เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 20 ข้ายังเยาว์นัก

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 20 ข้ายังเยาว์นัก

ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 20 ข้ายังเยาว์นัก


บทที่ 20 ข้ายังเยาว์นัก

“ศิษย์พี่ใหญ่! ศิษย์พี่ใหญ่ขอรับ!”

จ้าวต้าจื่อวิ่งไปยังยอดเขาก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าฝูงชนและตะโกนอย่างเหนื่อยหอบ “ศิษย์พี่ใหญ่! เร็วเข้าเถิด! อาวุโสสูงสุดเรียกให้ท่านไปที่ห้องโถงใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆาเดี๋ยวนี้!”

“เจ้าอ้วน! มีเหตุใดหรือ?” เยี่ยฉวนถาม

“ทะ...ท่านเจ้าสำนักเครื่องนิล โท่วป่าเซียง ให้เกียรติมาเยือนสำนักของเราในเวลานี้ ทั้งยังต้องการพบท่านเป็นการส่วนตัว ข้าว่าต้องเป็นเรื่องมงคลอย่างแน่นอน! ศะ...ศิษย์พี่ใหญ่...เร่งตามข้ามาเร็วเถิด!” จ้าวต้าจื่อหอบหายใจไม่หยุดขณะเร่งร้อนมาที่นี่

พวกเขามาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้!

เยี่ยฉวนตระหนักดีถึงเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ดวงตาคมเปล่งประกาย ทว่าจินหัวที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับรู้สึกขมขื่น...

ครั้นได้ยินเรื่องดีงามที่เยี่ยฉวนจะได้แต่งงานกับลูกสาวของเจ้าสำนักเครื่องนิล แม้เขาแอบหยดยาน้ำทลายหยางผสมในสุราโดยอีกฝ่ายดื่มจนหมดแล้วก็ตาม ทว่าจิตใจยังปราศจากความยินดี

ทันใดนั้นเขาพลันนึกขึ้นได้ว่ายามนี้ตนเป็นผู้ครอบครองผลึกเส้นโลหิตมังกร! ในเมื่อสถานการณ์พลิกผันเช่นนี้...เรื่องมงคลควรเกิดขึ้นกับเขาไม่ใช่เยี่ยฉวน!

“อืม เช่นนั้นไปกัน!”

สีหน้าที่ไม่ยินดีของจินหัวอยู่ในสายตาของเยี่ยฉวนโดยตลอด ทว่าเขาไม่ใคร่ใส่ใจนัก เขาเรียกหาจ้าวต้าจื่อให้นำทางไปยังห้องโถงแห่งสำนักหมอกเมฆา ระหว่างนั้นได้ทำการโคจรยันต์กลืนกินสวรรค์ภายในร่างกายอย่างเงียบเชียบ เพื่อขับเอาพิษของยาน้ำทลายหยางที่ผสมอยู่ในสุราออกผ่านรอยเท้าที่ชุ่มชื้น บรรดาศิษย์คนอื่นๆ ตกตะลึงอย่างไม่หยุดหย่อนในสิ่งที่ได้ยิน พวกเขาเร่งเดินตามหลังไปเพราะต้องการรู้ว่าจะเกิดเรื่องมงคลใดขึ้น?!

การเยี่ยมเยือนระหว่างสำนักถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์ ดังนั้นเมื่อข่าวเจ้าสำนักเครื่องนิลเดินทางมายังสำนักหมอกเมฆาแพร่สะพัดออกไปทำให้เกิดความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยุทธภพ ราวหินก้อนยักษ์ที่ร่วงหล่นลงในผืนมหาสมุทรอันเงียบสงบจนเกิดระลอกคลื่น!

เสียงระฆังทุกใบในสำนักหมอกเมฆาลั่นดังกังวานอย่างไพเราะไปทั่วอาณาบริเวณ ต้อนรับการมาเยือนของเจ้าสำนักเครื่องนิลอย่างยิ่งใหญ่!

เยี่ยฉวนเร่งรุดมาถึงห้องโถงใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆาแล้ว! เขาสังเกตโดยรอบและพบว่าบรรดาอาวุโสทุกระดับและบุคคลที่มีตำแหน่งสำคัญต่างรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว จูซือเจียยืนอยู่ท่ามกลางศิษย์คนอื่นๆ ด้วยท่าทีมั่นใจยิ่ง นางสวมชุดสีแดงแบบที่สตรีโดยทั่วไปสวมใส่ ทว่ารูปร่างโค้งเว้าได้สัดส่วนกลับทำให้นางโดดเด่นกว่าเหล่าศิษย์ชั้นเลิศเสียอีก! ประดุจบุปผาสีชาดที่เบ่งบานอยู่กลางท้องทุ่ง

จินจื่อคุนบิดาของจินหัวอยู่ที่นี่เช่นกัน เขายืนอยู่เบื้องหน้าบรรดาลูกศิษย์หอแปรธาตุ ครั้นเห็นเยี่ยฉวนมาถึง ดวงตาเย็นชาคู่นั้นพลันเปล่งประกายร้ายกาจ พริบตาเดียวก็ปรับสีหน้าก่อนส่งยิ้มอย่างเสแสร้งออกมา

ชายร่างสูงเกือบสองเมตรเจ้าของดวงตาดุดันประหนึ่งโกรธาตลอดเวลานั่งตัวตรงอยู่บนบัลลังก์ข้างท่านอาวุโสสูงสุด สังเกตจากความแปรปรวนของพลังปราณอันมหาศาลที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกาย และการที่เขาสามารถนั่งอยู่ในระดับเดียวกันกับอาวุโสสูงสุดได้ เยี่ยฉวนสันนิษฐานว่าชายผู้นี้คือเจ้าแห่งสำนักเครื่องนิลไม่ผิดแน่!

“เยี่ยฉวนคำนับบรรดาอาวุโสและท่านเจ้าสำนักโท่วปา!” เยี่ยฉวนโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

โท่วป่าเซียงสำรวจผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ “เจ้าหนุ่มน้อย! เจ้าคือเยี่ยฉวน...ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆาใช่หรือไม่?”

“เป็นข้าเองขอรับ!” เยี่ยฉวนกล่าวตอบ

อาวุโสสูงสุดที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ลอบพยักหน้า ส่วนเจ้าสำนักเครื่องนิลที่นั่งอยู่ถัดมากลับเผยสีหน้าประหลาดใจ ด้วยกลิ่นอายโหดเหี้ยมผิดสามัญของโท่วป่าเซียงจึงไม่มีผู้ใดในห้องโถงนี้กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเลยแม้แต่ผู้เดียว เขาสามารถทำให้คนเหล่านั้นตกประหม่าด้วยการกวาดสายตาเพียงหนึ่งครั้ง ทว่าเยี่ยฉวนกลับมีท่าทีเรียบเฉยและกล้าเผชิญหน้า

“บรรลุขั้นอู๋เจ๋อระดับห้างั้นหรือ?! ประเสริฐ! ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆาช่างมากด้วยสติปัญญาและความสามารถ ควรค่าแก่ชื่อเสียงอย่างยิ่ง! ฮ่าๆๆ” โท่วป่าเซียงพลันระเบิดหัวเราะลั่นหลังพิจารณาอีกฝ่ายอย่างระมัดระวังหลายต่อหลายครั้ง บรรดาศิษย์มากฝีมือของสำนักเครื่องนิลที่ติดตามมาด้วยต่างเผยรอยยิ้มชื่นชมเช่นกัน ทว่าศิษย์ทางฝั่งสำนักหมอกเมฆากลับรู้สึกอับอาย

สำหรับสำนักอื่นแล้ว การบรรลุถึงขั้นอู๋เจ๋อระดับที่ห้าถือว่าอยู่ในมาตรฐานสามัญไม่สูงและไม่ต่ำ ทว่าสำหรับตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักหมอกเมฆา การบรรลุเพียงขั้นและระดับนี้นับว่าต่ำเกินควร ยิ่งเมื่อถูกศิษย์ต่างสำนักกล่าวตอกย้ำจึงไม่แปลกที่บรรดาศิษย์ภายในจะรู้สึกเสียหน้า

การกล่าวเช่นนี้ราวตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง!

เสียงหัวเราะของโท่วป่าเซียงดังก้องเสียดแทงโสตประสาทบรรดาศิษย์ในห้องโถง แม้แต่จินจื่อคุนเจ้าแห่งหอแปรธาตุยังเผยสีหน้าไม่สู้ดี ทว่าเยี่ยฉวนผู้ถูกกล่าวถึงโดยตรงกลับนิ่งเฉยราวทองไม่รู้ร้อนต่อคำเยาะเย้ยเหล่านั้น เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ลำพังตัวข้าไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก แต่ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักแล้ว ข้าได้พยายามทำหน้าที่รับผิดชอบอย่างแข็งขัน!”

โท่วป่าเซียงหยุดหัวเราะฉับพลัน ครั้นเห็นท่าทีการวางตนและไหวพริบที่หลักแหลมของอีกฝ่ายเขายิ่งตกตะลึง บรรดาศิษย์สำนักหมอกเมฆาก็มีสีหน้าทำนองเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่าควรยินดีหรือเสียใจต่อสิ่งที่ได้ยิน

การที่เยี่ยฉวนไม่รับรู้ความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดเหล่านั้นถือเป็นเรื่องดีเพราะจะได้ไม่ต้องเก็บมาบั่นทอน ทว่าท่านเจ้าสำนักจะพึงใจและยินยอมผูกสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานได้อย่างไร เมื่อเห็นเขาทำท่าทีขึงขังและหยิ่งลำพองเช่นนั้น!

เหล่าอาวุโสและศิษย์ทั้งหมดส่ายศีรษะ พวกเขารู้สึกสิ้นหวังต่อการผูกสัมพันธไมตรีในครานี้เสียแล้ว

จินหัวที่เพิ่งมาถึงลอบหัวเราะอยู่ภายในใจเมื่อนึกถึงเยี่ยฉวนที่ต้องทุกข์ทรมานในคืนเข้าหอ แม้เขาจะยังหงุดหงิดอยู่บ้างที่เรื่องมงคลเช่นนี้ไม่เกิดขึ้นกับตน

“ฮ่าๆๆ ดี! เช่นนั้นก็ดี! สำนักหมอกเมฆาเป็นฐานค้ำจุนอนาคตแห่งอาณาจักรที่มั่นคงยิ่ง!”

เหนือความคาดหมายของทุกคน...โท่วป่าเซียงระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอีกครั้ง! เขาไม่ถือสาในท่าทีอวดดีนั้นทั้งยังพึงใจในตัวเยี่ยฉวนยิ่ง “ร้อยปีมาแล้วทั้งสำนักเครื่องนิลและสำนักหมอกเมฆาต่างเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ผ่านร้อนผ่านฝนร่วมกันหลายยุคสมัย บัดนี้จักรพรรดิองค์ใหม่แห่งต้าฉินเพิ่งขึ้นครองราชย์ ช่วงที่อาณาประชาราษฎร์ตกอยู่ในสภาวะสับสนเช่นนี้ สองสำนักใหญ่ของเราควรกระชับความสัมพันธ์ให้เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น ในเมื่อเจ้าสำนักหยุนเฟยหวู่ไม่อยู่ที่นี่ ท่านอาวุโสสูงสุด...หากข้าจะขอผูกสัมพันธไมตรีโดยการยกลูกสาวของข้า โท่วป่าเซียงเนียว ให้แต่งงานกับศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักของท่าน ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?”

“ประเสริฐ! ท่านเจ้าสำนักเอาใจใส่ถึงเพียงนี้นับเป็นเรื่องที่ดียิ่ง!” อาวุโสสูงสุดเห็นดีงามด้วย

ยามนี้สำนักหมอกเมฆาเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง ทว่าสำนักเครื่องนิลยังรุ่งโรจน์เสมือนพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน หากสองนิกายใหญ่บนอาณาจักรยอดเขาเมฆาอินทนิลรวมตัวเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันผ่านการแต่งงานจะยิ่งได้เปรียบในทุกด้าน ศัตรูที่แข็งแกร่งจะลดเหลือเพียงหนึ่ง ทั้งเรื่องอันดีงามราวสวรรค์หล่นทับเช่นนี้ยังส่งผลดีต่อตัวเยี่ยฉวน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะปฏิเสธ

บรรดาศิษย์ที่เพิ่งถอนหายใจอย่างสิ้นหวังไปเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นเต้น! ฝ่ายจินหัวหดหู่จนร่างแทบทรุด...รู้สึกคล้ายกลืนซากแมลงวันลงคออีกครั้ง เยี่ยฉวนแสดงท่าทีอวดดีเช่นนี้ยังได้รับการยอมรับจากโท่วป่าเซียง หนำซ้ำการผูกสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานยังไม่ถูกยกเลิก โชคชะตาช่างไม่ยุติธรรมต่อเขาเสียเลย! เหตุใดเรื่องราวดีงามเหล่านั้นจึงไม่เกิดขึ้นกับเขาบ้าง?!

“เกรงว่าคงไม่เหมาะสมขอรับ!”

เยี่ยฉวนรีบขัดขึ้นก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงดังฟังชัด “ท่านอาวุโสสูงสุด...ข้ายังเยาว์นัก และยังไม่ต้องการแต่งงานในยามนี้ หลังจากเรียนรู้ผ่านประสบการณ์เลวร้ายต่างๆ จึงตระหนักว่าตัวข้าคงไร้วาสนาในการบรรลุสู่ขั้นที่สูงกว่านี้ ดังนั้นข้าจึงไม่ต้องการฝึกตนอีกต่อไป ครู่นี้ข้าได้มอบผลึกเส้นโลหิตมังกรในร่างกายเป็นของกำนัลแก่ศิษย์น้องจินหัว...ผู้เปี่ยมด้วยทักษะและความสามารถ ทั้งยังเป็นศิษย์ชั้นเลิศที่ท่านทั้งหลายต่างรู้จักดี การแต่งงานในครั้งนี้ข้าขอเสียสละให้เขา! เขามักมาหาข้าที่ยอดเขาเมฆาอินทนิลและพร่ำบอกอยู่เป็นนิจว่าหลงใหลในตัวโท่วป่าเซียงเนียวเพียงใด ชั่วชีวิตนี้หากเขาไม่ได้แต่งกับนางก็ไม่มีวันตบแต่งสตรีนางอื่น! เรื่องเป็นเช่นนี้ ท่านเจ้าสำนักโท่วปา...โปรดรับความจริงใจอันเปี่ยมล้นของศิษย์น้องจินหัวไว้พิจารณาและช่วยให้เขาสมปรารถนาด้วยเถิด!”

ในฐานะอดีตนักปราชญ์ผู้ซ่อนเร้นสวรรค์ เยี่ยฉวนเคยพบเจอสตรีมาทุกประเภท...

เขาไม่เคยสนใจเรื่องการผูกสัมพันธไมตรีผ่านการแต่งงานด้วยซ้ำ! เขาพอมองออกว่าอีกฝ่ายเพียงหว่านข้อตกลงกับสำนักอื่นๆ ไปอย่างนั้น หากเขาแสร้งเสียสละให้จินหัวเข้าพิธีแต่งงานกับลูกสาวของโท่วป่าเซียงแทนคงน่าอภิรมย์กว่า!

"ว่าอย่างไรนะ?! เจ้า...เจ้ามอบผลึกเส้นโลหิตมังกรเป็นของกำนัลเช่นนั้นรึ?!”

อาวุโสสูงสุดตื่นตะลึงยิ่ง! เยี่ยฉวนอาจยกตำราปรุงยาให้ใครก็ได้แต่เรื่องการแต่งงานเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร?! ยิ่งไปกว่านั้น...ผลึกเส้นโลหิตมังกรเป็นสมบัติล้ำค่าที่ท่านเจ้าสำนักผนึกไว้ในร่างของเขาด้วยตนเอง ทว่าเขากลับพูดราวเป็นสิ่งของที่จะยกเป็นของกำนัลให้แก่ผู้ใดก็ได้โดยง่าย เหตุใดจึงกล้าอวดดีว่าตนมีพรสวรรค์ถึงเพียงนั้น?!

ทุกคนในห้องโถงล้วนตกตะลึงไม่เว้นแม้แต่จินจื่อคุนและอาวุโสลำดับสาม! สถานการณ์พลิกผันเร็วเกินตั้งรับ!

“เป็นเช่นนั้นจริงขอรับ! ศิษย์พี่ใหญ่ได้มอบผลึกเส้นโลหิตมังกรให้ข้าแล้ว สมบัติดังกล่าวจะทำให้การบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์แห่งเต๋าไม่ห่างไกลอีกต่อไป ข้าจินหัว...ศิษย์ชั้นเลิศแห่งหอแปรธาตุคำนับท่านเจ้าสำนักโท่วป่าเซียง!” จินหัวก้าวออกไปด้านหน้าพลางโค้งคำนับอย่างนอบน้อมต่อโท่วป่าเซียง

ฝ่ายโท่วป่าเซียงประหลาดใจไม่น้อยเพราะไม่คาดคิดว่าจะพบสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาเช่นนี้ เขาสำรวจจินหัวตั้งแต่หัวจรดเท้า...ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพราวระยับ จินหัวผู้นี้ฉายแววอัจฉริยะอย่างแท้จริง ทั้งยังสง่างามและโดดเด่นกว่าเยี่ยฉวนหลายเท่า! “น่าชื่นชมยิ่ง! เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างมากความสามารถ! หากเซียงเนียวได้พบเจ้าคงพึงใจไม่น้อย!”

“ไอ้ลูกชาย! ยังไม่รีบคำนับท่านพ่อตาอีก!” จินจื่อคุนลอบขยับริมฝีปากตำหนิบุตรชาย

จินหัวพลันโค้งคำนับอีกครั้งด้วยความรู้สึกลิงโลด “จินหัวคำนับท่านพ่อตาขอรับ!”

ราวฟากฟ้ามอบการแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าสำนักเครื่องนิลให้แก่เขา สวรรค์มีตา! ในที่สุดวันของข้าก็มาถึง!

หากได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากสำนักเครื่องนิล เขาจะได้รับโชคถึงสองต่อ คือการกดอำนาจของอาวุโสสูงสุดให้เป็นเพียงหุ่นเชิด และให้พรรคพวกขึ้นกุมบังเหียนภายในสำนักหมอกเมฆาเสียเอง!

เขาปิติยินดีเสียจนลืมไปแล้วว่าเคยไล่ตามจูซือเจียถึงเพียงใด?!

จินจื่อคุนผู้เป็นบิดา และอาวุโสลำดับสามที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังต่างแย้มยิ้มอย่างเปรมปรีดิ์...

จบบทที่ ขุนศึกสยบสวรรค์ บทที่ 20 ข้ายังเยาว์นัก

คัดลอกลิงก์แล้ว