เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 กลายร่างไม่สมบูรณ์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 40 กลายร่างไม่สมบูรณ์(อ่านฟรี)

ตอนที่ 40 กลายร่างไม่สมบูรณ์(อ่านฟรี)


ตอนที่ 40 กลายร่างไม่สมบูรณ์

“มีศพซอมบี้ซากศพหลายตัวคงออกมาจากรอยแยกมิติระดับ 0 แต่ที่เราตรวจไม่พบก็สามารถยืนยันได้แล้วว่าเอ็ดการ์ดและทีมน่าจะทำการปิดรอยแยกไป ก่อนที่จะโดนเล่นงาน รอยแยกคงไม่ได้เปิดตรงนี้ อาจจะอยู่ลึกเข้าไปอีก ไปกันต่อ” คอนราดกล่าว ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ

ในตอนนั้นเอง จอร์แดนก็ยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด

“ด้านหน้ามันเป็นพื้นที่ของซากอารยธรรมเก่า มีตึกสูงที่ส่วนใหญ่เป็นกระจกที่ทนทานจนผ่านกาลเวลามานานนับร้อยปี แต่ตอนนี้มันอยู่ในสภาพที่เปราะบางมาก ถ้าเผลอไปเหยียบเข้าอาจจะตกลงไปได้ ดังนั้นระวังด้วย อย่าเดินออกนอกขอบปูนของตัวอาคารเด็ดขาด” จอร์แดนกล่าวก่อนจะเดินไปยังจุดหนึ่งและค่อย ๆ ก้าวเท้าไปอย่างช้า ๆ

เรย์เดินตามคนอื่น ๆ ไปแบบแถวหน้าตอนยาว ที่พื้นเขาสังเกตเห็นว่ามันเป็นพื้นปูนแข็ง ๆ ผสมโครงเหล็กกว้างประมาณ 1.5 เมตร เดาจากลักษณะแล้วเป็นส่วนของตึกและรอบข้างมีหน้าต่างกระจกกระจายตัวอยู่รอบข้าง โดยมีชั้นดินบาง ๆ จับตัวหน้าอยู่ด้านบน ถ้าเผลอเหยียบก็ได้แต่ภาวนาว่าด้านล่างจะมีซากตึกรองรับ ถ้าไม่อาจจะตกลงไปตายได้ง่าย ๆ เลย

เรย์มองไปยังจุดของพื้นกระจก มันมีร่องรอยของกระจกที่แตกอยู่ ไม่รู้ว่าแตกเองตามกาลเวลาหรือมีตัวอะไรเหยียบพลาดจนทำให้มันแตก

“ตึกกระจกพวกนี้ล้มลงและถูกฝังอยู่ในภูเขาแบบนี้มันเกิดอะไรขึ้นในสมัยนั้นกันแน่” เสียงของโบเวนพูดลอย ๆ มาจากด้านหลังของเรย์

“มันเพราะสงคราม” เรย์พูดออกไปตามความรู้สึก

“แล้วนายไม่สงสัยเหรอว่าพวกเขาทำสงครามเพราะอะไร ในประวัติศาสตร์ที่พวกเรารู้ไม่เห็นมีการบอกเลยว่าสงครามนับร้อย ๆ ปี พวกเขาทำสงครามอะไรกัน ใครอยู่ฝ่ายไหน” โบเวนถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัย ขณะที่เดินตามหลังเรย์อย่างสบายใจ

เรย์เงียบไป เขาไม่รู้จริง ๆ กับคำถามของโบเวน มันก็จริงอย่างที่โบเวนว่าผู้คนในยุคของเรย์รู้แต่เพียงว่าในยุคสมัยนั้นเป็นยุคแห่งสงครามการทำลายล้าง การเผาผลาญทรัพยากรและการหายไปของเทคโนโลยีจำนวนมาก

แต่ไม่เคยมีบันทึกหรือการสอนไหนบอกถึงเหตุผลของสงครามและฝ่ายที่ต่อสู้กัน

ขณะที่เรย์เงียบไปในตอนนั้นก็มีเสียงดังเกิดขึ้นเบา ๆ ซึ่งต่างจากเสียงฝีเท้าของพวกเขา

แกร็ก!ๆ ๆ

“หยุดก่อน” คอนราดกล่าวก่อนจะมีสีหน้าจริงจัง เขาเดินไปตามขอบตึกไปยังจุดหนึ่ง ตรงนั้นมีรอยกระจกแตกอยู่ ซึ่งก็เหมือนกับในหลาย ๆ จุดที่กระจกเปราะบางและแตกไปตามเวลาเอง

คอนราดยืนหน้ามองลงไปยังด้านใน พลังจิตของคอนราดกระจายออกไปจนสุดระยะพลัง ตอนนั้นเองคอนราดก็ส่งสัญญาณมือให้กับทุกคนมารวมกัน

พวกเรารีบเคลื่อนที่ไปหาคอนราด

“หัวหน้าเกิดอะไรขึ้น” ฟาริสถามออกมาเป็นคนแรก

“มีบางอย่างอยู่ใต้นั้น เรย์ขอแสงหน่อย”

เรย์ควบคุมหนึ่งในบอลแสงค่อย ๆ รอยลงไปด้านล่างในทันที

ด้านล่างนั้นดูเหมือนจะเป็นจุดที่มีบันไดหนีไฟ มันจึงสามารถเดินไป เมื่อบอลแสงลงไปมากขึ้นก็เห็นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นกระจก

ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้มันเป็นเหมือนกับการซ้อนทับกันของซากอาคารและตึกจำนวนมาก สลับกันไปมาราวกับเขาวงกต

พอบอลแสงลงไปได้ถึงระดับหนึ่ง พวกเขาก็เห็นบางอย่างมีเงาของคนอยู่ด้านล่างก่อนจะหายไปจึงไม่สามารถมองเห็นได้อีก

“มีบางอย่างเคลื่อนไหว เหมือนกับมนุษย์ที่น่าจะเป็นชุดเกราะยุทธวิธีระดับสูงด้วย” ฟาริสกล่าว เพราะเมื่อสักครู่ฟาริสใช้กล้องเล็งของปืนส่องไปเป็นจังหวะที่เจ้าของร่างผู้นั้นถอยกลับไปพอดี ส่วนคนอื่น ๆ เห็นแต่เงา

“เอายังไงหัวหน้า”

“น่าจะเป็นคนในทีมของเอ็ดการ์ด ลงไปดูก่อน”

“แบบนั้นอันตรายพอสมควร ด้านล่างเราไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง” จอร์แดนกล่าว

“ผมว่าเราลงไปบางส่วนแล้วเหลือคนเฝ้าด้านบนไว้ดีไหม” ที่ปรึกษาพอลกล่าว

“ผู้กองจอแดน คุณกับคนของคุณเฝ้าด้านบนไว้ ส่วนคุณที่ปรึกษาพอลจะลงมาพร้อมกับพวกเรา” คอนราดตัดสินใจ

“หัวหน้าให้ผมอยู่ด้านบนหรือไม่” ฟาริสถาม

“ตกลง”

เมื่อคอนราดกล่าวจบ เขาก็ทำการปีนลงไปตามบันไดที่ตอนนี้อยู่ในสภาพพลิกหงาย มันยังมีทางที่พอจะลงไปได้เรื่อย ๆ

ส่วนคนที่เหลือก็หยิบไฟฉายออกมา เนื่องจากเรย์ลงไปด้วยจึงไม่มีแสงสว่างจากบอลแสง

“กระโดดลงไปเลย”

ทั้งสามกระโดดลงไปพร้อมกัน เพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากพื้นที่มั่นคงสูงไม่เกิน 3 เมตรเท่านั้น เรย์ลงมาถึงและมองขึ้นไปด้านบนก็รู้สึกว่ามันสูงพอสมควร

น่าจะสัก 30 เมตรได้...

เรย์เงยหน้ามองไปด้านบน

“ทุกคน...ด้านล่างเป็นยังไงบ้าง”

“เรามาถึงแล้ว” เรย์หยิบวิทยุขึ้นมาตอบกลับไป

แกร็ก!

ตอนนั้นเองเสียงก็ดังขึ้นอีกครั้ง เรย์ คอนราด และโบเวนต่างหันไปยังที่มาของเสียงพร้อมกัน คอนราดหันมามองหน้าเรย์ เรย์พยักหน้าอย่างเข้าใจควบคุมบอลแสงทั้งสี่กระจายกันเป็นวงกลมรอบตัว

ทำให้เห็นรอบด้านได้มากขึ้น ชั้นที่พวกเขายืนอยู่นี้เป็นเหมือนกับด้านในของตึกอีกหลัง รอบด้านยังมีซากอาคารอื่น ๆ หล่นลงมาที่นี่ด้วย

“ไป” บอลแสงลูกหนึ่งลอยไปยังทิศทางของเสียง โบเวนยกปืนกลเบาเบรนขึ้นมาจ่อไปที่เสียงของ

คอนราดเองก็มองอย่างระวังเช่นกัน

แกร็ก! ตุบ!

เสียงดังอย่างต่อเนื่องราวกับมีกระทิงวิ่งหลุดเข้ามาในตึก เสียงฝีเท้ามาใกล้ก่อนที่มั่นจะพุ่งชนกำแพงออกมาดังตูม!

เผยให้เห็นซอมบี้ซากศพตัวหนึ่งที่ใช่ชุดเกราะยุทธวิธีระดับสูง ชุดของหน่วยงานนักล่าความตาย แต่มันไม่ใช่ซอมบี้ซากศพปกติ เพราะอีกครึ่งหนึ่งของมันซอมบี้นักกล้าม ครึ่งหนึ่งมีขนาดเท่าคนปกติ อีกครึ่งร่างขยายกว่า 2.5 เมตร ทำให้มันยากจะรักษาสมดุลในการเคลื่อนไหวได้

“นั้นมันเจค คนในหน่วยของหัวหน้าเอ็ดการ์ด” โบเวนพูดออกมาอย่างตกใจ

“นี่มันตัวบ้าอะไร ใช่คนในหน่วยงานพวกคุณจริงหรือ” ที่ปรึกษาพอลที่อยู่ด้านข้างพูดอย่างตกตะลึง

“ไม่ใช่อีกแล้ว เขากำลังกลายร่างเป็นซอมบี้นักกล้ามต้องรีบจัดการ” คอนราดหยิบไฟแช็กออกมาจุดดังพรึบ ก่อนจะควบคุมเปลวไฟพวยพุ่งออกไปใส่ร่างของซอมบี้เจคในทันที

“ว๊ากกก!!” ซอมบี้เจคร้องคำราม มันกแขนข้างที่เป็นซอมบี้นักกล้ามขึ้นมาปัดลูกไฟของคอนราดจนสลายหายไปก่อนจะวิ่งตรงมาที่เขา แต่มันกลับไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ดั่งใน เอียงซ้ายทีชวาที ถึงแบบนนั้นความเร็วของมันก็ยังมากกว่ามนุษย์ปกติ

“ตายยยย!!!” โบเวนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่รอช้าเล็งปากกระบอกปืนไปทางซอมบี้เจค ก่อนจะยิงถล่มไม่ยั้งมือ

ร่างของซอมบี้เจคโดนกระสุนขนาด 7.62×51มม. ยิงใส่จนมันถึงกับโซเซถอยหลังก่อนที่จะตั้งตัวได้ยกแขนขนาดใหญ่มากันบริเวณศีรษะและพยายามเดินเข้าหาโบเวน

แม้จะโดนปืนกลเบาเบรนยิงถล่ม แต่ด้วยร่างที่ครึ่งหนึ่งเป็นซอมบี้นักกล้ามทำให้มีความทนทานอย่างน่าตกใจ นอกจากนั้นระดับของมันยังสูงกว่าตัวที่พวกเขาเคยเจอที่สำนักงานซะอีก

