- หน้าแรก
- เทพกล้ามเนื้อแห่งอุจิวะ
- บทที่ 27 ระลอกคลื่นภายในจิตใจของอิทาจิ
บทที่ 27 ระลอกคลื่นภายในจิตใจของอิทาจิ
บทที่ 27 ระลอกคลื่นภายในจิตใจของอิทาจิ
บทที่ 27 ระลอกคลื่นภายในจิตใจของอิทาจิ
อารุโตะรู้ว่าถ้าเขายังอยู่ก็เหมือนเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่
ดังนั้นเขาจึงเหลือบมองไปทางอิทาจิแล้วพูดกับอิซึมิว่า “หนูน้อย หลานของฉันไม่สบาย ฉันขอให้เธอพาเขาไปส่งบ้านได้ไหม”
อิซึมินิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว: "ค่ะ ได้...ค่ะ"
“ถ้าอย่างนั้นฉันรบกวนเธอแล้ว”
โดยไม่พูดคำใด เขาตบไหล่อิทาจิอีกครั้ง จากนั้นก็หันหลังแล้วเดินจากไป
ใต้แสงไฟถนน
อิทาจิและอิซึมิสบตากัน แต่ทั้งคู่กลับละสายตาจากกันและตกอยู่ในความเงียบ
หลังจากนั้นไม่นาน อิทาจิก็พูดขึ้นมาก่อน:
“ขอโทษน่ะ ที่น้าของฉันทำเมื่อกี้ทำให้เธอรู้สึกกลัว ฉันหวังว่าเธอจะไม่ใส่ใจกับมัน นิสัยของเขาเป็นแบบนี้มาตลอด”
“ไม่เป็นไรหรอก...มันน่าสนใจออก”
อิซึมิเม้มปากแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน
หลังจากนั้นเธอก็เห็นเสื้อบนตัวอิทาจิ ดวงตาของเธอเป็นประกาย "ว้าว เสื้อยืดลายการ์ตูนน่ารักมากเลย อิทาจิ ฉันไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะใส่เสื้อผ้าสไตล์นี้ด้วย"
“นี่เป็นเสื้อผ้าสมัยเด็กของน้าต่างหาก” อิทาจิหน้าแดงแล้วอธิบาย
“เฮ... แล้วฟันของเธอเป็นอะไรมา ถอนฟันมาหรอ หรือว่าไม่สบาย”
อิซึมิเห็นว่าคำพูดของอิทาจิดูตะกุกตะกักเล็กน้อย เธอก็เลยเผลอก้าวเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว และถามด้วยความอยากรู้และกังวล
“ฉันเผลอทำมันหลุดออกไปเอง” อิทาจิรู้สึกเขินอายมาก และพยายามหลบเลี่ยงโดยหาเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผล
“ฮิฮิฮิ” อิซึมิไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน และยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตาของเธอหรี่แคบลงเป็นพระจันทร์เสี้ยว
หลังจากพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองสักพัก
ทั้งสองก็เดินไปที่สวนสาธารณะเล็กๆ ในพื้นที่ของตระกูลกันโดยมิได้นัดหมาย
เดินไปสักพักหนึ่ง
“ฉันขอโทษสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้ว ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นกับเธอเลย” อิทาจิขอโทษอีกครั้ง
“ไม่เป็นไร เป็นฉันเองที่ทำให้เธอลำบากใจ” อิซึมิโบกมือขอโทษอิทาจิอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ระยะหนึ่ง
ครั้งหนึ่งอิทาจิถามอิซึมิว่าทำไมเธอถึงอยากเป็นนินจา และบอกเธอว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอไม่ควรต้องพบเจอกับความน่ากลัวของโลกนินจา
อิซึมิโกรธมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และบอกว่าเธออยากเป็นนินจาเพราะพ่อของเธอและเธอยังรวบรวมความกล้าที่จะบอกอิทาจิว่าเธอต้องการเดินไปบนเส้นทางสายเดียวกันกับคนที่เธอชอบ
นี่เป็นคำสารภาพรักกลายๆ
แต่อิทาจิไม่ได้ตอบสนอง
ในที่สุดอิซึมิก็ออกไปพร้อมกับร้องไห้ และทั้งสองก็จากกันโดยไม่มีความสุข
แต่ในที่สุดเด็กชายและเด็กหญิง พวกเขาก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งแล้ว
“เอาล่ะ ฉันได้กลายเป็นนินจาแล้ว”
อิซึมิยิ้มและชี้ไปที่กระบังหน้าผากบนหน้าผากของเธอ แต่ไม่เธอนานก็บ่นด้วยเสียงน่ารักพร้อมปากยื่น "แต่ว่ามันน่าเบื่อมากเลย ภารกิจของฉันช่วงนี้ไม่ใช่ช่วยภรรยาของไดเมียวเลี้ยงแมว ก็ช่วยคนอื่นๆขนของขึ้นลง"
“นี่เป็นที่มาของนินจาตั้งแต่แรกเริ่มแล้วล่ะ” อิทาจิกล่าว
เมื่อเขารู้ว่าอิซึมิกำลังทำภารกิจที่ไม่เป็นอันตราย เขาก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด
ทั้งสองเดินพูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุข
อิทาจิรู้ว่าอิซึมิเป็นคนอ่อนโยน ใจดี และเข้าใจผู้อื่น ซึ่งคล้ายกับอุจิวะ มิโคโตะ ผู้เป็นแม่ของเขามาก
แต่
เมื่อพูดถึงเรื่องที่อิทาจิจะเข้าร่วมหน่วยอันบุ อิซึมิก็พูดขึ้นมาทันทีว่าเธอรู้สึกหวาดกลัวมาก กลัวว่าอิทาจิจะทิ้งเธอแล้วไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างที่พูดคุยกัน
ในที่สุดอิซึมิก็สูญเสียการควบคุมอารมณ์ และโผตัวเข้าไปในอ้อมแขนของอิทาจิ พร้อมร้องไห้เบาๆ
อิทาจิไม่รู้จะพูดอะไรสักพัก จึงยื่นมือออกไปกอดอิซึมิอย่างอ่อนโยน รอให้เธอสงบลง
"ฉันไม่ได้จะไปไหนหรอก"
เขากล่าวอย่างนั้น
อาจจะใช่...เขาพูดในใจ
อิทาจิมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พระจันทร์ก็โผล่ออกมาจากหลังก้อนเมฆสีดำ ส่องแสงจันทร์สว่างไสวลงบนใบหน้าของเขา
ในช่วงนี้
น้าและอิซึมิ คือผู้คนที่เข้ามาในชีวิตของเขา เสมือนแสงจันทร์ที่ส่องผ่านเมฆดำ ส่องสว่างเข้าสู่หัวใจของเขา
มันทำให้เกิดระลอกคลื่นในหัวใจของเขาที่แสนเยือกเย็น
-
อารุโตะเดินเล่นชิว ๆ ไปเรื่อย ๆ แล้วกลับมาที่ตรอกซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงยิม
ฮึ่ม?
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่ามีคนจ้องมองมาจากความมืดเบื้องหลังเขา จ้องมองมาที่เขาชั่วขณะเหมือนเข็มทิ่ม จากนั้นก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เคลื่อนไหวกันเร็วจริงๆ ดูเหมือนว่าตาแก่ดันโซนั้นจะโกรธมาก
อารุโตะไม่หันกลับไปมอง และผลักประตูโรงยิมเปิดออก โดยทำเป็นไม่สังเกตเห็น
“พรุ่งนี้ ฉันจะออกจากหมู่บ้านไปทำธุระสักพักหนึ่ง เธอก็คิดว่ามันเป็นวันลาหยุดเหมือนที่ผ่านมานั้นแหละ พักผ่อนให้เต็มที่สักสองสามวัน”
เขาพบกับซามุยและบอกกับเธอ
“โอเค ขอบคุณค่ะ บอส”
ซามุยแกล้งทำเป็นมีความสุขเพราะมีวันหยุด
บอสจะออกไปหาเงินอีกแล้วเหรอ?
แม้ว่าซามุยจะอยากรู้อยากเห็นมาก แต่ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเธอถึงอยู่ในจังหวะนรกบ่อยๆทำให้มีความเสี่ยงจะถูกเปิดโปงสูงกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าที่จะเสี่ยงอีกต่อไป
เดิมทีเธอคิดว่าอารุโตะทำได้แค่ออกกำลังกายเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้เห็นฝีมือของอารุโตะ เธอก็เดาวิธีการหาเงินของเขาได้อย่างเลือนลาง
ความน่าจะเป็นที่เขาจะทำงานเป็นนักล่าเงินรางวัลหรืออะไรทำนองนั้นสูงมาก
บทสนทนาระหว่างทั้งสองคนจบลงแค่นี้
เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มสักคำ แต่ได้ยินเสียงจากนินจารากที่ซุ่มอยู่นอกโรงยิม
“โอกาสดี พรุ่งนี้ตามอุจิวะ อารุโตะออกจากหมู่บ้านแล้วหาที่ที่ไม่มีใครอยู่” หนึ่งในนั้นพูดด้วยเสียงทุ้มลึก
รากหลายคนแลกเปลี่ยนสายตากันและบรรลุข้อตกลงกัน
คํ่าคืนยังคงเงียบสงัด
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ก่อนรุ่งสาง ผู้คนบนถนนหมู่บ้านโคโนฮะเริ่มถยอยเพิ่มขึ้นตามปกติทีละเล็กทีละน้อย มีคนจำนวนไม่น้อยที่เริ่มสัญจรไปมา
อารุโตะสวมเสื้อคลุมสีดำขนาดใหญ่และหมวกไม้ไผ่ปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ และเดินออกจากหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
สองชั่วโมงต่อมา
อิทาจิก็ที่โรงยิม
เมื่อวานนี้เขาได้พักผ่อนเพียงพอแล้ว ดังนั้นหลังจากส่งซาสึเกะน้องชายของเขาไปโรงเรียนนินจาแล้ว เขาก็มาที่โรงยิมเร็วขึ้นกว่าปกติ เพราะเขากังวลว่าดันโซจะส่งคนมาสร้างความเดือดร้อนให้กับน้า
สิ่งที่แปลกก็คือ
อิทาจิเดินเข้าไปในตรอก เขาก็รู้สึกที่นี่เงียบมากเดินไป ความรู้สึกที่มักจะรู้สึกว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในความมืดและเฝ้าดูก็หายไปในวันนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
เขาก็พบคำตอบในไม่ช้านี้
หน้าประตูโรงยิมได้ติดป้ายปิดเอาไว้ และซามุยก็สวมถุงมือถือผ้าผืนหนึ่งเพื่อเช็ดและทำความสะอาดหน้าต่างด้านนอก
“อิทาจิ วันนี้เธอมาเร็วจังนะ”
ซามุยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอิทาจิและพูดกับเขาว่า "บอสมีธุระบางอย่างต้องออกไปทำข้างนอกน่ะและจะกลับมาอีกครั้งในภายหลัง แต่เขาได้ฝากฉันมาบอกเธอโดยเฉพาะว่าอนุญาติให้เธอเข้าออกยิมและใช้เครื่องมือภายในได้ตามต้องการ"
ในขณะที่พูด เธอก็ถอดถุงมือออกแล้วเดินไปเตรียมเปิดประตูให้อิทาจิเข้ามา
สีหน้าของอิทาจิเปลี่ยนไป และเขารีบถาม:
“น้าออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่หรอครับ?”
“บอสเพิ่งออกไปเมื่อเช้านี้เอง มีอะไรหรือเปล่า” ซามุยถามเมื่อได้กลิ่นบางอย่างผิดปกติ
"ไม่มีอะไรหรอกครับ"
อิทาจิไม่อยากให้ซามุยกังวล จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “บ่ายนี้คุณว่างไหมครับ แม่ผมขอให้คุณไปช้อปปิ้งกับเธอหน่อย เลยฝากผมมาบอกคุณน่ะครับ”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังแล้วออกไปโดยรีบวิ่งไปที่รากอย่างเร็วที่สุด
สิบนาทีต่อมา
ทางเข้าฐานใต้ดินของราก
“หยุด!” รากทั้งสองโผล่ขึ้นมาขวางทางอิทาจิไว้ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปได้
อิทาจิไม่พูดอะไรสักคำ ใช้เนตรวงแหวนโดยตรง
เคร้ง ครั่ง เคร้ง!
หลังจากเกิดเสียงปะทะกันระหว่างคุไนและดาบนินจา นินจารากทั้งสองก็ล้มลงตรงหน้าอิทาจิ และตกอยู่ในสภาพหมดสติ
อิทาจิก้าวข้ามผู้บาดเจ็บทั้งสองคนแล้ววิ่งตรงเข้าไปหาดันโซอย่างราบรื่น
“ท่านดันโซ ได้โปรดอย่าทำอะไรน้าของผมเลยครับ”
ทันทีที่เขาเห็นดันโซ เขาก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งและก้มหัวเพื่อขอร้องเขา
อิทาจิมีความรู้สึกที่ซับซ้อนต่ออารุโตะ
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังเป็นน้าของเขา การที่คนในครอบครัวของเขาถูกรากหมายตานั้นอันตรายถึงชีวิต และเขาไม่สามารถนั่งเฉยได้
“อิทาจิ เธอมาสายนะ”
ดันโซพิงไม้ค้ำ ส่ายหัว และพูดอย่างเย็นชา "ตอนนี้ อุจิวะ อารุโตะตายแล้ว"