เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 029 – คลังศาสตราวุธคนโท

ตอนที่ 029 – คลังศาสตราวุธคนโท

ตอนที่ 029 – คลังศาสตราวุธคนโท


ตอนที่ 029 – คลังศาสตราวุธคนโท

 

“เจ้ามิรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างจิตวิญญาณนักสู้?” หานปิงหนิงมองไปยังถังเทียน

ถังเทียนส่ายหน้าหัวด้วยสีหน้ามึนงง “ข้ามิรู้เลย”

สายตาของหานปิงหนิงก็เปล่งประกาย “รอจนเจ้าบรรลุถึงขั้นสี่หรือเหนือกว่า เจ้าจะสามารถที่จะสร้างจิตวิญญาณนักสู้ได้ มันแตกต่างจากทุกวิชาการต่อสู้ที่เจ้าเข้าใจ พวกเราสามารถที่ประทับส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณลงบนยันต์ได้ ซึ่งเป็นยันต์จิตวิญญาณในทุกวันนี้”

ถังเทียนก็เข้าใจกระจ่าง “มิต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องบรรลุถึงขั้นสี่หรือเหนือกว่าเพื่อจะสร้างยันต์จิตวิญญาณ”

“ถูกต้อง” หานปิงหนิงพยักหน้า “ยันต์จิตวิญญาณแต่ละใบจักต้องประทับจิตวิญญาณนักสู้ เช่นนั้น จิตวิญญาณนักสู้ของคนผู้นั้นก็จะอ่อนแอลง เพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น สิ่งที่เหล่านักสู้ต่างจำต้องบ่มเพาะ นั่นคือการใช้แก่นจิตวิญญาณ มันมีหลายวิธีที่จะใช้แก่นจิตวิญญาณและหากจิตวิญญาณนักสู้คงที่ เจ้าจะดูอ่อนเยาว์ด้วยผลของมัน”

“มันดูน่าประทับใจจริง” ถังเทียนพยักหน้าราวกับเขาเข้าใจ

ชั่วครู่หานปิงหนิงมิรู้ว่าจะกล่าวเช่นไรอีกนางพลางเบี่ยงเบนเรื่องอย่างลวกๆ “เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนเป็นเงินหรือเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนมันเป็นสิ่งของอย่างอื่น?”

“สิ่งของอย่างอื่น?” ถังเทียนก็ตื่นเต้นเกือบจะในทันที “มีสิ่งใดที่ข้าแลกเปลี่ยนได้บ้าง?”

“เจ้าอาจจะต้องการสิ่งของที่ใช้ไว้สำหรับบ่มเพาะ เช่นหินดารา ซึ่งเพิ่มความรวดเร็วในการบ่มเพาะของเจ้าได้ แต่ก็มิเหมาะสำหรับผู้คนที่มีการบ่มเพาะที่ต่ำกว่าขั้นสี่ ถ้าเจ้าใช้หินดาราเร็วเกินไป และรากฐานของเจ้ายังไม่แข็งแกร่ง มันจะเป็นผลเสียในภายภาคหน้าของเจ้าได้” เจ้าของร้านกล่าวเสริมอย่างรวดเร็ว “ถ้าหากเจ้าต้องการศาตราวุธ เจ้าสามารถพิจารณากระบี่แกะขาวจากกลุ่มดาราแกะ หรือจะเป็นคันศรจากกลุ่มดาราธนู ทั้งสองต่างไม่เลวนัก”

“ข้ามีศาตราวุธของข้าแล้ว” ถังเทียนส่ายหัวพลางหยิบพวกมันออกมาจากกระเป๋าของเขา

“สนับมือเหล็กดำจากกลุ่มดาราเตาหลอม!” สายตาของเจ้าของร้านสว่างวาบ “มันศาตราวุธที่ดี! กลุ่มเหล็กดำจากกลุ่มดาราเตาเป็นของหายากและยอดเยี่ยม พวกมันกำเนิดขึ้นเพียงน้อยนิดในแต่ละปี ยากนักที่จะหาซื้อมันได้ ข้ามิอยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะหามันมาไว้ในครอบครองได้”

“มันทรงพลังอย่างยิ่ง?” สายตาถังเทียนสว่างวาบ

“ใช่แล้ว มันแน่นอนว่าไม่เลวเลย” เจ้าของร้านพยักหน้าหลายคราพลางกล่าว “แม้เมื่อเทียบกับกลุ่มดาราแกะและกลุ่มดาราธนูแล้ว กลุ่มดาราเตาหลอมจะเป็นเพียงกลุ่มดาราเล็กๆ กลุ่มดาราเตาหลอมก็มักจะกำเนิดศาสตราวุธชั้นยอดเยี่ยมอยู่เสมอ มีสี่กลุ่มใหญ่ของศาสตราวุธเตาหลอมได้แก่ กลุ่มเหล็กดำ กลุ่มทองแดง กลุ่มเงิน และกลุ่มทอง กลุ่มเหล็กดำมุ่งเน้นไปที่ความทนทานและยังเป็นที่รู้จักกันถึงความอัศจรรย์ในความสามารถของการป้องกัน ถ้าเจ้าจะกล่าวถึงความสำคัญของมันอย่างถูกต้อง สี่กลุ่มของดาราเตาหลอมเป็นดั่งอัญมนีของเมืองเมฆาดาราอย่างลับๆ มันมีราคาเป็นอย่างมาก”

ถังเทียนรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้ามีสนับมือเหล็กดำจากกลุ่มดาราเตาหลอม สิ่งของนั้นข้ามิอาจประเมินราคามันได้” ผู้ประเมินราคาหัวร่อ “อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ยังมีสมบัติดาราที่น่าสนใจ”

“มันคือสิ่งใด” ถังเทียนกล่าวถามทันที

[คลังศาตราวุธคนโท] จาก กลุ่มดาราคนโท” ผู้ประเมินราคาหยิบเอาสร้อยคอและบนสร้อยเป็นแจกกันขนาดเท่าเล็บมือ และผลึกแจกันเป็นประกายบริสุธท์ เปล่งประกายพริ้งและเงางาม

“คลังศาสตราวุธคนโทสามารถเก็บศาสตราวุธได้ถึง 6 ชิ้น และยังสามารถเก็บสิ่งอื่นได้อีก แต่ความจุของมันมีจำกัด นี่เป็นสมบัติดาราของกลุ่มดาราคนโทและผู้คนต่างเรียกสิ่งนี้ว่า [แจกันศาสตราวุธ]” ผู้ประเมินราคาสบโอกาสแนะนำสินค้า “ด้วยสิ่งนี้ เจ้าสามารถบอกลากระเป๋าเดินทางเพื่อความสบายในการเดินทางได้เลย ถ้าหากเจ้ามีสิ่งของหลายอย่าง โอ้ เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าควรจะใช้คลังศาสตราวุธนี้ ปราศจากการถูกปล้นและสูญหายของสิ่งของ เพียงแค่ตั้งจิตศาสตราวุธจะบินเข้ามาในมือเจ้าทันที บุรุษหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานควรจะมี [คลังศาสตราวุธคนโท]

“สิ่งสำคัญคือ!” ผู้ประเมินราคายกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว “สิ่งของของเจ้าเพียงพอที่จะแลกเปลี่ยนมันได้หนึ่งชิ้น”

ปราศจากความลังเล ถังเทียนแบฝ่ามือของเขา “งั้นข้าขอแลกเปลี่ยนกับสิ่งนี้!”

แจกันเล็กก็วางลงบนฝ่ามือของเขา และเมื่อถังเทียนโคจรปราณแท้จริงเข้าไปในแจกันเล็ก มันก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงและเข้าสู่ร่างของถังเทียน

ถังเทียนสามารถที่จะรู้สึกได้ทันทีภายในร่างของเขามีบางอย่างที่พิเศษ

ตามที่คาดไว้ ภายในที่ว่างภายในจิตใจของเขาปรากฏคลังศาสตราวุธ และเขาสามารถที่จะเปิดคลังออกได้ทุกยามที่เขาต้องการ

เขาลองที่จะใส่สนับมือเหล็กดำของเขาไปในคลังศาสตราวุธ และด้วยความคิดนั้น สนับมือเหล็กดำภายในมือของเขาก็หายไป

ทันใดนั้นถังเทียนก็รู้สึกเต็มไปด้วยพลัง

น่าสนใจนัก!

เพียงมองดูสนับมือเหล็กดำปรากฏออกมาและสลายหายไปภายในมือของเขาอย่างไม่รู้จบ กำลังเล่นด้วยความสนุกสนานคล้ายกับเด็กน้อย

หานปิงหนิงใช้มือของนางถูไปยังหน้าผากของนาง ขณะที่นางมิสามารถจะทนดูเขาได้อีก ทันใดนั้นนางก็รู้สึกเสียใจ นางไม่น่าจะนำเจ้าตัวตลกนี้มายังร้านค้าของครอบครัวนางเลย

หลังจากที่เขาเสร็จสิ้นการละเล่นของเขา ถังเทียนก็รู้สึกพึงพอใจใส่สนับมือเหล็กดำกลับเข้าไปยังคลังศาสตราวุธคนโท ‘หมับ!’ เขากำหมัดของเขาคารวะด้วยความฮึกเหิม “ว้าว บุรุษหนุ่มถัง เจ้าช่างแข็งแกร่งอย่างแท้จริง!”

ท่าทางของหานปิงหนิงแปรเปลี่ยนเป็นแข็งค้างและว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง นางรู้สึกเสียใจอย่างแน่แท้แล้ว

“โอ้ คุณหนูหาน ไปกันเถอะ บุรุษหนุ่มผู้นี้ต้องการที่จะไปฝึกแล้ว!”

ด้วยความพึงพอใจถังเทียนโบกมือพลางเริ่มเดินไปอย่างมีความ

[คั่นหนังสือ : ตามที่โน็ตอังกฤษได้บอกไว้ ประโยคนี้คล้ายกับพวกการ์ตูนที่มีฉากแบล๊คกาวน์เป็นสายรุ้งขึ้นมาแล้วก็วิ่งโบกมือด้วยสีหน้ามีความสุขอะไรประมาณนี้นะครับ แต่ผมขอแก้เป็นโบกมือเดินไปอย่างมีความสุข]

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

หานปิงหนิงก็กลับถึงบ้านตามปกติ

ภายในใจของนางต่างระลึกถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อค่อนวันที่ผ่านมา นางตระหนักได้ว่ายิ่งภาพความทรงจำของนางเรียงร้อยชัดเจนมากขึ้นเท่าใด นางก็พบว่ามีเรื่องราวมากมายที่นางมิอาจอธิบายได้

บิดาและมารดาของหานปิงหนิงต่างมองหน้ากัน ลูกสาวของเขากำลังจมอยู่กับความคิด แรกทั้งสองเพียงกังวลเล็กน้อย แต่พวกเขาก็กลายเป็นกังวลมากยิ่งขึ้น

บิดาของนางกระแอมไออย่างเบา “ปิงหนิง ได้ยินว่าเจ้ามีสหายใหม่ในวันนี้?”

หานปิงหนิงตื่นจากการจมอยู่ในความคิดของนาง พลางร้องเสียง ‘โอ้’ อย่างมิได้ตั้งใจ “อืม เขาค่อนข้างเป็นบุคคลที่น่าสนใจ”

ค่อนข้างน่าสนใจ...

บิดาและมารดาต่างลอบมองหน้ากันอีกครา ทันใดนั้นความกังวลก็กระจายบนดวงตาของพวกเขา น่าสนใจ? เมื่อใดที่ลูกสาวของพวกเขายกย่องบุคคลอื่น บอกกล่าวพวกเขาน่าสนใจ? ลูกสาวของพวกเขาเข้าสถาบันมาแล้วหลายปี แต่มิเคยพบเจอนางยกย่องเด็กหนุ่มว่าน่าสนใจมาก่อน!”

คาดมิถึง!

นี่เป็นคราแรก!

จักต้องมีปัญหาแน่แล้ว!

“นวี่เอ๋อร์!” มารดาของหานปิงหนิงอดกลั้นมิได้ “แม้ว่าเจ้าจะชื่นชอบเชียงกวนเฉียนฮุ่ย แต่เจ้ามิควรไปชื่นชอบบุรุษของนางเช่นเดียวกัน!”

[คั่นหนังสือ : นวี่เอ๋อร์ 女儿 = ลูกสาว]

ท่าทางของหานปิงหนิงแข็งค้าง นางขมวดคิ้วของนาง “ทำไมข้าจะต้องชื่นชอบเขาด้วย?”

บุรุษผู้นั่นทั้งหยาบคาย มีปัญหาทางจิต และเป็นคนที่ไม่แน่นอนเช่นนั้น ทำไมข้าจะต้องไปชื่นชอบบุคคลเช่นนั้นกัน?

บิดาของนางจ้องมอง “เชียงกวนเฉียนฮุ่ย? เชียงกวนเฉียนฮุ่ยเป็นอันใด? ปิงหนิงของพวกเรา ก็สามารถเปรียบเทียบได้เท่าเชียงกวนเฉียนฮุ่ย! พวกนางต่างมีความสามารถชิงชัยกันได้!”

หานปิงหนิงมิรู้จะกล่าวเช่นไรดี ขณะที่นางเฝ้ามองดูบิดามารดาของนางปราศจากคำพูดที่จะกล่าว

นางมิรู้ว่าจะจัดการบิดามารดาของนางเช่นไรดี นางพลางกล่าว “ข้าจะไปฝึกกระบี่แล้ว”

เบื้องหลังนาง บิดามารดาของนางก็พูดคุยกันอย่างออกรส

“ชิงชัย? ทำไมท่านต้องกล่าวถึงเรื่องชิงชัย? อันธพาลเช่นถังเทียนจะเหมาะสมกับลูกสาวของเราได้อย่างไรกัน?”

“ช่างตาต่ำนัก! จะมีกี่คนกันที่สามารถจะสังหารแรดเหล็กเกราะดำขั้นสี่ระดับกลางได้? มันดูคล้ายเฉียนฮุ่ยจะฉลาดนัก! เมื่อคิดถึงมันแล้ว ไม่ง่ายเลยที่จะสามารถมองเห็นศักยภาพดั่งกล่าวในตัวของถังเทียน”

“ถึงอย่างนั้น...”

“เจ้ายังคงมิเข้าใจ? มีผู้ใดกันที่ลูกสาวของเราจะยกย่องเขา? ด้วยบุคลิกเย็นชาของนาง ในที่สุดนางก็รู้จักหลงใหลในผู้อื่นแล้วและเจ้ายังคงมิยอมให้กำลังใจนาง? เว้นแต่ว่าเจ้าต้องการให้ลูกสาวของเราอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต? เจ้าคิดหรือว่านางจะเป็นคนที่ยอมรับมันถ้านางมิเต็มใจ?”

“เป็นความคิดที่ดี! มีเหตุผลอย่างยิ่ง! ตาเฒ่า ท่านช่างมีสายตาอันกว้างไกลเหลือเกิน!” ทันใดนั้นมารดาของหานปิงหนิงก็คิดอันใดออกพลางตบขาอ่อนของนางอย่างต่อเนื่อง “มิได้การแล้ว พวกเราจำต้องหาโอกาสไปสืบดู…”

“อย่างได้รีบร้อน!” ปรากฏรังสีเปล่งประกายภายในดวงตาของบิดาหานปิงหนิง “อย่าได้กระตุ้นตัวนาง ลูกสาวของเราเป็นคนขี้อายหากพวกเราพูดคุยเรื่องนี้กันทุกวัน นางคงมิอาจจะสามารถรับมันได้…”

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

ถังเทียนกลับไปยังบึงหยกทะเลไผ่เพื่อฝึกวิชาตัวเบาอันต่ำต้อยของเขา ก่อนหน้านี้เขามิรู้เขารับชัยชนะมาได้อย่างไรยามที่สู้กับแรดเหล็กเกราะดำ รอยฟกช้ำปกคลุมทั่วร่างของเขา ถ้าหากมิใช่เพราะยางราชินีต่อของเสี่ยวน่านน่าน เขาคงอาจจะปางตายอยู่ในตอนนี้

ชัยชนะเช่นนี้ มันควรจะดีกว่าถ้าเกิดขึ้นลงน้อย

เพื่อให้ได้ชื่อหนุ่มเทพ ชัยชนะทั้งหมดของเขาควรแสดงออกถึงความร่าเริงภายในหัวใจของเขา

“พี่ชาย!”

เสี่ยวน่านน่านร้องเรียกอย่างร่าเริงจากป่าไผ่ เงาร่างสีชมพูกระเด้งไปมาระหว่างต้นไผ่ราวกับนางเป็นลูกชิ้น นางใช้ความยืดหยุ่นของต้นไผ่เหินบินอย่างรวดเร็ว

หวืด เสี่ยวน่านน่านใช้เสี้ยวพลังของนางและกระโจนเป็นเส้นโค้งภายในอากาศ เหวี่ยงตัวนางเองเข้าอ้อมแขนของถังเทียนแต่ไกล

ถังเทียนมองไปยังท้องฟ้าอย่างกังขา หื้มมม มันคล้ายผิดพลาดแล้ว

เส้นโค้งที่ว่าพาดผ่านบนหัวของเขาและมิมีที่ท่าว่าจะหยุด

“ว๊าาาาา พี่ชาย เร็วเข้า รับข้าที!”

ถังเทียนตอบสนองอย่างเร็ว เขาเหยียดเท้าขวาของเพื่อแยกขาของเขาพลางเบิกตากว้าง ด้วยสีหน้าของเขาบวมขึ้นราวเขาต้องการที่จะดูดนมมารดาของเขา เขาวิ่งด้วยกำลังทั้งหมดของเขา

ในการย่างก้าวสุดท้าย ถังเทียนปักหลักอย่างแน่นหนาภายในดินและกระโจนไปข้างหน้าคว้าตัวเสี่ยวน่านน่านได้อย่างเฉียดฉิว

“พี่ชายช่างน่าทึ่งนัก!” เสี่ยวน่านน่านตบมืออวบๆของนางอย่างมีความสุข

ถังเทียนจ้องมองด้วยสติที่ยังมิอยู่กับร่องกับรอยพลางคำราม “น่าทึ่งอันใด? ไร้สาระ!”

ริมฝีปากของเสี่ยวน่านน่านก็เบะออกในขณะที่ดวงตาของนางก็เอ่อไปด้วยน้ำตา “น่านน่านพึ่งเรียนวิชาตัวเบา…”

ถังเทียนสังเกตถึงเหตุการณ์นี้พลางยิ้มบานราวกับดอกไม้ “อั๊ยย่ะ นั่นคือสิ่งที่ข้ากำลังจะกล่าว มิต้องสงสัยเลยคุณหนูน้อยผู้นี้สามารถเหินบินได้ท่าทางที่สง่างามเช่นนี้!”

“จริงหรือ? ท่านพูดจริงหรือไม่?” สีหน้าเสี่ยวน่านน่านสว่างขึ้นและน้ำตาก็สลายหายไป

“มันทั้งหมดมาจากก้นบึ้งของหัวใจของข้าเลย!”

“มันหมายถึงอันใดกัน?”

ทุกวันถังเทียนชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อราวกับเปียกฝน ไม่ไกลจากเขา น่านน่านมักจะถือถุงขนมกินอย่างมีความสุข มิว่าจะเป็นเนื้อตากแห้ง ผลไม้เชื่อมหรือถั่ว ปากเล็กๆของนางถูกเติมตลอดราวกับกินได้มิมีที่สิ้นสุด

ค่อนวันผ่านไป และรอยฟกช้ำบนร่างก็ถังเทียนก็หายไปแล้ว ผิวหนังใหม่แทนที่และมิหลงเหลือรอยแผลเป็น

ถึงแม้ว่าเขาจะจดจำมิได้ถึงการต่อสู้ที่หนักหน่วง ถังเทียนกลับพบว่ากายากระเรียนภายในร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งมากขึ้น แม้ว่าปราณแท้จริงที่มิได้เพิ่มขึ้นหลังจากที่กายากระเรียนแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ถังเทียนสังเกตว่ายามเมื่อใดก็ตามที่เขากระตุ้นโคจรปราณแท้จริง ปราณแท้จริงหลั่งไหลมาจากทั่วทุกแหล่งอย่างต่อเนื่อง

เขาใช้ออกปราณแท้จริงได้ดั่งใจ

ในที่สุดเขาก็สำเร็จ [ท่าเท้าท่องไพร] แล้ว ดั่งถังเทียนก็เริ่มบ่มเพาะ [แปดก้าวจักจั่น]

[แปดก้าวจักจั่น] เป็นวิชาตัวเบาระดับที่มีผลให้ใช้ปราณแท้จริงมากขึ้น ในบรรดาวิชาตัวเบาระดับสาม การระเบิดพลังของมัน [แปดก้าวจักจั่น] สามารถเทียบได้เป็นหนึ่งในสามอันดับแรก

การระเบิดพลังด้วยแปดย่างก้าวเป็นเรื่องที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก

แต่มันยังคงอ่อนแออย่างชัดเจน มันสิ้นเปลืองปราณแท้จริงเป็นอย่างมาก และมันยังคงมิเหมาะสมกับการเดินทางเป็นเวลานาน มันเป็นวิชาตัวเบาที่เหมาะสมกับการต่อสู้

แต่สิ่งที่ถังเทียนมิได้คาดคิดคือการฝึกฝนท่าเท้าท้องไพรทำให้เขาแทบกระอักเลือด แต่เขาก็เชี่ยวชาญแปดเก้าจักจั่นได้อย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปครึ่งวัน ถังเทียนตระหนักได้ว่าแปดก้าวจักจั่นสิ้นเปลืองปราณแท้จริงอย่างมาก

แต่เมื่อมีกายากระเรียน มันก็มิได้เป็นเรื่องยากอันใด

ถังเทียนมิได้คาดหวังว่ายามเมื่อกายากระเรียนบรรลุถึงจุดสูงสุด มันจะทำให้ปราณแท้จริงโคจรดั่งกับคลื่น รวมเข้ากับแปดก้าวและปราณแท้จริง เขามิได้แสดงออกถึงอาการเหนื่อยล้าอันใดเลย

ตำราปราณกระเรียนเป็นของมีค่าของนิกายกระเรียนแน่แท้แล้ว

ตาเฒ่าเว่ยยังคงมีของดีอยู่ในมือบ้าง!

ถังเทียนรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จ

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 029 – คลังศาสตราวุธคนโท

คัดลอกลิงก์แล้ว