เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - Restructuring

บทที่ 4 - Restructuring

บทที่ 4 - Restructuring


Chapter 4: Restructuring

พาราเรลเวิล์ดมีห้าสเตตัสพื้นฐานได้แก่ ความอดทน ความแข็งแกร่ง ความว่องไว สติปัญญา และความรอบรู้ และทุกๆการเลเวลอัพจะได้แต้มสถานะห้าแต้ม กู่เฟยเพิ่มแต้มสถานะลงไปในช่องความว่องไวอย่างไม่ลังเล จากนั้นเขาลองโบกมือดูก็พบว่าหมัดของเขาเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้ได้ทันทีว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ใช่แค่เขาจะเร็วเท่าตัวเขาในโลกจริงเท่านั้น แต่เขาจะได้สัมผัสกับความเร็วที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ต้องการให้มันมากจนเกินไป - เขาต้องการแค่สภาพร่างกายเดิมของเขา หลังจากนั้นเขาจะได้เอาแต้มสถานะไปลงกับความแข็งแกร่งจนความแข็งแกร่งของเขาใกล้เคียงกับโลกจริง

เนื่องจากที่นี่คือเกม การล้มมอนสเตอร์ได้จึงต้องมีของดรอป หลังจากอัพแต้มสถานะเสร็จเขาก็เริ่มหาร่างกายของพวกมัน เขาพบมีดแล่เนื้อสองเล่มและเงินหกถุง มอนสเตอร์ระดับต่ำจะไม่ดรอปเงินจำนวนมากและเงินแต่ละถุงจะมีเพียงเหรียญทองแดงราวๆสิบสองเหรียญเท่านั้น เขาเอาเงินทั้งหมดใส่ถุงเงินของเขาและเอามีดทำครัวขึ้นสนิมมาเหน็บไว้ข้างเอว

เพื่อความสมจริงทุกอาชีพในเกมนี้จึงไม่มีข้อจำกัดในด้านอุปกรณ์สวมใส่ มันมีเพียงการกำหนดค่าสเตตัสที่ต้องการเพื่อให้ตัวอาวุธไม่เหลื่อมล้ำกับตัวผู้เล่นมากเกินไปเท่านั้น แต่สำหรับอาวุธพื้นฐานอย่างมีดทำครัวพวกนี้ทุกคนยังสามารถใช้ได้โดยไม่มีข้อกำหนด

หลังจากเก็บของทั้งหมดเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินไปทางเขาอีกลูก

ที่เขาต่อมาเขาพบกลุ่มมอนสเตอร์แบบเดิมนั่งอยู่รอบกองไฟอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะได้ดูว่าพวกมันเหมือนกับกลุ่มก่อนหน้านี้หรือไม่ข้อความจากระบบก็เด้งขึ้นมาว่า :เรียกผู้เล่นที่รัก เกมจะปิดตัวลงในอีกสิบวินาที โปรดเตรียมตัวยกเลิกการเชื่อมต่อ 10, 9, 8,...."

หลังการนับถอยหลังสิ้นสุดลง ภาพของเกมก็ดับวูบไป กู่เฟยมองไปรอบๆและตระหนักว่าเขากลับมาอยู่ในห้องของเขาแล้ว

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!" กู่เฟิงคิดพลางเปิดเว็บบอร์ดของเกมเพื่อหาคำตอบ

ในเวลาเดียวกันนั้นฝ่ายผู้พัฒนาของเกมพาราเรลเวิร์ลก็กำลังจัดประชุมฉุกเฉินข้ามคืนเพื่อพูดคุยกันถึงปัญหามากมายที่พวกเขาพบในวันแรกของการเปิดทดสอบเกมรอบเบต้า

เนื่องจากนี่เป็นเกมเสมือนจริงเกมแรกของโลก พาราเรลเวิร์ลจึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างลับๆจนกระทั่งถึงวันเปิดตัวซึ่งดึงความสนใจคนทั่วทุกมุมโลก ในการทดสอบภายใน พวกเขาให้เฉพาะคนของบริษัทเข้าทดสอบเท่านั้น ตลอดช่วงเวลานั้นทุกๆคนต่างทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อตรวจสอบทั้งตัวละคร เควส สกิล อุปกรณ์สวมใส่ ตลอดจนถึงข้อมูลพื้นฐานของเกมทั้งหมด แต่ในวันแรกของการเปิดทดสอบรอบเบต้าก็กลับเกิดปัญหามากมาย สภาพแวดล้อมที่สมจริงมากเกินไปทำให้ผู้เล่นหลายคนจัดการเรื่องบางอย่างไม่ได้

ในปัจจุบันปัญหาที่มีการร้องเรียนบ่อยที่สุดคือมอนสเตอร์ในพื้นที่เริ่มต้นน่ารักเกินไป พวกผู้เล่นหญิงทุกคนต่างต่อว่าถึงเรื่องนี้ และเหล่าผู้เล่นชายก็ไม่พอใจเช่นเดียวกันเนื่องจากหากพวกเขาโจมตีพวกมัน พวกผู้เล่นหญิงก็จะมองพวกเขาเป็นปีศาจไร้หัวใจ

แต่ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ พวกเขาสามารถจัดการได้อย่างดายโดยปรับรูปลักษณ์และลักษณะของมอนสเตอร์ให้ดุร้ายมากขึ้น ทว่ามันมีปัญหาหนึ่งซึ่งเหล่าผู้พัฒนาคิดไม่ตกเนื่องจากมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากผู้เล่น

การทดสอบรอบเบต้าเพิ่งเริ่มไปได้ครึ่งวันปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงก็เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน เหล่าผู้พัฒนาเกมไม่รู้จริงๆว่าควรจะจัดการกับเรื่องพวกนี้ยังไง การจำลองประสาทสัมผัสของมนุษย์เป็นหัวใจหลักของเกมเสมือนจริง การแก้ไขมันเท่ากับเป็นการท้าทายโครงสร้างของเกมดังนั้นเทคโนโลยีธรรมดาจึงใช้แก้ไขมันไม่ได้ ในท้ายที่สุดหลังจากถกเถียงกันหลายชั่วโมงพวกเขาได้ตัดสินใจให้การเริ่มโจมตีถือเป็นการPKทันที นอกจากนี้พวกเขาก็จะยกระดับการป้องกันการPKไปเป็นเลเวล10 จากนั้นพวกเขาก็คงได้แต่รอดูว่าการปรับเปลี่ยนนี้จะทำให้มีผู้เล่นไปวิ่งตัดสกิลคนอื่นหรือไม่ (อธิบายนิดหนึ่งคนไม่เคยเล่นจะงง ปกติคนที่เริ่มโจมตีผู้เล่นคนอื่นจะมีบทลงโทษหรือข้อเสียบางอย่าง ซึ่งการแก้ไขให้การโจมตีถือเป็นการPKทันทีอาจทำให้ผู้เล่นบางคนไปวิ่งตัดสกิลคนอื่นได้)

"ดีแล้ว นี่แหละคือความสมจริง! เกมเสมือนจริงต้องเหมือนจริง นี่คือสิ่งที่เราต้องการ!" หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัทพยายามพูดปลอบใจทุกคน

อย่างไรก็ตามปัญหาต่อไปคือสิ่งผิดศีลธรรมธรรมที่ไม่สามารถอ้าง 'ความสมจริง' ได้ มันคือการลวนลามผู้เล่นหญิง

ทางผู้พัฒนาไม่คาดว่าเทคโนโลยีจะเสมือนจริงจะเผยด้านมืดของคนออกมาถึงขนาดนี้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากระบบจำลองประสาทสัมผัสเป็นระบบรวม ทางบริษัทจึงไม่สามารถลบเฉพาะระบบจำลองประสาทสัมผัสทางเพศได้ นอกจากนี้สิ่งนี้ก็เป็นหนึ่งในจุดขายของเกมและสมาชิกบอร์ดระดับสูงก็ไม่อยากให้เอามันออก

สุดท้ายแผนที่ออกมาแก้ไขปัญหานี้ก็คือระบบตัวเลือกที่ต้องถูกยอมรับโดยทั้งสองฝ่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามแผนนี้ทำให้คนของแผนกเทคโนโลยีถึงกับงง ลองนึกภาพว่ามีคู่รักคู่หนึ่งกำลังหลงไปกับอารมณ์เสน่ห์หาและอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น... แต่จู่ๆก็มีเสียง 'ตึ๊ง' เด้งขึ้นมาพร้อมกับกล่องข้อความที่ระบุว่าการกระทำต่อไปจะเป็นการกระทำ 'x' คุณยินยอมหรือไม่ดูสิ? แม้ตอนแรกจะเป็น 'ยินยอม' ก็ตาม แต่บรรยากาศที่หอมหวานในตอนแรกอาจจะลดลงจนกลายเป็น 'ไม่' ก็ได้

นอกจากนี้พวกเขาจะกำหนดยังไงว่าการกระทำไหนคือการกระทำ 'x'? จูบเหรอ? ลูบไล้เหรอ? เมื่อมีคนเสนอเหตุการณ์สมมุติว่า [ผู้เล่นAจะลูบคลำคุณ คุณจะยอมรับหรือไม่?] ขึ้นมาถก ทุกๆคนในที่ประชุมก็ต่างกุมขมับ

ในท้ายที่สุดบอสใหญ่ของพวกเขาก็ตัดสินใจว่า "ไม่ว่ายังก็เถอะ สร้างระบบออกมาก่อน เดี๋ยวเราค่อยดูปฏิกิริยาของผู้่เล่นแล้วเอามาแก้ไขทีหลังก็ได้"

พวกเขาพูดคุยกันอีกสองสามประเด็นก่อนแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน การทดสอบรอบเบต้าเพิ่งเปิดไปได้แค่ครึ่งวันแต่โครงสร้างของเกมกลับถูกปรับปรุงครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ โชคยังดีที่พวกเขามีข้อแก้ตัวว่าเนื่องจากเกมนี้เป็นเกมเสมือนจริงเกมแรกของโลก พวกเขาจึงพบปัญหาไม่คาดคิด อย่างไรก็ตามทุกๆคนต่างตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก

บอสใหญ่เฝ้ามองคนของเขาที่ขยันทำงานกันอย่างหนักแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ในปัจจุบันเขาค่อนข้างพอใจ แต่ยังมีอีกคนที่มองเขายิ้มๆ

เมื่อทุกคนออกไปแล้ว บอสใหญ่ก็พูดขึ้นว่า "เซี่ยวหวู คุณมีอะไรจะพูดไหม?"

"บอสรู้ใจผมดีจริงๆ!" เย่เซี่ยวหวูพูดขณะที่เขายืนขึ้นและดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งไปนั่งข้างบอสของเขา

"มีอะไรก็ว่ามา!" บอสมองเขา เซี่ยวหวูคนนี้เป็นพนักงานแผนกวางแผนและเป็นสมาชิกแกนนำของทีมสร้างเกม

"วันนี้ผมไปเห็นบางอย่างที่อาจเป็นปัญหาในเกมของเรา" เซี่ยวหวูกล่าว

"โอ้?"

"เกมเสมือนจริงทำให้ผู้เล่นบางคนสามารถเอาทักษะพิเศษในชีวิตจริงมาใช้ในเกมได้ ด้วยเหตุนั้นพวกเขาจึงได้เปรียบเหนือผู้เล่นคนอื่น สิ่งนี้จะทำให้เกมของเราไม่สมดุลอย่างที่เราตั้งใจไว้!" เซี่ยวหวูแจ้ง

"ทักษะแบบไหนกันที่ถึงกับส่งผลต่อเกมได้?" บอสถาม

"อย่างเช่นกังฟู!"

"กังฟูเหรอ?"

เซี่ยวหวูพยักหน้า "วันนี้ในเกมผมไปเห็นจอมเวทย์ที่ไม่มีอาวุธอัดอัศวินไปสามคนพร้อมกัน คนๆนี้ฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างแน่นอน"

"มีคนอย่างนั้นด้วย?!" บอสขมวดคิ้ว

เซี่ยวหวูพูดต่อ "ลองคิดดูสิ ตำรวจ ทหาร ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้.... พวกเขาทั้งหมดอยู่เหนือความสมดุลของเกม!"

"แล้วเราจะทำอะไรได้? เราจะห้ามไม่ให้พวกเขาเล่นเกมเพียงเพราะอาชีพในชีวิตจริงของพวกเขาไม่ได้หรอกนะ"

"งั้นก็ช่วยไม่ได้" เซี่ยวหวูส่ายหัวของเขา

ทว่าบอสหัวเราะร่วน "ถ้ามันช่วยไม่ได้ งั้นนายคงไม่มาบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก"

เซี่ยวหวูหัวเราะ "ประเด็นคือคนๆนั้นแนะบางอย่างให้กับผม""

"ว่ามา"

"ในเกมMMO ทุกๆอย่างอยู่แต่กับการต่อสู้ แต่ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีเสมือนจริง เราควรขยายขอบเขตการพัฒนาและเพิ่มระบบอื่นนอกเหนือจากด้านการต่อสู้ เราควรปล่อยให้คนเหล่านั้นเอาทักษะในชีวิตจริงมาสร้างเป็นจุดเด่นของตัวเองได้ ด้วยวิธีนี้ สมดุลในเกมจะไม่สั่นคลอน" เซี่ยวหวูกล่าว

"พูดน่ะง่าย แต่การพัฒนาให้เป็นจริงมันไม่ง่ายอย่างนั้น" บอสกล่าว

"มันมีค่าพอที่จะลองู!"

"เอาล่ะ นายไปคิดแบบแปลนที่เป็นรูปธรรมมาแล้วฉันจะพูดถึงมันในการประชุมครั้งต่อไป" บอสยอมแพ้

"เยี่ยม!" เซี่ยวหวูยิ้มแฉ่ง "งั้นผมไปก่อน"

"เดี๋ยว!" บอสหยุดเขา "นายเข้าเกมอีกแล้วเหรอ? นายก็รู้กฏและข้อกำหนดของเกม ผูู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเกมไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าหรือเล่นเกมของบริษัท ยิ่งเป็นบริษัทที่เข้มงวดด้วยแล้วแม้แต่สมาชิกในครอบครัวก็ไม่ได้เล่น!"

"ผมไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องพวกนี้เลย ผู้พัฒนาเกมอย่างเราสร้างเกมขึ้นมาเพราะพวกเรารักมัน ทำไมเราถึงต้องทิ้งงานอดิเรกของเราไปเพราะเรื่องแค่นั้นด้วย? แต่ไม่ต้องห่วง ผมเป็นแค่ผู้เล่นธรรมดาในเกม" เซี่ยวหวูอธิบาย

"ด้วยความเข้าใจในตัวเกมของนาย ยังอ้างว่าตัวเองเป็นผู้เล่นธรรมดาอีก?" บอสเย้ยหยัน

"ไม่ต้องห่วง! ผมจะไม่แตะสมบัติที่ถูกซ่อนไว้แม้แต่ชิ้นเดียว" เซี่ยวหวูกล่าว

"ฉันจะหาคนคอยจับตาดูนาย ชื่อตัวละครนายชื่ออะไร? บอสถาม

"Fleeting Smile" เซี่ยวหวูยิ้มแล้วออกจากห้องประชุมไป

จบบทที่ บทที่ 4 - Restructuring

คัดลอกลิงก์แล้ว