- หน้าแรก
- ระบบอักขระยมโลก
- ตอนที่ 29 ร้านโลงศพ ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’
ตอนที่ 29 ร้านโลงศพ ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’
ตอนที่ 29 ร้านโลงศพ ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’
ตอนที่ 29 ร้านโลงศพ ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’
หลินหยวนเอนกายอยู่บนโซฟาพร้อมกับเลื่อนดูโทรศัพท์มือถือ ไม่นานนัก ข้อความหนึ่งในฟอรัมก็ดึงดูดความสนใจของเขา
กระทู้นี้โพสต์เมื่อคืนวันที่สองเดือนสอง ซึ่งก็คือคืนที่อสัตย์รุกรานและจันทร์สีเลือดลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า
เนื้อหาของกระทู้เป็นดังนี้...
ผมชื่อเกิ่งโหย่วไฉ ปีนี้อายุยี่สิบหกปี เป็นช่างไม้ครับ
ผลการเรียนตอนมัธยมต้นของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่...ดังนั้น พอเรียนไปได้แค่ครึ่งเทอม ผมก็ลาออกจากโรงเรียนกลับบ้าน พ่อบอกให้ผมไปเรียนวิชาชีพติดตัว ผมจึงไปฝากตัวเป็นศิษย์กับช่างไม้ในหมู่บ้าน
อาจารย์เป็นคนที่หัวโบราณมาก ยึดมั่นในธรรมเนียมเก่าแก่ และยังงมงายสุดๆ เขาเข้มงวดมาก ตอนนั้นผมยังเด็กและซุกซน วันๆ เอาแต่ก่อเรื่อง อาจารย์จึงตีผมอยู่บ่อยครั้ง
ต่อมาผมสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่อาจารย์เห็นรูปปั้นของปรมาจารย์หลู่ปัน เขาจะคุกเข่ากราบไหว้อย่างนอบน้อมเสมอ ไม่เคยมีข้อยกเว้น แต่หลังจากนั้น เพราะฝีมือผมยังไม่เข้าขั้น อาจารย์ก็ยังตีผมอยู่เป็นประจำ!
พอฝึกวิชาได้สองปีครึ่ง ผมก็เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ ผมจึงขโมยเงินที่อาจารย์ได้จากการขายไข่ แล้วแอบหนีออกจากหมู่บ้านเข้าไปในเมืองเพื่อหาร้านสัก
ผมสักรูปปรมาจารย์หลู่ปันไว้บนแผ่นหลัง หลังจากนั้น พออาจารย์จะตีผมทีไร ผมก็จะถอดเสื้อเปลือยท่อนบน แล้วอาจารย์ก็จะคุกเข่าคารวะรอยสักหลู่ปันบนตัวผมแทน
ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า รอยสักที่ทำไปตอนคึกคะนองในวัยเยาว์ จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของผมไปได้
ดวงจันทร์กลายเป็นสีแดง ผมรู้สึกว่ารอยสักหลู่ปันบนตัวของผมมีชีวิตขึ้นมา ตอนนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองคือช่างไม้ที่เก่งกาจที่สุดในปฐพี
เดี๋ยวก่อน!
มีเสียงกรีดร้องดังมาจากข้างบ้าน ผมจะไปดูหน่อย...
กระทู้แรกจบลงเพียงเท่านี้
หลินหยวนเลื่อนดูต่อไป ไม่นานก็เห็นกระทู้ที่สองของเขา
เพื่อนบ้านผมตายแล้ว!
มีแมงมุมยักษ์หน้าคนตัวหนึ่งกินเขาเข้าไป ผมคิดว่าตัวเองจะต้องตายเหมือนกัน ผมตกใจจนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับ
แต่แมงมุมหน้าคนตัวนั้นไม่ได้กินผม มันมองผมแวบหนึ่งแล้วก็จากไป
...
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ หลินหยวนก็รู้แล้วว่าแมงมุมหน้าคนที่เขาพูดถึงคืออะไร
แมงมุมอสูรหน้าคน... อสูรระดับแปดชนิดหนึ่ง
แมงมุมจะวางไข่ไว้ในศพ เมื่อไข่ถูกไอเย็นกัดกร่อน หลังจากฟักตัวออกมา พวกมันจะกัดกินศพนั้น แล้วกลายร่างเป็นแมงมุมที่มีใบหน้าเป็นคน
นี่เป็นเป้าหมายการล่าที่ดีทีเดียว อสูรระดับแปด แถมยังอยู่รวมกันเป็นฝูงอีกด้วย
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินหยวนจึงเลื่อนหาต่อไปเพื่อดูว่าคนคนนี้ได้โพสต์อะไรอีกหรือไม่
ในไม่ช้า เขาก็เจอกระทู้ถัดมา
ผู้ใช้อักขระชะตา!
ผมเห็นประกาศของทางการแล้ว คนที่ปลุกพลังจากรอยสักได้แบบผม ดูเหมือนจะถูกเรียกว่าผู้ใช้อักขระชะตา
ส่วนพลังของผมอยู่ระดับไหน ผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่ใช่ผู้ใช้อักขระชะตาสายต่อสู้ พลังจากรอยสักปรมาจารย์หลู่ปัน ดูเหมือนจะยังเป็นงานไม้
ผมรื้อโลงศพในร้านทั้งหมด แล้วสร้างกระท่อมกลไกให้ตัวเองหลังหนึ่ง
จริงสิ ผมใช้ศาสตร์กลไกเป็นแล้ว!
...
หลังจากนั้น เขาไม่ได้โพสต์ทุกวันเหมือนเมื่อก่อน แต่หายไปสามสี่วันติดต่อกัน
หลินหยวนจ้องมองกระทู้นั้นพลางครุ่นคิด
รอยสักหลู่ปัน... มีความสามารถด้านศาสตร์กลไกและทักษะการก่อสร้างต่างๆ
นี่มัน... คนมีความสามารถที่เขาต้องการไม่ใช่หรือไง?
หลินหยวนอยากจะสร้างศูนย์พักพิง แต่ไม่อยากสร้างด้วยวิธีการทั่วไป ถ้าสามารถนำคนที่มีรอยสักหลู่ปันคนนี้มาเป็นพวกได้ เขาก็จะสามารถช่วยสร้างศูนย์พักพิงให้ตนเองได้ด้วยตัวคนเดียว
นี่มันเหมือนสวรรค์ส่งหมอนมาให้ตอนง่วงนอนพอดี!
คนมีความสามารถ!
‘เราสำนักตงฉ่างต้องการคนมีความสามารถเช่นเจ้า...เพ้ย ข้าหลินหยวนต่างหากที่ต้องการคนมีความสามารถเช่นเจ้า’
หลังจากแน่ใจแล้วว่านี่คือคนที่มีความสามารถที่ตนต้องการ หลินหยวนจึงเลื่อนหาต่อไปเพื่อค้นหากระทู้ล่าสุด
เจ้าหนุ่มนี่แม้จะปลุกพลังรอยสักขึ้นมาได้แล้ว แต่รอยสักหลู่ปันไม่ใช่รอยสักสายต่อสู้...มันคงไม่ม่องเท่งไปแล้วใช่ไหม?
หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอกระทู้ล่าสุด ซึ่งโพสต์เมื่อคืนนี้เอง
พวกแมงมุมหน้าคนกลับมาอีกแล้ว ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่มากันหลายตัว
ผมซ่อนตัวอยู่ในกระท่อมกลไก พวกมันเข้ามาไม่ได้ แต่ผมก็ออกไปไม่ได้เหมือนกัน
อาหารของผมหมดแล้ว น้ำก็กำลังจะหมด ดูเหมือนว่าพวกมันจะตั้งใจรอผม ไม่ยอมไปไหนเลย
ใครก็ได้ช่วยผมด้วย! ใครก็ได้มาช่วยผมที!
ผมอยู่ที่ร้านค้าห้องที่สาม ประตูทิศตะวันตกของหมู่บ้านเฉินกวง เป็นร้านขายโลงศพ ได้โปรดเถอะ มาช่วยผมด้วย!
...
ในช่วงท้ายของกระทู้ เป็นความคิดเห็นจากชาวเน็ต แม้จะมีคนตอบกลับมากมาย แต่ล้วนเป็นข้อความประเภท “ปูเสื่อรอ” “ตั้งวงรอเลย” “เจ้าของกระทู้ก็ขอให้โชคดีแล้วกัน” อะไรทำนองนั้น
กระทู้สุดท้ายโพสต์เมื่อคืนวานนี้ หมายความว่าตอนนี้เจ้าหนุ่มนี่ยังมีชีวิตอยู่
เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินหยวนจึงตอบกลับไปเป็นคนสุดท้ายว่า “ทนไว้ คืนนี้ฉันจะไปช่วยนายเอง!”
...
ยามค่ำคืน
สองทุ่ม ท้องฟ้ามืดสนิทลงโดยสมบูรณ์
หมู่บ้านเฉินกวงตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า ส่วนอุทยานอูซานคุนอู๋อยู่ตรงรอยต่อระหว่างเขตเมืองเก่าและเมืองใหม่ ระยะห่างระหว่างสองที่นี้อยู่ที่ประมาณสิบกว่ากิโลเมตร
“พวกฉันจะไปล่าอสูร แกจะไปด้วยไหม?” หลินหยวนเอ่ยถามไป๋หลิงเอ๋อร์
ไป๋หลิงเอ๋อร์ไม่ตอบ แต่ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ
“ขับรถไป ให้แกเป็นคนขับ ไม่จำกัดความเร็ว!” หลินหยวนพูดต่อ
เมื่อได้ยินว่าจะให้เป็นคนขับ ได้ขับรถ แถมยังไม่จำกัดความเร็ว ดวงตาของไป๋หลิงเอ๋อร์ก็เป็นประกายขึ้นมา แต่แล้วมันก็กัดริมฝีปาก ต้านทานสิ่งยั่วยวน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอย่างที่สุดว่า “ไม่...”
“ข้าไม่ไป ข้าจะศึกษาอำนาจแห่งกฎเกณฑ์”
หลินหยวน “??????”
เขาคิดในใจ ‘ตอนนี้แม้แต่เรื่องขับรถยังหักห้ามใจได้ นี่หล่อนไปบำบัดยามาหรือไงฟะ?’
เมื่อไป๋หลิงเอ๋อร์ไม่ไป หลินหยวนจึงพาเหวินอิ๋งอิ๋งออกเดินทาง
...
เมืองเผิง ย่านเมืองเก่า
ย่านเมืองเก่าเต็มไปด้วยหมู่บ้านที่ทั้งเก่าและทรุดโทรม ก่อนที่จะได้วิลล่าหลังใหญ่มาฟรี หลินหยวนก็เคยอาศัยอยู่ที่นี่ เขาคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี
แต่ย่านเมืองเก่าในตอนนี้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน กลับดูเงียบสงัดไร้ชีวิตชีวา ในอากาศมีแต่กลิ่นอายเย็นเยียบแผ่ซ่าน
ระยะทางสิบกว่ากิโลเมตรไม่ใกล้ไม่ไกล หลินหยวนพาเหวินอิ๋งอิ๋งมาถึงหมู่บ้านเฉินกวงอย่างรวดเร็ว
หมู่บ้านที่ทรุดโทรมภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาลนั้นดำทะมึน ราวกับอสูรร้ายบรรพกาลที่หมอบซุ่มอยู่
จากเนื้อหาในกระทู้ หลินหยวนหาจุดหมายพบอย่างรวดเร็ว
ประตูทิศตะวันตก ร้านค้าห้องที่สาม...ร้านขายโลงศพร้านหนึ่ง
แต่เมื่อเห็นชื่อร้าน หลินหยวนก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่จริงๆ
ร้านโลงศพ ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’
ชื่อร้านที่ตั้งนี่ พูดได้คำเดียว...เด็ด
ร้านอื่นใช้ชื่อ ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’ ก็แล้วไป แต่นี่ร้านขายโลงศพนะ จะมา ‘โอกาสหน้าเชิญใหม่’ ได้ยังไง? นี่ถ้ามีคนกลับมาให้คะแนนห้าดาวจริงๆ มันจะไม่น่ากลัวไปหน่อยหรือไง?
หลังจากจอดรถ หลินหยวนเดินนำทางไปข้างหน้า โดยมีเหวินอิ๋งอิ๋งตามติดอยู่ด้านหลัง
พอมาถึงหน้าร้าน เขากลับได้กลิ่นปราณอสัตย์ที่รุนแรงเข้มข้น
ในร้านโลงศพนี่มีอสูรอยู่ไม่น้อยเลย!
ดูท่าคงเป็นงานใหญ่แล้ว…