- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 45: เป็นเด็กที่เจียงเหวินซวี่เลี้ยงไว้เหรอ?
บทที่ 45: เป็นเด็กที่เจียงเหวินซวี่เลี้ยงไว้เหรอ?
บทที่ 45: เป็นเด็กที่เจียงเหวินซวี่เลี้ยงไว้เหรอ?
บางที... การจากลาในโลกใบนี้อาจเป็นเช่นนี้เอง ไม่มีการร่ำลา ไม่มีการอาละวาดฟูมฟาย แม้กระทั่งเมื่อมันมาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว มันกลับเงียบสงบเสียจนคุณไม่ทันรู้สึกถึงความเศร้าโศกในวินาทีนั้น
มันเหมือนกับพายุฝนที่ถล่มลงมากลางแดดจ้า เหมือนแจกันล้ำค่าที่จู่ ๆ ก็หลุดมือตกลงพื้นแตกกระจายขณะที่คุณกำลังเช็ดถู... สิ่งที่ทำได้เมื่อเผชิญหน้ากับมัน มีเพียงความงุนงงสับสนและความเงียบงันอันไร้ที่สิ้นสุด
เจียงเหวินซวี่ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางห้องนั่งเล่น ทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า สมองของเขายังคงสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเหอจือซูถึงจากไป และคนอย่างจือซูจะไปไหนได้ด้วยตัวคนเดียว?
เขาเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น... ทันใดนั้นความรู้สึกไร้หนทางก็เข้าจู่โจม เจียงเหวินซวี่ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่ตอนที่เขาตัดขาดจากครอบครัวเพื่อมาคบกับจือซู ไม่ใช่ตอนที่เขายากจนจนต้องกินเกี๊ยวชามเดียวแบ่งกันสองมื้อ หรือตอนที่เขาต้องห่างบ้านไปเป็นสิบวันด้วยเหตุผลร้อยแปด... แต่ตอนนี้เขารู้สึก เพราะ เหอจือซูไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลังเพื่อเป็นหลักยึดให้เขาอีกต่อไปแล้ว
...
อ้ายจื่ออวี้ขับรถมาถึงจุดพักรถ ยิ่งลงใต้ อากาศก็ยิ่งอุ่นขึ้น อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ก็อุ่นกว่าปักกิ่งกว่าสิบองศาแล้ว
อ้ายจื่ออวี้แนะนำให้เหอจือซูลงไปยืดเส้นยืดสาย เพราะการนั่งรถนานๆ มันเหนื่อยพอกันทั้งคนขับและคนนั่ง เขายื่นสายจูงสุนัขให้เหอจือซูแล้วพูดว่า "ช่วยจูงมันเดินเล่นหน่อยได้ไหมครับ?"
เหอจือซูไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมรับเชือกไปจูงเจ้าหมาเดินอย่างระมัดระวัง ใบหน้าของเขาดูมีชีวิตชีวาและสดใสขึ้นมาบ้าง ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยาก
"ชอบหมาขนาดนี้ ทำไมไม่เลี้ยงเองสักตัวล่ะครับ?" อ้ายจื่ออวี้เดินตามอยู่ข้าง ๆ พร้อมรอยยิ้ม
เหอจือซูส่ายหน้า "คนที่บ้านผมไม่ชอบน่ะครับ"
อ้ายจื่ออวี้เข้าใจความหมายนั้นทันที และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเจียงเหวินซวี่ขึ้นมาตงิด ๆ ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
อ้ายจื่ออวี้เร่งฮีตเตอร์ทันทีที่กลับขึ้นรถ เมื่อเห็นเหอจือซูกำลังพับเสื้อโค้ท เขาจึงอดไม่ได้ที่จะโพล่งสิ่งที่คาใจออกมา "...คุณไม่จำเป็นต้องจริงจังนักหรอกครับ ถ้าเขาแค่คบคุณไว้เล่น ๆ... จือซู ผมรู้จักผู้ชายประเภทนั้นดี พวกเขามักจะมีคู่ควงหลายคนพร้อมกัน และรู้ดีว่าจะพูดยังไงให้คนที่ตัวเองสนใจตายใจ คุณไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ คุณควรวางแผนอนาคตให้ตัวเองบ้าง"
ได้ยินแบบนั้น เหอจือซูกลับหัวเราะออกมา ไม่ใช่การหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง แต่เป็นเพราะคำพูดเหล่านั้นมันฟังดูตลกสำหรับเขา เหอจือซูเอียงคอหันไปมองอ้ายจื่ออวี้ ดวงตาสีดำขลับเป็นประกาย เขาถามว่า
"คุณคิดว่าผมเป็นเด็กที่เขาเลี้ยงไว้ดูเล่นเหรอครับ?"
