เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 030 – เปิดตัวอย่างทรงพลัง!

ตอนที่ 030 – เปิดตัวอย่างทรงพลัง!

ตอนที่ 030 – เปิดตัวอย่างทรงพลัง!


ตอนที่ 030 – เปิดตัวอย่างทรงพลัง!

สตรีวัยกลางคนที่มีดวงตาดูงดงามและมีเสน่ห์กำลังคว้าชิ้นเล็กๆของเกล็ดหมึก ด้วยดวงตาสวยงามคู่นั้นปรากฏความประหลาดใจ

เพียงไม่นานนางก็ถอนสายตากลับ

“นี้คือปราณของกายากระเรียน!” สตรีวัยกลางคนวางเกล็ดหมึกลง

“ปราณกายากระเรียน?” หานปิงหนิงมิเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน

“อืม มีเพียงไม่กี่คนผู้ซึ่งรู้จักเกี่ยวกับมันในตอนนี้” สตรีวัยกลางคนพึมพำ “นิกายกระเรียนในเริ่มต้นก่อตั้งโดยปรมาจารย์กระเรียน เป็นกลุ่มดาราที่เขาบุกเบิกยามเมื่อเขาเข้าไปสู่เส้นทางสวรรค์ และกลายเป็นกลุ่มดารากระเรียนสวรรค์เช่นทุกวันนี้ ต้นกำเนิดของปรมาจารย์นั้นไม่แน่ชัด มันเป็นไปได้สูงมากเขาจะเป็นศิษย์ของนิกายหลิวแคว้นตะวันออกโบราณ”

“กลุ่มดารากระเรียนสวรรค์?” หานปิงหนิงประหลาดใจ นางเคยได้ยินกลุ่มดารานี้มาก่อน เพียงแต่มันเป็นกลุ่มดาราสามัญธรรมดา

“ตั้งแต่นิกายสูญเสียวิชาดั้งเดิมไปก็ตกต่ำลงมาหลายปีแล้ว ในอดีต ฐานะของกลุ่มดารากระเรียนสวรรค์ ในผู้คนรุ่นนี้มิอาจที่จะจิตนาการได้เลย” สตรีวัยกลางคนเต็มไปด้วยความเศร้านางพลางส่ายหัวและถอนหายใจบางเบา “มิเคยคาดคิดว่าข้าจะได้พบเห็นวิชาดั้้งเดิมของนิกายกระเรียนที่นี้”

นางยื่นเกล็ดหมึกกลับไปให้หานปิงหนิงพลางกล่าว “วิชาบ่มเพาะปราณของนิกายกระเรียนนั้นพิเศษมีชื่อเรียกว่า [ตำราปราณกระเรียน] มันยากที่จะไขความลับและเข้าใจมันและความยากในการบ่มเพาะในสูงอย่างยิ่ง ความพิเศษของ [ตำราปราณกระเรียน] คือ กายากระเรียน มีข่าวลือว่ายามเมื่อสำเร็จกายากระเรียน ปราณแท้จริงของผู้นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นแหลมคมดั่งจะงอยปากของกระเรียนโดยมีพลังทำลายที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนั้นจึงเรียกมันว่าปราณกายากระเรียน ไม่ทราบว่าเกิดอันใดขึ้นภายในนิกายกระเรียน แต่มันก็ได้สูญเสียวิชาดั้งเดิมไปแล้ว และตอนนี้ไม่มีผู้ใดที่จะรู้วิธีการบ่มเพาะของปราณกระเรียน ดังนั้นข้าจึงมิคาดคิดว่าจะได้พบเห็นมันในที่นี้”

“แข็งแกร่งมาก?” หานปิงหนิงเบิกตาคู่งามของนาง น้ำเสียงของอาจารย์เต็มไปด้วยความยกย่องและเลื่อมใส ยากที่จะพบเห็น

“ทุกรุ่นของนิกายกระเรียน จะมีใครรู้บ้างว่ากี่คนที่พวกเขาพยายามที่จะค้นหาวิธีบ่มเพาะกายากระเรียนตลอดชีวิตของพวกเขา” สตรีวัยกลางคนกล่าวอย่างจริงจัง “ปรมาจารย์กระเรียนในปีนั้นเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและก่อตั้งเป็นกลุ่มดารากระเรียนสวรรค์ ทรงพลังอย่างยิ่ง! หลังจากเกือบสามร้อยปี นอกเหนือจากราชสีห์เหลยอ๋าง ผู้ซึ่งครอบครองกระบี่คลั่งใจราชสีห์และผู้ที่มีฐานะสูงสุดของกลุ่มดาราสิงห์ จะมีใครอีกที่จะมาเทียบได้? เหล่าผู้คนที่สามารถใช้พลังของตัวเองภายในเส้นทางสวรรค์แล้วก่อตั้งกลุ่มดาราของตัวพวกเขาเองได้ ต่างเป็นนักสู้ที่ไร้คู่ต่อกร วิชาดั้งเดิมของพวกเขาต่างเป็นระดับสูงบนดาราอู่อันนี้”

หานปิงหนิงเปิดริมฝีปากรูปกระจับของนางในอาการตกตะลึง นางรู้สึกที่อาจารย์ใหญ่ได้กล่าวมามันช่างน่าทึ่งอย่างยิ่ง

มิว่านางจะคิดเช่นไร นางก็มิสามารถที่จะเชื่อมโยงบุรุษผู้หยาบคายนั้นกับบรรดานักสู้โดดเด่นภายในอดีตได้เลย

สตรีวัยกลางคนพึมพำกับตัวเอง “เขาควรจะมีเพียงวิชาการบ่มเพาะลมปราณ ถ้าหากไม่ เขาคงจะไม่ฝึกหมัดจุลวินาศแล้ว แม้ว่ามันหมัดจุลวินาศจะมีการทำลายที่รุนแรง เมื่อเทียบกับวิชาของนิกายกระเรียน มันยังคงบกพร่องอยู่มาก”

ทันใดนั้นสตรีวัยกลางคนก็ลืมคำถามที่ถูกละเลยมาช่วงเวลานาน “ปิงหนิง เขาคือผู้ใดกัน? นี้ข้าเก็บตัวนานเกินไปแล้วหรือไร? เมื่อใดกันที่เมืองเมฆาดารากำเนิดหนุ่มสาวอัจฉริยะเช่นนี้?”

อัจฉริยะ...

ปากของหานปิงหนิงสั่นเล็กน้อย นางพยายามที่จะยับยั้งตัวเอง “เขาคือถังเทียนจากสถาบันคาราเมล”

“ถังเทียน?” สตรีวัยกลางคนส่ายหัว “ข้ามิเคยได้ยินชื่อเขามาก่อน คล้ายกับว่าเขาเพึ่งมาใหม่ ปิงหนิง เจ้าจะต้องระมัดระวังผู้นี้ไว้อย่างยิ่ง เจ้าอย่าได้ลดละความระวังของเจ้าลง หลายคนไม่คุ้นเคยกับลักษณะพิเศษของกายากระเรียน ความยืดเยื้อของปราณ มันสามารถยืนยันได้เป็นเวลานานอย่างน่าทึ่ง ปราณกระเรียนกำเนิดและแปรผันได้อย่างต่อเนื่อง”

หานปิงหนิงยังคงมิได้ตอบ สตรีวัยกลางคนก็ลุกขึ้นแล้ว พลางพึมพำกับตัวเอง “ดูเหมือนว่าข้าจะพักผ่อนไปนานมากแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะดูแลการบ่มเพาะของเจ้าด้วยตัวข้าเอง”

หานปิงหนิงตกตะลึง “มิจำเป็นเลยอาจารย์ใหญ่ ทุกคนต่างฝึกหนักอย่างยิ่ง…”

“มิมีทาง!” สตรีวัยกลางคนโบกมือขัดหานปิงหนิง “ข้าปล่อยปะละเลยมากเกินไปแล้ว ข้าจะต้องกำหนดแบบอย่างการต่อสู้เป็นอันดับแรก!”

หานปิงหนิงสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีด อาจารย์ใหญ่เป็นตัวอย่างของความบ้าคลั่งยามเมื่อบ่มเพาะ เมื่อนางเริ่มต้นบ่มเพาะเมื่อใดนางจะมิยอมพัก ถ้าหากนางดูแลการบ่มเพาะของหานปิงหนิง มันคงจะเป็นฝันร้ายอย่างแน่นอน

นางรู้สึกเสียใจที่แสดงเกล็ดหมึกให้ดู

ทั้งหมดเพียงเพราะตัวบัดซบถังเทียนนั่น!

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว งานชุมนุมยุทธ์แห่งเมืองเมฆาดาราใกล้เข้ามาแล้ว เมืองก็แปรเปลี่ยนเป็นคึกคักมากขึ้น

งานชุมนุมยุทธ์เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ของเมืองเมฆาดารา ผู้คนที่เข้าร่วมงานชุมนุมยุท์มิใช่เพียงแค่เหล่านักศึกษาและอาจารย์ของสถาบันต่างๆในเมืองเมฆาดารา แต่ยังมีเหล่านักสู้จากต่างแดนอีกด้วย งานชุมนุมยุทธ์มิได้จำกัดเพียงแค่นักศึกษา มันเป็นงานชุมนุมอิสระด้วยรางวัลที่น่าดึงดูดใจและนั้นทำให้ดึงดูดเหล่านักสู้จากต่างแดน

มีเหล่านักสู้หลายคนที่เข้าร่วมงานชุมนุมยุทธ์ ดังนั้น มันทำให้เมืองเมฆาดูน่าสนใจและคึกคักเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หลายคนจากเมืองมาไกลมายังเมืองเมฆาดารานี้เพียงเพื่อที่ชมงานชุมนุมยุทธ์

จำนวนผู้คนที่เดินทางบนถนนต่างมากยิ่งกว่ายามปกติ เกือบทุกที่พักแรมต่างเต็มไปหมด

จำนวนของเหล่านักสู้ที่เข้าร่วมงานชุมนุมยุทธ์ในปีนี้มากที่สุด บนเส้นทางเชือกที่ใช้สำหรับวิชาตัวเบาด้านนอกเมือง เงาแล้วเงาเล่าต่างใช้ออกวิชาตัวเบาแตกต่างกันเดินทางไปมา

“นี่ ตาเฒ่าเว่ย ทำไมท่านถึงพาพวกเรามายังที่นี้ตั้งแต่เช้า? ท่านรบกวนเวลานอนของพวกเรานะ!” ถังเทียนบ่นขณะที่เขากำลังเดิน เสี่ยวน่านน่านนั่งอยู่บนไหล่ของเขากินขนมอย่างมีความสุข

“เจ้าโง่ ก็เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือก” ตาเฒ่าเว่ยมองเขาด้วยความรังเกียจเล็กน้อย

“รอบคัดเลือกของงานชุมนุมยุทธ์เมืองเมฆาดารา?” อาโม่หลี่รู้สึกประหลาดใจ “ทำไมข้าถึงมิทราบถึงเรื่องนี้?”

“พวกสถาบันเฉกเช่นอสูรอำมหิตเห็นได้ชัดว่ามิจำเป็นต้องแข่งขันในรอบคัดเลือกนี้” ตาเฒ่าเว่ยกล่าว “ในสถานการณ์ของพวกเรานั้นไม่ดี ดังนั้นพวกเราจำต้องเริ่มตั้งแต่รอบคัดเลือก”

“โอ้ ใช่สินะ พวกเราอยู่ในบรรดาสถาบันสามอันดับท้าย ดังนั้นพวกเราจำต้องแข่งตั้งแต่รอบคัดเลือก” อาโม่หลี่ก็เข้าใจในทันที

ตาเฒ่าเว่ยก็กระเด้งขึ้นราวกับเขาโดนเหยียบหาง “อาโม่หลี่ หรือว่าเจ้ามิรู้ถึงชะตากรรมของสถาบันพวกเรา? เจ้าจะไม่กระตือรือร้นเพื่อเปลี่ยนแปลงสถาบันของพวกเราด้วยการต่อสู้?”

“พื้นฐานถัง เจ้ากระตือรือร้นหรือไม่?” อาโม่หลี่หันหน้าของเขาไปทางถังเทียนพลางกล่าวถาม

“ข้าต้องการนอนหลับ” ถังเทียนหาว

“เจ้าทำอันใดเมื่อคืนนี้?” ตาเฒ่าเว่ยถามอย่างจริงจัง

“บ่มเพาะหมัดจุลวินาศ” ถังเทียนหาวต่อคล้ายดูเหนื่อยล้า

“หมัดจุลวินาศ? ข้าแทบจะทนรอมิไหวแล้ว! พื้นฐานถัง พวกเรามาสู้กันให้ถึงกึ๋นไปเลย! เพื่อให้เป็นประโยชน์...” อาโม่หลี่ชูดาบของเขาพลางตะโกน

ปัง หมัดลอยมาจากท้องฟ้าและปะทะลงบนหัวของเขาอย่างหนักหน่วง

ตาเฒ่าเว่ยคล้ายดูมิเป็นมิตร “อาโม่หลี่ ถ้าหากเจ้าพ่ายแพ้ในรอบคัดเลือกในวันนี้ล่ะก็ ฮิฮิ!”

เสียงหัวร่อเยาะเย้ยทำให้อาโม่หลี่แปรเปลี่ยนเป็นเด็กอยู่ในโอวาททันที

เมื่อยามที่ทั้งสี่มาถึง พวกเขาก็ตกใจในกลุ่มผู้คน บนถนนหนาแน่นเต็มและเต็มไปด้วยเสียงอึกทึก เสียงโห่ร้องดังก้องแว่วมาได้ยิน ถังเทียนและอาโม่หลี่ทั้งคู่ก็คล้ายมึนงง

“มันเป็นเพียงแค่รอบคัดเลือก แต่ผู้คนยังมากมายถึงเพียงนี้?” สีหน้าอาโม่หลี่ตกใจเป็นอย่างมาก

“เหล่าผู้มิได้โดดเด่นจะต้องเริ่มสู้จากรอบคัดเลือก” ทางด้านตาเฒ่าเว่ยกลับดูสงบ เขาหยิบกระดาษชิ้นหนึ่งออกมาจากอกของเขาพลางก้มหัวลงคลี่อ่านอย่างระมัดระวัง พึมพำกับตัวเขาเอง “โอ้ อาโม่หลี่ เจ้าลานสนามที่ 5267 และเจ้าถังน้อย เจ้าลานสนามที่ 3897 เข้าใจหรือไม่? เจ้าเห็นป้ายหรือไม่? พวกเจ้าทั้งสองไปตรวจสอบอันดับได้ที่สถานที่รวมตัวของพวกเจ้า นี้เป็นหลักฐานในการเข้าร่วมการแข่งขัน เก็บไว้ให้ดี”

ตาเฒ่าเว่ยตะโกนดังก้องด้วยน้ำเสียงแหลมสูง “หนุ่มน้อย! เพื่อพื้นฟูสถาบันคาราเมลอันยิ่งใหญ่ สู้สู้…”

ถังเทียนหาวพลางหันเดินไป

อาโม่หลี่มองไปยังตาเฒ่าเว่ยอย่างเห็นอกเห็นใจก่อนที่เขาจะหันไปมองหาลานสนามของเขา

เปลือกตาของถังเทียนหนักอย่างยิ่ง ถ้าเขาสามารถหาที่นอนได้ล่ะก็ เขาสามารถที่จะหลับได้ในทันที เมื่อคืนนี้เขาเข้าไปยังวัฏจักรแห่งความเพียร สิบวันของความเพียรผลาญพลังงานของเขาไปทั้งหมด ในตอนท้ายเขามิได้นอนหลับ ก่อนที่ตาเฒ่าเว่ยจะมาปลุกเขาไปเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือก

น่านน่านนั่งอยู่บนไหล่ของถังเทียนพลางมองลงมา ทันใดนั้น ดวงตาของนางก็สว่างขึ้นพลางคว้าผมของถังเทียนด้วยมือเล็กๆของนาง ด้วยมืออีกข้างนางชี้ไปทางด้านขวาพลางตะโกนว่า “พี่ชาย ที่นั่น!”

“โอ้” ถังเทียนกล่าวตอบพลางเดินไปยังทิศทางที่เสี่ยวน่านน่านชี้ทันที

ลานสนามที่ 3897

คู่ต่อสู้และผู้ตัดสินยังมิได้อยู่ในที่นี้ ปราศจากคำพูด ถังเทียนก็ผล่อยหลับ ยามเมื่อหัวของเขาถึงพื้น เขาก็กรนเสียงดังในทันที

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

“มิมีสิ่งใดที่จำเป็นจะต้องมาดูในการแข่งขันรอบคัดเลือก” หมิงกวงคร่ำครวญพลางบุ้ยปาก เขามิกล้าที่จะกล่าวออกมาเสียงดัง

นายใหญ่เหลียงชิวกล่าวว่าเขาต้องการจะมาชมดูงานแข่งขันรอบคัดเลือก เพียงแต่หมิงกวงพบว่ามันน่าเหลือเชื่อ การแข่งขันรอบคัดเลือก? มันมีอันใดเกี่ยวข้องกับพวกเขา? พวกเขาต่างเป็นผู้ที่ถูกเลือก! หมิงกวงอยู่ในอันดับสูงสุดเป็นอันดับเก้าของสถาบันอสูรอำมหิต แน่นอนว่าเขามิจำเป็นต้องต้องแข่งขันในรอบคัดเลือก

[คั่นหนังสือ : ขอเปลี่ยนจาก ‘เหลียงเซียว’ เป็น ‘เหลียงชิว’ เพื่อให้ถูกต้องครับ พอดีผมไม่ค่อยสันทัดพวกเรื่องชื่อจีนครับ ค้นหาเจอคำไหนก็ใช้ตามเลยไม่ได้ค้นลึกอะไรครับ และมีอีกชื่อคือนางเอกของเขา แต่ก็ละไว้ก่อน ไว้ตอนที่มีบทจะโน็ตบอกไว้ครับ ขอขอบคุณ คุณ Tongchat Chotisen พวกเรื่องชื่อครับ]

ในสายตาของเขา การแข่งขันรอบคัดเลือกเป็นเพียงการประลองของพวกไร้ความสามารถเท่านั้น การแข่งของผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงคือการแข่งขันของผู้ที่โดดเด่นต่างหาก

คำชักชวนของเหลียงชิวทำให้เทียนหลินและหมิงกวงรู้สึกแปลกๆ

แน่นอนว่าพวกเขามิควาดว่าศิษย์พี่หวังเจิ้นจะตกลงเข้าร่วมด้วย เทียนหลินและหมิงกวงทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ มิสามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับศิษย์พี่ทั้งสอง?

อย่างไรก็ตามเมื่อนายใหญ่ทั้งสองกล่าวไว้ พวกเขาสามารถเพียงรับฟังและกระทำตามอย่างเชื่อฟังเท่านั้น

ทั้งสี่เรียงรายพลางปรากฏตัวที่ลานสยาม และในทันทีก็เกิดความโกลาหล เหลียงชิวผู้มีอารมณ์เรียบง่าย หวังเจิ้นผู้ซื่อสัตย์ เทียนหลินดูมีตระกูลและเย็นชา หมิงกวงร่าเริงและมีชีวิตชีวา พวกเขาทั้งสี่มีลักษณะแตกต่างกัน แต่การปรากฏตัวของพวกเขาก็น่าประทับใจ

“พระเจ้า! สายตาของข้าคงมิได้ผิดปกติไปนะ? นั่นมิใช่เหลียงชิวหรอกหรือ? เขาเป็นแบบอย่างของข้า!”

“เหลียงชิว หวังเจิ้น เทียนหลิน หมิงกวง เหอะๆ สถาบันอสูรอำมหิตต้องการทำเรื่องเหลวไหลอันใด? บรรดาสิบอันดับแรก พวกเขาทั้งสี่ปรากฏตัวมาจริงๆ? หรือว่าจะมีบางคนที่น่าอัศจรรย์เข้าร่วมในงานแข่งรอบคัดเลือก?”

“ทำไมนักศึกษาจากสถาบันอสูรอำมหิตถึงต้องการเข้าร่วมงานแข่งรอบคัดเลือกกัน?”

นักศึกษาในลานสนามพูดคุยกันอย่างดุเดือด ทั้งสี่คนนี้ต่างเป็นนักศึกษาของสถาบันภายในเมืองเมฆาดารา พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญ และเหลียงชิวกับหวังเจิ้นต่างเป็นแบบอย่างผู้เชี่ยวชาญ หลายคนต่างเคารพบูชาพวกเขา

นักศึกษาผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกต่างเป็นนักศึกษาสามัญธรรมดา เมื่อยามที่พวกเขาพบเจอผู้ที่พวกเขาเลื่อมใส พวกเขาก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

แต่ก็ยังมิมีใครเข้าใจได้ว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญเช่นนั้นถึงมาชมการแข่งขันรอบคัดเลือก?

งานชุมนุมยุทธ์เมืองเมฆาดารารอบคัดเลือกรู้จักกันทั่วไปว่าเป็นการอุ่นเครื่องม้ามืด แต่ในความเป็นจริง มันเป็นเพียงแค่นักสู้สามัญธรรมดาประลองกันเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงด้วยชื่อเสียงของพวกเขาถูกเลือกให้เป็นนักสู้ที่โดดเด่น พวกเขาทั้งหมดต่างเข้าสู่รอบแข่งขันหลักได้เลย

สำหรับสี่ผู้เชี่ยวชาญที่ปรากฏตัวที่การแข่งขันรอบคัดเลือกครานี้ช่างแปลกประหลาดอย่างมาก!

ศิษย์พี่เหลียงชิวเป็นหนึ่งในผู้ที่มีสิทธิ์ชนะเลิศ ทำไมเขาถึงตอบรับการมาชมการแข่งขันรอบคัดเลือก

จักต้องมีเบื้องหลังอันใดบางอย่าง!

เหลียงชิวแสร้งทำเป็นไม่เห็นสายตาเหล่านั้นพลางกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “ข้าจะไปดูอาโม่หลี่”

หวังเจิ้นพยักหน้า “ข้าจะไปดูถังเทียน”

เทียนหลินและหมิงกวงมองหน้ากันอย่างตกใจ เทียนหลินติดตามนายใหญ่เหลียงชิวในขณะที่หมิงกวงติดตามนายใหญ่หวังเจิ้น

ทั้งสี่ต่างแยกออกเป็นสองกลุ่มก้าวเดินไปต่างทิศทางกัน คาดมิถึงกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เหล่านักศึกษาผู้ซึ่งที่ต่างมิได้แข่งขันทั้งหมดติดตามไปเบื้องหลัง

พวกเขาต้องการที่จะเห็นว่าบุคคลประเภทใดกันที่สามารถจะดึงดูดให้คนทั้งสี่ที่โดดเด่นนี้เข้ามาดูได้

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 030 – เปิดตัวอย่างทรงพลัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว