เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 21 เซียงเนียว นางนกน้อยจากฟากฟ้า?

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 21 เซียงเนียว นางนกน้อยจากฟากฟ้า?

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 21 เซียงเนียว นางนกน้อยจากฟากฟ้า?


บทที่ 21 เซียงเนียว นางนกน้อยจากฟากฟ้า?

“หลีกทาง! หลีกทางสิ!”

เสียงเอะอะดังออกมาจากด้านนอก บุคคลร่างใหญ่เกือบสองเมตรปรากฏตัวขึ้นและกำลังเบียดเสียดฝูงชนเข้ามาภายในห้องโถงนี้ เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดปรากฏต่อสายตาทุกคนอย่างชัดเจน ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมจัดจ้าน ริมฝีปากและแก้มแดงจัดราวก้นลิง! พินิจอย่างถี่ถ้วนจึงทราบว่าคนผู้นี้ไม่ใช่บุรุษทว่าเป็นสตรี! นางพยายามเค้นเสียงให้หวานฉ่ำก่อนกล่าวออก “ผู้ใดที่แอบหลงรักข้า?! จงยืนขึ้นเปิดเผยใบหน้าให้ข้าได้รับชม!”

สตรีร่างบึกบึนเดินไปหยุดยืนเคียงข้างเจ้าสำนักโท่วป่าเซียงแห่งสำนักเครื่องนิลอย่างสนิทสนม...

นางคือโท่วปาเซียงเนียวหรือ?!

เซียงเนียวตรงไหนกัน! นี่มันต้าเตียวชัดๆ!

*เซียงเนียวแปลว่าตัวเล็กตัวน้อย/ต้าเตียวแปลว่านกอินทรียักษ์

หัวใจของทุกคนกระตุกวูบทันทีที่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของโท่วป่าเซียงเนียว!

นอกจากร่างกายที่กำยำกว่าสตรีทั่วไปแล้ว สัดส่วนของนางยังโค้งงอเต็มไปด้วยไขมันตรงหน้าท้องที่ยื่นออก เนินอกแบนราบ บริเวณอื่นบนร่างกายก็มีเนื้อส่วนเกินไม่ชวนมอง ทุกคนต่างเป็นกังวลแทนฝ่ายเจ้าบ่าวว่าจะถูกนางทับแบนในคืนเข้าหอหรือไม่?!

เยี่ยชวนขยิบตาก่อนเคลื่อนกายไปยืนเคียงข้างจูซือเจีย เขายินดียิ่งที่ตนตัดสินใจเสียสละการแต่งงานให้จินหัว!

“ทะ...ท่านเจ้าสำนัก...นางคือโท่วป่าเซียงเนียว บุตรสาวของท่านใช่หรือไม่?” จินหัวเอ่ยถามเสียงแผ่วพลางหดคอราวมีก้อนบางอย่างอุดตันไว้

แม้เขาเคยผ่านสตรีมานับไม่ถ้วน ทว่าเขาไม่อาจทำใจให้พิศวาสสตรีร่างยักษ์เช่นนางได้!

“ถูกต้อง! นางคือบุตรสาวของข้า! เป็นอย่างไรจินหัว? เซียงเนียวหน้าตาไม่เลวเลยใช่หรือไม่? หากเจ้าสองคนยืนเคียงข้างกันคงเหมาะสมราวกิ่งทองใบหยกอย่างหาใดเปรียบ! ฮ่าๆๆ!” โท่วป่าเซียงหัวเราะลั่นอย่างพึงใจ ยิ่งพินิจว่าที่ลูกเขยก็ยิ่งถูกใจนัก!

“เป็นเช่นนั้นจริงขอรับ! ช่างเป็นคู่ครองในอุดมคติที่หาได้ยากยิ่ง!”

เยี่ยฉวนลอบหัวเราะในใจ ครั้นสบโอกาสจึงผลักจินหัวไปหาโท่วป่าเซียงเนียว ครั้นทั้งสองยืนคู่กันนางดูแข็งแกร่งเฉกบุรุษเสียยิ่งกว่าอีกฝ่ายเสียอีก จินหัวดูราวเด็กหญิงผู้น่ารักและบอบบาง “เซียงเนียว...เจ้าขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดเถิด! ในที่สุดเขาก็สมปรารถนาในความรักเสียที...คงอยากกอดเจ้าเพื่อรับขวัญเต็มทีแล้ว อย่าปล่อยให้เขารอนานเลย!”

“โอ้...ว่าที่ลูกเขยของข้าช่างรูปงามนัก! ข้าถูกใจยิ่ง!” สิ้นคำของโท่วป่าเซียง จินหัวพลันสั่นสะท้านราวลูกแกะตัวน้อยที่ถูกรังแก เขาพยายามถอยห่างจากจุดเดิมทว่าโท่วป่าเซียงเนียวกลับกางแขนออกและโอบเขาไว้ในอ้อมแขน! ทันใดนั้นกลิ่นกายเหม็นเปรี้ยวพลันจู่โจมที่รูจมูกของเขาอย่างไร้ปรานี!

หากคืนเข้าหอถูกนางกอดเช่นนี้เขาคง...

ครั้นนึกไปถึงขั้นนั้นเขาพลันอยากปลิดชีพตนเองเสียเดี๋ยวนี้! หลังพบหน้านางนกอินทรียักษ์ในวันนี้...ความตื่นเต้นในลาภยศตำแหน่งและอำนาจที่รออยู่ภายหน้ามลายหายไปสิ้น

ชีวิตของเขาช่างมืดมนและเลือนลางนัก...

ก่อนหน้านี้เขาคร่ำเคร่งคิดแผนการแย่งชิงผลึกเส้นโลหิตมังกรและตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่มาเป็นของตน ครั้นสบโอกาสจึงเสนอตนแต่งงานกับบุตรีของเจ้าสำนักเครื่องนิลแทนเยี่ยฉวน ทั้งยังรับปากว่าที่พ่อตาต่อหน้าสาธารณชนแล้ว ด้วย! หากจะถอนคำพูดและขอยกเลิกการหมั้นหมายคงไม่ทันการ ยามนี้จะให้เขาลดฐานะลงไปเป็นศิษย์ชั้นนอกไร้ชื่อเสียงหรือแม้แต่เป็นสาวกรับใช้อื่นๆก็ได้ทั้งนั้น ขอเพียงรอดพ้นจากการถูกโท่วป่าเซียงเนียวกอดรัดจนเขาดิ้นไม่หลุดเช่นนี้!

ฝูงชนที่สังเกตการณ์ต่างชี้ชวนกันให้ดูฉากกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเบื้องหน้าแล้วลอบถอนหายใจ ทั้งสองไม่ต่างอันใดกับดอกไม้ที่ถูกปลูกในกองปุ๋ย หากเปรียบจินหัวเป็นดอกไม้สดสะพรั่ง...เช่นนั้นโท่วป่าเซียงเนียวคงเป็นปุ๋ยมูลวัวชั้นดี!

“แค่ก! ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบก่อน!”

เยี่ยฉวนแสร้งกระแอมพลางกวาดสายตามองโดยรอบ “อย่างไรก็ตาม...ศิษย์น้องจินหัวยังไม่ได้เป็นลูกเขยของท่านเจ้าสำนักโท่วป่าเซียงโดยสมบูรณ์ ดังนั้นท่านเจ้าสำนัก...ท่านอาวุโสสูงสุด คงเป็นการดีหากพวกท่านจะช่วยหาฤกษ์มงคลให้ทั้งศิษย์น้องจินหัวและโท่วป่าเซียงได้เข้าพิธีแต่งงานกันเสียที อันที่จริงวันนี้นับว่าเป็นวันดีเช่นกัน ศิษย์น้องของข้าจะได้ไม่รอคอยคืนเข้าหอนานเกินควร!”

“อืม...เช่นนั้นข้าจะเชื่อฟังการตัดสินใจของสามี!” โท่วป่าเซียงเนียวมีท่าทีคล้อยตามและว่าง่าย ทว่าใบหน้าของนางกลับขึงขังดุร้ายไม่สอดคล้องกับบุคลิก เสียงของนางแหบห้าวและดังเหมือนคำรามจนดูมีอำนาจเหนือกว่าอีกฝ่าย

‘เจ้าถูกบิดาเลี้ยงดูมาแบบใดกัน?!’ จินหัวทั้งโกรธและตกใจในสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียกขาน จิตใจของเขาร่ำไห้คร่ำครวญไม่หยุดหย่อน...นึกอยากต่อต้านและหนีไปจากสำนักให้เป็นอิสระเสียเต็มประดา ทว่ายังถูกมือที่รุ่มร่ามราวปลาหมึกของโท่วป่าเซียงเนียวกอดรัดแน่นไม่ยอมปล่อย!

“ยินดีด้วยขอรับท่านเจ้าสำนัก!”

“ยินดีด้วยขอรับศิษย์พี่จินหัว!”

บรรดาศิษย์ทยอยเรียงแถวแล้วก้าวไปด้านหน้าเพื่อแสดงความยินดีต่อพวกเขา แต่ว่าที่เจ้าบ่าวเช่นจินหัวกลับรู้สึกโศกเศร้าประหนึ่งใจจะขาด หากสายตาของเขาสามารถฆ่าคนได้เพียงจ้องมอง...เยี่ยฉวนจอมเจ้าเล่ห์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งคงถูกฆ่านับร้อยครั้ง!

“หึๆ คอยดูเถิด...นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!”

เยี่ยฉวนหัวเราะเยือกเย็นพลางมองจินหัวที่กำลังเคียดแค้น เขาทำเสียงจึกจักอย่างพึงใจ...นานมากแล้วที่ไม่ได้ปั่นหัวศัตรูเช่นนี้ รสชาติของมันช่างน่าลิ้มลองมากกว่าการเข้าไปชกใบหน้าของคนผู้นั้นโดยตรงเสียอีก!

ทั้งเจ้าและบิดาร่วมกันวางแผนทำลายข้างั้นหรือ?!

เช่นนั้นข้าจะทำลายเจ้าให้ป่นปี้!

“เยี่ยฉวน...ครู่นี้เจ้าว่าอย่างไรนะ?” จูซือเจียหันมองเขาอย่างสงสัย เสียงในห้องโถงดังเกินไปจนนางได้ยินไม่ถนัด...

เยี่ยฉวนหัวเราะ “เปล่า...ข้าคงอิจฉาศิษย์น้องจินหัวเกินไปจึงเผลอพึมพำออกมา คืนนี้เขาจะแต่งงานและเข้าหอกับนางนกน้อยแล้ว!”

สตรีร่างคล้ายบุรุษนางนั้นน่ะหรือ? เห็นทีจะเรียกว่านางนกน้อยไม่เหมาะกระมัง?! ครั้นมองไปยังจินหัวและโท่วป่าเซียง จูซือเจียพลันหัวเราะ ดวงตาคู่งามฉายแววขบขัน

“ฮ่าๆๆ ข้าเห็นดีด้วย! เช่นนั้นคืนนี้จะเป็นคืนเข้าหอของเจ้าทั้งสอง!”

โท่วป่าเซียงพอใจในตัวว่าที่ลูกเขยยิ่งกว่าเก่า เขาหัวเราะชอบใจพลางโบกมือ “ท่านอาวุโสสูงสุด...เช่นนั้นข้าคงต้องขอพาตัวบุตรสาวกลับไปยังสำนักเครื่องนิลก่อน ภายในไม่กี่ชั่วยามข้าจะส่งตัวนางกลับมา ท่านควรเร่งเตรียมการเรื่องสินสอดทองหมั้นและพิธีการต่างๆ เสียตั้งแต่เวลานี้”

“นะ...นี่ไม่เร็วเกินไปหรือ?!” อาวุโสสูงสุดตกตะลึง

“ไม่เร็วไปหรอกขอรับ! ท่านอาวุโสสูงสุดอย่าเสียเวลาเลย...เร่งเตรียมการเถิด! ท่านเห็นหรือไม่?! ศิษย์น้องจินหัวทนรอจนถึงพลบค่ำไม่ไหวแล้ว!” เยี่ยฉวนกล่าวเสริม จินหัวที่ได้ยินเช่นนั้นพลันรู้สึกอยากกระอักเลือดอีกครั้ง!

ฝ่ายจินจื่อคุนที่เห็นบุตรชายกำลังจะแต่งงานกับนางนกอินทรียักษ์อย่างไม่ยินดี ด้วยความเป็นบิดาเขาไม่อาจเมินเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจึงก้าวออกไปด้านหน้าหมายจะคัดค้าน ทว่าอาวุโสลำดับสามส่ายหน้าเป็นเชิงปรามทำให้เขากล่าวคำใดไม่ออกและตกอยู่ในสภาวะจำยอม

ผลประโยชน์ภายภาคหน้าสำคัญกว่าความอัปลักษณ์ของโท่วป่าเซียงเนียวมากนัก!

“ถูกต้องที่สุด! ไม่เร็วเกินไปหรอก! เหล็กที่ดีจะต้องตีขณะที่ยังร้อน! เร่งเตรียมการเถิดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ท่านอาวุโสสูงสุด...ข้าขอลา! ฮ่าๆๆ!”

โท่วป่าเซียงไม่วายหัวเราะลั่นขณะกล่าวลา โท่วป่าเซียงเนียวจึงปล่อยวงแขนที่รัดแน่นราวปลาหมึกออกจากร่างจินหัวทำให้เขาหายใจโล่งขึ้นและเป็นอิสระอีกครั้ง ท่านเจ้าสำนัก บุตรสาวและศิษย์ผู้ติดตามยกขบวนเดินทางกลับสำนักเครื่องนิลเพื่อเตรียมการให้พร้อมสำหรับพิธีแต่งงานค่ำคืนนี้!

“เจ้าหอแปรธาตุ...ท่านมีความเห็นอย่างไร?” อาวุโสสูงสุดเอ่ยถามจินจื่อคุนพลางขมวดคิ้ว การแต่งงานและการตัดสินใจต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินควรจนเขารู้สึกถึงความผิดปกติ

“ข้าเห็นควรและยอมรับการตัดสินใจของท่านอาวุโสสูงสุดขอรับ!”

จินจื่อคุนหันไปสบตาอาวุโสลำดับสามก่อนเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง จินหัวได้ยินเช่นนั้นจึงอ้าปากหมายจะประท้วง ทว่าถูกบิดาส่งสายตาเป็นเชิงปรามเสียก่อน...

“ท่านล่ะ...อาวุโสลำดับสาม?” อาวุโสสูงสุดหันไปถามความเห็นอีกคน

“ข้าเห็นควรทุกประการ...การแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสำนักไม่ใช่เรื่องเสียหาย” ชายชราหรี่ตาขณะตอบ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความคิดของเขา

“หากไม่มีผู้ใดขัดข้อง พิธีแต่งงานและส่งตัวเจ้าสาวจะเกิดขึ้นภายในค่ำคืนนี้!”

อาวุโสสูงสุดยืนขึ้นเพื่อสั่งการก่อนเดินออกจากห้องโถง...

“ยินดีด้วยขอรับ! ขอแสดงความยินดี!”

บรรดาศิษย์ต่างยิ้มแย้มและเข้ามาแสดงความยินดีก่อนแยกย้ายไปทำหน้าที่ตามเดิม ส่วนจินหัวกำลังร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา...

หลังโท่วป่าเซียงเนียวติดตามบิดากลับไปยังสำนัก ท่านอาวุโสสูงสุด อาวุโสลำดับสามรวมถึงบิดาของเขาต่างพูดคุยกันถึงเรื่องการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ทว่าไม่มีผู้ใดถามความคิดเห็นและความยินยอมจากเขาแม้แต่คำเดียว ทุกคนปฏิบัติต่อเขาราวธาตุอากาศ ก่อนหน้านี้เขามัวริษยาเยี่ยฉวนที่ได้รับแต่สิ่งดีๆ ตอนนี้เขาได้รับสิ่งนั้นทว่าทุกอย่างกลับกลายเป็นเลวร้าย...ทั้งยังไม่มีหนทางปฏิเสธอีกด้วย!

“ยินดีด้วย! ศิษย์น้องจินหัว…ศิษย์พี่ใหญ่รอคอยพิธีแต่งงานของเจ้าในค่ำคืนนี้อย่างจดจ่อ!”

เยี่ยฉวนเข้าหาจินหัวพร้อมแสดงความยินดี จากนั้นจึงเรียกหาจ้าวต้าจื่อและจูซือเจียให้ออกไปพร้อมกัน ระหว่างนั้นเขาได้กระซิบบางอย่างกับจ้าวต้าจื่อ ครั้นเจ้าอ้วนได้ยินครบถ้วนจึงเหลือบมองไปทางจูซือเจียพลางเผยสีหน้าลังเล ก่อนเดินแยกไปเพียงลำพัง...

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 21 เซียงเนียว นางนกน้อยจากฟากฟ้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว