เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - Unbelievable

บทที่ 14 - Unbelievable

บทที่ 14 - Unbelievable


Chapter 14 - Unbelievable

เพียงพริบตาเดียวการทดสอบเกมรอบเบต้าของเกมพาราเรลเวิร์ลก็เปิดมาถึงหนึ่งสัปดาห์แล้ว ผู้เล่นทุกคนต่างพยายามปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเกมเสมือนจริง ในฐานะอาจารย์กู่เฟยมักได้ยินนักเรียนของเขาพูดถึงเกมนี้ในทุกๆที่ที่โรงเรียน แน่นอนว่ากู่เฟยย่อมไม่สามารถเข้าร่วมในการพูดคุยพวกนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นกู่เฟยยังขอให้อาฟาอย่าบอกใครเกี่ยวกับเรื่องที่เขากำลังเล่นเกมนี้อยู่

ในความเป็นจริงอาจารย์หลายคนก็สนใจการเล่นเกมเช่นเดียวกันกับนักเรียนของพวกเขา อย่างไรก็ตามพวกเขาทำได้เพียงเมินเฉยต่อความสนใจของนักเรียนเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพวกเขาในฐานะผู้ให้การศึกษา กูู่่เฟยเองก็ปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณนี้เช่นกัน ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงอาจารย์ฝึกสอนก็ตาม

แต่กระนั้นเหล่านักเรียนและเพื่อนร่วมงานของเขาก็ยังสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของกู่เฟยอย่างชัดเจน เช่นเขาไม่โอ้อวดเกี่ยวกับทักษะกังฟูของเขาอีกแล้ว

ในใจของพวกเขาต่างคิดว่าในที่สุดกู่เฟยก็กลายเป็นคนปกติแล้ว! เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทีเดียวในโรงเรียนหยูหลิน

ส่วนสำหรับกู่เฟยเขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเล่นพาราเรลเวิร์ลจนไม่รู้เรื่องซุบซิบพวกนี้ เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดที่เหลือจากการสอนอยู่กับเกมเสมือนจริงนี้ที่เขาสามารถใช้ทักษะกังฟูของเขาได้อย่างอิสระ

ทว่ากู่เฟยก็ยังระลึกเสมอว่าพาราเรลเวิร์ลเป็นแค่เกม และการเล่นเกมจำเป็นต้องรู้ข้อมูล

ทุกๆเลเวลที่เพิ่มขึ้นสองสามเลเวลกู่เฟยจะออกไปดูข้อมูลบนเว็บบอร์ดของเกมเพื่อที่จะเลือกจุดเก็บเลเวลต่อๆไปเสมอ

กู่เฟยจะเลือกมอนสเตอร์เตอร์เก็บเลเวลโดยมีกฏหลักสามข้อ หนึ่งพวกมันจะต้องมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ สองมีทักษะการต่อสู้ระยะประชิด และสามเลเวลสูงกว่าเขา

มอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และโจมตีระยะใกล้จำเป็นต่อการใช้ทักษะกังฟูของเขา เขาเล่นเกมนี้เพื่อกังฟู ดังนั้นสิ่งที่คนอื่นคิดว่ามันเป็นวิธีเก็บเลเวลที่น่าเบื่อ กู่เฟยมักมองว่ามันเป็นโปรแกรมการฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ดีมากกว่า เขาไม่เคยเบื่อมันเลย แม้ว่ามันจะต้องเคลื่อนไหวอย่างเดิมซ้ำๆเป็นพันครั้ง แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนเต็มไปด้วยสมาธิอันแกร่งกล้า

เขาเลือกที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าโดยพิจารณาจากกลไกของเกม มอนสเตอร์ทุกๆตัวในพาราเรลเวิร์ลให้ค่าประสบการณ์ที่คงที่ ดังนั้นยิ่งมอนสเตอร์เลเวลสูงมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งให้ค่าประสบการณ์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าความเร็วในการเก็บเลเวลของเขาจะมากกว่าปกติหลายเท่า กู่เฟยไม่มีเหตุผลที่จะทิ้งการเก็บเลเวลด้วยวิธีนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความสามารถของเขาสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์ได้ ทว่าถึงแม้เขาจะมีทักษะกังฟูที่ไม่ธรรมดา แต่ก็ใช่ว่าเขาจะล้มมอนสเตอร์ได้ทุกตัว กู่เฟยไม่มีทางจะเอาชนะมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าเขายี่สิบขึ้นไปได้ถึงแม้ความเร็วของเขาจะตามการโจมตีของพวกมันทันก็ตาม

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้กู่เฟยนึกถึงพ่อของเขาที่เป็นคนสั่งสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับเขาตั้งแต่ยังเด็ก

"การโจมตีของลูกอ่อนแอแถมมีช่องโหว่เต็มไปหมด" พ่อของเขาพูดหยอกล้อเมื่อกู่เฟยชกใส่เขา เขาฟาดฝ่ามือปัดกู่เฟยลงไปนอนกับพื้นพลางพูด "ดูการเคลื่อนไหวของไหล่ของพ่อให้ดี ลูกเข้าใจไหมว่าทำไมลูกถึงไม่สามารถหลบหรือป้องกันฝ่ามือของพ่อได้เลย? ทั้งหมดมันเป็นเพราะสายตาของลูกตามการเคลื่อนไหวของลูกไม่ทัน ลูกต้องฝึกฝนให้มากกว่านี้"

กู่เฟยคิดถึงความสุขในการท้าทายขีดจำกัดของตัวเองในอดีตอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ดังนั้นตอนนี้เขาจึงแทบจะไม่สามารถระงับความตื่นเต้นของเขาได้ เมื่อเขารู้ว่าเขามีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับความรู้สึกนั้นอีกครั้ง

เก็บเลเวลเพื่อพัฒนาทักษะและต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้อยู่ในเกมออนไลน์

วันนี้ในที่สุดกู่เฟยก็เก็บเลเวลมาจนถึง30

ผู้เล่นทุกคนมีนิสัยตรวจจำนวนค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้เพื่อขึ้นถึงเลเวลต่อไปเสมอเมื่อพวกเขาเลเวลอัพ กู่เฟยเองก็ไม่มีข้อยกเว้น อย่างไรก็ตามเขาผงะไปทีหนึ่งเมื่อเขาได้เห็นมัน

นี่ถูกต้องจริงๆใช่ไหม? เนี่ยนะคือค่าประสบการณ์ที่ต้องเก็บเพื่อไปถึงเลเวล31จาก30? นี่ฉันอยู่เลเวล30หรือ300กันแน่? กู่เฟยพึมพำกับตัวเอง

ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการขึ้นสู่เลเวลถัดไปเพิ่มขึ้นเลเวลละ10%มาตลอด แต่ตอนนี้มันกลับเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า

ใช่, หลายสิบเท่า!

ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีใครเคยได้ยินว่ามีเกมMMORPGเกมไหนที่มีการก้าวกระโดดในด้านค่าประสบการณ์มากถึงขนาดนี้มาก่อน

ตอนนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ในเกมพาราเรลเวิร์ลล้วนขึ้นสู่เลเวล30อย่างรวดเร็ว

และพวกเขาแต่ละคนล้วนตกตะลึงเมื่อได้เห็นค่าประสบการณ์ที่จำเป็นในการขึ้นเป็นเลเวล31

ทุกคนคิดว่ามันเป็นข้อผิดพลาดของระบบและต่างรายงานต่อบริษัทเกม ไม่มีพวกเขาคนไหนคิดเก็บเลเวลต่อด้วยจำนวนค่าประสบการณ์เช่นนี้

ทว่าไม่นานนักเจ้าหน้าที่ของเกมพาราเรลเวิร์ลก็ออกมาแถลงการณ์

[ระบบเกมทุกอย่างปกติดี, เรื่องนี้เกิดขึ้นจากการที่ทางบริษัทติดสินใจปรับจำนวนค่าประสบการณ์ที่จำเป็นในการไปถึงเลเวล31เท่านั้น]

[การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมากมายในวันแรงของการเปิดเกม ผู้เล่นหลายคนใช้ความได้เปรียบทางกายภาพรวมถึงค่าสถานะพื้นฐานของอาชีพของพวกเขารังแกผู้เล่นอื่นไปทั่ว และเนื่องจากทางบริษัทไม่สามารถแทรกแทรงเหตุการณ์ดังกล่าวได้ เรื่องนี้จึงนำไปสู่การปรับการตั้งค่าของเกมพาราเรลเวิร์ลเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก]

หลังการไตร่ตรองกันอย่างถี่ถ้วน พวกเขาติดสินใจที่จะลดค่าประสบการณ์ที่เหล่าผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ในการไปถึงเลเวล30

เรื่องนี้ทำให้ผู้เล่นทุกคนต่างสามารถไปถึงเลเวล30ได้อย่างรวดเร็ว

เลเวล30เป็นเลเวลที่ทางบริษัทเกมมองว่ามันมีความสมดุลระหว่างอาชีพต่างๆมากที่สุด ที่เลเวลนี้ไม่ว่าอาชีพไหนพวกเขาก็จะมีพลังเพียงพอในการปกป้องตัวเองจากผู้อื่น เหตุการณ์ที่มีผู้เล่นหลายคนใช้ศักยภาพทางร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ารังแกผู้เล่นอื่นจะไม่เกิดขึ้นอีกหลังจากที่ผู้เล่นทุกขึ้นไปถึงเลเวล30แล้ว อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเกมไม่สามารถรับผิดชอบได้หากผู้เล่นคนใดถูกกดขี่ด้วยเหตุผลว่าพวกเขามีทักษะในการเล่นเกมไม่เพียงพอ

คำแถลงการณ์ที่ถูกปล่อยออกมาระงับความโกรธของผู้เล่นหลายคนไปทันที เนื่องจากพวกเขาหลายคนได้เห็นการกระทำอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในวันแรกของการเปิดเกมด้วยตัวเอง พวกเขาส่วนใหญ่จึงไม่คัดค้านเรื่องการปรับการตั้งค่านี้ ผู้เล่นทุกคนต่างกลับไปเล่นเกมเพื่อเก็บเลเวลต่อทันทีเมื่อพวกเขาได้รับรู้ว่ามันเป็นการแก้ไขแบบถาวร

ทว่ากู่เฟยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

หลังจากยืนยันว่าเขาไม่ได้มีเลเวล300 เขาก็แค่กระพริบตาทีหนึ่งและเริ่มเก็บเลเวลต่อโดยไม่คิดอะไร ทีแรกเขาคิดจะถามFleeting Smileเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ล้มเลิกไปเมื่อดูรายชื่อเพื่อนแล้วเห็นเขาไม่ออนไลน์

ฉันควรตั้งสมาธิอยู่กับการฝึกกังฝู ทางบริษัทเกมจะแก้ไขข้อผิดพลาดเองถ้าหากมันมีอะไรผิดพลาด! นั่นคือสิ่งที่กู่เฟยคิด เขาแค่ทำตามแผนต่อไปเมื่อขึ้นถึงเลเวล30และมุ่งหน้าไปยังเขตเก็บเลเวลถัดไป

เขตเก็บเลเวลที่กู่เฟยเลือกในตอนที่เลเวล30คือเขตเก็บเลเวลระดับ40

อันที่จริงหากเขาต้องการ เขาก็สามารถเลือกสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่า40ได้ อย่างไรก็ตามมอนสเตอร์พวกนั้นมีเลือดและพลังป้องกันที่สูงมาก เมื่อคำนึงถึงค่าประสบการณ์ที่จะได้รับต่อเวลาที่เสียไป การสู้กับพวกมอนสเตอร์เลเวล40จะดีกว่า

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นักดาบปีศาจบอกกับกู่เฟยในตอนที่พวกเขาพบกันโดยบังเอิญที่เขตเก็บเลเวล และเนื่องจากเลเวลไหนเขาก็ได้ฝึกกังฟูเหมือนกันกู่เฟยจึงทำตามคำแนะนำนี้

นักดาบปีศาจอาจมีเทคนิคการเก็บเลเวลที่คล้ายกับของกู่เฟย ทว่าจุดประสงค์ของพวกเขานั้นแตกต่าง สำหรับนักดาบปีศาจการเก็บเลเวลอัพก็คือการเลเวลอัพ แต่สำหรับกู่เฟยการเลเวลอัพแต่ละครั้งนั้นหมายถึงการที่กังฟูของเขาจะพัฒนาขึ้นอีกขั้น กู่เฟยจะไม่มีแรงเก็บเลเวลเลยหากไม่ใช่เพื่อเรื่องนี้

นักดาบปีศาจมาถึงเลเวล30ได้เร็วกว่าคนอื่นและมาถึงครึ่งทางของเลเวล30แล้ว และแม้ว่าเขาจะสงสัยกับค่าประสบการณ์ที่ใช้ในการขึ้นเลเวล31เล็กน้อย แต่เขาก็ยังเก็บเลเวลต่อไปเหมือนที่กู่เฟยทำ

หลังจากทักทายกันสองสามคำ กู่เฟยก็บอก "ฉันไม่รบกวนนายละ" แล้วก็เดินไปที่เก็บเลเวลอีกแห่งหนึ่งเพียงลำพัง

ทั้งสองต่างไม่เสนอการเก็บเลเวลร่วมกัน

รูปแบบการเก็บเลเวลของนักดาบปีศาจเหมาะสำหรับการเล่นเดี่ยว การเพิ่มคนอื่นเข้าไปมีแต่จะลดประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลของเขาลง ถึงแม้สองคนจะได้รับค่าประสบการณ์มากกว่าก็ตามที

กู่เฟยเองก็เข้าใจดีว่าวิธีเก็บเลเวลของนักดาบปีศาจนั้นไม่ต้องการผู้ช่วย ยิ่งไปกว่านั้นจุดประสงค์ในการต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ของพวกเขาก็ไม่เหมือนกัน กู่เฟยต้องการฝึกฝนกังฟู ดังนั้นเขาย่อมไม่ต้องการให้มีคนช่วยสนับสนุนเขาจากด้านหลัง

ทั้งสองเข้าใจเรื่องนี้ไปโดยปริยายและต่างแยกย้ายกันไปเก็บเลเวลตามจุดของตน

ก่อนที่จะแยกกัน กู่เฟยเหลือบมองความทรงจำแห่งน้ำแข็งเล็กน้อย การตัดสินของซี่เสี่ยวเทียนนั้นถูกต้อง มีคนตามหาความทรงจำแห่งน้ำแข็งในราคาห้าหมื่นดอลล่าร์จริงๆ

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของมีดสั้นเล่มนี้ไม่ใช่ดาเมจของมัน แต่เป็นคุณสมบัติในการคร่าชีวิตกับโอกาสในการที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามติดสถานะแข็ง แถมมันยังเพิ่มค่าสถานะความว่องไวอีก25

ผู้เล่นได้รับแต้มสถานะเพียง5ต่อทุกๆเลเวล ดังนั้นมีดสั้นเล่มนี้จึงเทียบเท่ากับ5เลเวลของผู้เล่น มูลค่าของการเพิ่มค่าสถานะ25ในเกมนี้จะเห็นผลได้อย่างชัดเจนเมื่อคนๆหนึ่งใช้ความเร็วเข้าต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่า

'ถึงจะไม่ใช้มันเป็นอาวุธ แต่ถ้ามีมันไว้กับตัวฉันจะสามารถตรงไปยังเขตเก็บเลเวลที่สูงกว่าเขตเลเวลในตอนนี้ได้ถึง5ระดับเลยทีเดียว' กู่เฟยคิดกับตัวเอง ทว่าถึงแม้เขาจะอิจฉา แต่เขาก็ไม่เสียใจที่เขาช่วยเอามีดสั้นที่ถูกขโมยไปกลับมาคืนให้นักดาบปีศาจ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของศีลธรรม

ทั้งสองมองไม่เห็นกันเนื่องจากแนวต้นไม้ขนาดย่อมแบ่งเขตเก็บเลเวลของพวกเขาออกจากกัน ทว่าพวกเขาทั้งสองต่างสามารถได้ยินเสียงร้องโหยหวนของพวกมอนสเตอร์จากไกลๆได้ แต่ในขณะที่นักดาบปีศาจหยุดพักเป็นครั้งคราว กู่เฟยกลับต่อสู้ไม่มีพัก เรื่องนี้นักดาบปีศาจรับรู้ได้เพราะเสียงร้องโหยโหนของมอนสเตอร์ที่กำลังจะตายดังขึ้นจากด้านข้างเขาไม่หยุด

นักดาบปีศาจหยุดพักเป็นครั้งคราวเพื่อฟื้นฟูเลือดของเขา ในเกมพาราเรลเวิร์ล เลือดจะไม่สามารถฟื้นฟูทันทีได้ด้วยการเติมยาหรืออะไรทำนองนั้น การเติมยาจะช่วยฟื้นฟูเลือดเฉพาะเวลาที่ผู้เล่นไม่อยู่ในระหว่างการต่อสู้เท่านั้น แหล่งข้อมูลหลักเผยว่ามีเพียงอุปกรณ์สวมใส่พิเศษหรือสกิลรักษาบางชนิดเท่านั้นที่สามารถใช้ฟื้นฟูเลือดในระหว่างการต่อสู้ได้

ดังนั้นการเก็บเลเวลเดี่ยวในเกมพาราเรลเวิร์ลจึงถือได้ว่าโหดหินมากทีเดียว

กู่เฟยเป็นข้อยกเว้น นอกจากท่ากังฟูพื้นฐานสองสามท่าแล้วเขาไม่ได้ใช้สกิลอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลของเขากลับสูงจนคนอื่นเทียบไม่ติด มันสูงกว่านักดาบปีศาจที่เป็นโจรเลเวล30ซึ่งใช้ทุกสกิลของเขาในการเก็บเลเวลซะอีก

แต่เลเวลของนักดาบปีศาจก็ยังมากกว่าเขาเพราะว่ากู่เฟยต้องทำงานทุกวัน แถมเขายังต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งฝึกกังฟูของเขาในโลกจริงอีกด้วย เนื่องจากเรื่องนี้พาราเรลเวิร์ลไม่สามารถใช้แทนได้

กู่เฟยไม่รู้ว่านักดาบปีศาจเล่นเกมยังให้ชื่อของเขาปรากฏขึ้นทุกครั้งในตอนที่กู่เฟยเข้าเกม เขาเก็บเลเวลพลางคิดว่านักดาบปีศาจอาจเป็นสิ่งที่หลายๆคนเรียกกันว่านักเล่นเกมมืออาชีพ

ที่อีกด้านหนึ่งของแนวต้นไม้ นักดาบปีศาจก็กำลังคิดถึงเรื่องของกู่เฟยเช่นเดียวกัน

เขากำลังคิดว่ากู่เฟยมาถึงเลเวล30ในไม่กี่วันนับตั้งแต่ที่พวกเขาพบกันได้ยังไง

นักดาบปีศาจมาถึงเลเวล30ได้ในหนึ่งอาทิตย์

อย่างไรก็ตามนักดาบปีศาจจับตาดูกู่เฟยทุกวัน เขารู้ดีว่ากู่เฟยเข้ามาออนไลน์ตอนไหน

นักดาบปีศาจพบสิ่งที่น่าหวาดหวั่นเมื่อเขารวมเวลาการเล่นเกมทั้งหมดของกู่เฟยเข้าด้วยกัน : ประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลของเขาอยู่ไกลเกินกว่าเลเวลของเขา

ในเวลาเดียวกันนั้นชุดของกู่เฟยก็ทำให้เขาประหลาดใจเช่นเดียวกัน

เขาเป็นจอมเวทย์เลเวล30 แต่เขายังไม่ถอดชดคลุมเริ่มต้นของเขาออกเลย หรือเอวของเขาก็ยังเต็มไปด้วยมีดสั้นอยู่? หมวกฟางบนหัวของเขาก็ดูเหมือนสิ่งที่พวกนักรบใส่ แถมรองเท้าของเขาก็ยังดูเหมือนสิ่งที่พวกโจรใช้!

โอ้พระเจ้า! เขาเป็นตัวบ้าอะไร?

จบบทที่ บทที่ 14 - Unbelievable

คัดลอกลิงก์แล้ว