นั่นไม่ใช่คำที่น่าฟังนักสำหรับลูกผู้ชาย อ้ายจื่ออวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ผมแค่กลัวว่าคุณจะโดนหลอก"
เหอจือซูมองออกไปนอกหน้าต่าง แถบสะท้อนแสงบนถนนไฮเวย์วูบผ่านสายตาไป อ้ายจื่ออวี้ขับรถเร็วเกินไปแล้ว... เหอจือซูขมวดคิ้ว "คุณหมอครับ คุณอยากรู้อะไรกันแน่?"
"คุณไม่จำเป็นต้องเดาสุ่ม หรือทึกทักเอาเองว่าสิ่งที่คุณรู้คือความจริงหรอกครับ" เหอจือซูถอนหายใจ
เจ้าเอ้อร์โก่วกลับมาคึกคักหลังได้เดินเล่น มันยื่นหน้าผ่านช่องว่างระหว่างเบาะมาหาเหอจือซูและเจ้านาย เหอจือซูหยิบผลไม้อบแห้งป้อนมัน แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ผมอยู่กับเจียงเหวินซวี่มามากกว่า 10 ปีแล้ว เขานอกใจผมจนเป็นนิสัย แต่ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ? ผมรู้ว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ผมน่าผิดหวัง ผมยอมทำตัวเหมือนผู้หญิงหัวโบราณในยุคศักดินาที่ต้องคอยปรนนิบัติสามี เพราะผมรักเขามาก ผมทิ้งอาชีพการงาน ชีวิตผมขึ้นอยู่กับเขา ผมทำกับข้าวและ 'อุ่นเตียง' รอเขาหลังจากที่เขาเหนื่อยจากการไปเที่ยวเล่นข้างนอก... ใช่ครับ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นเด็กที่เขาเลี้ยงไว้หรอก"
เหอจือซูตบหัวเจ้าหมาเบา ๆ มองหน้าคุณหมอแล้วถามว่า "เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละครับ... คุณพอใจหรือยัง?"
ไม่ใช่ว่าเหอจือซูไม่เห็นค่าความรักที่เขามีต่อเจียงเหวินซวี่ เขาพูดจาดูถูกตัวเองด้วยท่าทีสบาย ๆ แบบนั้นเพียงเพราะเขายังตัดใจไม่ได้... แต่คำประชดประชันเหล่านั้นกลับย้อนมาทำร้ายตัวเขาเอง
เขาจะเป็นแค่ "เด็กเสี่ย" ของเจียงเหวินซวี่ได้ยังไง? บ้านหลังนั้นควรเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของพวกเขา บริษัทนั้นเขาก็ควรจะมีหุ้นส่วนด้วย ต่อให้ความรักของเพศเดียวกันจะไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป แต่มันก็คือความรัก พวกเขาเคยเผชิญหน้ากับพ่อแม่และสายตาของโลกใบนี้มาด้วยกันแล้ว
แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว เพียงแค่เจียงเหวินซวี่ไม่ได้รักจือซูลึกซึ้งเหมือนเมื่อก่อน และหลังจากดิ้นรนในโลกธุรกิจมาหลายปี เจียงเหวินซวี่ก็สะสมทุนรอนได้มากพอ... แต่ไม่มีสิ่งไหนเลยที่จะมาจำกัดความเหอจือซูว่าเป็นแค่ "คู่ขาที่ถูกเลี้ยงดู" ได้
ความจริงแล้ว เหอจือซูรู้ทันความคิดของอ้ายจื่ออวี้ทันทีที่เขาพูดจาอ้อมค้อมแบบนั้นออกมา 'หมออ้ายอาจจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้ผมจริง ๆ แต่จะมีสักกี่ส่วนกันเชียวที่เป็นแค่การคิดเข้าข้างตัวเองของเขา?'
อ้ายจื่ออวี้เองก็เสียใจที่พูดแบบนั้นออกไป สิ่งที่เขาคิดมันไม่ตรงกับที่เหอจือซูเข้าใจเสียทีเดียว อ้ายจื่ออวี้แค่เป็นคนปากหนัก พูดไม่เก่ง เป็นไปได้ว่า IQ ของเขาอาจจะลดฮวบเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ เขาแคร์เหอจือซูจริง ๆ แต่สิ่งที่เขาแคร์ไม่ใช่เรื่องชู้สาวของเจียงเหวินซวี่... เขากลัวว่าจือซูจะถูกหลอก และเขาก็เสียใจที่... ผู้ชายที่เขารักมากขนาดนี้ กลับไม่ยอมแบ่งปันความรักมาให้เขาบ้างเลย
เมื่อเผชิญหน้ากับของรักของหวง แม้แต่นักบุญก็ยังมีความรู้สึกหวงแหน นับประสาอะไรกับปุถุชนคนธรรมดา เขาอยากครอบครอง เหมือนสัตว์ป่าที่อยากครอบครองอาณาเขต เขาไม่อยากให้สมบัติล้ำค่าของเขาถูกใครแตะต้อง หมายปอง หรือแม้แต่จะปรายตามอง
ดังนั้น อ้ายจื่ออวี้จะพอใจได้ยังไงหลังจากได้ยินสิ่งที่เหอจือซูพูด? เขายอมให้เหอจือซูเป็นคนโง่ที่ทำผิดพลาดยังจะดีเสียกว่า อย่างน้อยมันก็ไม่เกี่ยวกับความรัก... ทว่า เงื่อนไขความหลงใหลฝังใจของเหอจือซู คือเวลา 10 ปี ที่เขาใช้ร่วมกับเจียงเหวินซวี่... ช่วงวัยที่งดงามที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด และดื้อรั้นที่สุด ซึ่งไม่มีใครสามารถแทรกแซงเข้าไปได้ เมื่อคนเราตกหลุมรักใครสักคนในช่วงวัยนั้น... มันมักจะเป็นรักชั่วชีวิต
สิ่งที่ยาวนานชั่วชีวิต หากไม่ใช่ความสุข... ก็ย่อมเป็นความเจ็บปวดฝังใจ
"ขอโทษครับ" อ้ายจื่ออวี้ไม่รู้จะพูดอะไร เขาหน้าร้อนผ่าวและรู้สึกห่อเหี่ยว
เหอจือซูไม่ถือสาเลยสักนิด เขาขยี้แก้มย้อย ๆ ของเจ้าเอ้อร์โก่วแล้วยิ้ม "ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คุณทำเพื่อผมมาตั้งขนาดนี้ อย่างน้อยคุณก็สมควรได้รับรู้ข้อมูลบ้าง"
เป็นไปได้ว่าที่จือซูไม่แคร์คำพูดของอ้ายจื่ออวี้... เป็นเพราะเขาไม่ได้แคร์อ้ายจื่ออวี้เลย คนประเภทนี้พิชิตใจยากที่สุด ไม่ว่าคุณจะแสดงความรักหรือแสดงความดูถูกเหยียดหยาม ประตูหัวใจของเขาก็ไม่เปิดรับคุณ และอาวุธใด ๆ ไม่ว่าจะดาบหรือหอก ก็ทำร้ายเขาไม่ได้อีกแล้ว
ถ้าอ้ายจื่ออวี้ไม่รู้ความจริงข้อนี้... คนขี้อายที่มักจะหน้าแดงเวลาถูกแซวอย่างเหอจือซู จะพูดเรื่อง "การถูกเลี้ยงดู" และ "การอุ่นเตียง" ออกมาได้อย่างสงบนิ่ง เย็นชา และตรงไปตรงมาขนาดนี้ได้ยังไง?
บางทีชีวิตอาจทำให้เขาด้านชาและเปลี่ยนไป หรืออาจเป็นเพราะประสบการณ์ความรักกับเจียงเหวินซวี่ได้มอบความเศร้าโศกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับเขาแล้ว
นี่คือผลลัพธ์ของการเคยเปิดใจกว้างจนเกินไป... มันคือความเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัวและหัวใจ