เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่28 ทรราชหนุ่มเดือดดาล

ตอนที่28 ทรราชหนุ่มเดือดดาล

ตอนที่28 ทรราชหนุ่มเดือดดาล


ตอนที่28 ทรราชหนุ่มเดือดดาล

“ซือซูปล่อยข้าออกไป ข้าจะไปจัดการกับนังจวิ๋นหลี่หวงเอง หลังจากจบเรื่องทุกอย่างข้าไม่บอกแน่ว่าเจ้าเป็นคนปล่อย”

หานชิงกรนเสียงเย็นกล่าวขึ้นคำหนึ่ง

“ฮูหยินใหญ่ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย นางแพศยาคนนี้เป็นสตรีใจทรามแสนต่ำตม หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงข้าสัญญาว่าเราจะร่วมรับผิดชอบร่วมกัน!”

“ขอบคุณมากซูซือ! บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลือน!”

ฮูหยินรองพอใจอย่างมากหลังจากได้เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายและรีบเอ่ยสัญญาขึ้นทันทีเพื่อซื้อใจ

แต่ชั่วขณะต่อมา นางแสร้งปั้นสีหน้ากังวลใจอีกครั้งและไขกุญแจที่จวิ๋นรั่วขโมยมาให้เปิดให้หางชิงวิ่งออกไป

ยามรัตติกาลกลางลานกว้างปราศจากผู้คน ฮูหยินรองถึงกับแสยะยิ้มฉีกกว้างอย่างอดมิได้

การยืมมือคนอื่นฆ่า ช่างเป็นเรื่องเสียจริง!

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้สิ้นสุดลง ไม่เพียงแต่จะสามารภกำจัดนังแพศยาอย่างจวิ๋นหลี่หวงได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยให้เส้นทางในอนาคตขอวงบุตรสาวของนางส่องสว่างสดใส!

เมื่อเวลานั้นมาถึง ตระกูลจวิ๋นจะกลายมาเป็นดินแดนของนางทั้งหมด! ชั่วชีวิตนี้ไม่จำเป็นต้องก้มศีรษะให้ผู้ใดอีก!

หานชิงรีบไปเสาะหาที่ที่ไม่มีใครอยู่ หยิบนกหวีดกังไสโบราณชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากอกเสื้อ ทำท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่งจนท้ายที่สุดก็ยอมเป่าออกไป

ปราศจากสุ้มเสียงอันใดกลางห้วงอากาศ แต่หานชิงตระหนักดีว่า‘คนๆนั้น’จะต้องได้ยินเสียงอย่างแน่นอน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่สุดขอบผืนพิภพก็ตาม

“เรียกข้ามาเพราะเหตุอันใด?”

เสียงชั่วขณะต่อมา พลันปรากกฎห้วงมิติฉีกกลางห้วงอาหาศออกมาตรงหน้าหานชิง ชายร่างผอมประกอบคู่ใบหน้าที่อัดแน่นไปด้วยจิตสังหารเดินข้ามผ่านออกมา

“ข้าอยากให้เจ้าช่วยไปฆ่าคน! แล้วก็ช่วยลูกชายข้าออกมา!”

หานชิงจับจ้องอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น ไร้ซึ่งความกลัวจิตสังหารที่คลุมเคลือบบนร่างนั้นเลย

หานชิงในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนแล้ว

กลิ่นอายความขี้ขลาดก่อนหน้าได้จางหายจนหมดสิ้น

“ขอตำแหน่งกับชื่อ”

“ฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในจวนแห่งนี้นามว่า เรือนบุปผาโปรยปราย มีสตรีพิษอายุประมาณสิบสามปีอยู่ในนั้น มันจับลูกชายข้าขังไว้ภายในนั้น!”

“ได้”

ชายคนนั้นเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

เขาผู้นี้เปรียบเสมือนนักฆ่าปราศจากอารมณ์ความรู้สึก

“...”

หานชิงพูดไม่ออกไปอยู่ชั่วขณะที่อีกฝ่ายตอบตกลงอย่างง่ายดายปานนี้ พึงทราบด้วยว่านี่เป็นภารกิจฆ่าคน

“พี่ใหญ่...แล้วที่บ้านเป็นเยี่ยงไรบ้าง?”

หลังจากลังเลอยู่นาน ในที่สุดหานชิงก็ปริปากกล่าวขึ้นอีกครั้ง

และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ปรากฏว่าชายตรงหน้าของนางก็คือพี่ชายร่วมสายเลือดของหานชิง! หางกวง!

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นบุคลิกท่าทางหรือลักษณ์ใบหน้า พวกเขาทั้งคู่ดูไม่คล้ายกันเลยสักนิด คงยากที่จะทราบได้เช่นกันว่า ทั้งคู่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด

“ท่านแม่เสียแล้ว ส่วนน้องสี่ถูกฆาตรกรรมอย่างเหี้ยมโหดนัก”

หานกวงกล่าวตอบอย่างใจเย็นราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดกับครอบครัวของเขาฃ

“!! ท่าน...ท่านว่าอันใด?! ท่านแม่เสียแล้ว...แม้แต่พี่น้องข้าก็...”

หานชิงยกมือปิดปากแน่นสีหน้าตื่นตระหนกไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน มิน่าเล่าว่าเหตุใดท่าทางของพี่ใหญ่ถึงดูเลือดเย็นขึ้นขนาดนี้ ที่แท้ก็ไม่เหลือครอบครัวแล้วนี่เอง...

“พี่ใหญ่...ข้า...”

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะช่วยเจ้า หลังจากนั้นเจ้าจงดูแลตัวเอง”

หานกวงจับจ้องหานชิงด้วยแววตาที่ว่างเปล่าปราศจากความรู้สึกใจ

น้องสาวคนนี้ได้ตายไปจากหัวใจของเขานานแล้ว ตั้งแต่ปีนั้นที่แต่งงาน...

ตอนนี้นางเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ใช้สายเลือดร่วมกันกับเขาเท่านั้น

หากมิใช่เพราะนางยืนกรานที่จะแต่งเข้าตระกูลจวิ๋นให้ได้ในปีนั้น ปานนี้ตระกูลหานของพวกเขาคงไม่บ้านแตกสาแหลกขาดอย่างทุกวันนี้

แต่สุดท้ายไม่ว่าจะดีเลวยังไง อีกฝ่ายก็เป็นน้องสาวของเขา หานกวงเกลียดไม่ลงจริงๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ขอช่วยเหลือครั้งสุดท้ายและไม่นับว่ามีบุญคุณติดค้างอะไรกันอีก

หานกวงไม่กล่าวอะไรต่อทั้งสิ้น เขาหายวับจากออกไป

แค่ฆ่าคนให้เสร็จจากนั้นก็ทางใครทางมัน!

แต่น้องสาวคนนี้นับวันยิ่งทำตัวเหมือนสวะขึ้นทุกวันจริงๆ...กับแค่เด็กสาวอายุสิบสามปี ต้องถึงขั้นเรียกเขาให้มาฆ่า?

หานหวงได้แต่ส่ายหัวอย่างดูถูก เกรงว่าน้องสาวคนนี้หาใช่น้องสาวคนเดียวกับที่เขารู้จักในอดีตต่อไป

เขารีบมุ่งหน้าไปยังเรือนบุปผาโปรยปรายทันที

“พี่หลี่หวง...ไฉนในเรือนท่านถึงมืดขนาดนี้? ไยไม่จุดไฟล่ะ? ถ้ายุ่งเดี๋ยวข้าช่วยจุดเอง”

จวิ๋นอี้พยายามกวาดสายตามองไปโดยรอบ นอกจากความเจ็บปวดแล้ว ทุกอย่างรอบตัวของเขาดูมืดมิดไปหมด หรือเป็นไปได้ไหมว่ายามนี้จะดึกมากแล้วกระมัง?

