เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 รอยแยกมิติและซอมบี้โครงกระดูก(อ่านฟรี)

ตอนที่ 42 รอยแยกมิติและซอมบี้โครงกระดูก(อ่านฟรี)

ตอนที่ 42 รอยแยกมิติและซอมบี้โครงกระดูก(อ่านฟรี)


ตอนที่ 42 รอยแยกมิติและซอมบี้โครงกระดูก

“เกิดอะไรขึ้น” ฟาริสรีบเข้ามาลากตัวจอร์แดนขึ้นมาและถาม เพราะตอนนี้พวกเขาต้องการรู้สถานการณ์ข้างบนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

แต่ในตอนนั้น คอนราด ฟาริส โบเวน และแม้แต่เรย์ก็ถึงกับมองรอบตัวด้วยความตกตะลึง เรย์ดึงเอาหินตรวจจับออกมา ปรากฏว่ามันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทั้งยังกะพริบถี่ไม่หยุด

มีรอยแยกมิติกำลังจะเกิดขึ้น...ไม่ดีแล้ว ต้องรีบถอยกันด่วนเลย

เรย์มองหาทางออกด้วยความกระวนกระวายใจ แต่ในตอนนั้นก็มีเสียงบางอย่างถูกทิ้งลงมาจากด้านบน

เคล้ง ๆ ๆ ตุบ!

สายตาของทุกคนหันไปมองยังวัตถุสีทองรูปร่างเหมือนกับพีระมิด ซึ่งหล่นไม่ไกลจากทางออกมากนัก และในจังหวะเดียวกัน มันก็เกิดพลังงานจำนวนมหาศาลกระจายออกมาเป็นละลอกพลังงานที่รู้สึกได้ ฉีกกระชากความว่างเปล่าบังคับเปิดรอยแยกมิติออกมา

พลังงานแรกเริ่มที่เกิดรอยแยกมิติสร้างผลกระทบต่อวัตถุและอาคารรอบ ๆ สภาพขอพวกมันเก่าลงทันตาเห็นในทันที

ซึ่งก็น่าแปลกที่มันปรับเปลี่ยนเฉพาะพื้นที่ไม่ได้ทำให้ของที่อยู่บนตัวของพวกเขาอย่างเสื้อผ้าหรืออาวุธในตัวมีสภาพเก่าไปด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีใครมาสนใจข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้

“รีบปิดรอยแยกเร็ว” คอนราดสั่งฟาริสที่ตอบสนองเร็วสุด เพราะอยู่ใกล้มากที่สุด ฟาริสตอบสนองทันทีรีบพุ่งเข้าไปหารอยแยกมิติ

ที่จริงแล้วยังมีคนอยู่ใกล้รอยแยกพอ ๆ กับฟาริสอีกคน นั้นก็คือจอร์แดน แต่ตอนนี้จอร์แดนกำลังตะลึงกับสิ่งที่เห็นจนไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า

ฟาริสเข้าไปคิดจะเอื้อมมือเข้าไปในรอยแยกเพื่อดึงดวงตามิติที่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมมิติออกมา แต่แล้วในตอนนั้นก็มีเสียงร้องคำรามดังมาจากภายในรอยแยก

“ว๊ากกกก!!!”

ฟาริสรีบชักมือกลับเป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหน้าของซอมบี้ซากศพโผล่ออกมาจากในรอยแยก มันกัดไปยังจุดที่มือของฟาริสอยู่ก่อนหน้านั้น

ถ้าฟาริสชักมือกลับมาช้าเกินไป เขาคงโดนดึงเข้าไปตายในรอยแยกแล้ว

ซอมบี้ซากศพสามตัวเดินออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้าของฟาริส พวกมันหันไปมองฟาริสเป็นเป้าหมายแรก แต่แล้วก็มีอักษรเวทมนตร์ปรากฏขึ้นให้เท้าของพวกมันทั้งสามตัว ก่อนที่เสาลำแสงชำระล้างจะพวยพุ่งขึ้นมาชำระล้างซอมบี้ซากศพสามตัวไปในทันที

แสงชำระล้างแผดเผาสลายซอมบี้จนพวกมันกลายเป็นศพธรรมดาเท่านั้น ศพซอมบี้ล้มลงตายไปแบบนั้น คนที่โจมตีก็คือเรย์ที่กำลังถือหนังสือเวทมนตร์อยู่

“โบเวนไปช่วยฟาริส” คอนราดสั่งการแบ่งหน้าที่ แต่ก่อนจะได้ทำอะไร ก็มีมือของซอมบี้ตัวหนึ่งออกมาจากด้านใน มันเป็นมือที่ต่างไปจากซอมบี้ซากศพปกติ มือของซอมบี้ตัวนี้มีแต่กระดูก ไม่สิถ้าจะให้บอกผิวหนังของมันเปลี่ยนเป็นกระดูก

พอคนในทีมเห็นพวกเขาก็รู้ได้ในทันทีว่ามันคืออะไร ‘ซอมบี้โครงกระดูก’

ซอมบี้โครงกระดูก เป็นซอมบี้ที่ไม่มีผิวหนัง เพราะพวกมันเปลี่ยนเป็นกระดูกแข็ง ๆ ปกป้องร่างกาย ทำให้มีการป้องกันสูง มีกรงเล็บกระดูกแหลมคมงอกออกมา สติปัญญาไม่สูง ส่วนใหญ่พึ่งพาสัญชาตญาณเท่านั้น โดดเด่นในเรื่องการป้องกัน พละกำลังและการสู้ระยะประชิดตัว จุดอ่อนคือข้อต่อต่าง ๆ และถ้าต้องการฆ่าต้องทำลายสมอง การกัดสามารถติดเชื้อได้

เรย์นึกไปถึงข้อมูลของซอมบี้ชนิดนี้เขาก็ถึงกับกลัวขึ้นมาหน่อย ๆ เพราะซอมบี้โครงกระดูกไม่ต่างจากซอมบี้ที่ใส่เกราะ มันยิ่งอันตรายเข้าไปอีก แต่ยังไม่หมดแค่นั้น มันกลับมีถึงสองตัว

“บ้าเอ๊ย ถอยก่อน” คอนราดสั่งถอยเพราะอันตรายเกินไปถ้าพวกมันสู้ร่วมกัน การเข้าไปแบบนั้นไม่ต่างจากเข้าไปตาย ตอนนี้พวกเขารับรู้แล้วว่าด้านหลังรอยแยกมีซอมบี้ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ อย่างแน่นอน

ปกติแล้วรอยแยกระดับสูญที่พวกเขาเจออย่างมากก็มีซอมบี้แค่ไม่กี่สิบตัวเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นซอมบี้ซากศพเท่านั้น

แต่ตอนนี้พวกเขากำลังเจอกับซอมบี้โครงกระดูกที่มีระดับ 4 ถึงสองตัว และยังไม่รู้ว่าด้านหลังมีซอมบี้อะไรอีก

ทุกคนถอยออกมาจากรอยแยกมิติและเริ่มทำการโจมตีอีกครั้ง

ซอมบี้โครงกระดูกตัวซ้ายมีฟาริส โบเวนและผู้กองจอร์แดนรับมืออยู่

ฟาริส โบเวนยิงถล่มซอมบี้โครงกระดูกตัวนี้ด้วยปืน ด้านข้างยังมีจอร์แดนที่แม้จะเจ็บไหล่จากการถูกยิง จอร์แดนก็พยายามใช้ปืนไรเฟิลเอ็ม1903 สปริงฟิลด์ยิงตอบโต้ไปเช่นกัน

แต่สีหน้าของทั้งสามไม่สู้ดีมากนักเพราะกระสุนปืนธรรมดานั้นยากมากที่จะเจาะผ่านเกราะกระดูกของซอมบี้โครงกระดูก อย่างมากก็สร้างรอยแตกร้าวเพียงผิวเผินต่อเกราะกระดูกของมันเท่านั้น

ฟาริสที่มองสถานการณ์ก็รู้ว่ากระสุนธรรมดานั้นยากจะได้ผล โบเวนเองก็เข้าใจจึงหันมาใช้กระสุนชำระล้างเล่นงานมันแทนในทันที

แน่นอนว่ากระสุนชำระล้างนั้นมีอยู่จำกัด ดังนั้นทุกนัดต้องสร้างความเสียหายให้กับซอมบี้โครงกระดูกมากที่สุด

“ยิงไปที่ข้อต่อขาของมัน” ฟาริสหันมาบอกกับจอร์แดน จอร์แดนมีเพียงกระสุนธรรมดา แต่ถ้ายิงซ้ำ ๆ ก็สร้างความเสียหายได้ไม่มากก็น้อย

ส่วนโบเวนนั้นรู้ข้อมูลเกี่ยวกับซอมบี้โครงกระดูกอยู่แล้ว จึงรู้ว่าควรจะยิงจุดไหน

อีกด้านคอนราดและเรย์นั้นดูดีกว่ามาก คอนราดนั้นเหมือนกับเครื่องพ่นไฟที่เผาซอมบี้โครงกระดูกในมือ และเรย์ยังใช้คาถาบอลไฟถล่มเสริมความร้อนเข้าไปอีก ทำให้ซอมบี้โครงกระดูกที่ระดับ 4 โดนเผาจนแทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้

การโจมตีที่ไม่ใช่กายภาพอย่างพวกกระสุนได้ผลเป็นอย่างมาก ซอมบี้โครงกระดูกไม่สามารถขยับได้ แถมเปลวไฟยังพวยพุ่งเข้าไปทำลายจากด้านในโดยตรง

“คาเซเบธ (บอลเพลิง)”

หนึ่งในหน้ากระดาษผสมทองคำที่บรรจุคาถาบอลเพลิงไว้ถูกใช้งาน อักษรเวทมนตร์ลอยออกมากลายเป็นลูกบอลเพลิงพุ่งเข้าหาซอมบี้โครงกระดูกในทันที

ตูม!

บอลเพลิงกระแทกร่างของซอมบี้โครงกระดูกจนร่างของมันชนเข้ากับกำแพงตึกทำเอาทั้งสั่นไหว

“ว๊ากกก!!!”

ในตอนนั้นเองคอนราดก็เผาไหมเชื้อเพลิงในไฟแช็กน้ำมันจนหมดสร้างเปลวไฟสองสายหมุนวนพันรอบตัวคอนราดลงไปที่แขนทั้งสองข้าง

ก่อนที่คอนราดจะทำท่าปล่อยหมัดทั้งสองพร้อมกับแบมือออกไป

ไฟทั้งสองเส้นก็พุ่งเข้าไปที่หัวของซอมบี้ราวกับหอกเพลิงที่มีชีวิต ก่อนจะแทงเข้าไปที่ดวงตาและปากของซอมบี้ เผามันจากด้านใน

ซอมบี้โครงกระดูกดิ้นไปมา ก่อนจะหยุดนิ่งไป

“สำเร็จ” เรย์กล่าวออกมาพลางถอนหายใจ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ดีใจ ในตอนนั้นเองที่คอนราดก็พุ่งเข้ามาชนกับเรย์ทำให้ทั้งสองล้มลงไปกับพื้นอย่างรุนแรง

เรย์มองไปที่คอนราดด้วยความตกใจ แต่คอนราดกลับไม่สนใจเรย์ รีบลุกขึ้นมาหาที่หลบ

“หลบเร็ว ทุกคนหาที่หลบ”

เสียงของคอนราดตะโกนบอกกับทุกคน เพราะนอกจากซอมบี้โครงกระดูกสองตัวที่พวกเขาสู้กันอยู่นี้แล้วยังมีฝูงซอมบี้ที่ตามออกมาด้านหลังอีก

“คร๊ากกก....ว๊ากกกก!!!”

เสียงครวญครางของซอมบี้ซากศพมากขึ้นเรื่อย ๆ มีมากกว่า 10 ตัว แต่ในจำนวนนั้นมีตัวหนึ่งที่ต่างจากซอมบี้ซากศพทั่วไปและเป็นตัวที่คอนราดกังวลมากที่สุด

“ซอมบี้อาเจียน มีลำตัวบาง ร่างผอมแห้ง แต่ท้องป่อง ภายในบรรจุเชื้อซอมบี้สีเขียว กลิ่นเหม็นเน่า และสามารถละลายเหล็กได้ มีนิสัยชอบวิ่งเข้าประชิดเหยื่อและอ้วกใส่เหยื่อ ก่อนจะกินร่างที่ละลายของเหยื่อกลับไป ระดับอยู่ตั้งแต่ 4 ขึ้นไป” คอนราดอธิบายข้อมูลออกมาให้ทุกคนฟังเพราะกลัวจะมีใครไม่รู้จักมัน

“ซอมบี้อาเจียน” เรย์มองไปที่ซอมบี้ตัวนั้น มันผอมแห้งมากกว่าซอมบี้ซากศพ แต่ท้องของมันกลับใหญ่ราวกับคนท้องเก้าเดือนไม่มีผิด

แถมมุมปากทั้งสองข้างของซอมบี้อาเจียนยังมีของเหนี่ยวเหลวสีเขียวหนืดอยู่ด้วย มันคือของเหลวที่ซอมบี้อาเจียนมักจะพ่นออกมา แต่ถ้ามันสัมผัสไปโดนจะเกิดการกัดกร่อนจนไม่เหลือซาก แม้แต่เหล็กก็ยากจะกันของเหลวของซอมบี้อาเจียนได้

เรย์มองไปยังจุดที่เขายืนอยู่ก่อนหน้า ตรงนั้นมีของเหลวของซอมบี้อาเจียนอยู่ มันหลอมละลายจน

ซอมบี้อาเจียนเตรียมโจมตีอีกครั้ง ท้องของมันราวกับมีบางสิ่งบิดวนไปมาก่อนจะเคลื่อนตัวมาที่ลำคอ ซอมบี้อาเจียนร่างผอมโก่งตัวไปข้างหลัง ก่อนจะดีดกลับมาพร้อมปากที่อ้าออกพ่นของเหลวสีเขียวไปทางฟาริส โบเวนและจอร์แดน ที่กำลังต่อสู้ติดพันกับซอมบี้โครงกระดูกอยู่

“ซอมบี้อาเจียน ถอยออกมาเร็ว” โบเวนกล่าวก่อนวิ่งหนีเอาตัวรอดไปหลบอยู่ที่กำแพงปูนใกล้ ๆ ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่คอนราดและเรย์หลบอยู่ด้วยเช่นกัน

ฟาริสมองไปที่ซอมบี้อาเจียนที่หลบอยู่หลังซอมบี้ซากศพ เขาก็ถอยหนีเช่นกันไปทางโบเวนเช่นกัน

“อ้วกกกก!!”

ของเหลวสีเขียวพุ่งออกมา สาดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณที่พวกเขาเคยอยู่ ของเหลวที่สัมผัสกับผนังปูนกัดกร่อนทุกอย่างจนทั่วในทันที ทำให้เกิดความเสียหายต่อซากตึกอย่างรุนแรง

“เวรแล้ว แบบนี้ซากตึกนี้ได้ถล่มแน่” โบเวนร้องตะโกนออกมา ขณะที่ยกมือปัดหนึ่งในเศษตึกขนาดเท่าหัวทิ้งไปด้านข้าง

“ถ้าปิดไม่ได้ก็ต้องหาทางหนีก่อน” ฟาริสกล่าว

ทั้งสองคนยกมือขึ้นมาปิดจมูกจากกรดพิษของซอมบี้อาเจียน

เรย์ที่ตอนนี้พิงกำแพงหายใจหอบอยู่ ก็ถามออกมา “จอร์แดนและที่ปรึกษาพอลหายไปไหน”

ทุกคนหันมามองหน้ากันแต่ก็ไม่มีใครเห็นทั้งสอง

ในตอนนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังออกมา ดึงดูดความสนใจของทุกคนซึ่งไม่ใช่เสียงใครอื่นแต่เป็นเสียงของจอร์แดน

“อ๊ากกก!! ช่วยด้วย มือ...อ๊ากกก” จอร์แดนร้องออกมาด้วยความเจ็บ มันวิ่งหลบไม่ทัน จึงโดนเข้ากับของเหลวสีเขียวเข้าเต็ม ๆ มือที่โดนเริ่มหลอมละลาย จอร์แดนพยายามคลานหนี

แต่ก็ไม่ทันการแล้ว เพราะซอมบี้อาเจียนพ่นของเหลวออกมาอีกครั้งใส่ของจอร์แดนตรง ๆ ร่างของเขาหลอมละลายไปทั้งตัวตั้งแต่ใบหน้า หัว ลำตัวและแขนขา มันหลุดออกทีละชิ้นในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีด้วยซ้ำ จนกลายเป็นแค่แอ่งเลือดเนื้อกองหนึ่งเท่านั้น

“เวรเอ๊ย” โบเวนตะโกนออกมา ตอนนี้ฝั่งเขาตายไปอีกคนแล้ว

“ระวังพื้น”

เรย์เตือนทุกคน เพราะตอนนี้อยู่ ๆ พื้นที่พวกเขาอยู่ก็แตกร้าว ก่อนที่ในเสี้ยวพริบตาทั้งชั้นของอาคารที่พวกเขาอยู่กันก็เริ่มพังลง

ตูม!!!!!!

ซวยแล้ว...เรย์รับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังร่วงหล่นลงไปด้านล่าง พร้อมกับที่รอบตัวมีซากอาคารจำนวนมากที่ถล่มตามลงมา ก่อนจะกระแทกกับตึกชั้นถัดไปอย่างแรงคล้ายกับโดมิโนไม่มีผิด

“อัก!” เรย์รู้สึกจุกสุด ๆ จากการที่พื้นที่ยืนยุบลงและตัวของเขาก็หล่นลงมาจนกระแทกกับชั้นอาคารด้านล่าง

เรย์พยายามมองหาคนอื่น แต่ดูเหมือนทุกคนจะตกลงไปข้างล่างลึกกว่าเรย์อีกชั้น เรย์ไม่มีเวลามากนัก เพราะตัวอาคารด้านบน ๆ เริ่มสั่นไหวและตกลงมาอีกครั้ง

คลื่นนน!!!

ตอนนี้มันเหมือนกับแผ่นดินไหวและเสียงลั่นดังเปรี้ยง ๆ คล้ายฟ้าผ่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรย์วิ่งสุดชีวิตไปยังช่องด้านหน้า ตอนนี้เหลือบอลแสงเพียงลูกเดียวที่ยังไม่สลายหายไปคอยส่องสว่างนำทางให้กับเขา

ไม่ทันแล้ว...

เรย์ไถลตัวเข้าไปในช่องตึกด้านหน้า ก่อนที่บอลแสงจะโดนกระแทกทำลายดับหายไปเหลือแต่ความมืด เรย์เองก็โดนหินกระแทกเข้าที่หมวกเกราะอย่างแรง ก่อนภาพทุกอย่างจะขาดหายไป

ตรึมมม!!!!!!!!!!!!!!!

พื้นที่ซากตึกเก่า ๆ ที่ทับถมกันจะพังถล่มลงไปยังชั้นล่าง ๆ ของภูเขาแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

จบบทที่ ตอนที่ 42 รอยแยกมิติและซอมบี้โครงกระดูก(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว