- หน้าแรก
- หนึ่งทศวรรษที่ฉันรักนาย
- บทที่ 18: คนรักของเจียงเหวินซวี่
บทที่ 18: คนรักของเจียงเหวินซวี่
บทที่ 18: คนรักของเจียงเหวินซวี่
เหอจือซูผลักร่างชายหนุ่มที่ทับอยู่บนตัวออก จ้องมองความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดด้วยดวงตาที่เบิกโพลง เขาผ่อนคลายร่างกายและปรับลมหายใจ รอคอยให้ความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจค่อย ๆ จางหายไป
พวกเขาเคยให้สัญญากันไว้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป พวกเขาเจอกันในช่วงวัยที่สวยงามที่สุดและคิดว่าต่างฝ่ายต่างเจอ "คนที่ใช่" แล้ว เหอจือซูยิ้มอย่างหดหู่ เขาจำเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายที่ประกอบกันเป็นความสุขได้แม่นยำ
เจียงเหวินซวี่เคยดูเท่และหยิ่งทะนงต่อหน้าคนอื่นในสมัยเรียน แต่ความจริงแล้วเขาไร้เดียงสาอย่างเหลือเชื่อ ตอนนั้นเขามักจะนั่งยอง ๆ เหมือนแมวในพุ่มไม้แล้วร้องทักเหอจือซู "เสี่ยวซู ๆ ดูนี่สิ! กิ้งก่า!" เขาจะสรรหาขนมอร่อย ๆ มาให้จือซูทุกวัน คอยต่อยตีกับพวกผู้ชายและขู่พวกเด็กผู้หญิงที่มาวอแวเหอจือซูอยู่บ่อยครั้ง
ต่อมาเมื่อเจียงเหวินซวี่ออกมาทำงานหาเลี้ยงชีพ เขาเจออุปสรรคและความล้มเหลวหลายครั้ง ต้องไปดื่มเหล้าสังสรรค์กับพวกเศรษฐีกระเป๋าหนักจากทางเหนือเพื่อคุยธุรกิจ ไม่ว่าจะไหวหรือไม่ก็ตาม พอเมากลับมา เขาก็จะกอดเหอจือซู ร้องไห้ฟูมฟายโทษตัวเองที่ทำให้จือซูมีชีวิตที่สุขสบายไม่ได้
'ฉันดีพอสำหรับทั้งชีวิตของนายไหม? นายยังจำได้ไหมว่าเราเคยตกลงกันไว้แบบนั้น?'
เหอจือซูกลั้นน้ำตาไม่ไหว ยกหลังมือขึ้นปิดตาเหมือนเด็ก ๆ เขาคิดถึงดอกสาลี่ที่บานสะพรั่งในโรงเรียนมัธยมปลายจริง ๆ ดอกสีขาวเล็ก ๆ กระจายอยู่บนต้นเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า... ในฤดูกาลที่ดอกไม้บาน เขาจะเก็บดอกไม้ที่ร่วงหล่นใส่กระเป๋าเสื้อจนเต็มทุกวันหลังเลิกเรียน แล้วกำมันขึ้นมาเป่าใส่หน้าและตัวของเจียงเหวินซวี่ เขายังจำได้ว่าสิ่งที่โรแมนติกและบ้าบิ่นที่สุดที่พวกเขาเคยทำ คือตอนวันหยุดที่โรงเรียนร้างผู้คน เจียงเหวินซวี่ดันร่างเหอจือซูพิงต้นสาลี่และมอบจูบที่ยาวนานและเปี่ยมไปด้วยความรักวัยรุ่นให้เขา...
แต่มันจะมีความหมายอะไร? ความรักที่เคยเร่าร้อนและเรียบง่ายได้จางหายไปตามกาลเวลา และถูกตีกลับไปสู่จุดเริ่มต้นด้วยความปรารถนาในชีวิตที่สำมะเลเทเมา ไม่มีอะไรเหลือไว้ปลอบประโลมเขาอีกแล้ว
"ฉันเหลือแรงรักนายได้เท่าที่ฉันจะทำไหว... ต่อไปนายต้องอยู่ด้วยตัวเองแล้วนะ อย่าเอาแต่ใจเกินไปนัก ไม่งั้นคนใหม่คงอยู่กับนายได้ไม่นานหรอก" เหอจือซูพึมพำ
จากนั้นเขาก็ฝืนลุกขึ้นและห่มผ้าให้เจียงเหวินซวี่เบา ๆ ลักยิ้มเล็ก ๆ ที่ควรจะหวานหยดเหมือนน้ำผึ้ง บัดนี้กลับเปียกชื้นและขมขื่น เต็มไปด้วยคราบน้ำตา... เหอจือซูหันหลังกลับ กัดนิ้วตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น
รุ่งสางมาเยือนช้าในฤดูหนาว เหอจือซูมองท้องฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น แสงเย็นยะเยือกส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บและอ้างว้าง ปีนี้หนาวจัดจริง ๆ... ถ้าเขาได้ปั้นตุ๊กตาหิมะกับเจียงเหวินซวี่อีกสักครั้ง ตุ๊กตาหิมะคงจะอยู่ได้นานขึ้น และร่องรอยของเขาก็คงจะอยู่กับเจียงเหวินซวี่ได้นานขึ้นอีกนิดในฤดูหนาวนี้
เหอจือซูพยุงร่างอันบอบช้ำไปอาบน้ำ ตอนนี้เขาผอมแห้งและอ่อนแอ ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยรักหนาแน่นดูสกปรกและน่าสมเพช
เหอจือซูรู้ดีว่าเขาไร้ค่าแค่ไหน เขาไม่มีแรงจะไปทะเลาะกับเจียงเหวินซวี่เรื่องอะไรทั้งนั้น ในเมื่อการรักผู้ชายคนนี้กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว เขาก็ยังคงทนรับทุกอย่างได้เสมอ เหอจือซูโน้มตัวพิงอ่างอาบน้ำหินอ่อนสีขาวที่เย็นเฉียบ ใช้นิ้วล้วงคว้านสิ่งที่เจียงเหวินซวี่ปล่อยทิ้งไว้ในตัวเขาออกมา คิ้วขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆด้วยความเจ็บปวด... เขาต้องหยุดมีเซ็กซ์ได้แล้ว
เหอจือซูกินยาแล้วไปต้มโจ๊กข้าวฟ่างให้เจียงเหวินซวี่ที่ดื่มหนักเมื่อคืน โจ๊กข้าวฟ่างดีต่อกระเพาะอาหาร เมื่อโจ๊กสุกได้ที่ เหอจือซูก็ไปนั่งบนโซฟาเล็ก ตั้งใจอ่านหนังสือ
เจียงเหวินซวี่ตื่นสาย ผมเผ้ายุ่งเหยิงหลังจากหลับมาทั้งคืน เขาทำตัวออดอ้อนอยู่ข้าง ๆ จือซู เขาดูแข็งแรงกว่าจือซูมาก เจียงเหวินซวี่ยืดแขนออกมารวบตัวเหอจือซูเข้าไปกอดทั้งตัว
"พรุ่งนี้ฉันต้องไปดูงานต่างประเทศนะ คงไม่กลับมาสักครึ่งเดือน"
เหอจือซูหยุดพลิกหน้าหนังสือ "อืม รู้แล้ว" ...ถ้าเขาไม่อยู่บ้าน การไปโรงพยาบาลคงสะดวกขึ้น
"นายไปคนเดียวเหรอ?" เหอจือซูขยับตัวออกจากอ้อมกอดเจียงเหวินซวี่แล้วเดินไปตักโจ๊กในครัว
เจียงเหวินซวี่ตอบอย่างเหม่อลอย "ไปกับพวกผู้จัดการ แล้วก็ผู้ช่วยของฉันน่ะ"
เหอจือซูตอบรับสั้น ๆ ว่า "อืม" ราวกับไม่ใส่ใจนัก เขาตักโจ๊กใส่ชามให้เจียงเหวินซวี่แล้วพูดว่า "อย่าไปแกล้งใช้งานผู้ช่วยซ่งให้มากนักล่ะ เขาแค่งานยุ่งจนไม่มีเวลาปลีกตัวไปดูงานด้วย ก็แย่พอแล้ว"
เจียงเหวินซวี่ตักโจ๊กกิน พลางตอบกลับโดยไม่ทันยั้งคิด "ไม่ใช่ซ่ง แต่เป็นผู้ช่วยคนใหม่ที่เพิ่งจบจากวิทยาลัยวิจิตรศิลป์น่ะ ฉันจะพาเขาไปเจอดีไซเนอร์คนใหม่ชาวฝรั่งเศส"
เหอจือซูยิ้ม ฉันรู้จักไหม?"
"นายจะไปรู้จักเด็กใหม่ในบริษัทได้ยังไง? ยิ่งเป็นคนที่เพิ่งเรียนจบเหมือน เสิ่นจุ้ย..."
ทันทีที่รู้ตัวว่าหลุดปากพูดชื่อใครออกมา เจียงเหวินซวี่ก็หุบปากฉับและก้มหน้าก้มตากินโจ๊กทันที
เหอจือซูชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อนั้น
เป็นเด็กหน้าใหม่แท้ ๆ แต่กลับได้ตำแหน่งผู้ช่วยติดตามไปดูงานต่างประเทศทันทีที่เรียนจบ... เด็กคนนี้คงจะต้อง "เชี่ยวชาญเรื่องการเอาอกเอาใจ" เจียงเหวินซวี่น่าดู