- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 61: เจียงและอ้าย... การพบกันครั้งแรก
บทที่ 61: เจียงและอ้าย... การพบกันครั้งแรก
บทที่ 61: เจียงและอ้าย... การพบกันครั้งแรก
เหอจือซูนอนไม่หลับทั้งคืน เขาเหม่อมองแสงรำไรที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านจนกระทั่งเช้าตรู่
เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดีหรือสมควรได้รับความรัก เขาไม่งดงามเหมือนเมื่อก่อน ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน และสุขภาพก็ย่ำแย่... แต่เขากลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณหมอราวกับเป็นบ้านตัวเอง ทั้งที่ในขณะเดียวกันก็ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายไปด้วย แต่เขาตอบรับความรู้สึกของหมอไม่ได้จริง ๆ เพราะเขาทำใจเห็นหมอจมดิ่งไปลึกกว่านี้ไม่ได้
เขาหวังว่า... เมื่อเขาจากไป เขาจะเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่หมอไม่ได้ทุ่มเทไล่ตามมากนัก กาลเวลาจะเยียวยาทุกบาดแผล หมอจะได้แต่งงานและกลับไปใช้ชีวิตปกติ แทนที่จะต้องมาสูญเสียรักแท้ที่ฝังใจไปตลอดชีวิต
ถ้าหมอแตะต้องตัวเขา มันก็คงเป็นเหมือนการชดเชย เป็นหนี้ที่จือซูพอจะชดใช้คืนได้ แต่ถ้าหมอไม่ทำ... จือซูก็จะเก็บอ้ายจื่ออวี้ไว้ในความทรงจำตลอดช่วงเวลาที่เหลืออยู่
เหอจือซูเดินออกจากห้องนอนแต่เช้าตรู่ แสงรุ่งอรุณเพิ่งจะสลัว ๆ เพราะทางตอนใต้ยังไม่ถึงหกโมงเช้าดีด้วยซ้ำ
ห้องนั่งเล่นถูกเก็บกวาดเรียบร้อย ไม่เหลือร่องรอยการทำลายข้าวของของอ้ายจื่ออวี้เมื่อคืนให้เห็นแม้แต่นิดเดียว แต่แจกันหลายใบหายไป รวมถึงชุดน้ำชาลายครามสมัยราชวงศ์ซ่งอันวิจิตรบรรจงก็หายไปทั้งชุด บนโต๊ะชามีถ้วยเซรามิกสีขาววางอยู่อย่างสงบ ภายในบรรจุสตรอว์เบอร์รีเชื่อมน้ำตาลกรวดที่ละลายแล้ว
อ้ายจื่ออวี้นั่งดูโทรศัพท์อยู่บนโซฟา ทันทีที่เห็นจือซูเดินออกมา เขาก็วางโทรศัพท์ลง "ตื่นเช้าจัง? ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะครับ?" เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน
แต่จือซูสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่แดงก่ำของหมอทันที "ขอโทษครับ..."
อ้ายจื่ออวี้หัวเราะเบา ๆ แฝงความอดกลั้นและการตามใจ "เด็กโง่..." เขาอ้าแขนรับจือซูและยิ้มให้อย่างเอาใจ "ผมจะโกรธคุณลงได้ยังไง?"
"คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลย" จือซูขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมเดินเข้าไปในอ้อมกอดของคุณหมอ
"งั้นผมจะไปนอนแล้ว นอนด้วยกันไหม?" คำว่า "ด้วยกัน" ฟังดูชัดเจนและยั่วยวน
จือซูรู้ว่าหมอกำลังล้อเลียนเขา พอได้มานึกย้อนดู เขาเพิ่งตระหนักว่าเมื่อคืนตัวเองใจกล้าหน้าด้านขนาดไหน หน้าเขาแดงก่ำลามไปถึงใบหูและลำคอด้วยความอับอาย
อ้ายจื่ออวี้ลูบผมเขา "กินสตรอว์เบอร์รีหน่อยสิ เมื่อวานคุณไม่ได้กินอะไรเลย"
สิ่งที่หมอเรียนมาในวิทยาลัยแพทย์คือคนไข้ควรกินหรือไม่ควรกินอะไร แต่ตอนนี้เขากลายเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ไปซะแล้ว
เหอจือซูเดินไปกิน สตรอว์เบอร์รีรสชาติดีมาก เขาถึงกับจิบน้ำเชื่อมไปหลายอึก
อ้ายจื่ออวี้ดูออกว่าจือซูผ่านค่ำคืนที่ยากลำบากมา เขารู้ว่าจือซูไม่ใช่คนประเภทที่จะทำให้คนอื่นผิดหวัง พออารมณ์เย็นลง ความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาแทนที่ พอมองย้อนกลับไป อ้ายจื่ออวี้คิดว่าเมื่อคืนเขาคงรู้สึกเสียหน้าเกินกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้... เอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีความคิดลามกแบบนั้นมาก่อนซะหน่อย
เขาไม่โทษจือซูเลยสักนิด
…
เจียงเหวินซวี่ขับรถมาที่ถนนหลงจิ่งด้วยตัวเอง เมื่อคืนเขาได้รับพิกัดที่แน่นอนของไร่ชาของอ้ายจื่อเฉียนส่งมาทางมือถือ เขาเกือบจะบุกมาเดี๋ยวนั้นเลย แต่ก็ลังเล
เขาไม่อยากปรากฏตัวในสภาพที่ดูน่าเกลียดด้วยหนวดเคราเฟิ้มและผมเผ้ายุ่งเหยิง และไม่อยากทำให้เหอจือซูตกใจกลางดึก
เขาขับรถวนรอบทะเลสาบซีหูอยู่หลายรอบเมื่อคืน แต่ไม่กล้าลงไปเดิน เขาไม่ต้องไปยืนอยู่ตรงนั้นก็จินตนาการภาพในอดีตได้ชัดเจน... ม้านั่งใต้ต้นวิลโลว์ต้นที่ห้าทางทิศเหนือเป็นที่โปรดของจือซู เขาเคยขี่จักรยานพาจือซูซ้อนท้ายวนรอบทะเลสาบ ภาพวาดช้างที่เขาวาดให้ ว่าวที่เขาทำให้ หรือตอนที่พายเรือไปกลางทะเลสาบแล้วเขาขู่ว่าจะให้จือซูว่ายน้ำกลับถ้าไม่ยอมจูบเขา...
เจียงเหวินซวี่บีบดั้งจมูกแน่น บอกตัวเองว่าห้ามร้องไห้ เขายังมีโอกาสที่จะซ่อมแซมความทรงจำเก่า ๆ เหล่านั้นร่วมกับจือซู
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในการขับรถจากโรงแรมเวทแลนด์มายังถนนหลงจิ่ง แต่เจียงเหวินซวี่ไม่ชินทางในเขตไร่ชา จึงเสียเวลาวนหาอีก 40 นาทีกว่าจะเจอ
ไร่ชาของอ้ายจื่อเฉียนไม่ใหญ่มาก ประมาณ 3,000 ตารางเมตร (2 ไร่กว่า) บรรยากาศดี มีทะเลสาบเล็ก ๆ ด้านหน้าวิลล่าสามชั้นในไร่ชามีแปลงเพาะกล้าดอกมะลิเล็ก ๆ ล้อมรั้วสีขาวไว้อย่างดี
เจียงเหวินซวี่ลงจากรถ มองผ่านรั้วลวดหนามเข้าไป เห็นหมาโกลเด้นตัวใหญ่กำลังวิ่งไล่อะไรบางอย่างริมทะเลสาบ ช่วงนี้สายตาของเจียงเหวินซวี่พร่ามัวบ่อย ๆ เขาใช้เวลาครึ่งนาทีกว่าจะดูออกว่าสิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นคืออะไร... มันคือแมวที่เจ้าหมากำลังเล่นด้วย แมวของเหอจือซู
เขาปีนข้ามรั้วไม้เตี้ย ๆ เข้าไป เม้มปากแน่น พยายามระงับความใจร้อนไม่ให้เผลอทุบประตู
อ้ายจื่ออวี้เพิ่งพาจือซูเข้านอนเพื่อให้พักผ่อนเพิ่ม พอเขาปิดประตูห้องและเดินลงมาข้างล่าง ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าบ้าน เสียงเคาะไม่ได้เร่งรีบ แต่ดังต่อเนื่องไม่หยุด ซึ่งน่ารำคาญมาก
เขามองผ่านช่องตาแมว เห็นผู้ชายวัยสามสิบเศษที่ดูภูมิฐานยืนอยู่ ผู้ชายคนนั้นหน้าตาหล่อเหลาคมคาย แต่ริมฝีปากกลับดูเขียวคล้ำผิดปกติ... หัวใจเขาคงไม่ค่อยดีแน่
"มาหาใครครับ?" อ้ายจื่ออวี้ถาม
ในฐานะนักธุรกิจผู้เจนจัด เจียงเหวินซวี่จำทุกคนที่เคยเห็นได้แม่นยำ เขาจำได้ทันทีว่านี่คือผู้ชายในกล้องวงจรปิด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นด้วยความโกรธจัด "เปิดประตู"
แน่นอนว่าโอกาสที่อ้ายจื่ออวี้จะเปิดให้นั้นแทบเป็นศูนย์ เขาไม่ได้กลัว แต่มีจือซูอยู่ในบ้าน "คุณเป็นใคร?" เขาถามย้ำ
เจียงเหวินซวี่แค่นเสียง ทันใดนั้นเขาก็ทุบประตูเสียงดังสนั่น แต่น้ำเสียงยังคงราบเรียบและสุภาพ "แซ่เจียง... เจียงเหวินซวี่!"
อ้ายจื่ออวี้ยืนนิ่งไปครู่ใหญ่ หรืออย่างน้อยเขาก็คิดว่านาน แต่ความจริงคือเขาไม่รอให้เจียงเหวินซวี่ทุบประตูครั้งที่สองด้วยซ้ำ
เขากระโจนออกไปรวดเร็วปานเสือดาวด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต และไม่ลืมที่จะปิดประตูล็อกตามหลัง
"ไปตายซะ! ไอ้สารเลว!"