- หน้าแรก
- ทุกสิ่งที่ฉันสร้างสามารถอัปเกรดได้
- บทที่ 25 - เทคนิคมะเขือเทศ
บทที่ 25 - เทคนิคมะเขือเทศ
บทที่ 25 - เทคนิคมะเขือเทศ
“เรื่องนี้ต้องพูดถึงแนวคิดเรื่องแรงกระตุ้นจากตัวเลขในด้านการออกแบบเกมเลยค่ะ จะบอกว่าในการสร้างเกมทุกเกม แรงกระตุ้นจากตัวเลขคือหัวใจสำคัญที่สุดเลย”
จ้าวเสี่ยวลู่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “เวลาคุณอัปเลเวลหรือทำภารกิจสำเร็จในเกม คุณก็จะได้รับของรางวัล ได้เพิ่มค่าสถานะอะไรพวกนี้ การเพิ่มขึ้นของตัวเลขพวกนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้รับรางวัล สัญชาตญาณของมนุษย์กับสัตว์โดยพื้นฐานแล้วไม่ต่างกัน พอได้ประโยชน์และความพอใจก็จะรู้สึกชอบและหลงใหลมัน”
พอได้ยินดังนั้น หลินอวี่ก็เริ่มตามทันความคิด ในหัวของเขาราวกับมีแสงสว่างวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว “คุณบอกว่าแรงกระตุ้นจากตัวเลขนำมาซึ่งรางวัลและความพอใจ แต่แค่ตัวเลขเฉยๆ เนี่ยนะ มันทำให้ผู้เล่น ‘อยากได้’ จนกลายเป็น ‘ของดี’ ในสายตาผู้เล่นได้ยังไง”
“เอ่อ…” ดูเหมือนจ้าวเสี่ยวลู่จะโดนคำถามสวนกลับแบบไม่ทันตั้งตัว รอยยิ้มภาคภูมิใจบนใบหน้าแข็งค้างไปเล็กน้อย แต่เธอก็กลอกตาอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “นี่มันง่ายจะตาย ก็การเปรียบเทียบไงล่ะคะ การแข่งขันกันระหว่างผู้เล่น ว่าใครจะเก่งกว่ากัน ถ้าอยากเก่งก็ต้องเพิ่มค่าสถานะ เพิ่มค่าอุปกรณ์ ตัวเลขในเกมจึงกลายเป็นสิ่งเทียบค่าในใจของผู้เล่นไปโดยปริยาย อีกอย่าง ตัวเลขในเกมจำนวนมากยังผูกอยู่กับอีกสิ่งหนึ่งที่คนปกติก็ชอบกันอยู่แล้ว สิ่งนั้นก็คือเงิน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าไอเทมเติมเงินนั่นเองค่ะ”
“เป็นแบบนี้นี่เอง” หลังจากฟังจบ หลินอวี่ก็พลันรู้สึกเหมือนตาสว่างขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกได้ถึงช่องว่างอันห่างไกลระหว่างนักเรียนปลายแถวกับเทพเรียน
ดูคนอื่นเขาสิ ขนาดเล่นเกมยังเล่นจนได้ข้อคิดและหลักการใหญ่โตขนาดนี้ ไม่ยอมรับว่าสู้ไม่ได้ก็คงไม่ได้แล้ว
“เห็นไหมคะ ดังนั้นเรื่องความสนใจในการเรียนมันง่ายมาก คุณเอาเงินทั้งหมดของคุณมาให้ฉันเก็บไว้ พอคุณอ่านหนังสือครบทุกสองสามชั่วโมง ฉันก็จะคืนให้คุณทีละนิด แบบนี้ความสนใจในการเรียนก็มาแล้วค่ะ”
จ้าวเสี่ยวลู่กลับมายิ้มร่าอีกครั้ง เธอยื่นมือแบออกตรงหน้าหลินอวี่
“……” ในที่สุดหลินอวี่ก็มั่นใจแล้วว่าความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจที่เขาสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง
นี่มันฉากตลกหลอกขายของกันชัดๆ นี่คิดจะหลอกกันจนเป๋เลยหรือไง
โชคดีที่จ้าวเสี่ยวลู่แค่ล้อเล่น แถมสิ่งที่เธอพูดเมื่อกี้ก็มีเหตุผลมากจริงๆ เขาจึงทำเพียงกลอกตามองแล้วปัดมือเธอออก “แล้วโรคขี้เกียจ โรคผัดวันประกันพรุ่ง สมาธิล่ะ จะแก้ยังไง”
“จริงๆ แล้วมันคือปัญหาเดียวกันค่ะ ต้นตอของปัญหาพวกนี้มาจากการต่อต้าน ความกลัว การหลีกหนี ความกังวลต่อสิ่งที่จะต้องทำ”
จ้าวเสี่ยวลู่ครุ่นคิดเล็กน้อย “คุณไม่มั่นใจในการเรียน มีแนวโน้มที่จะด้อยค่าตัวเอง ดังนั้นคุณเลยต่อต้าน กลัว และกังวลกับการเรียน บวกกับความสามารถในการรับแรงกดดันต่ำ จึงเลือกที่จะหลีกหนีโดยไม่รู้ตัว วิธีหลีกหนีก็คือการผัดวันประกันพรุ่ง หนีไปเล่นเกม หนีไปไถเวยป๋อ เผลอๆ อาจจะมีแนวโน้มเป็นพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบอยู่หน่อยๆ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเรียนไม่ดีเรียนไม่รู้เรื่อง ก็ยิ่งไม่อยากเรียน ยิ่งอยากเล่นเกม”
“……” คำพูดของจ้าวเสี่ยวลู่ที่ราวกับอ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่ง ทำให้หลินอวี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบไปหมด
ขาดความมั่นใจ รับแรงกดดันได้ต่ำ หลีกหนี นี่มันไม่ได้กำลังพูดถึงเขาหรอกเหรอ หรือหมายถึงนักเรียนปลายแถวทั้งหอของเขาเลย
โชคดีชะมัดที่ไม่ได้คิดจะจีบเธอ สาวน้อยคนนี้มันปีศาจชัดๆ
แค่คุยกันแป๊บเดียวก็วิเคราะห์ออกมาได้ขนาดนี้ ภาพลักษณ์ของเขาตอนนี้จะย่ำแย่ขนาดไหนเนี่ย โอกาสจีบติดเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์แน่นอน
“ถ้างั้น… ต้องแก้ยังไงครับ ท่านปรมาจารย์ ช่วยชี้แนะที” รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินอวี่เริ่มแข็งทื่อ รู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
“ง่ายมากค่ะ” จ้าวเสี่ยวลู่ดีดนิ้ว
ให้ตายสิ ปัญหาร้ายแรงขนาดนี้ ยังจะง่ายอีกเหรอ
ก็ได้ ในสายตาของเทพเรียนระดับพระเจ้าตัวจริงแบบนี้ มันคงจะง่ายจริงๆ นั่นแหละ
หลินอวี่ทำท่าผายมือเชิญเงียบๆ เชิญเริ่มการแสดงของท่านได้เลย
“ปัญหาของคุณหลักๆ คือแรงกดดันค่ะ ดังนั้นพยายามอย่ากดดันตัวเอง โดยปกติเวลาคุณต้องเจอกับการเรียน ความคิดในจิตใต้สำนึกของคุณมักจะเป็น ฉันต้องไปทำให้เสร็จ เดี๋ยวฉันต้องไปทำให้เสร็จ นี่แหละคือที่มาของการหลีกหนีและโรคผัดวันประกันพรุ่ง”
ดูเหมือนจ้าวเสี่ยวลู่จะพอใจกับท่าทีที่นอบน้อมขอคำชี้แนะของหลินอวี่ เธอยิ้มร่าแล้วพูดต่อ “อย่างแรกคือ ‘ฉันต้อง’ นี่เป็นคำพูดเชิงบังคับ มันจะทำให้คุณเกิดความรู้สึกต่อต้าน คุณต้องเปลี่ยนมันเป็น ‘ฉันอยากไปทำ’ หรือคำอื่นที่แสดงความกระตือรือร้น แล้วก็เลิกพูดคำว่า ‘เดี๋ยว’ ให้กำหนดเวลาลงมือที่แน่นอนไปเลย ฉันจะไปทำเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปทำในอีกห้านาที”
“อืมๆ คุณพูดต่อเลยครับ” หลินอวี่ตั้งใจจดโน้ตอย่างนอบน้อม
เมื่อนั่งตัวตรงก็ไม่กลัวเงาตะแคงอยู่แล้ว อีกอย่างภาพลักษณ์ในสายตาเธอมันก็คงแย่สุดๆ ไปแล้ว เขาเลยตัดสินใจแบบไหนๆ ก็ไหนๆ ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป
ส่วนเรื่องความอายอะไรนั่น ขงจื๊อยังเคยกล่าวไว้เลยว่า ในกลุ่มคนสามคนย่อมมีครูของเราอยู่ การนอบน้อมเรียนรู้จากผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย
จ้าวเสี่ยวลู่หยุดไปครู่หนึ่ง “อีกอย่างที่สำคัญที่สุด อย่าใช้คำว่าฉันจะไป ‘ทำอะไรให้เสร็จ’ คำว่าเสร็จมันคือเป้าหมายสุดท้าย สำหรับคุณมันอาจจะเป็นเป้าหมายที่ไกลมาก สิ่งที่คุณต้องทำคือซอยย่อยมันออกมา ตั้งเป้าหมายเล็กๆ”
“อย่างเช่น หาเงินให้ได้หนึ่งร้อยล้านก่อนงี้เหรอครับ” หลินอวี่ที่อยู่ในโหมดไหนๆ ก็ไหนๆ ดันเผลอปล่อยมุกออกมาโดยไม่รู้ตัว
“คุณหาให้ได้ร้อยนึงก่อนเถอะค่ะ” จ้าวเสี่ยวลู่กลอกตามอง “อย่าเพิ่งไปคิดว่าจะอ่านหนังสือจบเล่ม หรือจะทำคะแนนให้ดีขึ้นเท่าไหร่ แค่ไปตั้งใจอ่านหนังสือห้านาทีก่อน หนึ่งหรือสองชั่วโมงมันนาน แต่ห้านาทีนี่ไม่ยากใช่ไหมล่ะคะ”
“ในช่วงห้านาทีนี้ให้ตั้งสติจดจ่อกับการเรียน พอครบห้านาทีก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการเล่นเกมสักพัก สิบนาทีหรือครึ่งชั่วโมงก็ได้ ค่อยๆ ไปทีละก้าว ทีละเป้าหมายเล็กๆ แค่ได้ลงมือทำเดี๋ยวมันก็มีวันเสร็จเอง”
“แต่นี่มันก็ยังแก้ที่ปลายเหตุไม่ใช่เหรอครับ เรียนห้านาทีเล่นครึ่งชั่วโมง ต่อให้ห้านาทีนั้นจะตั้งใจได้จริงๆ แต่เวลาทั้งวันของผมก็หมดไปกับการเล่นเกมอยู่ดี” หลินอวี่ขมวดคิ้วถามอีก
เรียนห้านาที เป็นเป้าหมายเล็กๆ ที่ง่ายมาก ไม่สร้างแรงกดดันให้ตัวเองจริงๆ วิธีการ ‘จดจ่อ’ แบบนี้น่าจะได้ผล แต่ประสิทธิภาพการเรียนจริงๆ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่
“แน่นอนว่าคงไม่ให้เรียนห้านาทีเล่นครึ่งชั่วโมงตลอดไปหรอกค่ะ คุณเคยได้ยินเทคนิคการทำงานแบบมะเขือเทศไหมคะ” จ้าวเสี่ยวลู่พูดอย่างอารมณ์เสียเล็กน้อย
“ไม่เคยครับ” หลินอวี่ยึดมั่นในปรัชญาของขงจื๊อ รู้คือรู้ ไม่รู้คือไม่รู้ เขาจึงส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด
“มันเป็นวิธีบริหารเวลาอย่างหนึ่งค่ะ พูดง่ายๆ ก็คล้ายๆ กับที่ฉันบอกเมื่อกี้นั่นแหละ คือการจับเวลา ยี่สิบห้านาทีถือเป็นหนึ่งมะเขือเทศมาตรฐาน ในช่วงยี่สิบห้านาทีนี้ต้องจดจ่อเต็มที่ ตัดสิ่งรบกวนทุกอย่างออกไป แล้วก็พักห้านาที ในช่วงห้านาทีนี้ก็ให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ”
จ้าวเสี่ยวลู่พูดอย่างหมดคำจะพูด “พอทำครบทุกๆ สองสามมะเขือเทศ ก็ค่อยให้รางวัลใหญ่กับตัวเอง ยืดเวลาพักผ่อนหย่อนใจออกไป สร้างมันให้เป็นเป้าหมายที่โหยหาเพื่อใช้เป็นแรงกระตุ้น”
“อีกอย่าง แอปจับเวลามะเขือเทศหลายๆ แอปยังช่วยนับได้ด้วยว่าคุณทำไปแล้วกี่มะเขือเทศ นี่ก็นับเป็นแรงกระตุ้นจากตัวเลขแบบหนึ่ง ทำให้คุณมองเห็นความพยายามและความทุ่มเทที่เป็นรูปธรรมของตัวเอง เกิดเป็นความรู้สึกสำเร็จและความพึงพอใจ บางแอปยังมีจัดอันดับมะเขือเทศด้วย สร้างสภาวะการแข่งขันเปรียบเทียบไงล่ะคะ”
“พอเริ่มชินแล้วก็ค่อยๆ ยืดเวลามะเขือเทศออกไป เปลี่ยนเป็นครึ่งชั่วโมง สี่สิบห้านาที หรือหนึ่งชั่วโมงอะไรก็ว่าไป”
(จบแล้ว)