- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 40: รสชาติของความตรอมใจ
บทที่ 40: รสชาติของความตรอมใจ
บทที่ 40: รสชาติของความตรอมใจ
ด้วยความดื้อรั้นที่ปรากฏบนใบหน้าอันงดงาม เสิ่นจุ้ยยืนกรานหนักแน่นราวกับต้องการประกาศว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ "ถ้าตอนนั้นเป็นผมที่อยู่กับเขา ผมก็ทนได้เหมือนกัน!"
นิ้วมือของเหอจือซูสั่นเทา... ก็อาจจะใช่ แต่ใครจะไปรู้ผลลัพธ์ได้ล่ะ? เหอจือซูรู้เพียงแค่ว่าในตอนนั้น เจียงเหวินซวี่ยังไม่มีงานเลี้ยงสังสรรค์มากมาย ไม่มีเพื่อนฝูงมากมายที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเหลือ และไม่มีคนรักที่รักเขาอย่างแท้จริงและพร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน
ดังนั้นเหอจือซูจึงยิ้มออกมา น้ำเสียงเจือความแหลมคมและเย็นชา "คุณชอบเขาเหรอ? ทำไมล่ะ?"
"ผมรักเขามาก" เสิ่นจุ้ยตอบอย่างเด็ดเดี่ยว "การรักใครสักคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอก แต่แน่นอน... เขาคือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในสายตาผม"
การเป็นเด็กหนุ่มนี่มันดีจริง ๆ เวลาพูดอะไรที่ดูไร้เดียงสาออกมาโดยไม่รู้ตัว คนอื่นก็จะมองว่าเป็นคนใสซื่อบริสุทธิ์
เหอจือซูรู้สึกหนาวกว่าเดิม เมื่อลองแตะหน้าผากดูเหมือนว่าไข้จะสูงขึ้น ทำให้เขาพูดลำบากยิ่งกว่าเก่า "ผู้ชายแบบเขา... หน้าตาดี รู้จักเอาใจใส่อย่างอ่อนโยน และพูดคำหวานเก่ง ไม่แปลกหรอกที่คุณจะชอบเขา"
เหอจือซูเริ่มรู้สึกว่าความหนาวเหน็บจากร่างกายกำลังซึมลึกเข้าไปในหัวใจ ราวกับเกราะป้องกันที่เคยช่วยกันลมกันฝนให้เขาเกิดรอยร้าว และตอนนี้ลมหนาวกำลังพัดกรรโชกเข้ามาอย่างรุนแรง "ใช่... ถ้าเจียงเหวินซวี่ชอบใครสักคน เขาจะไม่อยากให้คนคนนั้นต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เขาจะวาดรูปให้คุณ เก็บดอกไม้ให้คุณ และต่อสู้เพื่อคุณ... แม้แต่บนเตียง เขาก็จะไม่อยากเห็นน้ำตาของคุณ"
พูดไปพูดมา เหอจือซูก็เริ่มไม่รู้เรื่องว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่ เขาเวียนหัวจนแยกแยะอารมณ์ตัวเองไม่ออกแล้ว
ไม่ชัดเจนว่าเขากำลังเศร้า หรือไม่ยอมรับความจริง หรือแค่อยากจมอยู่ในจินตนาการหลอกตัวเองต่อไป
ประตูห้องนอนแขกปิดไม่สนิท มันถูกดันเปิดออกโดยเหล่าแมวเหมียวที่เริ่มไม่พอใจเพราะความหิว พวกมันคงตะกุยประตูอยู่นานแล้ว
เมื่อเสิ่นจุ้ยเห็นแมวเดินลอดช่องประตูเข้ามา ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงพอ ๆ กับเหอจือซูทันที
เหอจือซูได้สติกลับมา เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนถามว่า "คุณกลัวแมวเหรอ?"
"เขา... เขาเกลียดสัตว์ที่สุดไม่ใช่เหรอครับ?"
เหอจือซูค่อย ๆ ดันแมวที่มาถูไถขากางเกงออกอย่างเบามือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เขาเป็นคนประเภทชอบไม้นวม ไม่ชอบไม้แข็ง เพราะงั้นคุณแค่ต้องอ้อนเขาดี ๆ ยอมให้เขาหงุดหงิดใส่สักสองสามวัน เดี๋ยวเขาก็ยอมเอง เขาไม่มีทางเลือกอื่นหรอก"
น้ำเสียงของเหอจือซูอ่อนโยนมาก จนดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังสอนคนอื่นให้รู้วิธีเอาชนะใจและได้รับความรักจากผู้ชายที่ตัวเองรักอยู่
แต่เสิ่นจุ้ยกลับดูผิดหวังยิ่งกว่าเดิม ความจริงแล้ว ทันทีที่เหอจือซูเริ่มเล่าว่าเจียงเหวินซวี่จะดีกับคนที่รักมากแค่ไหน เสิ่นจุ้ยก็รู้ตัวทันทีว่าต่อให้หลอกตัวเองแค่ไหน เขาก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า เจียงเหวินซวี่ไม่ได้รักเขาเลย ไม่ได้
เสิ่นจุ้ยเคยคิดว่าเป็นธรรมชาติของผู้ชายที่จะเจ้าชู้และเย็นชา คิดว่าเจียงเหวินซวี่แค่รักใครไม่เป็น และคำพูดทำร้ายจิตใจพวกนั้นก็แค่พูดไปโดยไม่ตั้งใจ
แต่เขาคิดผิด... เจียงเหวินซวี่ไม่เคยทำกิจกรรมคู่รักกับเขา ไม่เคยพูดจาหวานหูด้วย อย่าว่าแต่วาดรูปหรือเก็บดอกไม้ให้เลย เขายังสงสัยด้วยซ้ำว่าเจียงเหวินซวี่ไม่อยากให้คนที่รักร้องไห้บนเตียงจริงเหรอ? สิ่งที่เขารู้คือ ช่วงแรก ๆ ที่มีเซ็กซ์กัน เขาเจ็บตัวบ่อยมาก ผู้ชายคนนั้นดิบเถื่อนและไร้ความปรานี ตอนนั้นเขาร้องไห้บ่อยมาก เวลาเจ็บหนัก ๆ เขาจะร้องไห้อ้อนวอน แต่เจียงเหวินซวี่ไม่เคยสนใจ แถมยังเกลียดเสียงร้องไห้ของเขาด้วย บางทีก็ตะคอกใส่อย่างรังเกียจว่า "ถ้าทนไม่ไหว ฉันจะไปหาคนอื่น!"
ตอนที่ถูกบังคับให้เอาหมาไปทิ้ง เสิ่นจุ้ยอ้อนวอนเจียงเหวินซวี่อยู่เป็นอาทิตย์ แน่นอนว่าเขาพยายามใช้วิธีออดอ้อนสารพัด ถึงขนาดยอมเล่นบท SM เพื่อแลกกับการเก็บหมาไว้ ทั้งที่เจียงเหวินซวี่มือหนักและทำไม่เป็น ผลคือเสิ่นจุ้ยเกือบตาย... และหมาก็ถูกเอาไปทิ้งอยู่ดี
เสิ่นจุ้ยลุกขึ้นยืนจากโซฟา คิดในใจว่า 'ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? มาที่นี่เพื่อประจานตัวเองเหรอ? ในเมื่อเจียงเหวินซวี่เก็บผู้ชายที่เปราะบางเหมือนเครื่องกระเบื้องไว้ที่บ้าน ทะนุถนอมไม่ยอมตีหรือทำรุนแรงบนเตียง... เขาก็คงไม่คู่ควรกับความรักของฉันหรอก'
แต่เสิ่นจุ้ยก็ทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ ทำไมเขาถึงเทียบผู้ชายคนนี้ไม่ได้? แค่เพราะผู้ชายคนนี้ลำบากมาด้วยกันงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่ได้สักหน่อย เขาแค่ไม่ได้เกิดเร็วกว่านี้เพื่อจะมีโอกาสนั้นต่างหาก
เสิ่นจุ้ยเริ่มหัวเราะ รอยยิ้มของเขางดงามและสะอาดสะอ้านราวกับสวนดอกมะลิ "เมื่อคืนพวกคุณทะเลาะกันเหรอครับ?"
"เฮ้อ... ทุกครั้งที่เขาโกรธ เขาจะมาหาผมที่ห้อง เขาเป็นคนนิสัยเด็ก ๆ แบบนี้แหละ" เสิ่นจุ้ยบ่นอย่างจนใจ "ผมคอยบอกเขาเสมอว่าอย่าโกรธ แต่เขาบอกว่าเขาตัดใจจากคนรักเก่าไม่ลง เราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ผมเข้าใจดีครับว่าเขาแค่มองคุณเป็นคนในครอบครัวไปแล้ว"
เสิ่นจุ้ยค่อย ๆ สวมเสื้อโค้ทแล้วยิ้มร้าย
"แต่เจียงเหวินซวี่เขาตั้งใจจะตัดขาดกับอดีตจริง ๆ นะครับ เขาถึงขนาดโยนแหวนที่ใส่มาสิบปีทิ้งไปง่าย ๆ เลย ถึงมันจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่อย่างน้อยมันก็เป็นของขวัญจากคนที่รักเขามากไม่ใช่เหรอครับ? ผมเป็นคนใจอ่อนเลยเก็บไว้ให้... เอาเป็นว่า วันหลังผมจะเอามาคืนให้คุณนะครับ?"
หัวใจของเหอจือซูเจ็บปวดรวดร้าวและบีบรัดจนพูดไม่ออก มือของเขาเย็นเฉียบ นิ้วมือ ริมฝีปาก และร่างกายสั่นเทาไปหมด เขาพยายามข่มความเจ็บปวด ชี้ไปที่ประตูแล้วกัดฟันพูด
"ออกไป!"
เสิ่นจุ้ยเลิกคิ้วและเดินจากไปทันทีโดยไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเหอจือซูอีก
ทันทีที่ประตูปิดลง เหอจือซูก็ทรุดฮวบลงกับพื้น เขายกหลังมือขึ้นปิดปาก แต่เลือดจำนวนมากก็ยังไหลทะลักผ่านง่ามนิ้วออกมา
'ในที่สุด... ฉันก็รู้ซึ้งถึงรสชาติของการตรอมใจจนกระอักเลือดแล้วสินะ'
ฉันคงจะตายในเร็ว ๆ นี้... และจบเรื่องราวทั้งหมดนี้เสียที