั้งหลังการฟื้นคืนชีพ เขาฝึกตนอย่างสม่ำเสมอและมั่นคงโดยฝึกปรือทุกขอบเขตจนบรรลุขั้นสูงสุด เขาเลือกที่จะใส่ใจคุณภาพมากกว่าความเร็วในการฝึกตน

หลิวหงพยายามสลัดเยี่ยฉวนให้พ้นทุกวิถีทางครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดหลิวหงก็ยอมแพ้และนำทางไปแต่โดยดี ไม่กี่ชั่วโมงล่วงไป ทั้งสองข้ามภูเขาลูกแล้วลูกเล่าจนมาถึงดินแดนแห้งแล้งในที่สุด เมื่อมองไปรอบๆ ในรัศมีสิบลี้จะเห็นเพียงก้อนหินรุปร่างประหลาด ไม่มีหญ้าให้เห็นแม้แต่ใบเดียว ซ้ำยังมีความแปรปรวนวุ่นวายและรุนแรงของพลังงานบางอย่างอยู่เบื้องบน

จากปากทางเข้าเหมืองใต้ดิน เมื่อมองจากที่ไกลๆ จะเห็นผู้คนเข้าออกและขนส่งแร่เต็มคันเกวียน หลังจากแร่เหล่านี้ได้รับการขัดเกลาและเจียระไนแล้วจะกลายเป็นผลึกหินที่จำเป็นสำหรับเหล่าผู้ฝึกตน

ทั้งทุ่งเหมืองแร่มีอุโมงค์ใต้ดินอย่างน้อยกว่าร้อยแห่ง เพียงแค่บนดินก็มีการบังคับใช้แรงงานมากกว่าหนึ่งหมื่นคน ผู้คุมพร้อมอาวุธหนักที่เดินตรวจตราไปมานั้นสามารถสังหารแรงงานที่พยายามจะหลบหนีได้ กลางเหมืองมีหอสังเกตการณ์สูงตระหง่าน ตัวหอมีอักษรโบราณแกะสลักทับไว้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นยันต์อักขระที่ทรงพลัง สัมผัสได้จากที่ไกลๆ ว่ากลิ่นอายความมืดมนและหดหู่กำลังใกล้เข้ามา

“ที่นี่คือเหมืองแร่มณีคราม ทุ่งเหมืองใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดของสำนักเบญจลักษณ์ของเรา เป็นอย่างไร กว้างใหญ่เหลือเกินใช่หรือไม่?” หลิวหงมองเยี่ยฉวนพลางยืดอกพูดด้วยความภูมิใจ

ในบรรดาสามสำนักใหญ่แห่งเทือกเขาเมฆาอินทนิล สำนักเบญจลักษณ์นั้นไม่ได้ปรุงยาอย่างสำนักหมอกเมฆาหรือมีทักษะการขัดเกลาอาวุธอย่างสำนักเครื่องนิล ทว่าพวกเขาครอบครองเหมืองแร่โดยส่วนใหญ่รวมถึงเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดด้วย ศิษย์สำนักเบญจลักษณ์ต่างเป็นมือสังหารที่เก่งกาจและเปรียบเสมือนฝันร้ายของศิษย์ชั้นเลิศจากอีกสองสำนัก ซ้ำยังเปี่ยมล้นไปด้วยพลังเหมือนปลาเกยตื้นที่ถูกปล่อยกลับสู่แม่น้ำ

“ไม่เลว ใช้ได้ทีเดียว”

เยี่ยฉวนพยักหน้า เมื่อก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวก็พลันสัมผัสถึงปฏิกิริยาจากโคมบงกชสีครามในกาย

มีขุมทรัพย์อยู่ใต้ดินอย่างนั้นหรือ?

เยี่ยฉวนรู้สึกประหลาดใจในขณะที่เดินกลับขึ้นมาบนพื้นดิน

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 49 เหมืองแร่มณีคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว