เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 700 คะแนน หรือ 7 ล้าน

บทที่ 1 700 คะแนน หรือ 7 ล้าน

บทที่ 1 700 คะแนน หรือ 7 ล้าน


"คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัย 700 คะแนน กับเงิน 7 ล้าน นายจะเลือกอะไร?"

ทันทีที่หลัวฝานเปิดเว็บบอร์ดขึ้นมา เขาก็เห็นกระทู้นี้ถูกแนะนำขึ้นมาบนหน้าแรกทันที ยอดตอบกลับสูงถึงกว่า 1,700 ชั้น เขาจึงกดเข้าไปดูผ่าน ๆ และกวาดตามองความเห็นที่ได้รับความนิยมสูง:

"กระทู้แบบนี้อีกแล้วเหรอ เลือกแล้วนายจะให้ฉันไหมล่ะ?"

"ฉันจะเลือกยาแคปซูลสีน้ำเงิน แล้วตบหน้าเจ้าของกระทู้ผ่านหน้าจอไปเลย"

"ไม่ก็ให้คะแนน ไม่ก็ให้เลือก มีอะไรที่มันแปลกใหม่บ้างไหมเนี่ย?"

"ความรู้เปลี่ยนชะตาชีวิต! ฉันเลือกเจ็ดล้าน!"

"ไม่มีความรู้ จะเอาอะไรไปสู้กับพวกคุณชายเศรษฐีรุ่นสอง? ฉันเลือกเจ็ดล้าน!"

"ในตำรามีเรือนทองคำ ในตำรามีเงินล้าน! ฉันเลือกเจ็ดล้าน!"

"ไหนล่ะแคปซูลสีน้ำเงิน? ขอฉันขวดนึง!"

"พวกผิวเผินทั้งหลาย! ฉันเลือกเจ็ดล้าน!"

...

"ชาวเน็ตติงต๊องนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริง ๆ!" หลัวฝานรำพึงด้วยความรู้สึกมากมาย

"พี่หลัว ดูอะไรอยู่?" ชายหนุ่มผู้มีศีรษะฉลาดล้ำเลิศ(หัวเถิก)คนหนึ่งเดินเข้ามาถาม

"ดูเว็บบอร์ดแก้เบื่อไปเรื่อยเปื่อยน่ะ เสี่ยวหวัง งานนายเสร็จหรือยัง? เสร็จแล้วพวกเราไปกินข้าวกัน" หลัวฝานหันไปพูด

"เสร็จแล้ว! เสร็จแล้ว! ไปกันเถอะ!"

หลัวฝานพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่าในวินาทีต่อมา หลัวฝานกลับรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างหมุนคว้างไปหมด จากนั้นเขาก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

"เสี่ยวหลัว! เสี่ยวหลัว! นายตื่นเถอะ!"

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหูของหลัวฝาน เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ ก็พบว่ามีก้อนเนื้อกลม ๆ ก้อนหนึ่งเบียดเข้ามาอยู่ตรงหน้าของเขา

"จะ...เจ้าอ้วน?"

"ฉันเอง เสี่ยวหลัวนายไม่เป็นไรใช่ไหม?"

หลัวฝานส่ายหัวไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากพื้น

"เสี่ยวหลัว! นายนี่ทำฉันตกใจแทบตายเลยว่ะ ให้ตายสิ มอเตอร์ไซค์คันนั้นมันน่าโดนสาปแช่งจริง ๆ! ชนคนล้มแล้วหนีไปเลย ไร้มารยาทชะมัด อย่าให้ฉันได้เจอหน้ามันอีกนะ ไม่งั้น..."

หลัวฝานฟังเสียงบ่นด่าอย่างเลือนรางของชายอ้วน ในขณะที่สมองของเขาค่อย ๆ กลับมาตื่นตัว

เขาเหลือบมองจางซ่วย หรือเจ้าอ้วนที่ดูอ่อนเยาว์กว่าที่คุ้นเคย จากนั้นก้มลงมองเสื้อผ้าของตนเอง และในที่สุดก็ยืนยันเรื่องหนึ่งได้: เขาได้กลับมาเกิดใหม่ และยังกลับมาในวันนี้...ซึ่งเป็นวันที่ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

วันนี้คือวันที่ 8 มิถุนายน ปี 2009 วันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อหลัวฝานในทุกความหมาย

หลัวฝานเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปี 2009 ตอนนี้เป็นเวลา 14:40 น. เขากำลังเดินทางไปสนามสอบเพื่อเตรียมตัวสอบวิชาสุดท้ายคือวิชาภาษาอังกฤษ

หลัวฝานจำได้ชัดเจนว่า คะแนนวิชาภาษาอังกฤษสุดท้ายของเขาคือ 141 คะแนน และคะแนนรวมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั้งหมดคือ 703 คะแนน

703 คะแนนสำหรับสายวิทยาศาสตร์ในมณฑลที่เขาอยู่ นับว่าอยู่ในระดับห้าสิบอันดับแรกของทั้งมณฑลเลยทีเดียว คะแนนนี้หมายความว่า หลัวฝานสามารถเลือกคณะใดก็ได้ในมหาวิทยาลัยใดก็ได้ทั่วประเทศตามใจปรารถนา

แต่ตอนนี้ หลัวฝานตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะสละทิ้งคะแนน 703 ที่น่าภาคภูมิใจนี้เสีย

เป็นเพราะเย็นวันนี้ พ่อของเขาจะต้องไปเซ็นสัญญากับนักธุรกิจที่อ้างตัวว่ามาจากต่างประเทศ ซึ่งสัญญาฉบับนี้นี่เองที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของครอบครัวหลัวฝานไปตลอดกาล

ทันทีที่พ่อแม่ของหลัวฝานแต่งงาน พวกเขาก็ย้ายจากบ้านเกิดชนบทเข้ามาในเมืองเพื่อเปิดร้านขายข้าวสารและน้ำมัน สองสามีภรรยาตั้งใจทำมาหากิน อดทนต่อความยากลำบาก ผ่านไปกว่าสิบปี ร้านขายข้าวสารและน้ำมันเล็ก ๆ ก็เติบโตขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งหนึ่ง

เมื่อราวครึ่งปีก่อน มีการวางผังและปรับปรุงเมือง ซูเปอร์มาร์เก็ตของครอบครัวหลัวฝานจึงถูกจัดอยู่ในพื้นที่ที่ต้องถูกรื้อถอน เงินค่าชดเชยรื้อถอนที่ได้รับมามีจำนวนรวมทั้งสิ้นถึง 3 ล้านหยวนเต็ม ๆ

ที่ดินที่พ่อของหลัวฝานซื้อมาด้วยเงิน 250,000 หยวนในวันนั้น พริบตาเดียวก็กลายเป็น 3 ล้านหยวน ทำให้คนมากมายอิจฉาตาร้อน ทั้งยังมีญาติและเพื่อนฝูงจำนวนไม่น้อยเข้ามาขอหยิบยืมเงิน

โชคดีที่พ่อของหลัวฝานเป็นคนที่มีนิสัยค่อนข้างเด็ดขาด ใครมาขอ เขาก็ไม่ให้ยืมสักคน จนสามารถรักษาเงินก้อนนี้ไว้ได้

พ่อกับแม่ของหลัวฝานเป็นเพียงชาวนาธรรมดา ๆ เมื่อมีเงินก้อนอยู่ในมือก็ไม่คิดจะอยู่เฉย ๆ กินบุญเก่า เมื่อซูเปอร์มาร์เก็ตถูกรื้อถอน พวกเขาก็คิดมองหาโครงการใหม่มาทำอยู่ตลอด

ในเวลานั้นเอง ก็มีนักธุรกิจที่อ้างตัวว่ามาจากประเทศอเมริกา ได้รับการแนะนำจากเพื่อนคนหนึ่งมาหาพ่อกับแม่ของหลัวฝาน โดยบอกว่าต้องการร่วมทุนกับพวกเขาเพื่อตั้งโรงงานแปรรูปอาหารในท้องที่แห่งนี้

การที่นักธุรกิจต่างชาติมาลงทุนในพื้นที่ของพวกเขาไม่ใช่เรื่องแปลก พ่อของหลัวฝานเองก็มีเพื่อนที่ร่วมทุนกับนักลงทุนต่างชาติเปิดโรงงานเสื้อผ้าอยู่ อีกทั้งการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติยังได้รับความช่วยเหลือด้านนโยบายบางอย่าง พ่อของหลัวฝานจึงพิจารณาแล้วเห็นว่าการค้านี้น่าจะทำได้

ในช่วงสองเดือนต่อมา พ่อของหลัวฝานติดตามนักธุรกิจต่างชาติคนนี้ไปสำรวจและตรวจสอบอยู่ตลอด เวลาเดียวกัน พ่อของหลัวฝานก็แอบสืบหาและทดสอบความน่าเชื่อถือของนักธุรกิจผู้นี้อยู่เช่นกัน

แต่สิ่งที่พ่อของหลัวฝานคิดได้ อีกฝ่ายก็คิดมาแล้วเช่นกัน ท้ายที่สุด พ่อของหลัวฝานก็ติดกับดักของคนพวกนั้นอยู่ดี หลังจากเซ็นสัญญา พ่อของหลัวฝานได้โอนเงินค่าชดเชย 3 ล้านหยวน บวกกับเงินเก็บสะสมของตัวเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเงินกู้จากธนาคารอีก 2 ล้านหยวน รวมเป็นเงิน 7 ล้านหยวนทั้งหมดให้กับอีกฝ่าย

ผลลัพธ์คือ สองสัปดาห์ต่อมา นักธุรกิจต่างชาติคนนั้นก็หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ

เมื่อพ่อของหลัวฝานรู้ว่าตัวเองถูกหลอก ก็ทำใจไม่ได้ในทันที ความโกรธทำให้เส้นเลือดในสมองแตกพลั่ก แม้จะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลและรักษาชีวิตไว้ได้ แต่หลังจากนั้น เขาก็ไม่สามารถยืนได้อีกเลย

(ป.ล. นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หลังจากการรื้อถอนชุมชนในเมืองของเรา ทว่าในความเป็นจริง จำนวนเงินที่ถูกหลอกไม่ได้มากขนาดนี้ เพียงแค่ราวสองล้านกว่าหยวนเท่านั้น)

เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อและชำระคืนเงินกู้ธนาคาร แม่ของหลัวฝานจึงต้องไปตั้งแผงลอยขายของกิน โดยออกไปแต่เช้าตรู่และกลับมามืดค่ำ แบกรับภาระของครอบครัวนี้ไว้เพียงลำพัง

ส่วนหลัวฝานนั้น เพื่อให้ได้ทุนการศึกษา เขาเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยที่ตนเองไม่ชอบ และเรียนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ที่ตนเองก็ไม่ได้รัก เขาคิดเพียงว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะได้รีบหาเงิน เพื่อแบ่งเบาความกดดันจากแม่

หลังจากเรียนจบ หลัวฝานเข้าทำงานในบริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง ต้องทำงานล่วงเวลาแทบทุกวัน การทำงานแบบ 996 กลายเป็นเรื่องปกติ และหากโชคร้าย วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ต้องเข้าทำงานเช่นกัน

ในปี 2022 หลัวฝานในวัยสามสิบต้น ๆ สุขภาพร่างกายทรุดโทรมย่ำแย่ ตับทำงานผิดปกติและเป็นโรคกระเพาะอย่างรุนแรง จำเป็นต้องกินยาตลอดทั้งปี

และต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดนี้ก็คือสัญญาที่พ่อของเขาจะไปเซ็นในบ่ายวันนี้นั่นเอง

หลัวฝานเคยคิดมานับครั้งไม่ถ้วนว่า หากเขาสามารถย้อนเวลากลับไปในวันที่พ่อจะเซ็นสัญญากับนักธุรกิจต่างชาติคนนั้นได้ เขาจะต้องยับยั้งทุกอย่างให้ได้ เพื่อกอบกู้ครอบครัวนี้ และตอนนี้ โอกาสนั้นก็ได้มาถึงจริง ๆ

หลัวฝานตื่นเต้นจนตัวสั่นเทิ้ม เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขายังเห็นกระทู้ให้เลือก 700 คะแนน หรือ 7 ล้านอยู่เลย ไม่คิดเลยว่าตอนนี้เขาจะมีโอกาสได้เลือกจริง ๆ

ส่วนเรื่องวิธีการยับยั้ง หลัวฝานก็มีแนวคิดบางอย่างอยู่ในหัวแล้ว เมื่อตอนที่เขาถูกมอเตอร์ไซค์ชนล้มลงในอดีตนั้น ท้ายทอยของเขาได้กระแทกกับพื้นจนบวมปูด และเขายังปวดหัวมึนงงไปถึงสองวัน

มาคิดดูตอนนี้แล้ว นั่นน่าจะเป็นอาการสมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย นี่แหละคือข้ออ้างที่ดีที่สุด

หลัวฝานจึงแสร้งทำเป็นมีอาการวิงเวียนศีรษะ จากนั้นก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น

"เสี่ยวหลัว! นาย...นายเป็นอะไรไป? อย่าทำฉันตกใจนะ!" จางซ่วยเห็นดังนั้นก็หน้าซีดเผือด รีบย่อตัวลงถาม

"จะ...เจ้าอ้วน ฉันเวียนหัวมาก ยืนแทบไม่ไหวเลย นาย...นายช่วยหาตู้โทรศัพท์แล้วโทรศัพท์หาพ่อแม่ฉันที" หลัวฝานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

"ใช่! ใช่! โทรศัพท์ โทรศัพท์ แต่แถวนี้จะไปหาตู้โทรศัพท์ที่ไหนล่ะ..."

จางซ่วยแทบจะร้องไห้ด้วยความร้อนใจ

ในเวลานั้นเอง ลุงคนหนึ่งที่ยืนมุงดูอยู่ข้าง ๆ ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งมาให้ "พ่อหนุ่ม ฉันมีโทรศัพท์มือถืออยู่ตรงนี้ ใช้โทรศัพท์ของฉันโทรไปสิ!"

จางซ่วยรับโทรศัพท์มือถือมา กล่าวขอบคุณลุงคนนั้น แล้วหันไปถามหลัวฝานว่า "เสี่ยวหลัว เบอร์โทรศัพท์ของลุงกับป้าเบอร์อะไรนะ?"

หลัวฝานบอกชุดตัวเลขที่คุ้นเคยเป็นที่สุดนั้นออกไป ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เบอร์โทรศัพท์นี้แม่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนเลย

จางซ่วยกดเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรออก หลังจากเสียงสัญญาณดังไปสองครั้ง เสียงที่หลัวฝานคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใดก็ดังมาจากปลายสาย: "ฮัลโหล...ใครนั่น?"

จบบทที่ บทที่ 1 700 คะแนน หรือ 7 ล้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว