เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - Nine Blades of Tang

บทที่ 15 - Nine Blades of Tang

บทที่ 15 - Nine Blades of Tang


Chapter 15 - Nine Blades of Tang

**ดาเมจ = ความเสียหาย

** สเตลท์ = การหายตัวหรือพรางตัวอะไรทำนองนั้น

**แบ็คสแต็ป = โจมตีด้านหลังด้วยความเสียหายที่รุนแรง

ในตอนที่นักดาบปีศาจพบกู่เฟยครั้งแรก เขารู้สึกตกใจกับทักษะของกู่เฟยจนไม่ได้ใช้สกิลประเมินเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์สวมใส่ของเขา หรือพูดกันตามตรงชุดคลุมของกู่เฟยก็ธรรมดาจนแทบจะไม่มีค่าให้ใช้สกิลประเมินด้วยซ้ำ เพราะหากเป็นไอเท็มระดับสูงอย่างความทรงจำแห่งน้ำแข็ง มันก็ต้องมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

ความสงสัยของนักดาบปีศาจยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเขาได้ยินเสียงร้องของมอนสเตอร์ดังมาจากอีกด้านไม่หยุด

เขาต่อสู้กับมอนสเตอร์พวกนั้นยังไง? ในฐานะผู้เล่นที่รู้จักเกือบทุกสกิลในเกม นักดาบปีศาจสามารถประเมินรูปแบบก่อต่อสู้ของใครก็ได้ด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว ทว่าเขาไม่สามารถนึกภาพการต่อสู้ของกู่เฟยได้เลย

การค้นคว้าเทคนิคและสกิลของผู้อื่นเป็นนิสัยส่วนตัวของนักดาบปีศาจ ดังนั้นเขาจึงทนไม่ได้อีกต่อไปและตัดสินใจไปซุ่มดูการต่อสู้ของกู่เฟย

นักดาบปีศาจใช้สกิลสเตลท์เพื่อคืบคลานเข้าใกล้เป้าหมายในการค้นคว้าของเขา

สกิลในพาราเรลเวิร์ลใช่ว่าเรียนแล้วก็ใช้ได้เลย การหมั่นฝึกฝนจำเป็นต่อการยกระดับความเชี่ยวชาญของพวกมัน และยิ่งระดับความเชี่ยวชาญสูงขึ้น ผลของสกิลก็จะยิ่งสูงขึ้นตาม และการเพิ่มระดับความเชี่ยวชาญของสกิลสามารถทำได้โดยหมั่นใช้สกิลบ่อยๆ หรือได้รับเป็นผลตอบแทนจากภารกิจบางอย่าง หรือสุดท้ายอาจสามารถได้มาจากผลพิเศษเสริมของอุปกรณ์สวมใส่บางชนิด

สเตลท์ถือได้ว่าเป็นสกิลที่สำคัญที่สุดสำหรับอาชีพโจร ผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงอย่างนักดาบปีศาจย่อมตระหนักถึงค่าของมัน ดังนั้นเขาจึงหมั่นฝึกฝนมันตลอดเวลาเพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญให้มากขึ้น สกิลสเตลท์ของนักดาบปีศาจในตอนนี้ไม่มีเวลาจำกัดและจะหายไปก็ต่อเมื่อเขาเริ่มโจมตีหรือถูกโจมตีเท่านั้น

นักดาบปีศาจที่อยู่ภายใต้ผลของสเตลท์ลัดเลาะไปตามแนวต้นไม้จนพบกู่เฟยในที่สุด

ท่ามกลางป่านี้ไร้ซึ่งลมหนาวทว่านักดาบปีศาจกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก มันเป็นเหมือนความหนาวเหน็บซึมซาบออกมาจากดวงวิญญาณ

วิธีการต่อสู้ของกู่เฟยนั้นขัดแย้งกับทุกสิ่งที่นักดาบปีศาจเคยเห็นตลอดการเล่นเกมหลายสิบปี

ชายในชุดคลุมจอมเวทย์คนนี้ออกท่วงท่าได้อย่างรวดเร็วและปราดเปรียวราวกับว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับลม หมวกฟางโกโรโกโสที่สวมอยู่ปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขาไว้ มือของเขาขยับไปมาพร้อมกับแสงสีเงินอันงดงาม และแสงที่ส่องประกายเหล่านั้นมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของเหล่ามอนสเตอร์ที่ตายไปอย่างต่อเนื่อง

แสงพวกนั้นมาจากคมดาบที่กู่เฟยถืออยู่ในมือ

คมดาบพวกนั้นดูคล้ายกับดาบแห่งราชวงศ์ถังของจริงเมื่อมันได้เริงระบำอยู่ในมือของกู่เฟย นักดาบปีศาจสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความรู้อันถ่องแท้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งดาบในทุกๆการโจมตีของเขา

การโจมตีของกู่เฟยงดงามด้วยความสมบูรณ์แบบ

ทว่าถึงแม้การโจมตีจะงดงาม แต่พวกมันไม่ใช่สกิลในเกม!

ใครจะเชื่อถ้าเขาบอกว่ามีจอมเวทย์คนหนึ่งสามารถล้มมอนสเตอร์และเก็บเลเวลได้เร็วกว่าเขาด้วยท่าการเคลื่อนไหวพื้นฐานเพียงอย่างเดียว? นักดาบปีศาจหมดคำพูด

นักดาบปีศาจยังคงเฝ้าดูการต่อสู้ของกู่เฟยอย่างละเอียด หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง ตัวเขาก็พบว่าวิธีการต่อสู้กับมอนสเตอร์ของกู่เฟยนั้นน่าทึ่งแค่ไหน

ทุกๆการโจมตีของเขาล้วนสร้างความเสียหายสูงสุด!

อาวุธในเกมออนไลน์จะมักจะมีช่วงค่าความเสียหายเสมอ ความแตกต่างระหว่างความเสียหายสูงสุดและต่ำสุดที่คนๆหนึ่งสามารถทำได้นั้นสำคัญมาก มีการถกเถียงกันอยู่ว่าอะไรดีกว่าระหว่างอาวุธที่มีดาเมจสูงแต่ทำความเสียหายได้ไม่คงที่ กับอาวุธที่มีดาเมจต่ำแต่ทำความเสียหายได้คงที่ มีผู้เล่นหลายคนสรุปว่าพวกเขาพึ่งได้แค่โชคในการทำความเสียหายสูงสุด เพราะยังไม่มีใครรู้ว่ามันวัดโดยใช้หลักการอะไร

**ตัวอย่างของช่วงความเสียหายเช่นไอเท็มมีดาเมจ90-100 ก็จะสุ่มออกว่าจะมีดาเมจอยู่ช่วงไหนระหว่าง90-100

อย่างไรก็ตามในเกมออนไลน์เสมือนจริงอย่างเกมพาราเรลเวิร์ล นักดาบปีศาจเริ่มตระหนักว่าผลของความเสียหายสูงสุดและต่ำสุดเหมือนจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคอีกต่อไป แต่เป็นบางสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมของผู้เล่น

จากการวิเคราะห์ของนักดาบปีศาจ ความเสียหายที่ทำได้นั้นอาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากความแม่นยำรวมถึงความเชี่ยวชาญในการโจมตีแต่ละครั้งของพวกเขา

กู่เฟยตรงหน้าของเขาก็เป็นแบบนั้น

นักดาบปีศาจเชื่อว่าทุกการโจมตีของกู่เฟยสร้างความเสียหายสูงสุดหรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง เขาเก็บเลเวลที่นี่มาสักพักหนึ่งแล้วดังนั้นเขารู้ว่ามอนสเตอร์ที่เขตนี้มีเลือดประมาณเท่าไหร่ เมื่อนำมันมาหารด้วยจำนวนการโจมตีแต่ละครั้งของกู่่เฟย เขาก็จะสามารถคำนวณหาระดับความเสียหายของการโจมตีแต่ละครั้งได้อย่างง่ายดาย แถมเมื่อคิดถึงความจริงที่ว่าเขาเป็นแค่จอมเวทย์ นักดาบปีศาจก็ยิ่งมั่นใจว่าการโจมตีทุกครั้งของกู่เฟยนั้นสร้างความเสียหายสูงสุด

การควบคุม! คำนี้สลักเข้าไปในหัวของนักดาบปีศาจ

ใครบอกว่าไม่มีการควบคุมในเกมเสมือนจริง? คนตรงหน้าของเขาพิสูจน์แล้ว และมันเหนือล้ำกว่าการควบคุมเม้าหรือคีย์บอร์ดของเกมMMORPGปกติอย่างเทียบไม่ติด

ความสามารถในการควบคุมความเสียหายได้ตามต้องการ.... นี่จึงเป็นการควบคุมขั้นสูงสุด! นักดาบผีศาจเหมือนเห็นโลกใหม่ตรงหน้าของเขาและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น

ในตอนนั้นเอง จู่ๆกู่เฟยก็เริ่มผสานการเคลื่อนไหวของเท้าและมือของเขาเพื่อแยกออกจากพวกมอนสเตอร์

'เดี๋ยวนะ เขาต้องหยุดพักด้วยเหรอ?' นักดาบปีศาจงุนงง เขาไม่เห็นกู่เฟยได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว! แม้ว่าตัวเกมจะมีฟังก์ชั่นการเหนื่อยล้า แต่มันมีไว้เพื่อป้องกันคนที่เล่นเกมไม่หลับไม่นอนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นผู้เล่นที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดคงถูกเด้งออกจากเกมกันหมดในเวลาเพียงไม่กี่นาที

ถึงมันจะมีเกจวัดความอ่อนล้า แต่มันลดลงช้ามาก ผู้เล่นหลายคนต่างเรียกมันว่า 'ระบบต่อต้านการเสพติด' เพื่อเสียดสีว่ายังไงทางบริษัทก็ไม่คิดที่จะบังคับให้พวกเขาเล่นเกมน้อยลงอยู่ดี **(เหมือนที่ออกนโยบายต่อต้านยาเสพติด แต่ก็ยังขายกันต่อไป)

เป็นไปได้ไหมว่าเกจวัดความอ่อนล้าจะลดลงเร็วขึ้นเมื่อใช้การควบคุมระดับสูง? นักดาบปีศาจคิดเงียบๆ หากมันเป็นอย่างนั้นจริงๆผลเสียจะมากกว่าผลได้ การฟื้นความเหนื่อยล้านั้นช้าและในตอนนี้ก็ยังไม่มีวิธีที่จะทำให้มันเร็วขึ้นยกเว้นการนั่งรออย่างเปล่าประโยชน์ ถึงแม้เวลาออฟไลน์เองก็นับเป็นเวลาพักเช่นกัน แต่นักดาบปีศาจคิดว่ามันคงไม่คุ้มค่าหากเป็นในกรณีนี้

เห็นได้ชัดว่ากู่เฟยกำลังโจมตีพร้อมถอยร่นไปด้วย มอนสเตอร์กลุ่มใหม่จะไม่ถูกดึงออกมาแล้วเนื่องจากเขาอยู่นอกระยะการดึงมอน เขาใช้วิธีกำจัดมอนสเตอร์ไปทีละตัวจนเมื่อมาถึงชายป่าเขาก็จัดการมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายไปได้สำเร็จ

มหัศจรรย์! นักดาบปีศาจรู้สึกทึ่งอยู่เงียบๆ กู่เฟยมีความแม่นยำสูงมากจนสามารถหาทางถอยได้อย่างไร้ที่ติ มันเป็นคำนิยามถึงความสามารถในการควบคุมระดับสูงอย่างแท้จริง

ทว่าความมหัศจรรย์ของจริงเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากฆ่ามอนสเตอร์ตัวสุดท้ายเสร็จ กู่เฟยใช้มือข้างหนึ่งถือดาบและใช้อีกมือหนึ่งจัดหมวกฟางบนหัวของเขาให้เข้าที่ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาที่เคยถูกคลุมด้วยหมวกฟางตอนนี้ถูกเปิดแล้ว และเขาก็กำลังมองไปทางนักดาบปีศาจพร้อมหัวเราะ "มีเรื่องอะไรรึเปล่า?"

นักดาบหันไปมองด้านหลังแต่ก็ไม่เห็นใคร

"นายมองเห็นฉันด้วยเรอะ?" นักดาบปีศาจถามออกไปอย่างตกตะลึง

"ฉันมองไม่เห็น แต่ฉันสัมผัสตัวตนของนายได้" กู่เฟยกล่าว

"เรื่องนี้จะเป็นไปได้ยังไง?!" นักดาบปีศาจช็อก แต่เขาก็นึกถึงแบ็คสแต็ปที่ล้มเหลวในตอนที่พวกเขาต่อสู้กันครั้งก่อน ตอนนั้นเขาคิดว่ากู่เฟยรับรู้ถึงการโจมตีสุดท้ายของเขาและสามารถจับเขาได้เนื่องจากตัวเขาเปิดเผยตัวตอนที่จะทำการโจมตี

หากรวมทั้งสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน หรือมันเป็นไปได้ว่ากู่เฟยอาจรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาแอบอยู่ที่นี่ภายใต้สถานะซ่อนตัว?

บ้าอะไร? เรื่องนี้ยังนับเป็นการควบคุมได้อีกไหม? นักดาบปีศาจหมดคำพูด

"เปิดเผยตัวเองได้แล้ว!" กู่เฟยตะโกน เขารู้ว่านักดาบปีศาจอยู่ใกล้ๆ แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน การได้ยินเสียงเปล่าๆทำให้สถานการณ์มันดูพิกลมากเกินไป

นักดาบปีศาจค่อยๆเผยตัวออกมาช้าๆขณะที่เขาปลดสถานะซ่อนตัวออก

"มีอะไรรึเปล่า?" กู่เฟยถาม

"ฉันแค่อยากมาดูว่านายสู้กับพวกมอนสเตอร์ยังไง" นักดาบปีศาจกล่าว

"แล้วเป็นไงบ้าง?" กู่เฟยถามยิ้มๆ

"มันยอดเยี่ยมมาก!" นักดาบปีศาจพยักหน้า

"มันคือเก้าคมดาบแห่งราชวงศ์ถัง" **(รายละเอียดดาบท้ายตอน)

"เก้าคมดาบแห่งราชวงศ์ถัง?"

"ใช่!" กู่เฟยพยักหน้า

มันคืออะไร? หรือนั่นคือสิ่งที่เขาใช้เรียกการควบคุมระดับสูงของเขา? หากเขาจำไม่ผิดเมื่อสองปีก่อนก็มีเกมออนไลน์จีนเกมหนึ่งที่มีอุปกรณ์สวมใส่ระดับต่ำที่มีชื่อคล้ายกันอยู่... นักดาบปีศาจร้องไห้เงียบๆเมื่อเขาตระหนักว่าความรู้และประสบการณ์ของเขาจำกัดอยู่แค่ในเกมออนไลน์เท่านั้น จนพาลคิดไปว่าดาบแห่งราชวงศ์ถังอันลือชื่อเป็นเพียงอุปกรณ์สวมใส่กากๆเท่านั้น

"รูปแบบเฟินหลิวทั้งสาม!" ตอนนั้นเองจู่ๆกู่เฟยก็ร้องออกมาพร้อมบิดข้อมือเพื่อยกดาบขึ้นและฟันไขว้ไปกลางอากาศสามครั้ง

"รูปแบบต้วนหลางทั้งสาม!" การเคลื่อนไหวพลันเปลี่ยนไปขณะที่เขาร้องออกมาอีกครั้ง เขาฟันตัดกลางออกไปตรงหน้าสามครั้งคล้ายพยัคฆ์เหี้ยมที่คลืบคลานลงมาจากภูเขา

"รูปแบบฉีหรีทั้งสาม!" ใบดาบกรีดผ่านอากาศตรงหน้าของเขาเป็นแนวนอนและแกว่งกลับไปกลับมาอีกสามครั้งที่จุดเดิมด้วยการขยับแขนของเขา

"เก้าคมดาบแห่งราชวงศ์ถังทำให้ผู้ใช้สามารถเฉือน ตัด และแทงเป้าหมายได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อเชี่ยวชาญมันจำเป็นต้องหมั่นเพียรฝึกฝนกังฟูนับสิบปี ทักษะกลางๆของฉันคงเทียบเคียงไม่ได้ล่ะมั้ง?" กู่เฟยหัวเราะกับตัวเอง

นักดาบปีศาจทำได้เพียงพยักหน้าของเขาส่งๆ เขาไม่รู้แม้แต่น้อยว่ากู่เฟยกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ในสายตาของเขาสิ่งที่กู่เฟยแสดงตรงหน้าของเขาไม่ได้ใกล้เคียงกับความน่าทึ่งในตอนที่เขากำลังต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

"โอ้ใช่ นายมีอะไรเป็นพิเศษไหมถึงได้มาหาฉันที่นี่?" กู่เฟยถาม

อันที่จริงนักดาบปีศาจลังเลที่จะถาม แต่หลังจากได้เห็นการควบคุมระดับสูงของกู่เฟย ในที่สุดเขาก็ตัดสินพูดออกไป "ฉันมีเพื่อนที่กำลังมองหาคนสักสามคนเพื่อจัดตั้งกลุ่มทหารรับจ้าง นายสนใจไหม?"

"กลุ่มทหารรับจ้าง?"

"นายรู้ไหมว่ามันคืออะไร?"

"แน่นอนว่าฉันต้องรู้" ไม่มีทางที่กู่เฟยที่ศึกษาเกมนี้ในทุกๆด้านจะไม่รู้ว่ามีรูปแบบการจัดตั้งกลุ่มขนาดใหญ่อยู่สองรูปแบบในเกมนี้

กิลด์กับกลุ่มทหารรับจ้าง

กิลด์นั้นก็เหมือนกลุ่มแก๊งในเกมออนไลน์ทั่วไป ในเกมพาราเรลเวิร์ล กิลด์จะสามารถสร้างขึ้นได้โดยใช้คนๆหนึ่งในการสร้างและใช้อีกยี่สิบคนในการยอมรับ

ในขณะเดียวกันกลุ่มทหารรับจ้างจะมีคุณสมบัติใหม่อีกอย่างหนึ่งที่ต่างจากเกมออนไลน์ทั่วไป เนื่องจากทหารรับจ้างไม่จำเป็นต้องมีผู้เล่นจำนวนมากในการสร้างถึงขนาดที่ผู้เล่นคนเดียวก็สามารถสร้างขึ้นได้ เควสที่ทหารรับจ้างจะได้รับจากระบบส่วนใหญ่จึงเป็นเงิน ค่าประสบการณ์ หรืออุปกรณ์สวมใส่ ในทำนองเดียวกันผู้เล่นต่างๆและกิลด์ก็สามารถให้ภารกิจกับกลุ่มทหารรับจ้างได้โดยการกำหนดค่าตอบแทน โดยเมื่อทำภารกิจสำเร็จกลุ่มทหารรับจ้างก็จะได้รับรางวัลตามที่ตกลงกันไว้ โดยปกติแล้วกลุ่มผู้เล่นและกิดด์ต่างๆย่อมไม่สามารถให้ค่าประสบการณ์เป็นรางวัลได้ ดังนั้นส่วนใหญ่ค่าตอบแทนจึงเป็นอุปกรณ์สวมใส่ เงิน ทอง และอื่นๆ

กิลด์ต่างๆกับกลุ่มทการรับจ้างไม่เคยปะทะกันเอง แม้ว่ากลุ่มผู้เล่นจะมาจากกิลด์ที่ต่างกันแต่พวกเขาก็ยังสามารถสร้างกลุ่มทหารรับจ้างร่วมกันได้ อย่างไรก็ดีในตอนนี้กิลด์ส่วนใหญ่มักจะให้สมาชิกกิลด์ของตนเองเป็นคนสร้างกลุ่มทหารรับจ้างขึ้นเอง ถึงแม้ว่าคนๆเดียวก็สามารถตั้งกลุ่มทหารรับจ้างได้ แต่เควสต์ต่างๆที่ระบบให้มักเป็นเควสต์ที่ทำคนเดียวไม่ได้ หมาป่าเดียวดายอาจทำได้เพียงรอเควสง่ายๆที่มาจากผู้เล่นอื่น! ดังนั้นหนึ่งในสิ่งที่นิยมมากที่สุดในเกมตอนนี้ก็คือการที่ทางกิลด์จะฟูมฟักกลุ่มทหารรับจ้างของพวกเขาขึ้นเอง

กู่เฟยหัวเราะพักหนึ่งและกล่าว "โอ้ แปลว่านายอยากให้ฉันเข้าร่วมกับกลุ่มทหารรับจ้างของกิลด์ท้าทายสวรรค์งั้นสิ?"

นักดาบปีศาจหัวเราะอย่างขมขื่น "กิลด์ท้าทายสวรรค์แตกไปแล้ว"

"อ้าว! ทำไมล่ะ?" กู่เฟยงุนงง ถึงการสร้างกิลด์จะต้องใช้คนเลเวล30เป็นคนสร้างและใช้คนเลเวล20ในการเข้าร่วม แต่ในเมื่อนักดาบปีศาจมีเลเวล30ตั้งนานแล้ว กู่เฟยก็คิดไปว่าเขาน่าจะจัดตั้งกิลด์ท้าทายสวรรค์ตั้งนานแล้ว

- - - - - - - -

ดาบแห่งราชวงศ์ถัง = ดาบจีนคมด้านเดียวถูกใช้ในช่วงราชวงศ์ถัง มันถูกส่งออกไปยังเกาหลีและญี่ปุ่นสร้างอิทธิพลต่อการตีดาบของทั้งสองระเทศ ดาบแห่งราชวงศ์ถังในตอนนั้นคล้ายกับดาบฉือเต๋า(ดาบดำ)ของญี่ปุ่น

จบบทที่ บทที่ 15 - Nine Blades of Tang

คัดลอกลิงก์แล้ว