- หน้าแรก
- ข้าคืออ๋วงเทียนตี้ เข้าร่วมกลุ่มแชตและเริ่มลงทุนกับอีกหมื่นภพ
- ตอนที่ 12 ไห่ถังตั่วตั่วขึ้นเป็นยอดปรมาจารย์!
ตอนที่ 12 ไห่ถังตั่วตั่วขึ้นเป็นยอดปรมาจารย์!
ตอนที่ 12 ไห่ถังตั่วตั่วขึ้นเป็นยอดปรมาจารย์!
“หากตั่วตั่วสามารถก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้จริง ๆ เป่ยฉีก็จะมีปรมาจารย์ถึงสองคนคอยคุ้มกัน! เช่นนั้นแล้ว ข้าก็ไม่ต้องปลอมตัวเป็นชายอีกต่อไป ส่วนเจ้า หลี่หลี่ ก็ไม่ต้องแสร้งทำเป็นคนรักของข้า คอยเล่นละครพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินให้ผู้ใดเห็นอีกแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้างดงามของซือหลี่หลี่ก็แดงระเรื่อ อดที่จะถอนหายใจออกมาเบา ๆ มิได้ เพื่อช่วยจ้านโต้วโต้วครองบัลลังก์ให้มั่นคง ไม่ให้ผู้ใดสงสัยในเพศสภาพของนาง ซือหลี่หลี่จึงแสร้งทำเป็นคนรักของจ้านโต้วโต้ว แต่จะให้เป็นแบบนี้ตลอดไป…ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เรื่อยไป
...
สวนหลวงฃ หลังจากไห่ถังตั่วตั่วเข้าสู่ห้องเงียบแล้ว นางก็เลือกนั่งขัดสมาธิ แล้วหยิบโอสถคืนชีวิตบุปผาออกมาหนึ่งเม็ด
นางมองดูโอสถที่ใสกระจ่างดั่งแก้วในฝ่ามือ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เงยหน้ากลืนลงท้องไปทันที
ทันใดนั้น พลังปราณอันบ้าคลั่งก็ปะทุออกจากตันเถียน ไหลเวียนไปทั่วร่างกายและเส้นลมปราณแปดสายของนาง
“โอสถนี้ช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก!”
ไห่ถังตั่วตั่วดีใจจนเนื้อเต้น รีบหมุนเวียนจิตแห่งเตียนอี เพื่อทะลวงสู่ขอบเขตในตำนาน
ด้วยพลังยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูง บวกกับโอสถคืนชีวิตบุปผานี้ ในที่สุด คอขวดที่ขวางทางมานานของไห่ถังตั่วตั่วก็เริ่มคลายตัว
นางมองเห็นประตูสู่ระดับยอดปรมาจารย์รำไร ราวกับห่างเพียงแค่เอื้อม
เหนือสวนหลวงของวังหลวง พลังวิญญาณเริ่มก่อตัวเป็นกระแสน้ำวน พลังระลอกแล้วระลอกเล่าจากโดยรอบต่างไหลมารวมตัวกันที่นี่
ชานเมืองซ่างจิง นครหลวงของเป่ยฉี
ณ น้ำตกแห่งหนึ่ง
จู่ ๆ น้ำตกก็แตกกระจายราวถูกแรงบางอย่างกระแทกออก ร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นจากกลางสายน้ำ พลางมองไปยังทิศทางของวังหลวง
“นี่มัน...ทะลวงสู่ระดับยอดปรมาจารย์รึ?”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่...เป่ยฉีมีคนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“ทิศทางของวังหลวง หรือว่าฮ่องเต้กำลังตกอยู่ในอันตราย?”
ผู้พูดมีศีรษะโล้นเลี่ยน หน้าตาธรรมดาอย่างที่สุด สวมอาภรณ์ผ้าขาว เท้าเปล่า ใบหน้าซูบผอม ดวงตาลึกโบ๋ แต่แววตากลับสว่างสดใสอย่างประหลาด
เขาคือราชครูผู้พิทักษ์เป่ยฉี ยอดปรมาจารย์ขู่เหอ!
เขารู้ดีว่าการก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์นั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด ทั่วทั้งใต้หล้ามีเพียงสี่คนเท่านั้น
ดังนั้น เขาจึงรู้สึกสงสัยในตัวบุคคลลึกลับที่กำลังจะทะลวงสู่ระดับยอดปรมาจารย์ผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
วินาทีต่อมา ขู่เหอก็หายตัวไปจากที่เดิม พุ่งทะยานไปยังทิศทางของวังหลวงด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบตามไม่ทัน
...
สวนหลวง
ในที่สุด ไห่ถังตั่วตั่วก็ทะลวงสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้สำเร็จในวินาทีสุดท้าย
พลังปราณพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง ห้องเงียบทั้งห้องระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
ดอกไม้และต้นไม้ในสวนหลวงต่างสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง กลีบดอกไม้และใบไม้ร่วงหล่นจากท้องฟ้า ราวกับเม็ดฝนบุปผาโปรยปราย
ไห่ถังตั่วตั่วยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้าง สูดลมหายใจรับรู้พลังรอบตัวที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“นี่คือความรู้สึกของการก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์สินะ ช่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ!”
ใบหน้าของไห่ถังตั่วตั่วเปี่ยมไปด้วยความยินดี ก่อนจะหันหน้าไปทางด้านซ้าย
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ศีรษะโล้นเลี่ยนปรากฏขึ้นอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเห็นคนที่แผ่พลังปราณระดับยอดปรมาจารย์อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ตั่วตั่ว...เจ้า...คนที่ทะลวงสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้คือเจ้าเองรึนี่!”
“อาจารย์! เป็นศิษย์เองเจ้าค่ะ!” ไห่ถังตั่วตั่วประสานมือคารวะ
ขู่เหอเดินเข้ามาข้างกายนาง มองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า สายเต็มไปด้วยความชื่นชม
“ตั่วตั่ว เจ้าทำให้ข้าตกใจมากจริง ๆ! ข้าเคยคิดว่าเจ้าจะก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้เร็วที่สุดก็อาจต้องใช้เวลาหลายสิบปี ไม่นึกเลยว่า...!”
ยังไม่ทันจบประโยค เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก
สวนหลวงเกิดความเคลื่อนไหวใหญ่หลวงเช่นนี้ ฮ่องเต้จ้านโต้วโต้วและซือหลี่หลี่จึงรีบมาดูด้วยกัน
“ตั่วตั่ว เกิดอะไรขึ้น?”
“หา? ท่านกั๋วซือก็อยู่ด้วย!” จ้านโต้วโต้วและซือหลี่หลี่รีบทำความเคารพ
“ฝ่าบาท ข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ! สวรรค์คุ้มครองเป่ยฉีของเรา!”
ขู่เหอหัวเราะเบา ๆ
“ข่าวดีอันใดกัน?”
“เป่ยฉีของเรา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมียอดปรมาจารย์เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน!!!”
“หา? ผู้ใดกัน?”
จ้านโต้วโต้วมองไปที่ไห่ถังตั่วตั่ว “คงไม่ใช่...”
“ถูกต้องเพคะฝ่าบาท ข้าทะลวงสู่ระดับยอดปรมาจารย์สำเร็จแล้ว!”
จ้านโต้วโต้วนิ่งค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“ไม่จริงน่า! จริงหรือเท็จกันแน่?!”
“ใช่แล้ว ตั่วตั่ว! เมื่อครู่นี้ฝ่าบาทยังพูดกับข้าอยู่เลย ว่าการจะก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้นั้นยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก!”
ซือหลี่หลี่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตกใจจนต้องเอามือปิดปาก
“ย่อมเป็นความจริงเพคะ!”
เมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสองคน ขู่เหอก็ยิ้มเล็กน้อย แต่ในใจของเขา ความตกตะลึงต่อเรื่องนี้ไม่ได้น้อยไปกว่าทั้งสองคนเลย
เพราะในฐานะยอดปรมาจารย์ เขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าการก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์นั้นยากเย็นเพียงใด!
“ตั่วตั่ว เจ้าสมกับเป็นอัจฉริยะแห่งเป่ยฉี การเกิดปัญญาอย่างกะทันหันเช่นนี้ กลับทำให้เจ้าก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้ในทันที! ระดับยอดปรมาจารย์ที่คนทั่วไปยากจะเอื้อมถึง กลับเป็นเรื่องง่ายดายราวกับดื่มน้ำสำหรับเจ้า!”
จ้านโต้วโต้วกล่าวอย่างชื่นชม
“เกิดปัญญาแจ่มกระจ่างอย่างกะทันหันรึ?” ขู่เหอขมวดคิ้วเล็กน้อย
ระดับยอดปรมาจารย์ ไม่ใช่สิ่งที่จะอาศัยแค่การเกิดปัญญาแจ่มกระจ่างก็จะทะลวงผ่านไปได้
หากไม่มีการสั่งสมพลังบำเพ็ญเพียร หรือเงื่อนไขเฉพาะบางอย่าง ต่อให้ปัญญาแล่นลึกเพียงใดก็ไร้ประโยชน์!
ดูเหมือนว่าศิษย์ของเขาคนนี้ จะต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน
“ตั่วตั่ว เจ้าทำได้อย่างไรกันแน่?” ขู่เหออดไม่ได้ที่จะถาม
“ท่านอาจารย์ ครั้งนี้ที่ข้าสามารถก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์ได้สำเร็จ ต้องขอบคุณท่านอ๋วงเทียนตี้ในกลุ่มแชท!”
“กลุ่มแชทคือสิ่งใดกัน?”
“แล้วอ๋วงเทียนตี้คือผู้ใดกัน?”
เมื่อเห็นดังนั้น ไห่ถังตั่วตั่วก็เล่าเรื่องกลุ่มแชทให้ฟังอย่างละเอียด
ผ่านไประยะหนึ่ง สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง ยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินว่าไห่ถังตั่วตั่วก้าวสู่ระดับยอดปรมาจารย์เสียอีก
“สามารถพูดคุยกับคนจากต่างโลกได้ แถมยังแลกเปลี่ยนของกันได้ด้วยรึ?”
“นี่มันวาสนาฟ้าประทานชัด ๆ!”
“ที่แท้หลังจากระดับยอดปรมาจารย์แล้ว ยังมีขอบเขตที่เรียกว่าระดับเทพมนุษย์ และระดับเซียนปฐพีอีกรึนี่?”
“ท่านอ๋วงเทียนตี้ผู้นี้ หากจะเรียกเขาว่าอัจฉริยะเหนือโลก เกรงว่าจะยังน้อยไป!”
“พลังอำนาจเช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่เทวสถานก็ยังเทียบไม่ได้!”
ขู่เหอถอนหายใจเฮือกใหญ่
สิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยินในวันนี้ ช่างน่าตกใจยิ่งกว่าตอนที่เขาเดินทางเท้าเป็นหมื่นลี้เพื่อไปพบเทวสถานเสียอีก!
“อ๋วงเทียนตี้? จักรพรรดิสวรรค์? ช่างเป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่เสียจริง!” ซือหลี่หลี่กล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ใช่แล้ว ยิ่งใหญ่กว่านามฮ่องเต้ของข้าเสียอีก!”
จ้านโต้วโต้วเองก็กล่าวอย่างชื่นชมเช่นกัน
[จบแล้ว]