“เวรเอ๊ย มันจะกลายเป็นซอมบี้นักกล้ามไม่ต่ำกว่าระดับ 6 อย่างแน่นอน ที่ปรึกษาพอลรีบยิงมันสิรออะไรอยู่” โบเวนกล่าวหลังจากกระสุนหมดแม็กกาซีนและกำลังจะเปลี่ยนไหม เขายังหันไปเตือนที่ปรึกษาพอลด้วย

ที่ปรึกษาพอลกลืนน้ำลาย ก่อนจะยกปืนไรเฟิลเอ็ม1903 สปริงฟิลด์ขึ้นมาเล็งไปที่ซอมบี้เจค จากนั้นก็ดึงลูกเลือนของปืน ก่อนจะดันกลับไป กระสุนถูกดันเข้ารังเพลิง นิ้วมือของที่ปรึกษาพอลเหนี่ยวไกปืนยิงใส่ซอมบี้เจค

หลังจากทำการยิงซ้ำไปถึง 5 นัดจนกระสุนหมดไป แต่ซอมบี้เจคแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย มันยังคงเดินดุ่ม ๆ เข้าหาที่ปรึกษาพอลและโบเวน ก่อนจะใช้กำปั้นขนาดใหญ่ทุบไปที่ทั้งสองคน

“ถอยเร็ว”

โบเวนคว้าตัวของที่ปรึกษาพอลดึงถอยหนีในทันที

ตูม!

จุดที่ทั้งสองอยู่ถูกทุบด้วยกำปั้นจนพื้นแตกร้าวและสั่นสะเทือนไปทั้งชั้น คอนราดรีบใช้เปลวไฟเผามันอย่างต่อเนื่องเพื่อหยุดไม่ให้มันอาละวาดไปมากกว่านี้

ซอมบี้เจคคว้าจับไปที่ซากตึกขนาด 3 เมตรปาใส่คอนราด คอนราดตอบสนองอย่างรวดเร็วสร้างบอลไฟยิงเข้าใส่ซากตึกที่ถูกโยนมาจนทั้งบอลไฟและซากตึกชิ้นนั้นระเบิดเป็นชิ้น ๆ

ซอมบี้เจคพุ่งผ่านระเบิดเมื่อครู่เข้าหาตัวคอนราด

คอนราดไม่รีรอรีบถอยออกมา ทำให้มันโจมตีพลาดไปชนเขากับเสาปูนของตึกอย่างแรง ก่อนจะล้มกลิ้งไปหลายตลบ

ซอมบี้เจคพยายามยืนขึ้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่กำลังจะขยายไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งกำลังจะกลายร่างเป็นซอมบี้นักกล้ามเต็มตัว

“เรลันลัวอา (แสงชำระล้าง)” เสียงของเรย์ดังกังวานจากทุกทิศทาง

เขาลงมือโดยให้คาถาที่ทำอันตรายต่อซอมบี้โดยตรงทันที

อักษรเวทมนตร์สว่างวาบใต้ขาของซอมบี้นักกล้าม เวทมนตร์แสงชำระล้างสาดใส่มันอย่างรุนแรง เกิดเป็นเสียงแปลกประหลาดราวกับมันถูกทำให้สลายตัว สร้างความเสียหายต่อพวกซอมบี้โดยตรง

“ว๊ากกกก!!” ซอมบี้เจคร้องโหยหวนก่อนจะทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง กระบวนการกลายร่างของมันหยุดชะงักไปในทันที

มันคุกเขาลงแขนขวาข้างใหญ่ของมันกระแทกลงพื้น สภาพดูน่าสังเวช โดยเฉพาะฝั่งร่างอีกฝั่งที่ยังไม่กลายเป็นซอมบี้นักกล้ามสมบูรณ์แบบ แต่แค่นี้ก็ทำให้เรย์แปลกใจสุด ๆ แล้ว

เรย์มองไปที่ภาพตรงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นซอมบี้โดนเวทมนตร์ของคาถาแสงชำระล้างเข้าไป แต่กลับไม่ตาย

จบบทที่ ตอนที่ 40 กลายร่างไม่สมบูรณ์(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว