- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 62: ให้เขาเจอหน้าผมเถอะ
บทที่ 62: ให้เขาเจอหน้าผมเถอะ
บทที่ 62: ให้เขาเจอหน้าผมเถอะ
เจียงเหวินซวี่ไม่ทันตั้งตัว เขาโดนหมัดต่อยเข้าที่หน้าเต็มแรง และก่อนที่จะทันได้ตอบโต้ หมัดที่สองก็ตามมาติด ๆ เจียงเหวินซวี่ไม่สวนกลับ เขาทำได้เพียงหลบหลีกอย่างทุลักทุเล
เจียงเหวินซวี่ไม่ใช่คนที่ยอมใครง่าย ๆ เขาเป็นคนหัวแข็งไม่ยอมก้มหัวให้ใครมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่เคยทนต่อความอัปยศอดสู ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับจือซู แต่วันนี้เขาไม่อยากมีเรื่องชกต่อยกับใคร เพราะถ้าสภาพดูไม่ได้ตอนเจอจือซูคงไม่ดีแน่
"ผมไม่อยากสู้กับคุณ" เขาถ่มเลือดออกจากปาก "ผมแค่มารับคนของผมกลับบ้าน"
อ้ายจื่ออวี้โกรธจัด แสยะยิ้มเยาะ "คุณเป็นใครถึงกล้ามาพูดกับผมแบบนี้?"
เจียงเหวินซวี่ขมวดคิ้ว "มันเป็นเรื่องระหว่างเราสองคน คุณที่เป็นคนนอกมีสิทธิ์อะไรมาพูด?" แม้จะไม่มีคำหยาบคาย แต่คำพูดของเขาก็เสียดแทง ราวกับว่าเขาคิดโดยธรรมชาติว่าตัวเองเหนือกว่าอ้ายจื่ออวี้ และเป็นคนเดียวที่รู้จักและรักจือซูมากที่สุดมาโดยตลอด
อ้ายจื่ออวี้เงียบไปครู่หนึ่ง พยายามข่มความใจร้อน เขาจ้องมองเจียงเหวินซวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน
จากนั้นเขาก็พูดเสียงเบา "เขาไปหลงรักคนอย่างคุณได้ยังไง..." นอกจากหน้าตาแล้ว ผู้ชายคนนี้มีดีตรงไหน?
"อย่าเอาวิจารณญาณตื้นเขินของคุณมาตัดสินความสัมพันธ์ของเรา ส่งคนของผมคืนมา" เจียงเหวินซวี่พูดเสียงเย็น พยายามซ่อนความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดที่สะสมไว้
แต่อ้ายจื่ออวี้กลับระเบิดเสียงหัวเราะเยาะหยัน "วิจารณญาณตื้นเขินเหรอ? คุณเจียงครับ คุณน่าจะรู้นะว่าผมกับจือซูเจอกันได้ยังไง?"
"เดือนพฤศจิกายน ตอนที่หิมะแรกตกที่ปักกิ่ง เขามาที่โรงพยาบาลเพื่อรับผลตรวจ... คนเดียว เขาดูหนาวสั่นทั้งที่ใส่เสื้อโค้ทหนาเตอะ ผมไม่ได้ถามว่าเขามีครอบครัวไหม เพราะนั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาโรงพยาบาล" อ้ายจื่ออวี้หยุดพูดเพราะจุกในลำคอ "เขามาคนเดียวตั้งแต่วันแรก ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรัก การเจาะไขกระดูกมันเจ็บปวดมากแต่เขาก็ไม่ร้องสักแอะ ต่อมาเขาปฏิเสธดอกไม้ที่ผมให้ แต่สายตาคนเรามันโกหกกันไม่ได้ ผมดูออกว่าเขาดีใจมาก แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็เอาดอกไม้มาคืนผม วินาทีนั้น... แววตาของเขาหม่นหมองจนไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวัง"
หัวใจของเจียงเหวินซวี่บีบตัวรุนแรงจนเขาแทบล้มทั้งยืน เขาจำไม่ได้เลยว่าจือซูต้องเผชิญกับความทรมานอะไรบ้างเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนนั้นเขามัวยุ่งอยู่กับอะไร? ไปดูงาน ขยายธุรกิจ ค้างคืนข้างนอก... กับชู้รัก เขาจำเรื่องดอกไม้ได้... เขาคือคนที่ทำลายความสุขและความหวังเล็ก ๆ ของจือซูเองกับมือ
"ผมคิดว่าเขาตัวคนเดียวในปักกิ่ง คิดว่าไม่มีใครดูแลเขา จนกระทั่งครั้งหนึ่ง ผมเห็นรอยจูบที่คอเขา ถึงได้รู้ว่าเขามีแฟน... ผมเลยเริ่มมีความคิดหวัง ก็จะให้ทำไงได้? เขาเป็นคนแรกที่ผมอยากจะทุ่มเทดูแลด้วยหัวใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น"
อ้ายจื่ออวี้ไม่ได้นอนทั้งคืน ความโกรธยิ่งทำให้ตาของเขาแดงก่ำ เขาจ้องเขม็งไปที่ตาของเจียงเหวินซวี่ "คุณรู้ดีอยู่แก่ใจ... คุณรู้ว่าเขารักคุณมากแค่ไหน แล้วทำไมไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่? เขายอมตกลงทำคีโมแล้ว แต่หลังจากวันนั้นที่ผมไปส่งเขาที่บ้าน เขาก็ไม่มาอีกเลย ทำไมจู่ ๆ เขาถึงหนีออกจากปักกิ่งโดยไม่มีสาเหตุ?"
ริมฝีปากของเจียงเหวินซวี่สั่นระริก เขาพยายามอ้าปากพูดแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เขารู้ดีว่าเขาทำอะไรลงไป เขาระแวงว่าจือซูเป็นชู้กับหมอ เขาเลยสติแตก ตบตี ด่าทอ และข่มขืนจือซูอย่างป่าเถื่อนราวกับสัตว์ร้าย เขาควบคุมเสิ่นจุ้ยไม่ได้ ซึ่งนั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำลายหัวใจจือซูจนพังพินาศ
"ผมรู้ว่าผมผิด..." ดวงตาของเจียงเหวินซวี่หม่นแสง เขาก้มหน้าลง "พูดตามตรง ผม..."
หมัดหนัก ๆ ของอ้ายจื่ออวี้ตัดบทเจียงเหวินซวี่ ครั้งนี้เขาไม่หลบ
"สายไปแล้ว! รู้ไหม? ไม่คิดงั้นเหรอ?" อ้ายจื่ออวี้กระชากคอเสื้อเจียงเหวินซวี่อย่างคุกคาม "ผมจะให้โอกาสคุณแก้ตัวเดี๋ยวนี้ นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ คุณรักเขาใช่ไหม? เข้าไปข้างใน แล้วเกลี้ยกล่อมให้เขายอมรักษาตัวซะ! แค่ยอมรับผิดมันจะช่วยรักษาเขาได้ไหม? ไม่เลย!"
อ้ายจื่ออวี้หอบหายใจหนักหน่วง ท่าทางตรงข้ามกับความอ่อนโยนปกติอย่างสิ้นเชิง "มีบางอย่างที่แก้ไม่ได้ด้วยแค่การยอมรับผิด! แค่คำขอโทษคำเดียวจะลบล้างความระยำที่คุณทำไว้ข้างนอกได้เหรอ? แค่คำขอโทษจะชดเชยความเมินเฉยและการทำร้ายจิตใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้เหรอ? ไม่มีทาง! คุณแค่หลอกตัวเองเพื่อให้รู้สึกดีขึ้นเท่านั้นแหละ!"
ร่างกายของเจียงเหวินซวี่กระตุก เขาเข่าอ่อนทรุดลงทันทีที่อ้ายจื่ออวี้ปล่อยมือ ริมฝีปากของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ แต่เขาก็ฝืนยืดตัวตรง น่าขันสิ้นดีที่เขากำลัง คุกเข่า ต่อหน้าอ้ายจื่ออวี้
ทุกคนคิดว่าเขาไม่ได้รักจือซูขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นจางจิงเหวิน อ้ายจื่อเฉียน หรืออ้ายจื่ออวี้ และเพื่อนฝูงทุกคน พวกเขาคิดผิด หรือตัวเขาเองที่หลอกตัวเองมาตลอด? เจียงเหวินซวี่ก้มหน้าลง หลบแสงแดดจ้า แต่ในภวังค์ เขาเหมือนเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งริมหน้าต่างในวัยเยาว์ เด็กหนุ่มบอบบางที่มักขมวดคิ้วเวลาใช้ความคิด เด็กหนุ่มที่คอยรอเขากลับบ้านเสมอ เด็กหนุ่มที่มีแววตาใจดีและอดทน ผู้ซึ่งเรียนรู้งานบ้านงานเรือนเพื่อเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เขารักเหอจือซูตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน เขารักเด็กหนุ่มผอมบางที่ชอบอ่านงานเขียนของเจิ้งเจิน รักเด็กหนุ่มที่ยอมทนนิสัยเสียของเขามาตลอด เหอจือซูคือคนเดียวที่เขาเคยรักอย่างแท้จริง
"ให้เขาเจอหน้าผมเถอะ" มันฟังดูเหมือนการอ้อนวอนขอชีวิตมากกว่าคำขอร้อง
อ้ายจื่ออวี้พูดไม่ออกเมื่อจ้องมองผู้ชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า ผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกับเขา คนที่พี่ชายเขาเรียกว่า "ไอ้แก่เจ้าเล่ห์" จากนั้นเขาก็หันขวับ เปิดประตู เดินเข้าบ้าน และล็อกประตูทันที
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน อ้ายจื่ออวี้ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นจือซูเดินออกมาจากห้องนอน ยืนอยู่บนชั้นสอง มองลงมาผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้... บางทีเขาอาจจะยืนมองอยู่นานแล้ว