- หน้าแรก
- เส้นทางเซียนวิปลาส
- บทที่ 370 ความจริงของแดนสวรรค์
บทที่ 370 ความจริงของแดนสวรรค์
บทที่ 370 ความจริงของแดนสวรรค์
บทที่ 370 ความจริงของแดนสวรรค์
ซ่อนกายอยู่ในถ้ำลึกใต้ดิน เหรินชิงเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของแดนสวรรค์
เขาพบว่าแม้ผู้คนหลายหมื่นหลั่งไหลสู่เมือง แต่กลับไม่เกิดความวุ่นวายแม้แต่น้อย ทุกคนล้วนถูกจัดสรรเข้าสู่บ้านเรือนที่ว่างเตรียมไว้
ภายใต้อำนาจไอพุทธะแห่งพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ ผู้คนนับแสนต่างหลอมรวมเป็นหนึ่ง กลายเป็นผู้ศรัทธาอันเคร่งครัดที่สุด
พวกเขาไม่จำเป็นต้องบริโภคสิ่งใด ด้วยร่างกายที่ดูดซับไอพุทธะทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว ก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันแล้ว
เหรินชิงหรี่ตาลง ในใจพลันปรากฏคำสี่คำขึ้นมาอย่างมิอาจห้าม “กายทองอมตะ”
เดิมทีข้าเข้าใจว่ากายทองอมตะเป็นกายาพิเศษของสำนักพุทธ แต่บัดนี้ดูเหมือนว่ามันจะหมายถึงภาชนะมีชีวิตสำหรับกักเก็บไอพุทธะเสียมากกว่า
พระทั้งเมืองล้วนถูกไอพุทธะกัดกร่อนจนกลายเป็นกายทองอมตะ อายุขัยจึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นธรรมดา
เหรินชิงคาดการณ์ในใจ สงสัยว่าผู้ฝึกตนเจ้าของผลแห่งพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ จึงต้องการพระจำนวนมหาศาลเพื่อกักเก็บไอพุทธะ อาจเพื่อใช้ดูดซับระหว่างการฝึกตนครั้งใหม่
ทว่าแผนการของแดนสวรรค์ดำเนินมานานหลายร้อยปีแล้ว คงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่าพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์วางแผนการใดไว้กันแน่
เหรินชิงหลับตาลง จิตสำนึกเชื่อมต่อกับเมล็ดพันธุ์ฝันบนหน้าผากมังกรเทียมจันทราอุกกาบาต เพื่อสำรวจความทรงจำในสมองของพยัคฆ์ดำ
ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องออกจากฉือซื่อมุ่งหน้าขึ้นเหนือ การทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ถ่องแท้จึงเป็นเรื่องจำเป็น
หากฉือซื่ออันตรายเกินไป เหรินชิงอาจต้องเลือกเดินทางผ่านถ้ำไร้ก้น แต่ที่แห่งนั้นก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นกัน
เวลาล่วงเลยไปหลายวันในพริบตา
ตัวพยัคฆ์ดำนั้น ด้วยความสัมพันธ์กับมังกรเทียมจันทราอุกกาบาต สติปัญญาและจิตสำนึกจึงมลายสิ้นไปนานแล้ว ทำให้สามารถเดินเข้าสู่แดนสวรรค์ได้อย่างราบรื่น
แต่จิตวิญญาณของเขาภายใต้การชะล้างของไอพุทธะแห่งพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ กลับให้กำเนิดจิตสำนึกขึ้นมาสองสายอย่างน่าประหลาด นั่นคือวัยเด็กและวัยชรา
นิสัยดั้งเดิมของพยัคฆ์ดำไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตสำนึกที่ก่อกำเนิดขึ้นใหม่แม้แต่น้อย
โดยเฉพาะพยัคฆ์ดำในวัยชรา จิตใจของเขากลับเข้ากับสำนักพุทธได้อย่างน่าอัศจรรย์ จึงได้เข้าเป็นศิษย์ในอารามเล็กๆ นาม "วัดจินกวง"
พยัคฆ์ดำได้รับฉายาว่าอู๋อ้าย จิตสำนึกวัยเด็กและวัยหนุ่มก็ได้รับอานิสงส์ กลายเป็นสามเณรในวัด รับหน้าที่กวาดใบไม้ร่วงในลานอาราม
สามช่วงวัยไม่ก้าวก่ายกัน แต่สถานะความเป็นพระก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
หลังจากเหรินชิงซึมซับความทรงจำของอู๋อ้ายแล้ว เขาก็เฝ้าสังเกตอีกฝ่ายด้วยความสนใจทันที ก่อนจะพบความผิดปกติของอู๋อ้ายในวัยหนุ่ม
อู๋อ้ายวัยหนุ่มถือไม้กวาด ท่วงท่าดูคล้ายกำลังกวาดพื้น แต่ดวงตากลับจับจ้องพระทุกรูปที่เดินผ่านไปด้วยแววตาเย็นชา
พระหลายรูปต่างเกรงกลัวอู๋อ้ายอยู่บ้าง จึงเลือกที่จะเดินเลี่ยงไป
สีหน้าของอู๋อ้ายดูโง่งม ปากพร่ำบ่นถึงพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ไม่หยุด ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูเป็นคนไร้พิษสง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ซึ่งความมุ่งร้าย
แม้เขาจะไร้ซึ่งสติปัญญา แต่ไอพุทธะก็มิได้กัดกร่อนสันดานดิบของเขาแม้แต่น้อย
พยัคฆ์ดำเป็นคนเช่นไรกันแน่?
อันที่จริงเหรินชิงได้ล่วงรู้บางส่วนจากความทรงจำของพยัคฆ์ดำแล้ว
ฉือซื่ออันตรายกว่าที่เขาจินตนาการไว้ร้อยเท่า อาจเทียบได้กับจิ้งโจวในช่วงที่ไอปีศาจแพร่กระจาย ทุกหนแห่งล้วนเต็มไปด้วยภูตผีปีศาจ
แต่ยิ่งห่างจากแดนสวรรค์มากเท่าใด ภูตผีปีศาจที่ถือกำเนิดก็จะยิ่งดุร้ายมากขึ้นเท่านั้น
เหรินชิงรู้สึกว่านี่น่าจะเป็นฝีมือของพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ เพราะเมื่อมนุษย์ตกอยู่ในห้วงทุกข์ ย่อมยิ่งศรัทธาในทวยเทพและพระพุทธองค์อย่างหมดใจ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดในทุกช่วงเวลา จึงมีผู้ลี้ภัยจำนวนมากมุ่งหน้าสู่แดนสวรรค์
โดยปกติแล้วผู้ลี้ภัยมักเป็นผู้ศรัทธาที่คลั่งไคล้ที่สุด แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนชั่วซึ่งคบค้าสมาคมกับภูตผีปีศาจปรากฏขึ้น
พยัคฆ์ดำคือคนชั่วโดยสมบูรณ์
เขาเกิดในยุคข้าวยากหมากแพง เติบโตขึ้นมาได้ด้วยการกินซากศพเป็นอาหาร
ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยมีมโนทัศน์เรื่องดีชั่ว การกินคนได้ฝังลึกลงในกระดูกไปแล้ว ในสายตาของเขามันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสามัญ
แม้พยัคฆ์ดำจะสูญเสียสติปัญญาไปแล้ว แต่สัญชาตญาณแห่งความชั่วร้ายยังคงฝังลึกอยู่ในใจ หรืออาจน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
“แรกเริ่มเดิมที มนุษย์นั้นชั่วร้ายโดยกำเนิด?”
เหรินชิงหันความสนใจไปยังมังกรเทียมจันทราอุกกาบาตอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างนึกเสียดาย
มังกรเทียมจันทราอุกกาบาตในฐานะจิตวิญญาณศาสตราวุธที่สร้างขึ้นอย่างหยาบๆ มีอายุขัยเพียงครึ่งปีและไร้ซึ่งสติปัญญาเช่นกัน
เดิมทีเขาตั้งใจจะรอให้มังกรเทียมจันทราอุกกาบาตยืดอายุขัยได้สำเร็จ แล้วจึงดึงเข้าสู่ตลาดแห่งฝันเพื่อรับอายุขัย
ทว่ามังกรเทียมจันทราอุกกาบาตดูเหมือนจะยากยิ่งที่จะเปลี่ยนเป็นกายทองอมตะ จึงไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากไอพุทธะของพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ อายุขัยจึงไม่สามารถเพิ่มพูนขึ้นได้
มันซ่อนตัวอยู่ในร่างของพยัคฆ์ดำเพื่อแฝงตัวเข้าสู่แดนสวรรค์
อาจเป็นไปได้ว่าในความเข้าใจของไอพุทธะ มังกรเทียมจันทราอุกกาบาตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกายพยัคฆ์ดำ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์
เหรินชิงนวดขมับของตน
แน่นอนว่าการขโมยอายุขัยจาก "ฟาร์ม" ของเซียนดินนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
จากนั้นเขาก็หยิบวัตถุดิบที่สามารถหลอมเป็นกายทองอมตะออกมา เตรียมสร้างมังกรเทียมจันทราอุกกาบาตตัวใหม่ขึ้นเพื่อทดลองเปลี่ยนสภาพมันดู
สำหรับมังกรเทียมจันทราอุกกาบาตตัวแรก เหรินชิงก็ไม่คิดปล่อยให้สูญเปล่า เขากำลังใช้ไอปีศาจในเมล็ดพันธุ์ฝันส่งผลกระทบต่อหัวใจของพยัคฆ์ดำ
เหรินชิงใคร่รู้นักว่าเมื่ออวัยวะของพยัคฆ์ดำค่อยๆ กลายเป็นปีศาจไปทีละส่วน ไอพุทธะจะตอบสนองเช่นไร
เมื่อการกัดกร่อนของไอปีศาจรุนแรงขึ้น ทันใดนั้นบนพื้นผิวของหัวใจก็ปรากฏอายตนะทั้งห้า (อวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5 บนใบหน้า) หลอดเลือดที่เชื่อมต่อพลันดิ้นรนราวกับมีชีวิตประหนึ่งแขนขา
เหรินชิงสังเกตพยัคฆ์ดำอย่างละเอียด อีกฝ่ายไม่ได้ตระหนักถึงความผิดปกติใดๆ เลย กลับกันไอพุทธะรอบกายกลับไหลเข้าสู่ร่างอย่างควบคุมไม่ได้
ไอพุทธะของพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ราวกับอสูรร้ายผู้หวงแหนอาณาเขต มันเคลื่อนไปทั่วร่างผ่านเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปดสาย พยายามค้นหาการมีอยู่ของไอปีศาจ
เหรินชิงเห็นดังนั้นจึงรีบใช้เมล็ดพันธุ์ฝันแยกไอปีศาจออกไป
เมื่อไอพุทธะไม่พบไอปีศาจ ก็ไม่สนใจหัวใจที่แยกตัวออกจากร่างไปแล้ว และในไม่ช้าก็กลับสู่ความสงบนิ่งดังเดิม
หัวใจปีศาจไร้ซึ่งไอปีศาจค้ำจุน จึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมบูรณ์ ยังคงต้องพึ่งพาร่างของพยัคฆ์ดำเพื่อดำรงอยู่ต่อไป
เหรินชิงขมวดคิ้วมุ่น อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับการตอบสนองของไอพุทธะ
อย่างแรกที่แน่ใจได้คือ ไอพุทธะไม่ได้ถูกควบคุมโดยผู้ฝึกตน มิเช่นนั้นคงไม่พลาดการสังเกตเห็นหัวใจปีศาจและมังกรเทียมจันทราอุกกาบาต
แล้วเหตุใดไอพุทธะของพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์จึง...เป็นระเบียบถึงเพียงนี้?
ไอพุทธะมีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ เพราะมันได้กลืนกินผู้ฝึกตนในอดีตมาแล้วนับไม่ถ้วน
ก่อนหน้านี้เหรินชิงเคยสัมผัสไอพุทธะของพระอรหันต์นั่งกวางที่ซ่งจงอู๋ปลดปล่อยออกมา ความรู้สึกที่ได้รับคือความสับสนวุ่นวายอย่างยิ่ง เพียงไอพุทธะออกจากร่าง ก็จะเข้าสิงสู่สรรพชีวิตโดยสัญชาตญาณ
ไหนเลยจะเหมือนไอพุทธะของพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ ที่ช่างเลือกเฟ้นถึงเพียงนี้
ต้องรู้ว่าพระอรหันต์นั่งกวางเป็นเพียงผลแห่งอรหันต์ ในภาพพุทธะเก้าสิบเจ็ดองค์ ก็บรรลุถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้แล้ว
ไอพุทธะของพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ได้กลืนกินร่างกายและจิตวิญญาณของผู้ฝึกตนไปเจ็ดแปดร้อยคน ตามหลักแล้วควรจะยิ่งสับสนวุ่นวายและยากจะควบคุมยิ่งขึ้นไปอีก
ขณะที่เหรินชิงกำลังฉงน เขาก็สังเกตเห็นวิญญาณเทียมที่ราชันฟืนกำลังฟูมฟักอยู่
ความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากวิญญาณเทียมดวงที่สามนั้นเจือจางลงมาก ดูเหมือนว่าราชันฟืนกำลังใช้ประโยชน์จากดอกปี่อั้นเพื่อชำระล้างตนเองให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
เดี๋ยวก่อน...
เหรินชิงเบิกตากว้าง ราวกับถูกอัสนีบาตฟาดผ่านร่าง เขาลุกพรวดขึ้นยืน อยากจะทอดสายตามองทิวเขานอกเมือง แต่กลับถูกกำแพงหินหนาทึบขวางกั้นไว้
เขาทำได้เพียงใช้ภูตเงาสัมผัสอย่างเลือนราง ยอดเขาที่ทอดยาวต่อเนื่องกันนั้นล้วนมีลักษณะคล้ายพระพุทธรูป ดูพิสดารอย่างยิ่ง
ถ้าหากพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์ใช้วิธีการบางอย่าง ผนึกพระพุทธะหลายร้อยองค์ที่อยู่ในไอพุทธะไว้ในทิวเขา เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการบรรลุธรรมของผู้ฝึกตนในอดีตเล่า
ภูเขาแต่ละลูกที่หลอมรวมกับพุทธศพ ก็ไม่ต่างใดกับภาพพุทธะเบื้องหลังซ่งจงอู๋ ซึ่งใช้ผนึกเหล่าผู้ฝึกตนสำนักพุทธที่บรรลุธรรมในอดีต
เหรินชิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยิ่งแน่วแน่ในแผนการยืดอายุขัยของตน
ปัจจุบันจำนวนของพุทธศพยังไม่ถึงขีดจำกัด ตราบใดที่เขาไม่ทำลายสมดุลอันเปราะบางของแดนสวรรค์ ก็จะไม่เป็นการรบกวนพระมหาเมตไตรยโพธิสัตว์
ฉวยโอกาสอันดีนี้ รวบรวมอายุขัยให้เพียงพอต่อการทะลวงสู่ระดับอเวจีไม่สิ้นสุดเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน
วิชารองสองสายทะลวงสู่ระดับยมทูตต้องใช้อายุขัยสี่ร้อยปี บวกกับอายุขัยหนึ่งพันปีของอเวจีไม่สิ้นสุด รวมแล้วก็แค่หนึ่งพันสี่ร้อยปีเท่านั้น
พระนับแสนรูปแต่ละคนมีอายุขัยนับพันปี หายไปเล็กน้อยคงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
เหรินชิงอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดถึงวิธีการยืดอายุขัยอย่างมีประสิทธิภาพ เพียงรวบรวมอายุขัยได้เพียงพอ ก็จะรีบถอนตัวออกจากฉือซื่อ สถานที่ผีสิงแห่งนี้ทันที
ทันใดนั้นในสมองของเขาก็ผุดความคิดอันอาจหาญขึ้นมา และยังมีความเป็นไปได้สูงยิ่ง
เหรินชิงหลับตาลงเพื่อขัดเกลาแผนการยืดอายุขัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน เมื่อวันเวลาผันผ่าน ร่างกายของพยัคฆ์ดำก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาด หัวใจของเขาไม่ได้อ่อนแอลงเพราะเข้าสู่วัยชรา
ส่งผลให้จิตสำนึกทั้งสามสายในวัยเด็ก วัยหนุ่ม และวัยชราหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
พยัคฆ์ดำเพิ่งมาถึงแดนสวรรค์ได้เพียงไม่กี่วัน แต่กลับบรรลุเงื่อนไขของการนั่งสมาธิมรณภาพแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือสามารถรองรับไอพุทธะได้มากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในพุทธศพ
(จบตอน)