เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่79 การรักษา

ตอนที่79 การรักษา

ตอนที่79 การรักษา


ตอนที่79 การรักษา

“ได้เลยพี่สะใภ้เก้า! ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

หลิงเฟิงรีบหยิบรายการสมุนไพรแผ่นนั้นและออกเดินทางออกไปทันที ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตามองรายชื่อสมุนไพรด้วยซ้ำ

หลี่หวงที่เห็นแบบนั้นก็ยกมือป้องปากหัวเราะคิกคัก หลิงเฟิงคนนี้ช่างน่ารักน่าชังเสียจริงเชียว

หลังจากนั้นไม่นาน หลิงเฟิงก็รีบตีฝีเท้ากลับมา กวาดสายตาหาที่ว่างและเทสมุนไพรกองใหญ่ออกจากแหวนมิติของตน

“พี่สะใภ้เก้า ท่านต้องการสมุนไพรมากมายปานนี้เลยรึ? ประมุขตระกูลซูถึงกับออกมาหาด้วยตัวเอง เอ่ยถามว่าจะเอาไปทำอะไร ข้าก็เลิ่กลั่กแทบตาย!”

“ก็เพื่อพี่ชายของเจ้านั่นแหละ”

หลี่หวงกลั้นหัวเราะทันทีที่ได้เผชิญพบกับความกระตือรือร้นของชายหนุ่มคนนี้

“แน่นอน! ทั้งหมดก็เพื่อพี่ใหญ่ทั้งสิ้น! สมุนไพรแค่นี้ไม่นับว่ามีค่าอันใด! พี่สะใภ้เก้าหากขาดเหลือสิ่งใดก็จงแจ้งมาได้เลย!”

หลิงเฟิงพยักหน้ารัวแรงไปหลายที ท่าทางการแสดงออกเช่นนั้นช่างดูน่ารักเกินหักห้ามใจเกินไปแล้ว!

“ข้าจะไปต้มสมุนไพรในครัว ส่วนเจ้าคอยเฝ้าอยู่ข้างนอกไปก่อน”

เพื่อป้องกันมิให้ก่อเกิดอุบัติเหตุอันไม่คาดฝัน หลี่หวงจึงต้องระมัดระวังและต้องรัดกุมทุกกระบวนการ

หลิงเฟิงตอบตกลงโดยไม่คิดและรีบวิ่งออกไป ขั้นตอนแรกคือการต้มสมุนไพรซึ่งใช้เวลาไม่นาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้หม้อหลอมโอสถวิเศษและเพลิงบัวโลหิตเป็นเครื่องมือ กล่าวได้ว่าใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เพราะอย่างไรก็ตามแต่ นางได้วางแผนจัดการวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างเป็นสัดเป็นส่วนไว้เรียบร้อยแล้ว นี่ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างน้อยสองวันเป็นอย่างต่ำ

อีกครึ่งชั่วยามต่อมา หลี่หวงเปิดประตูเรือนพลางกวักมือเรียกหลิงเฟิงให้เข้ามา

“พี่สะใภ้เก้า ท่านมีอะไรหรือไม่?”

หลิงเฟิงเอ่ยถาม

“เอายาพวกนี้ไปให้พี่เจ้าดื่ม”

หลี่หวงชี้ไปยังชามทั้งหกใบที่วางไว้อยู่บนโต๊ะครัวด้านใน

“ข้าเขียนเวลาระบุไว้หมดแล้วว่า แต่ละชามต้องดื่มห่างกันกี่ชั่วยาม พี่เจ้าต้องดื่มให้หมด!”

หลิงเฟิงที่ได้กลิ่นถึงกับบีบจมูกโดยตรง

“ได้! แต่พี่สะใภ้เก้า! นี่...นี่ยาแขนงใดกันถึงได้มีกลิ่นเหม็นขนาดนี้!”

เขาสงสัยเหลือเกินว่า พี่ชายของเขาจะกล้าซดหมดถ้วยจริงหรือ? หากไม่คงต้องตบหลังคอให้หมดสติไปก่อนค่อยกรอกเข้าปากกระมัง?

“ยาดีย่อมมีรสขม!”

หลี่หวงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องยกสำนวนเก่าแก่ออกมาเปรียบ สีหน้าของนางดูจริงจังขึ้นหลายส่วนพร้อมกล่าวว่า

“เจ้าอย่าใส่อะไรเพิ่มเข้าไปเด็ดขาด สูตรเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยอาจมีผลถึงชีวิต!”

หลิงเฟิงหน้าถอดสีเล็กน้อย และค่อยๆ เก็บยาสมุนไพรทั้งหกชามลงในแหวนมิติของตน ทั้งยังกล่าวทิ้งท้ายว่า

“วางใจเถิดพี่สะใภ้เก้า! ข้าทราบแล้ว!”

หลี่หวงพยักหน้าตอบ

เหตุผลที่ทำไมนางไม่หลอมกลั่นโอสถชนิดเม็ด เหตุผลก็ง่ายมาก เพราะร่างกายขององค์รัชทายาทตอนนี้ค่อนข้างอ่อนแอเป็นอย่างมาก ประสิทธิภาพการดูดซึมไม่ดีเท่าคนปกติ การหลอมกลั่นยาในรูปแบบของเหลวจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

“ข้าขอตัวไปทำธุระก่อน เดี๋ยวกลับมา”

จากนั้นนางก็หมุนตัวกลับและเดินจากตำหนักรัชทายาทออกไปทันที

“สาวน้อยนางนี้ เตรียมจะไปหาเรื่องคนแล้วกระมัง”

คล้อยหลังที่หลี่หวงจากไป จู่ๆ ก็มีร่างสูงใหญ่ของหลิงฉางเจวี่ยปรากฏขึ้นจากด้านหลังของหลิงเฟิง

“เหี้*!!”

“พี่เก้า! อย่าโผล่ออกมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ทุกครั้งได้ไหม! ตกใจแทบฉี่ราด!”

หลิงเฟิงกระโดดโหย่งไปไกลด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะยกมือทาบอกตัวเองพร้อมเสียงถอนหายใจยืดยาว

หลิงฉางเจวี่ยมิได้สนใจอันใด และยังกล่าวต่อด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจังว่า

“เรื่องอาการป่วยของพี่ใหญ่ ข้ามีต้องมีลับลมคมใน พวกเราต้องเดินทางไปหาพวกเผ่าสวรรค์!”

ทันทีที่ได้ยินแบบนี้ ดวงตาคู่นั้นของหลิงเฟิงแปรเปลี่ยนเป็นเฉียมคมในพริบตา แผดจิตสังหารคลุกฟุ้งออกมาทันควัน ก่อนจะเค้นเสียงเย็นกล่าวน้ำเสียงดุร้ายขึ้นว่า

“ปรากฏว่าเป็นฝีมือพวกมัน? เผ่าสวรรค์แล้วอย่างไร! คิดว่ายิ่งใหญ่ปานพลิกฟ้าคว่ำสวรรค์เชียว?!”

“เสี่ยวเฟิง เจ้าไประดมกำลังพลจากเมืองราชาภูตมา”

หลิงฉางเจวี่ยเหลือบสายตามองหลิงเฟิงวูบหนึ่ง นัยน์ตาสีทองอร่ามยามนี้กลับสาดสะท้อนเป็นประกายเลือด

“เข้าใจแล้ว”

หลิงเฟิงพยักหน้าตอบ

ณ จวนตระกูลเย่

หลี่หวงเดินทางมาถึงจวนตระกูลเย่ได้โดยอาศัยการเตร่ถามฝูงชนเป็นระยะ แต่พอมาถึงนางก็พบว่า ที่แห่งนี้มิได้มีแค่นางที่เป็นสมาชิกของตระกูลจวิ๋นที่บุกเข้ามา หนำซ้ำทั่วทั้งบริเวณแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยทะเลเลือดสีแดงฉาน!

นอกจากศพที่กระจัดกระจายและกองเลือดนองแล้ว นอกเหนือจากนั้น ภายในจวนตระกูลเย่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ก็ไม่มีใครอยู่เลยสักคนเดียว

หลี่หวงหลับตาลงทันทีและแผ่ซ่านสมาธิกระจายออกไปรอบบริเวณเพื่อตรวจจับการมีอยู่ของผู้คน ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ช่างน่าแปลกใจนัก เนื่องจากค้นพบว่า ภายในจวนตระกูลเย่อันกว้างใหญ่ไพศาลกลับไร้ซึ่งผู้คน แต่กลับกำลังรวมตัวอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่ง

หลี่หวงยังคงพยายามคลำจิตเพ่งสมาธิต่อไป ใช่แล้ว...ทุกคนในจวนตระกูลเย่กำลังรวมตัวอยู่ในที่แห่งนี้...และสถานที่แห่งนั้นก็คือ ลานฝึกด้านหลังจวน!

ซึ่งภายในลานฝึกด้านหลังจวน หลี่หวงสามารถแบ่งแยกได้ทันทีถึงกลิ่นอายของคนสองกลุ่มที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กลุ่มหนึ่งปรากฏแรงดันวิญญาณที่ค่อนข้างคุ้นเคย น่าจะเป็นของจวิ๋นโม่เทียนที่กำลังสู้กับใครสักคนอยู่

เมื่อทราบดังนั้นนางก็รีบวิ่งไปหลบมุมหนึ่ง ลอบเร้นเฝ้ามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อกวาดสายตาออกไปทุกอย่างกลับเป็นอย่างที่นางรู้สึกไม่มีผิด ในลานฝึกมีฝูงชนกลุ่มใหญ่กำลังมุงกันอยู่ แบ่งได้เป็นสองกลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ลอบคือพวกตระกูลเย่ ส่วนกลุ่มที่กำลังโดนล้อมก็มิใช่ใครอื่นนอกจาก พวกคนตระกูลจวิ๋น!

อาศัยวิสัยทัศน์อันเฉียบคม หลี่หวงมองทะลุฝูงชนสังเกตเห็รจวิ๋นปิงที่กำลังโดนล้อมกรอบไว้อย่างแน่นหนา

อย่างไรก็ตามแต่ ท่าทีของจวิ๋นปิงในตอนนี้กลับไม่สู้ดีนัก ยามนี้ต้องให้จวิ๋นโม่เหวินพยุงเอาไว้มิให้ล้ม สภาพร่างกายอ่อนแอลงผิดหูผิดตา

“หลี่หวง!”

เย่ฉางที่สังเกตเห็นหลี่หวงแอบมองอยู่ ณ มุมหนึ่งของตัวตำหนัก ก็เอ่ยปากตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

เสมือนกับว่าผู้คนของจวนตระกูลเย่ได้รับสัญญาณเป็นนัย ทุกคนหันควับจับจ้องไปยังหลี่หวงจนเป็นตาเดียว

แน่นอน ทุกคนในเหตุการณ์ดังกล่าวโดนสุ้มเสียงเรียกของเย่ฉางดึงดูด รวมไปถึงกลุ่มคนที่กำลังล้อมกรอบพวกตระกูลจวิ๋นบนลานฝึกก็เช่นกัน

ทั้งหมดจับจ้องไปที่หลี่หวง

หลี่หวงหาได้ขยับเขยื้อนอันใดไม่ ปล่อยให้เยาวชนตระกูลเย่กลุ่มหนึ่งตรงเข้ามาจับตนไปตรงหน้าเย่ฉาง ตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าของนางยังคงรักษาความสงบนิ่งไม่เสื่อมคลาย

“หลี่หวง!!”

จวิ๋นปิงที่เห็นหลี่หวงถูกจับตัวไว้ดังนั้น ก็ต้องการจะปราดพุ่งออกไปช่วยหลานสาวของตัวเองทันที ทว่ากลับเป็นไปไม่ได้เลย

ยามนี้แค่จะยืนยังต้องให้จวิ๋นโม่เทียนพยุงเอาไว้ นับประสาอะไรกับจะฝ่าดงศัตรูไปช่วย?

ในเวลานั้นเอง สุ้มเสียงของประมุขตระกูลเย่ก็ดังขึ้นว่า

“ท่านลุงปิง พวกเราก็เป็นศัตรูคู่แค้นกันมาหลายปี คงถึงวันตัดสินแล้วกระมัง หลังจากนี้ตระกูลจวิ๋นจะถูกลบเลือนไปจากเมืองหลวงแห่งนี้”

“อย่าแม้แต่จะคิด!!”

จวิ๋นปิงลั่นวาจาสุดเสียงที่มีด้วยความแค้นอาฆาต

“หากตระกูลเย่ของพวกเจ้ากล้าทำร้ายหลานชายข้าถึงตาย ข้าเองก็จะสังหารบุตรสาวของเจ้าให้ตายเช่นกัน!”

“ท่านลุงปิง อย่าถือสาเรื่องไร้สาระปานนั้น ก็แค่เรื่องระหว่างรุ่นเยาว์ ไฉนถึงไม่ให้พวกเขาจัดการกันเอง? มิเห็นต้องชักจูงเราสองตระกูลก่อเกิดสงครามกันใหญ่โตเช่นนี้เลย...”

“อีกอย่าง ลุงปิงเองก็บาดเจ็บสาหัสไม่น้อย ไฉนไม่กลับจวนไปนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงดีๆ? ไม่แน่อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสักปีสองปี! ฮ่าฮ่าๆๆ ...”

วาจาแต่ละคำกล่าวที่เปล่งดังออกมายิ่งทำให้แววตาคู่อสรพิษของหลี่หวงเฉียคมขึ้นเรื่อยๆ ประดุจเหมือนต้องการจะกะซวกหัวใจของประมุบตระกูลเย่ออกมาโดยตรง

นัยน์ตาสีม่วงส่องประกายจรัสช่างลึกล้ำ กลิ่นอายขุมหนึ่งแผ่ไพศาลออกมาจนเยาวชนตระกูลเย่สองคนนั้นที่จับกุมตัวนางไว้อยู่ขนลุกซู่ว สัมผัสได้ถึงภัยอันตราย

“อย่าพูดเหลวไหล!”

จวิ๋นโม่เทียนชี้หน้าใส่ประมุขตระกูลเย่ที่ยังคงหัวเราะเยาะไม่หยุดหย่อน สบถวาจาเสียงดังลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

“ข้าคิดว่า พวกเขาทั้งรักทั้งเป็นห่วงเจ้ามากเลย ว่าไหมหลี่หวง?”

เย่ฉางแสยะยิ้มกว้างพลางเดินแช่มเท้าก้าวไปหาหลี่หวงที่กำลังโดนกุมตัว พลางยกเรียวนิ้วขึ้นมาเชยคางของหลี่หวง เชิงเย้าหยอกเล่นเล็กน้อย

หลี่หวงถึงกับแสยะยิ้มเยาะอยู่ภายในใจ นี่สินะตัวตนที่แท้จริงของเจ้า?

“เอามือสกปรกของเจ้าออกไป!! อย่าแตะต้องหลี่หวง!!!”

จวิ๋นโม่เทียนพยายามพยุงพ่อของตน แต่ก็เป็นห่วงหลานสาวคนนี้เป็นอย่างยิ่ง

หลี่หวงเงยหน้าขึน้สบสายตากับเย่ฉาง พลางเอ่ยน้ำเสียงเรียบขึ้นว่า

“เจ้าภูมิใจมากเลยรึ?”

เย่ฉางตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดหัวเราะเยาะออกมาเสียงดังลั่น

“แน่นอน! ข้ารู้สึกภูมิใจยิ่งนัก! จวิ๋นหลี่หวง เจ้ามันก็แค่เศษขยะชิ้นหนึ่ง! เศษขยะไร้ค่า! แม้จะไม่รู้ว่าไฉนใบหน้าของเจ้าถึงกลับเป็นดังเดิมได้ แต่ข้าย่อมสามารถเปลี่ยนให้เจ้ากลายเป็นนังอัปลักษณ์ได้ดังเดิมเช่นกัน!”

ทันใดนั้นเยาวชนตระกูลเย่สองคนนั้นก็ออกแรงจับกุมหลี่หวงแน่นขึ้นโดยทันที

ความหึงหวง อิจฉา ริษยา...

หลี่หวงได้แต่หัวเราะเยาะเย้นภายในใจ จุดจบของคนพวกนี้ไม่สวยแน่นอน

“ท่านลุงปิง ท่านเองก็เห็นแล้ว ตอนนี้คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลจวิ๋นอยู่ในมือพวกเราแล้ว! ข้าแนะนำให้ท่านอยู่เสียเถิด...หากท่านสูญเสียทายาทสายตรงไป เกรงว่า...ต่อให้พวกเรามีเมตตาปล่อยพวกท่านไปวันนี้ แต่วันหน้าก็คงต้องจบสิ้นอยู่ดี และครั้งนี้ตระกูลเย่เองก็ไม่ผิด! ฮ่าฮ่าๆๆ ...”

ประมุขตระกูลเย่ระเบิดหัวเราะเยาะเสียงดังนั่น ใบหน้าบานฉ่ำราวกับดอกไม้ กลิ่นอายที่แผ่สะพัดออกมาจากร่างเต็มไปด้วยรัศมีความชั่วร้าย ในสายตาของหลี่หวง คนประเภทนี้ นางเกลียดเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้ากล้ารึ?!!”

จวิ๋นปิงยังคงพยายามสะบัดหนีให้หลุดจากมือจวิ๋นโม่เทียนที่ห้ามไว้ เขาอยากจะฉีกหนังหน้าสุนัขของมันเสียจริง!

หลี่หวงจ้องตาเย่ฉางเขม็งปราศจากระลอกคลื่นอารมณ์ใด และเอ่ยถามอย่างเฉยเมยขึ้นมาคำหนึ่ง

“บาดแผลของพี่จิว เป็นฝีมือของพวกเจ้ากระมัง?”

จบบทที่ ตอนที่79 การรักษา

คัดลอกลิงก์แล้ว