- หน้าแรก
- ระบบเซียนย้อนวัยพลิกชะตา
- บทที่ 319 ภูมิหลังของท่านไม่ธรรมดา
บทที่ 319 ภูมิหลังของท่านไม่ธรรมดา
บทที่ 319 ภูมิหลังของท่านไม่ธรรมดา
"ท่านเฉินจากคณะทูตส่งข่าวมาว่า อีกหนึ่งเดือน องค์หญิงสามแห่งแคว้นอู๋จะแวะพักที่ชิงเหอ การต้อนรับให้เป็นหน้าที่ของท่านเจี๋ยและท่านเหยียน ส่วนท่านหลี่และท่านเฉากำกับดูแลความสงบเรียบร้อยในเมือง"
เนี่ยซือหมิงเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสี่คนของเมืองชิงเหอ และมอบหมายภารกิจ
"รับทราบ" ทั้งสี่คนตอบพร้อมกัน หลี่รุ่ยและคนอื่นๆ รับคำสั่ง
นอกจากหลี่รุ่ยแล้ว อีกสามคนต่างก็ได้ยินเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ผ่านช่องทางของตนมาก่อนแล้ว จึงไม่แปลกใจ ความจริงแล้ว ตั้งแต่สองเดือนก่อน พวกเขาก็เริ่มเตรียมการกันแล้ว
หากเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของชิงเหอแล้วไม่รู้เรื่องสำคัญเช่นนี้ ก็คงใกล้ถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว
ไม่ใช่ว่าความสามารถไม่ถึง แต่หมายความว่าผู้สนับสนุนเบื้องหลังไม่แม้แต่จะบอกเรื่องสำคัญเช่นนี้ ซึ่งแสดงว่าถูกทอดทิ้งแล้ว หากได้เลื่อนตำแหน่งต่างหากที่จะเป็นเรื่องแปลก
การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นี้จริงๆ แล้วตกลงกันตั้งแต่ตอนที่สองแคว้นเริ่มค้าขายกัน แต่ไม่มีความคืบหน้ามานาน เหตุที่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งของชิงเหอ ไม่ใช่เพราะการแต่งงาน แต่เป็นเพราะฐานะขององค์หญิงสามผู้นั้น
หากเป็นองค์หญิงจากแคว้นเล็กๆ หรือเป็นเพียงธิดาสนม ชิงเหอก็คงไม่ให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ แต่องค์หญิงสามผู้นี้เป็นพระเชษฐภคินีแท้ๆ ของฮ่องเต้แห่งแคว้นอู๋องค์ปัจจุบัน อีกทั้้งยังเป็นธิดาแท้ๆ ของฮองเฮาในสมัยฮ่องเต้องค์ก่อน นี่จึงต่างกันมาก และฐานะอันสูงส่งเช่นนี้ ในแคว้นอู๋มีน้อยคนนักที่จะเทียบได้
โอรสของฮ่องเต้แคว้นยวีอภิเษกกับพระเชษฐภคินีของฮ่องเต้แคว้นอู๋ เมื่อนับลำดับญาติแล้ว ฮ่องเต้แคว้นยวีก็จะอยู่ในฐานะญาติผู้ใหญ่ของฮ่องเต้แคว้นอู๋ สูงกว่าหนึ่งรุ่น ทำให้แคว้นยวีอยู่เหนือแคว้นอู๋ในทางขนบธรรมเนียม และด้วยเหตุนี้ แคว้นยวีจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
แคว้นอู๋เข้มแข็ง หลายร้อยปีมานี้ครองอำนาจทางตอนใต้ของแคว้นยวี ความสัมพันธ์เป็นไปอย่างเท่าเทียมกันมาตลอด แต่บัดนี้กลับได้เปรียบกว่าหนึ่งชั้น นับเป็นการแสดงบุญญาธิการ และจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์
เนี่ยซือหมิงสั่งการเสร็จแล้ว "ไปได้ ท่านหลี่อยู่ก่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉาเว่ยและอีกสองคนต่างส่งสายตาชื่นชม ''ท่านหลี่ผู้นี้มีเสน่ห์อะไรกันนะ ทำไมถึงเป็นที่โปรดปรานของผู้บังคับบัญชานัก?''
โดยเฉพาะเฉาเว่ย รู้สึกชัดเจนที่สุด หลี่รุ่ยช่างได้รับความโปรดปรานจากทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง ผู้บังคับบัญชาทุกคน ตั้งแต่เจียงหลินเซียน หยวนติ้งถิง จนถึงเนี่ยซือหมิง ล้วนมองหลี่รุ่ยด้วยสายตาเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ถึงกับอิจฉาริษยา
คนเรามักจะอิจฉาเมื่อรู้สึกว่าตนสามารถเอื้อมถึงได้ แต่เมื่อช่องว่างห่างเกินไป ก็มีแต่ความชื่นชมเท่านั้น และหลี่รุ่ยเป็นกรณีหลัง ถึงแม้ทั้งสี่คนจะมีขั้นเดียวกัน คือขั้นห้า แต่ช่องว่างที่มองไม่เห็นนั้นกว้างมาก ศักยภาพต่างกันสิ้นเชิง
พูดถึงฉากหลัง หลี่รุ่ยมีเจียงหลินเซียนและอ๋องหยวนคอยหนุนหลัง อีกทั้งความสัมพันธ์ก็ใกล้ชิด พวกเขาแม้จะมีที่พึ่งเช่นกัน แต่หากเทียบความสัมพันธ์แล้วก็ห่างชั้นกันเกินไป
ประการที่สอง คืออนาคตในวิถียุทธ์ พลังที่หลี่รุ่ยแสดงออกนั้นเหนือกว่าเฉาเว่ยไปไกลแล้ว ในอนาคตมีโอกาสสูงที่จะบรรลุขั้นเซียนเทียน และอย่างน้อยก็จะได้เป็นขุนนางทหารขั้นสี่ หรือแม้แต่ขุนนางฝ่ายบุ๋นขั้นสามก็เป็นไปได้
นั่นหมายความว่าอะไร? รองเสนาบดีหกกรม หัวหน้ากรมที่แท้จริง มีสิทธิ์เข้าเฝ้าฮ่องเต้โดยตรง ก็เป็นเพียงขั้นสามเท่านั้น นี่นับว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ดังนั้น เมื่อเผชิญหน้ากับมังกรซ่อนเร้นเช่นนี้ พวกเขาจึงไม่มีความอิจฉาแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นทั้งสามคนจากไป หลี่รุ่ยจึงมองไปที่เนี่ยซือหมิง "แม่ทัพเนี่ยมีอะไรจะสั่งการเพิ่มเติมหรือ?"
เนี่ยซือหมิงยิ้มเล็กน้อย "ไม่คิดว่าอาจารย์หลี่จะซ่อนตัวลึกถึงเพียงนี้ ถึงกับรู้จักมหานักพรตด้วย"
หลี่รุ่ยตกตะลึง รอยยิ้มบนใบหน้าของเนี่ยซือหมิงยิ่งกว้างขึ้น "คณะทูตส่งข่าวมาว่า หลังจากองค์หญิงสามมาถึงชิงเหอแล้ว ต้องการพบอาจารย์หลี่สักหน่อย นี่เป็นคำสั่งโดยตรงจากมหานักพรตตอนที่ต้อนรับคณะทูต"
ข้าหรือ? หลี่รุ่ยกะพริบตา เขารู้จักสถานการณ์ของตัวเองดีที่สุด เขาไม่เคยพบมหานักพรตมาก่อนเลย ความสัมพันธ์ทั้งหมดมาจากเสี่ยวถังเท่านั้น แล้วก็จบเพียงเท่านั้น
การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ ต้องเน้นว่าเป็นไปตามบัญชาสวรรค์ ไม่สามารถตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของตนเองได้ ในแคว้นยวี ฮ่องเต้เป็นผู้จัดการแต่งงาน ส่วนในแคว้นอู๋ มหานักพรตเป็นผู้ตัดสินใจ
แต่สีหน้าของเขากลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว มาถึงเช่นนี้แล้ว ก็ต้องทำใจ ไม่จำเป็นต้องคิดมาก เขาเป็นขุนนางของแคว้นยวี คนจากแคว้นอู๋ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แม้แต่บุคคลระดับมหานักพรตก็คงไม่ถึงกับลงมือกับขุนนางชั้นห้าอย่างเขา
เขากำลังจะเอ่ยปาก เนี่ยซือหมิงก็โบกมือ "ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร สถานการณ์พิเศษต้องใช้คนพิเศษ ที่อาจารย์หลี่มีความสัมพันธ์กับมหานักพรต นั่นคือความสามารถ ข้ารู้สึกชื่นชมจริงๆ"
เขาชื่นชมอย่างจริงใจ มหานักพรตเป็นใครกัน? คือผู้ที่อยู่ในอันดับสามของใต้หล้ามาเป็นร้อยปี มีสถานะเทียบเท่ากับปรมาจารย์แห่งแผ่นดินแห่งแคว้นยวี บารมียังสูงกว่าอ๋องหยวนเสียอีก
เนี่ยซือหมิงเป็นคนในกองทัพ ยึดมั่นในหลักการเดียว นั่นคือใครทำงานได้สำเร็จ คนนั้นคือคนเก่ง ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม
เขาเคยดื่มสุรากับเทพแห่งสงครามแห่งชาวเหนือด้วยซ้ำ การที่หลี่รุ่ยรู้จักมหานักพรต ในสายตาเขา นั่นคือความสามารถ ไม่เกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูหรือการทรยศต่อแผ่นดินแต่อย่างใด และในครั้งนี้ หากหลี่รุ่ยมีความสัมพันธ์กับมหานักพรต การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ก็จะดำเนินไปได้ดียิ่งขึ้น…เป็นเรื่องที่ดีมาก!
เนี่ยซือหมิง "เมื่อองค์หญิงสามมาถึง ให้ท่านและข้าไปต้อนรับด้วยกัน"
"ขอรับ" หลี่รุ่ยตอบรับ เพราะเขารู้ว่า ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรตอนนี้ก็ไร้ประโยชน์
เรื่องเล็กๆ แทรกมา การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของหลี่รุ่ยมากนัก ยังคงฝึกฝนและอ่านหนังสือเช่นเคย เพียงแต่มีครั้งหนึ่งที่หลี่รุ่ยออกจากเมืองซึ่งเป็นเรื่องหายาก
ดั้งเดิมเป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่กลับทำให้นักพนันบางคนในกองอันหนิงเสียเงินไปไม่น้อย ชื่อเสียงของหลี่รุ่ยที่ไม่ออกจากเมืองได้แพร่สะพัดไปแล้ว จึงมีคนเปิดบ่อนพนันว่าหลี่รุ่ยจะออกจากเมืองเมื่อไร บางคนถึงกับพนันว่าเขาจะไม่ออกจากเมืองเป็นเวลาสิบปี และตอนนี้ก็ขาดทุนไปพอสมควร
วันหนึ่ง หลี่รุ่ยพาถานหูออกนอกเมืองกลับมา
ถานหูขี่ม้าเคียงข้างหลี่รุ่ย หากเป็นผู้ตรวจการคนอื่น คงไม่พ้นถูกตำหนิ แต่ถานหูเป็นคนเก่าข้างกายหลี่รุ่ย จึงไม่มีปัญหา กองเป่ยฮู่ก็คุ้นชินกับเรื่องนี้แล้ว ในสายตาพวกเขา หลี่รุ่ยยังคงเป็นผู้ตรวจการพิเศษของพวกเขา
"พี่ใหญ่ ครั้งหน้าเราจะออกนอกเมืองเมื่อไรอีก?"
ถานหูถามเช่นนั้น หลี่รุ่ยอึ้งไป แล้วมองถานหูด้วยรอยยิ้มกึ่งเยาะหยัน "หูจื่อ บอกมาสิ เจ้าพนันไปเท่าไร?"
เมื่อถูกหลี่รุ่ยถามเช่นนี้ ถานหูก็ได้แต่อึกอัก พูดตะกุกตะกัก "พี่ใหญ่ ท่านรู้แล้วหรือ?"
หลี่รุ่ยหัวเราะ "หูจื่อ พี่น้องก็ต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ข้าก็พนันด้วย จะให้เจ้าชนะแล้วข้าขาดทุนได้อย่างไร"
"?!?!" ถานหูตาโต เขาคิดว่าหลี่รุ่ยไม่รู้เรื่องการพนันเลย ไม่คิดว่าหลี่รุ่ยไม่เพียงรู้ แต่ยังวางเดิมพันด้วย ไม่แปลกที่เวลาที่หลี่รุ่ยออกนอกเมืองถึงได้แม่นยำเช่นนี้
ตาของเขาเป็นประกาย "สมแล้วที่เป็นพี่ใหญ่! พี่ใหญ่ ท่านพนันอะไรไว้ รีบบอกน้องชายด้วย อย่างน้อยก็ไม่ควรขาดทุน" เขาตั้งใจแล้วว่า ครั้งนี้จะทุ่มสุดตัว เอาที่เสียไปกลับคืนมาให้หมด!
หลี่รุ่ย: "หูจื่อ ข้าบอกเจ้าได้ แต่ต้องตกลงก่อน ต้องให้ข้าหนึ่งส่วนสิบ"
ถานหูตอบรับอย่างยินดี "ตกลง!"
หลี่รุ่ยรู้สึกว่าตนเป็นนักทำเงินมือดีจริงๆ ไม่ดูถูกเงินเล็กน้อย เรื่องที่ทำได้โดยสะดวก และด้วยสถานะของเขา แม้จะถูกจับได้ว่ามีเจตนาหลอกลวง ใครจะกล้ามาเอาเรื่องเขาล่ะ?
เมื่อถึงเวลานั้น หลี่รุ่ยยังสามารถอ้างว่าเป็นการควบคุมวินัยทหาร และริบทั้งหมด ไม่มีทางขาดทุน ดังนั้นเมื่อเขาทราบข่าวนี้ จึงสั่งให้ทหารใต้บังคับบัญชาไปวางเดิมพัน
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน ก็กลับมาถึงจวนผู้ตรวจการ และเพิ่งก้าวเข้าประตู ก็เห็นหวังเจ้า
"ท่านอาจารย์ กลับมาแล้วหรือ" หวังเจ้าพูด เขาและหยางหย่งต่างรู้สึกแปลกใจกับการที่หลี่รุ่ยออกจากเมือง
หลี่รุ่ยพยักหน้า ก่อนหน้านี้ที่ไม่ออกจากเมืองเพราะกังวลว่าพลังมังกรแท้จะถูกสัตว์อาคมค้นพบ แต่ตอนนี้ฝึกวิชาเทียนจีจิ่วอิ่นสำเร็จแล้ว จึงไม่มีความกังวลนี้อีกต่อไป และครั้งนี้ที่ออกจากเมืองเพื่อไปตรวจสอบเส้นทางแม่น้ำ
เนี่ยซือหมิงได้สั่งการเขาโดยเฉพาะ แม้จะมีเฉาเว่ย ที่ว่าการอำเภอ และสำนักการค้าทั้งสามฝ่ายร่วมจัดการ ก็ไม่อาจไม่สนใจทุกเรื่องได้ ขั้นตอนที่ควรทำก็ต้องทำ ภาพลักษณ์ที่ควรรักษาก็ต้องรักษา เนี่ยซือหมิงคอยจับตาดูอยู่
หลี่รุ่ยเข้าใจคนอย่างเนี่ยซือหมิงดี แม้ว่าทั้งสองจะสามารถดื่มสุราสนทนากันได้ แต่หากถึงเรื่องงานแล้วทำไม่ดี ก็ต้องถูกตำหนิเช่นกัน
หวังเจ้าชี้ไปที่ห้องโถง "ท่านอาจารย์ พี่เหลียงกลับมาแล้ว"
เมื่อได้ยินว่าเป็นเหลียงเหอ หลี่รุ่ยก็สนใจขึ้นมา จึงรีบไปที่ห้องโถงและพบเหลียงเหอ ซึ่งช่วงนี้เหลียงเหอมาที่จวนผู้ตรวจการบ่อยมาก
"ท่านอาจารย์!" เหลียงเหอกำลังจัดของในห้องโถง เมื่อเห็นหลี่รุ่ยเข้ามา ก็ดีใจยิ่งนัก
"เหอเอ๋อร์ คิดถึงอาจารย์หรือถึงได้มาเยี่ยม?" หลี่รุ่ยยิ้มมองศิษย์คนโตของตน
เหลียงเหอหัวเราะเบาๆ "ได้รับการฝากฝังมา"
หลี่รุ่ยยิ่งสนใจขึ้นไปอีก
เหลียงเหอไม่กล้าทำให้รอ จึงพูดออกมาตรงๆ "เป็นพี่หลิว เขาให้ข้านำของมาให้ท่านอาจารย์" พูดพลาง เขาก็หยิบกล่องไม้หอมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
"นี่คือสิ่งที่พี่หลิวฝากคนมาส่ง น้ำไขสันหลังม่วงแห่งเทพได้มาแล้ว"
หลี่รุ่ยเลิกคิ้ว ไม่คิดว่าหลิวทงจะได้น้ำไขสันหลังม่วงแห่งเทพมาเร็วเช่นนี้ เกินความคาดหมายของเขาไปมาก
น้ำไขสันหลังม่วงแห่งเทพแม้จะไม่มีชื่อเสียงเท่าในยุคโบราณแล้ว แต่ความหายากนั้นเป็นเรื่องจริง การที่หลิวทงหาของนี้มาได้ แสดงว่าความสัมพันธ์กับสตรีสูงศักดิ์ของสมาคมการค้าเทียนหยวนนั้นดีไม่น้อย มิเช่นนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ แม้แต่หลี่รุ่ยไปเองก็ทำไม่ได้
เหลียงเหอพูดต่อ "พี่หลิวฝากขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ เขากล่าวว่าได้บรรลุวิถีใหญ่แล้ว"
หลี่รุ่ยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ดีมาก ศิษย์คนนี้มีหัวคิด การมีหน้าตาดี ก็ควรใช้ให้เป็นประโยชน์ การแต่งงานเข้าตระกูลไม่มีอะไรน่าอับอาย ในอดีตมีเสนาบดีแห่งแคว้นยวีคนหนึ่งก็เริ่มต้นจากการเป็นเขยสะใภ้ ไม่น่าอับอายเลย
"บอกกับเสี่ยวหลิวว่า เงินค่าน้ำไขสันหลังม่วงแห่งเทพให้คิดในบัญชีของเทียนตี้เหมิง แล้วก็... ส่งคนที่เป็นกำลังสำคัญของสมาคมไปมณฑลเมฆาด้วย"
ดวงตาของเหลียงเหอเป็นประกาย เมื่อหลี่รุ่ยพูดเช่นนี้ แสดงว่าเขาเห็นด้วยกับเรื่องที่หลิวทงจะเปิดสาขาในมณฑลเมฆา
อย่างไรก็ตาม เหตุที่หลี่รุ่ยตกลง ไม่ได้เป็นเพียงเพราะผลงานของหลิวทง แต่ยังเป็นเพราะเรื่องเล็กๆ อีกเรื่องหนึ่ง... เขาไม่ได้ส่งของมาที่จวนผู้ตรวจการโดยตรง แต่ให้เหลียงเหอก่อน แล้วค่อยให้เหลียงเหอนำมาส่งต่อ
ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ความแตกต่างนั้นใหญ่มาก น้ำไขสันหลังม่วงแห่งเทพถือเป็นความดีความชอบระดับใหญ่ การมอบให้เหลียงเหอ แสดงว่าความดีความชอบอาจถูกแบ่งไปให้เหลียงเหอด้วย
สิ่งที่แตกต่างคือน้ำใจ หลิวทงแม้จะฉลาด แต่ยังขาดปัญญาในการใช้คนและไว้ใจคน การแสดงออกในครั้งนี้จึงทำให้หลี่รุ่ยวางใจ
หลี่รุ่ยยิ้มและเปิดกล่องไม้เล็ก และในทันทีที่เปิดออก กลิ่นหอมแปลกประหลาดก็โชยมา เขาเห็นหยกเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ ใสราวกับคริสตัลสีม่วงปรากฏต่อสายตา
เหมือนกับน้ำไขสันหลังม่วงแห่งเทพที่บันทึกไว้ในตำราเพิ่มพูนรากฐานจิตทุกประการ
หลี่รุ่ยดีใจมาก และด้วยสมบัตินี้ เขายิ่งใกล้ความฝันที่จะมีรากฐานจิตชั้นสูงอีกก้าวหนึ่ง
—------
ปล. คำว่าพระเชษฐภคินี แปลว่า พี่สาว