เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 เปิดระดับ 2(อ่านฟรี)

ตอนที่ 26 เปิดระดับ 2(อ่านฟรี)

ตอนที่ 26 เปิดระดับ 2(อ่านฟรี)


ตอนที่ 26 เปิดระดับ 2

เรย์ถูกฟาริสที่ถือเชือกอยู่ในมือมัดทบวนไปมาสามรอบติดอยู่กับเก้าอี้อย่างแน่นหนา นอกจากนั้นโบเวนยังเดินเข้ามาและจับเก้าอี้และเรย์ไว้ไม่ให้เขาดิ้นจนล้มลง

“กึก ๆ อ๊ากกก...” เรย์กัดฟันแน่นเตรียมรับความเจ็บปวด จนผ่านไปสองสามวินาทีความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาอย่างน่าหวาดหวั่น

เลือดสีขาวเข้ามาเติมเต็มเข้ามาในจุดพลังงานในร่างกายของเรย์ พลังงานในเลือดที่กำลังโดนดูดซับพยายามหาทางไปยังจุดพลังงาน แต่เพราะจุดพลังงานแรกของเรย์นั้นได้ถูกเติมเต็มแล้ว นั้นทำให้เรย์รีบบังคับมันและหาทางเปิดระดับ 2 เพื่อสร้างจุดพลังงาน

ไม่เจ็บ...ฟู่ ไม่เจ็บ...ฟู่

เรย์กัดฟันแน่น พยายามเป่าปากเพื่อฝืนความเจ็บพร้อมกับประครองสติผ่านไปให้ได้

ในครั้งแรกที่เปิดระดับ 1 นั้นคือความเจ็บปวดจนตาย แต่ในครั้งนี้ความรู้สึกมันเบาลงประมาณหนึ่งในร้อยส่วน แม้ไม่มาก แต่ก็อนุญาตให้เรย์ได้มีสติมากขึ้น

ไม่เจ็บก็บ้าแล้ว! เราใกล้จะไม่ไหวแล้ว

เลือดสีขาวถูกดูดซึมอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเรย์เริ่มร้อนและเจ็บไปทั้งตัว มือและเท้าของเรย์เกร็งกระตุกไปมาอย่างบ้าคลั่ง

“นี่มันรุนแรงกว่าตอนที่ฉันเปิดระดับซะอีก”

“อืม”

โบเวนและฟาริสมองเรย์ที่ดิ้นทรมานอยู่บนเก้าอี้ ทั้งสองพึ่งจะเข้าใจว่าทำไมเรย์ถึงขอให้พวกเขาช่วย เพราะถ้าเรย์ไม่มีพวกเขาช่วยเขาอาจจะตายจากการดิ้นไปมาจากความเจ็บปวดก็ได้

“ผู้ใช้พลังเวทมนตร์จะเจ็บปวดมากที่ในการเปิดระดับ อาจจะมากกว่าผู้มีพลังอีกสองสามหลายสิบเท่า” คอนราดกล่าวก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสหน้าผากของเรย์

พลังจิตระดับ 5 ของคอนราดระเบิดออกมาในทันที บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มกดดันอย่างรุนแรง

คอนราดค้นหาความคิดที่ทรงพลังที่สุดของเรย์ในขณะนี้มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความอดทน ความคิดส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่ใครสักคนจะจินตนาการได้

“ความอดทนของคุณมากกว่าที่คิดมากนัก” คอนราดกล่าวจบก็ใช้พลังในขอบเขตของผู้ใช้พลังจิต ขยายความคิดในความอดทนของเรย์

เรย์เริ่มกลับมาคุมตัวเองได้อีกครั้ง สติของเขากลับมา แม้มือและร่างยังเกร็งจากความเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่แหกปากร้องอีก ยิ่งเวลาผ่านไปการดูดซับเลือดสีขาวก็ยิ่งเร็วขึ้น

จุดพลังงานที่สองถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเลือดสีขาวในท้องของเรย์หายไปจนหมด ก็เป็นจังหวะที่จุดพลังงานที่สองสร้างขึ้นมาสำเร็จจุดพลังงานที่สองนั้นมีขนาดเป็นสองเท่าของจุดพลังงานแรก ถ้าจุดพลังงานแรกเท่าเม็ดข้าว จุดพลังงานที่ก็คือข้าวสองเม็ดที่รวมกันและมันกำลังโคจรรอบจุดพลังงานราวแรงกับว่าจุดพลังงานแรกนั้นเป็นจุดศูนย์กลางของมัน

เรย์กำลังหลับตาและเฝ้ามองจุดพลังงานทั้งสองอย่างพึงพอใจ แม้จุดพลังที่สองใหญ่กว่าจุดพลังงานแรก แต่มันก็ไม่เสถียรเทียบจุดพลังงานแรกนั้นก็เพราะว่ามันไม่มีอักษรเวทมนตร์สลักอยู่

หลังจากนี้เรย์ต้องทำการเรียนรู้อักษรเวทมนตร์ของคาถาติดตัวอีกบทและสลักลงไปในจุดพลังงานที่สอง เพื่อให้จุดพลังงานที่สองมั่นคงมากขึ้น

พอมาคิดถึงคาถาที่สองเรย์ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาจริง ๆ

“คุณเป็นยังไงบ้าง”

ขณะที่เรย์ตกอยู่ในความคิด หัวหน้าคอนราดถามขึ้นพร้อมกับถอนมือกลับออกมาศีรษะของเรย์

“ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณครับหัวหน้า” เรย์ก้มหน้าขอบคุณจากใจ ที่จริงเขาอยากจะลุกขึ้นยืนขอบคุณอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ แต่เพราะตอนนี้โดนมัดอยู่จึงไม่อาจจะขยับตัวได้

“นายจะจับเขาอีกนานไหม รีบแก้เชือกเร็วเข้า” ฟาริสกล่าว

โบเวนที่จับเรย์อยู่รีบปล่อยเรย์และแก้มัดเขาในทันที ก่อนจะพูดด้วยความอิจฉาว่า “ผู้ใช้เวทมนตร์สุดยอดไปเลย ไม่ถึงสัปดาห์ก็สามารถเปิดระดับ 2 ได้แล้ว ในตอนนั้นฉันต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนกว่าจะทำให้ระดับ 1 เสถียรได้”

“ผู้ใช้พลังกายภาพทำให้จุดพลังงานเสถียรได้ยังไง” เรย์ถามอย่างสงสัย

“การทำให้จุดพลังงานเสถียรและมั่นคงสำหรับผู้ใช้พลังกายภาพก็คือการฝึกฝนร่างกาย ฝึกฝนให้ร่างกายรองรับพลังงานที่ออกมาจากจุดพลังงานและโคจรไปเรื่อย ๆ ยิ่งเราฝึกร่างกายมากเท่าไหร่ ใช้พลังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมั่นคงเท่านั้น และการฝึกก็เหนื่อยมากนั่นแหละฉันถึงคิดว่านายน่าอิจฉา” โบเวนอธิบาย

“แต่ถ้าฝึกหนัก ๆ ก็สามารถพัฒนาได้รวดเร็วมากไม่ใช่หรือยังไง” เรย์ถามกลับไป

“เออ...นั้นก็ใช่ ถ้าอดทนระดับก็พัฒนาขึ้นไม่ยาก ฮ่า ๆ ฉันไปนอนต่อดีกว่า” โบเวนตอบพร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อน

“นายไม่ต้องไปสนใจเขา หมอนี่มันขี้เกียจระดับเลยพัฒนาเชื่องช้าแบบนี้” ฟาริสกล่าวจิกกัดเบา ๆ

“เฮ้..ระดับฉันก็เท่ากับนายไม่ใช่หรือยังไง” โบเวนถามกลับ แต่ฟาริสส่ายหัวและยิ้มมุมปาก

“เฮ้ยอย่าบอกนะว่า...” โบเวนชี้ไปที่ฟาริสมองขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่ ฉันเปิดระดับ 4 ได้แล้ว ตอนนี้เป็นผู้ใช้พลังกายภาพระดับ 4 ต้องขอบคุณการต่อสู้กับซอมบี้นักกล้ามนั้น มันช่วยให้การฝึกย่นระยะเวลาฝึกได้เยอะเลย”

ฟาริสกล่าวจบ โบเวนก็ไม่พูดกับเขาอีก รีบลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูจะออกไปด้านนอกในทันที

“นายจะไปไหน” ฟาริสถาม

“ไปฝึก”

ปัง!

พูดจบโบเวนก็ปิดประตูออกจากห้องพักทีมในทันที

คอนราดไม่สนใจการกระทำของลูกทีมเขาหันไปสนทนากับเรย์ “นายมีคาถาที่จะเรียนอีกบทแล้วใช่ไหม เพราะถ้ายังไม่มีควรจะทำเรื่องขอไปทางสำนักงานกลางของหน่วย พอคะแนนความสำเร็จภารกิจถึงแล้วพวกเขาจะได้ส่งคาถามาในทันที”

“ผมมีคาถาแล้วครับ” เรย์ไม่ได้บอกว่ามาจากไหน แต่คอนราดก็พอเดาได้ว่ามาจากไดร่า

“ถ้างั้นก็ดี หวังว่าคุณจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว”

พูดเสร็จคอนราดก็เดินกลับไปนั่งในมุมของตัวเอง พร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ก่อนจะพักผ่อนอยู่เงียบ ๆ เรย์ไม่ไปรบกวนคอนราดหรือฟาริสอีก เขาเก็บเลือดสีขาวที่เหลือ 5 ขวดกลับเข้าที่

จากนั้นก็เริ่มคิดถึงคาถาที่จะเป็นคาถาติดตัวของเขาคาถาที่สองอีกครั้ง

คาถาแรกของเรย์คือคาถาบอลแสง ซึ่งมีประโยชน์มาก ๆ ในสถานที่มืด ตอนนี้เรย์จึงคิดถึงคาถาโจมตีได้แล้ว คาถาโจมตีที่เรย์มีอยู่ในมือตอนนี้คือคาถาบอลเพลิงและคาถาแสงชำระล้าง

ถ้าเทียบกันแล้วเรย์แทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ ว่าต้องเป็นเวทมนตร์แสงชำระล้าง เพราะนอกจากด้านพลังโจมตีวงกว้างแล้ว เรย์ยังต้องใช้คาถานี้เพื่อเรียนรู้การสร้างกระสุนชำระล้างอีกด้วย

เรย์หยิบกระดาษคาถาแสงชำระล้างออกมา ก่อนจะเริ่มเรียนรู้และสลักคาถาลงไปในจุดพลังงาน แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขา เรย์รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยที่เขาจะเรียนรู้คาถาแสงชำระล้างเป็นคาถาติดตัวนี้ในเวลาอันรวดเร็ว

ต้องเริ่มจากการสะสมพลังงานอย่างช้า ๆ ก่อนจะร่ายคาถาเพื่อสร้างอักษรเวทมนต์ของแสงชำระล้าง

“เร...”

อักษรเวทมนตร์เริ่มปรากฏในมือของเรย์ แต่เรย์กลับขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะสลายอักษรเวทมนตร์ในมือทิ้งและเริ่มรวบรวมพลังงานใหม่อีกครั้ง

“เร...ลัน...”

เรย์เริ่มทำการ ร่ายคาถา สร้างอักษรเวทมนตร์ และก็ทำลายมันหรือไม่อักษรก็สลายไปเอง ทำแบบเดิมอีกหลายครั้งวนเวียนอยู่แบบนั้นสองสามชั่วโมงไม่หยุดพัก

จนในที่สุดเรย์ก็คิดว่าวันนี้เขาควรจะพอแค่นี้ก่อน

ต้องค่อยเป็นค่อยไป...เรย์บีบนวดที่ท้ายทอยของตัวเอง

โบเวนที่ออกไปฝึกก็กลับเข้ามาพักผ่อนเช่นกัน ด้วยสภาพเปียกโชกตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ ซึ่งโบเวนก็ตรงเข้าไปที่ห้องน้ำก่อนจะล้างเนื้อล้างตัวเองและนอนหลับไปในทันที

...

ตอนนี้เป็นเวลา 5 โมงเย็นแล้ว ยังไม่มีรอยแยกมิติเกิดขึ้น ซึ่งทางด้านของทีมหัวหน้าไดร่าก็เช่นกัน ดังนั้นเรย์จึงคิดว่าเขาควรกลับไปที่บ้านได้แล้ว แน่นอนว่าถ้ารอยแยกมิติเกิดขึ้นจริงและทางผู้จัดการซีน่อนให้ภารกิจมาเขาที่กลับไปแล้วก็ต้องรีบเดินทางมาที่โรงแรมนักล่าในทันที

แต่ก่อนที่เรย์จะได้ลุกขึ้นเก็บของกลับบ้าน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา มันเป็นเสียงมาจากโทรศัพท์แบบหมุนที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเบื้องหน้าของคอนราด

คอนราดที่นั่งหลับตางีบหลับ ลืมตาขึ้นมามองไปที่โทรศัพท์ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูคุยกันอยู่สองสามคำก็วางสายลง

“ไปเถอะมีงานเข้า ฟาริสฝากไปเอาเอกสารด้วย โบเวนวันนี้นายขับรถ ไปตรวจดูสภาพรถด้วย ลุงคอนเนอร์น่าจะเตรียมมันพร้อมแล้ว” คอนราดกล่าวจบทุกคนก็รีบเตรียมตัวในทันที

ส่วนคอนราดนั้น เพราะเขาไม่ค่อยจะออกไปไหนจึงใส่ชุดพร้อมรบอยู่แล้ว

...

ไม่เกิน 5 นาทีทุกคนลงมาถึงที่รถหุ้มเกราะขับเคลื่อนหกล้อ PWCM2-009 รถประจำทีมของคอนราดตอนนี้โบเวนนั่งประจำที่คนขับแล้ว คอนราดนั่งข้าง ๆ โบเวน ส่วนเรย์และฟาริสนั่งข้างกัน เรย์หันไปมองข้างหลังถ้ากวินไม่ตายก็คงจะนั่งที่เดิม

ทีมของพวกเขามีกัน 4 คน แต่เพราะคนในทีมอย่างคอนราดและฟาริสแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงกายด้วยทำให้ทีมยังรักษาระดับเหล็ก 3 ดาวไว้ได้อย่างไม่มีปัญหา

“ไปกันเถอะ” คอนราดกล่าว โบเวนพยักหน้าก่อนจะใส่เกียร์เหยียบคันแร่งออกไปในทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่เรย์นั่งรถโดยโบเวนเป็นคนขับ

ในตอนแรกเรย์คิดว่าด้วยนิสัยของโบเวนจะขับรถราวกับพวกนักขับขาซิ่ง แต่กลับเป็นว่าโบเวนขับรถดียิ่งกว่าพวกพนักงานขับรถมืออาชีพซะอีก มันนิ่มมาก แต่ยังรักษาความเร็วไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“รุ่นพี่โบเวนเกิดมาเพื่อเป็นคนขับรถ” เรย์กล่าวออกมา

ทุกคนเงียบไปก่อนที่จะหัวเราะออกมาในทันที ฟาริสกล่าวอย่างเห็นด้วยว่า “ฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง”

“ฉันถือว่าเป็นชมก็แล้วกัน” โบเวนยิ้มรับ

บรรยากาศจากตอนที่อึดอัดกลายเป็นผ่อนคลายลงมาบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

“ฟาริสขอรายละเอียดงานหน่อย” คอนราดเปิดหน้าต่างรถก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาดูด เขาพ่นควันและยื่นบุหรี่ออกไปนอกรถ

“เป้าหมายเป็นอาคารที่อยู่อาศัยสามชั้นหลังหนึ่ง ในเขตยากจน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดพื้นสองถนนไว้แล้ว ส่วนในอาคารที่อยู่อาศัยสามชั้นมีแรงงานเหมืองอาศัยอยู่ 3 ครอบครัว คาดว่ามีคนประมาณ 13 คน ตอนนี้มีรายงานว่า 3 คนหนีออกมาได้ ส่วนที่เหลือยังไม่มีใครออกมา จึงจัดการปิดตายประตูหน้าของอาคารที่อยู่อาศัยสามชั้นไว้ก่อน เพราะมีเสียงทุบและร้องคำรามมาจากด้านในตลอด” ฟาริสอ่านจบ โบเวนก็พูดขึ้นในทันที

“แบบนี้จะมีปัญหาหรือเปล่า เพราะคนแถวย่านที่พักแรงงานเหมืองคนน่าจะเยอะน่าดู”

“คงไม่ เพราะที่นั่นมีเหตุอาชญากรรมสูงอยู่แล้ว มักจะมีการทำร้ายและกลุ่มนักเลงกันบ่อย ๆ ตำรวจน่าจะโยนเป็นความผิดโจรหรือนักเลง” เรย์กล่าว

“นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” ฟาริสหันไปถาม

“พ่อผมท่านเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับเหมือง ดังนั้นจึงรู้ข้อมูลพวกนี้อยู่บ้าง” เรย์ตอบกลับ สมัยนั้นเขาเคยนั่งฝังคนงานของพ่อที่เล่าเรื่องเหมืองและชีวิตของพวกเขาให้ฟังอยู่บ่อย ๆ เรย์จึงคุ้นเคยพอสมควร

จบบทที่ ตอนที่ 26 เปิดระดับ 2(อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว