- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนวิปลาส
- บทที่ 423 สิ่งประหลาด [พฤกษาฝันโรคระบาด]
บทที่ 423 สิ่งประหลาด [พฤกษาฝันโรคระบาด]
บทที่ 423 สิ่งประหลาด [พฤกษาฝันโรคระบาด]
บทที่ 423 สิ่งประหลาด [พฤกษาฝันโรคระบาด]
ปูศพสลายไปอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เลือดเนื้อของมันกลายเป็นปุ๋ยให้แก่เชื้อราอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นต้นไม้เชื้อรารูปร่างแปลกประหลาด
ต้นไม้เชื้อราปล่อยสปอร์คล้ายฝุ่นควันออกมา ทำให้อากาศดูราวกับอยู่ในความฝัน
ส่วนจิตสำนึกของปูศพถูกลากเข้าไปในฝันร้ายที่ไม่สิ้นสุด ไม่นานก็กลายเป็นอาหารของปีศาจฝันร้าย ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่วิญญาณเชื้อราต่างๆ
แต่ถึงกระนั้น ปูศพก็ยังไม่ตาย สัญชาตญาณทำให้มันดิ้นรนอยากจะลุกขึ้น แต่ข้อต่อกลับถูกเชื้อราอุดตันจนหมดสิ้น
ผิวหนังและเลือดเนื้อค่อยๆ ละลาย ตามมาด้วยกระดูกและอวัยวะภายใน…
กิ้งก่าศพเห็นปูศพกำลังจะตาย ก็ล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่ ยังถูกศพจำนวนนับพันเกาะกินเป็นปรสิต
เหรินชิงพ่นเปลวไฟฟืนก้อนหนึ่งไปตกที่ตำแหน่งหัวใจของกิ้งก่าศพ ทันใดนั้นหลังของมันก็โป่งนูนขึ้นเล็กน้อย เหล่าเจียงซือทยอยคลานออกมาจากข้างใน
พวกเขายืนอยู่บนซากปรักหักพังของเมืองศพที่เคยอาศัยอยู่มานานหลายร้อยหลายพันปี สีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน มองดูเหรินชิงแยกชิ้นส่วนเลือดเนื้อของปูศพ
ในขณะนั้น ความรู้สึกตกตะลึงในใจยากที่จะบรรยายได้ เกิดความคิดที่จะกราบไหว้บูชาเซียนพุทธขึ้นมา
แต่กิ้งก่าศพใกล้จะตายแล้ว มันจงใจใช้ความร้อนที่เหลืออยู่ของเตาหลอมอัคคีจนหมดสิ้น แม้จะได้รับการเสริมจากไฟฟืนของเหรินชิง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
โฮก
ปูศพส่งเสียงร้องโหยหวน พลังชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดหมดสิ้นไปในที่สุด สุดท้ายก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนินเขากระดูกขาว
แต่เปลือกแข็งภายนอกยังคงสมบูรณ์ รวมถึงไตที่ได้รับการคุ้มครองจากเปลือกแข็งด้วย
เหรินชิงเก็บเปลือกแข็งเข้าไปในโลกในกระเพาะ วัตถุดิบชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลอมศาสตราวุธป้องกัน ที่สำคัญที่สุดคือมีจำนวนมากมายมหาศาล
ณ ที่นั้นเหลือเพียงไตของปูศพ
ภูตเงาค่อยๆ แกะเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มไตออกอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นอวัยวะภายในที่สดใหม่และโปร่งแสง ยังคงเต้นตุบๆ อยู่ตลอดเวลา
เหรินชิงอดรู้สึกสงสัยไม่ได้
อวัยวะอื่นๆ ของปูศพไม่มีเปลือกแข็งป้องกัน เหตุใดมีเพียงไตที่พิเศษกว่าใครเพื่อน กระทั่งหลังตายไปแล้วก็ยังคงรักษาพลังชีวิตไว้ได้
ตามคำสั่งของเขา ผิวหนังของไตถูกภูตเงาเจาะทะลุ ได้ยินเพียงเสียงดัง ‘ฉึ่ก’ ศพจำนวนมากก็ทะลักออกมา
ศพทุกตนมีท่อนล่างฝ่อลีบ ท่อนบนปกคลุมด้วยเกราะแข็ง คล้ายกับมนุษย์แมลง แต่กลับไม่มีสติปัญญาแม้แต่น้อย
ภูตเงาสัมผัสกับศพ กระแสข้อมูลปรากฏขึ้น
[มนุษย์ปู] [อายุ: 241 ปี] [อายุขัย: ไม่มี]
“มนุษย์ปู?”
เหรินชิงตะลึงไปชั่วขณะ สิ่งแรกที่นึกถึงกลับเป็นทาสปู (เพรียงถุง) ที่รู้จักจากชาติก่อน
ทาสปูเป็นปรสิตที่พิเศษมาก วิธีการอยู่รอดคือการอาศัยอยู่บริเวณท้องของปู ทำให้โฮสต์สูญเสียความสามารถในการสืบพันธุ์ และยังต้องหาอาหารมาป้อนให้ทาสปูอีกด้วย
เกรงว่าพฤติกรรมของปูศพคงถูกควบคุมโดยมนุษย์ปูนับไม่ถ้วนในร่างกายมานานแล้ว จึงได้เกิดสถานการณ์ที่กินทุกอย่างไม่เลือกหน้าเช่นนี้
มันโจมตีเมืองศพ คาดว่าคงเป็นเพราะเจียงซือมีสารอาหารมากกว่า
เหรินชิงสงสัยว่าตอนที่คนเลี้ยงศพหนีกลับไปที่เมืองศพ คงได้นำมนุษย์ปูกลับไปด้วยโดยไม่ตั้งใจ สุดท้ายจึงทำให้เมืองศพใต้ดินถูกเปิดโปง
เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี
หากมนุษย์ปูมีสติปัญญาสักนิด ก็น่าจะสังเกตเห็นเตาหลอมอัคคีได้ อย่างน้อยก็คงจะเกรงกลัวกลิ่นอายของระดับเทวะประหลาดที่หลงเหลืออยู่บ้าง
เมื่อชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้ว ปูศพก็อาจจะไม่ลงมือกับเมืองศพ
แต่น่าเสียดายที่มนุษย์ปูเหลือเพียงสัญชาตญาณในการกิน คิดแต่จะหาอาหารเสริม สุดท้ายจึงทำให้เมืองศพกลายเป็นซากปรักหักพัง
เหรินชิงรู้สึกว่าเมล็ดพันธุ์โรคในรัศมีสิบลี้มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายจนควบคุมไม่ได้ รีบหลับตาอ้าปาก สปอร์จำนวนมหาศาลก็ไหลเข้าสู่วังหนีหวาน
จากนั้นก็ถูกต้นไม้ป่วยดูดซับเข้าไป
หลังจากบรรลุถึงเซียนไร้กำเนิดแล้ว ภายใต้การหลอมรวมของสิ่งประหลาดทั้งห้าชนิด ต้นไม้ป่วยก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
บัดนี้ต้นไม้ป่วยอย่างน้อยก็ใหญ่ขึ้นสิบกว่าเท่า และรูปลักษณ์ภายนอกก็ดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
จะเห็นได้ว่าลำต้นมีรอยเหี่ยวย่นราวกับผิวหนังของคนชรา ยังมีรูพรุนเล็กๆ หนาแน่นปะปนอยู่ กลิ่นอายของปีศาจฝันร้ายสีดำคล้ายหมอกไหลเวียนอยู่ภายใน
กิ่งก้านเต็มไปด้วยใบไม้สีน้ำตาลดำ มองแวบแรกนึกว่าเป็นใบหน้าคน ส่วนผลป่วยหลากสีสันก็กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ
โลกใบเล็กในผลป่วยหายไปสิ้นเชิง แทนที่ด้วยโครงสร้างคล้ายรังผึ้ง
และเมล็ดพันธุ์โรคกลับกลายร่างเป็นแมลงนานาชนิด บินว่อนอยู่รอบต้นไม้ป่วย
เมล็ดพันธุ์โรคเลือดเน่าเหมือนยุง จำนวนประชากรไม่มาก แต่พลังโจมตีรุนแรงยิ่งนัก เมล็ดพันธุ์โรคตัวยักษ์เหมือนตะขาบ ความยาวลำตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมล็ดพันธุ์โรคไขมันพอกตับเหมือนหิ่งห้อย เปล่งแสงเรืองรอง…
เมล็ดพันธุ์โรคยังโจมตีและฆ่าฟันกันเอง ใช้ซากของเมล็ดพันธุ์โรคชนิดอื่นเพื่อขยายพันธุ์ ส่งผลให้ต้นไม้ป่วยดูคึกคักอย่างยิ่ง
ส่วนศาสตราวุธวิชาฝันผีเสื้อ ก็กลายเป็นเถาวัลย์พันรอบลำต้นของต้นไม้ป่วย
เถาวัลย์เต็มไปด้วยเกล็ดเล็กๆ ปลายสุดยังงอกเนตรซ้อนที่กะพริบอยู่ตลอดเวลาออกมาสองสามดวง นานๆ ครั้งก็จะให้กำเนิดบุปผาฝันที่งดงาม
บัดนี้บุปผาฝันมีรูปลักษณ์ที่งดงามและแปลกประหลาด นอกจากจะสามารถบรรจุไอต่างเผ่าได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั่วคราวของเมล็ดพันธุ์โรคได้อีกด้วย
ที่เรียกว่าเซียนไร้กำเนิด หมายถึงการหลอมรวมกันของสิ่งประหลาด ดังนั้นเมื่อเขาเลื่อนระดับได้สำเร็จ สิ่งประหลาดของวิชาหลักและวิชารองก็จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
แต่กระบวนการเลื่อนระดับนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
เหรินชิงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งประหลาดทั้งห้าก้อนคลานไปมาในเลือดเนื้อและกระดูก สุดท้ายก็รวมตัวกันแล้วพุ่งเข้าไปในวังหนีหวานที่คับแคบ
ตอนนั้นเขาคิดว่าหัวของตนเองจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ไม่คาดคิดว่า วังหนีหวานไม่เพียงแต่ไม่ถูกสิ่งประหลาดดันจนระเบิด แต่กลับขยายใหญ่ขึ้นร้อยกว่าเท่าหลังจากการหลอมรวมของสิ่งประหลาดกับต้นไม้ป่วย
เหรินชิงตระหนักได้ว่าวิชาทั้งห้าแขนงไม่แยกจากกันอีกต่อไป สามารถรับรู้ได้อย่างเลือนรางว่าดูเหมือนจะมีบางสิ่งกำลังจะถือกำเนิดขึ้นจากภายใน
เขารู้ว่านี่คือสัญญาณของการสัมผัส “บันไดสู่เซียน”
ในฐานะที่เป็นระดับขั้นสุดท้ายของเทพหยาง เมื่อผู้ฝึกตนทะลวง “บันไดสู่เซียน” ได้แล้ว ตัววิชาเองก็จะหลอมรวมเข้าด้วยกัน สุดท้ายกลายเป็น “วิชาสู่เซียน” แขนงหนึ่งที่มุ่งตรงสู่ระดับเทวะประหลาด
ดังนั้นวิธีการเลื่อนระดับเป็นเทวะประหลาดของผู้ฝึกตนวิชาผู้คุมแต่ละคนจึงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่วิชาสู่เซียนปรากฏออกมา
เหรินชิงเรียกกระแสข้อมูลของตนเองออกมา
[เหรินชิง] [อายุขัย: 23 ปี] วิชาอาคม: [เซียนไร้กำเนิด: วิชาไร้เนตร วิชาฝันผีเสื้อ วิชาฝันร้าย วิชาหกโรค คัมภีร์ไท่ซุ่ย] [สิ่งประหลาด: พฤกษาฝันโรคระบาด] [พลังเทวะ: โลกดุจความฝัน] ……… ภูตไร้เงา (ตำราหนังมนุษย์ วิชาเกราะคลุมกาย วิชาโลกอุดร กระดูกสันหลังมังกรอสรพิษ) เทพหยินแห่งแดนนี้ (เยื่อหุ้มแรกกำเนิด เซียนกระดูกไขวิญญาณ เซียนปรโลกอาธรรม์ ฉิวลอกคราบเป็นพาน) [พลังเทวะ: เสียงคำรามมังกรในกล่อง] ……… วิชาเทาเที่ย (วิชากลืนกินเซียน วิชามหาเทพเมรัย วิถีเต๋าเต๋าเต๋า วิชาสู่สุขาวดี) อเวจีมหานรก (เพลิงบรรพกาล อุทรบรรจุทะเลสุรา ลานเต๋าอู๋เหวย สุขาวดีเวียนว่าย) [พลังเทวะ: จำแลงฟ้าดิน] ……… วิชาปัดเป่าเภทภัย (นักเล่านิทาน เซียนในกระจก) อุทรประหลาดซ่อนประตู (อาจารย์บอกเล่าโบราณ ผู้ท่องไปในกระจกประหลาด) [แขนงการกลายสภาพพิสดาร: ทนหิว ทนกระหาย ทนการฆ่า ไร้ความคิด ฝากเลี้ยง เพาะมาร หลิวหลี กายมายา มายาเสมือนจริง] ……… วิชาหลอมศพ (เจียงซือขน) ………
เหรินชิงยกเลิกกระแสข้อมูล พลังอำนาจค่อยๆ เก็บงำ รูปลักษณ์ภายนอกนอกจากลักษณะบางส่วนของเจียงซือแล้ว ก็ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ
เขาก้าวสองสามก้าวก็มาถึงหลังของกิ้งก่าศพ เจียงซือนับหมื่นตนคุกเข่าลงกับพื้น
มีเจียงซือจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกับเถียนฟาง ที่จำได้จากใบหน้าที่คุ้นเคยของเหรินชิงว่า เซียนศพที่อยู่เบื้องหน้านี้ก็คือเจียงซือไร้ปัญญาจากเตาหลอมอัคคีนั่นเอง
พวกเขาหน้าซีดเผือด ขาสั่นด้วยความกลัวเมื่อนึกถึงการกระทำที่เคยสั่งอีกฝ่ายในอดีต
เถียนฟางลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินออกจากฝูงชน กล่าวด้วยเสียงเบาอย่างนอบน้อมว่า “ท่านเซียนศพ จะพอช่วย…”
เขาพูดไปก็หยุดไป ไม่รู้จะเรียกกิ้งก่าศพว่าอะไรดี
เหรินชิงไม่ได้เอ่ยปากตอบ ภูตเงาใต้เท้าของเขาผ่าเนื้อของกิ้งก่าศพออกเป็นชั้นๆ เผยให้เห็นอวัยวะภายในทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหกที่เน่าเปื่อยอย่างยิ่ง
หัวใจก็คือเตาหลอมอัคคี ไฟฟืนข้างในอ่อนแรงมากแล้ว
เส้นเลือดของเตาหลอมอัคคีหยั่งรากลึกลงไปในเนื้อเน่า ภายใต้การขุดค้นของภูตเงา ซากศพผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ผิวหนังของซากศพติดอยู่กับเลือดเนื้อของกิ้งก่าศพ หากไม่ใช่เพราะภูตเงาทำงานอย่างละเอียด คงเป็นไปไม่ได้ที่จะลอกออกมาได้อย่างสมบูรณ์
เห็นได้ชัดว่ามันสิ้นอายุขัยแล้ว ทั่วร่างไม่เห็นเลือดเนื้อแม้แต่น้อย
[ภูตศพ] [อายุ: 3,543 ปี] [อายุขัย: ไม่มี] [วิชา: วิชาหลอมศพ (เจียงซือขน) วิชากลืนกินเซียน (กายดั่งฟืน)]
ภูตศพฝึกฝนวิชาหลอมศพที่ไม่สมบูรณ์ เจียงซือขนจึงเทียบเท่ากับระดับเทพหยาง
เมื่อเหล่าเจียงซือเห็นภูตศพ ในใจก็เกิดความเศร้าโศกอย่างรุนแรง ราวกับได้เห็นผู้เฒ่าที่เคยชี้นำทางให้พวกเขา
ในดวงตาของเหรินชิงฉายแววแปลกประหลาด
ในทุกเผ่าพันธุ์ย่อมมีอัจฉริยะที่โดดเด่นอยู่สองสามคน ภูตศพก็เป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ภูตศพไม่เพียงแต่รอดพ้นจากชะตากรรมการสลายตัวของเลือดเนื้อของเจียงซือเขียวได้ แต่ยังฝึกฝนวิชากลืนกินเซียนจนถึงระดับทูตผีได้อีกด้วย
เหรินชิงคาดว่าเมื่อพันปีก่อนวิชากลืนกินเซียนของภูตศพคงจะเลื่อนระดับเป็นทูตผีแล้ว จากนั้นจึงค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างวิชากับเตาหลอมอัคคี
ภูตศพคิดว่าสามารถใช้วิชากลืนกินเซียนเพื่อขจัดข้อบกพร่องของวิชาหลอมศพได้ แต่กลับถูกเหล่าเจียงซือที่พอใจกับสภาพเดิมผนึกไว้ใต้ดิน
สุดท้ายก่อนตาย เขาจึงเลือกที่จะหลอมรวมตนเองเข้ากับเตาหลอมอัคคี
เหรินชิงอดรู้สึกเสียดายแทนภูตศพไม่ได้ หากพันปีมานี้ไม่ได้พึ่งพาเตาหลอมอัคคี เกรงว่าอีกฝ่ายคงจะเลื่อนระดับเป็นยมทูตไปนานแล้ว
บางทีเมืองศพอาจจะเดินไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป
เขาพ่นเปลวไฟฟืนที่รุนแรงออกมา ทำให้ไฟในเตาหลอมอัคคียิ่งลุกโชน ภูตศพพลันหอบหายใจอย่างแรง
ภูตศพราวกับคนจมน้ำที่ได้รับการช่วยเหลือ ผ่านไปนานจึงหายใจเป็นปกติ
“ในโลกนี้มีเซียนอยู่จริงๆ…”
เขาอดไอไม่ได้สองสามครั้ง จากนั้นก็อยากจะใช้ฝ่ามือปิดปาก แต่กลับพบว่าร่างกายติดอยู่กับเลือดเนื้อ อดเผยสีหน้าขมขื่นไม่ได้
ภูตศพพึมพำกับตนเองว่า “ไม่มีเวลาแล้ว…”
“ท่านเซียนศพ ข้าน้อยล่วงเกินไปมาก หวังว่าท่านจะให้อภัย”
เขารีบใช้วิชากลืนกินเซียน ท้องพลันกลายเป็นสีแดงเพลิง เสียงไอดังขึ้นเรื่อยๆ
เหล่าเจียงซือถูกไอศพที่บางเบาซึ่งภูตศพไอออกมาดึงดูด สมองปลอดโปร่งขึ้นอย่างยิ่ง จากนั้นความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
สายตาของพวกเขามองไปยังทิศเหนือพร้อมกัน
ภูตศพยิ้มอย่างเศร้าสร้อยแล้วกล่าวว่า “ต่อให้พวกเจ้าจะลืมไปหมดแล้ว แต่ข้ายังจำดินแดนบรรพบุรษได้ ไม่ควรถูกลืมเลือน ไม่ควร…”
เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของกิ้งก่าศพ ก็มิใช่ว่าอยากจะเดินทางไปยังดินแดนบรรพบุรษในวันหนึ่งหรอกหรือ
แต่ภูตศพก็ทำใจได้นานแล้ว ส่วนใหญ่เพียงอยากให้เหล่าเจียงซือรู้ถึงความหมายของการมีอยู่
เขายิ่งอ่อนแอลง พูดจาเพ้อเจ้อที่คนฟังไม่เข้าใจ
ท่ามกลางความเงียบงัน เหรินชิงเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มว่า “ภูตศพ ข้าตั้งใจจะไปดินแดนบรรพบุรุษสักครั้ง พวกเจ้ายินดีจะเข้ามาอยู่ใต้สังกัดของข้าหรือไม่?”
ในเมื่อ***มีวิชามรณะอยู่ในมือ เช่นนั้นวิชาอาคมก็อาจจะอยู่ใกล้กับดินแดนบรรพบุรุษ
หลังจากที่เหรินชิงรู้ว่าสามารถออกจากเขตหวงห้ามมรณะได้จากใต้ดิน เขาก็ไม่รังเกียจที่จะลงไปลึกกว่านี้ ถ้าไม่ได้ก็ใช้วิชาปัดเป่าเภทภัยหนีออกมา
เหล่าเจียงซือไม่ต้องให้เหรินชิงข่มขู่หรือล่อลวง ก็ตอบตกลงเป็นเสียงเดียวกันทันที
ภูตศพเบิกตาโพลงราวกับแสงสุดท้ายของชีวิต แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมืองศพได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว ต่อให้เหรินชิงจะมีพลังอำนาจล้นฟ้า ก็คงไม่สิ้นเปลืองพลังงานไปปกป้องเจียงซือกว่าหมื่นตน
เขากำลังจะปฏิเสธ แต่รอบข้างก็เกิดการสั่นสะเทือนของพื้นดินขึ้นอีกครั้ง
(จบตอน)