แต่นี่มันไม่ถูกต้องเลย ต่อให้ดึกดื่นป่านใดก็ควรมีแสงจันทร์สาดฉายอยู่บ้าง ทว่าวิสัยทัศน์ที่เขาพบกลับมืดมิดเกินไปจนทำให้เขารู้สึกกลัวเล็กน้อย

หลี่หวงปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นาน ได้แต่เอาตัวเข้าไปกอดจวิ๋นอี้ไว้ในอ้อมแขน

“พี่หลี่หวง?”

จู่ๆจวิ๋นอี้ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย บางทีเขาอาจจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างแล้ว

“เสี่ยวอี้นอนเถอะ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เชื่อใจพี่สาวคนนี้นะ”

หลี่หวงกระซิบกล่าวเสียงเบา และอุ้มร่างของจวิ๋นอี้ไปยังบนฟูกนอน

จวิ๋นอี้ก็ยอมเข้านอนโดเยไม่มีขัดขืนใดๆ ทว่าหากสังเกตให้ดีบริเวณหางตาของเด็กน้อยกลับมีน้ำตาไหลพรากซึมออกมา

‘ไม่มีอีกต่อไปแล้ว...ดวงตาที่ใสบริสุทธิ์คู่นั้น...’

หลี่หวงถอนหายใจเสียงยาว หยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้น้องชายอย่างระมัดระวัง พลางถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่งและจากออกไป

‘เจ้าก็ไม่ควรพูดว่า เด็กน้อยคนนี้โชคร้ายที่ตายบอด หากต้องเกิดมาในครอบครัวที่สกปรกโสมมเช่นนี้ ดูท่าการที่ไม่เห็นอะไรเลยอาจเป็นเรื่องดีที่สุด...’

สุ้มเสียงของเหยาอวี้ดังก้องในห้วงความคิดของนาง

“คงใช่กระมัง...”

หลี่หวงกระซิบตอบคำถามของเหยาอวี้ เสมือนว่ากำลังคุยกับตัวเองคนเดียว

หลี่หวงกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเอง หลังจากจัดระเบียบห้องเล็กน้อยก็เตรียมตัวเข้านอน

คืนนี้ก็ดึกมากแล้ว...

“ใคร!!”

เสี้ยวอึดใจขณะ หลี่หวงลุกขึ้นพลวดจากเตียง คู่นัยน์ตาสีม่วงสาดประกายฉายแววอำมหิตขึ้นหนึ่งส่วนไปทางประตู

นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยได้หอบหนึ่งจากบริเวณนอกตัวเรือนและ....

ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย!

“เจ้าคือสตรีพิษอายุสิบสามกระมัง? จงเอาชีวิตของเจ้ามา!”

หานกวงย่างเท้าก้าวออกมาจากมุมอับในเรือนห้อง กวัดแกว้งกระคมส่องสะท้อนแสงจันทร์วิบวับ

แสงจันทร์สีเย็นที่สาดสะท้อนเข้ามาจากภายนอกตกกระทบบนคมกระบี้เล่มยาว จะสังเกตเห็นได้ว่าบนตัวกระบี่นั่นเผยรัศมีสีเลือดเจือจางอยู่สายหนึ่ง!

นักฆ่า?!

หลี่หวงเห็นลักษณะท่าทางของชายผู้นั้นพลันเข้าใจในทันที

อีกฝ่ายทนไม่ไหวแล้วกระมัง?

ถึงสั่งให้นักฆ่ามาคร่าชีวิตนางไวปานนี้?

“เจ้าคร่าชีวิตข้าไม่ได้หรอก”

แม้นางจะสู้อีกฝ่ายไม่ได้ หรืแม้จะไม่แม้แต่มองผ่านอ่านระดับพลังบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรนางจะตายไม่ได้! และนางไม่มีวันจบชีวิตลงตรงนี้แน่นอน!

“ถึงพิษของเจ้าจะรุนแรงปต่ปราศจากความเร็ว หากไม่โดนข้าก็เปล่าประโยชน์!”

ระหว่างเอ่ยกล่าว หานกวงกระชับกระบี่พุ่งเข้าโจมตีในทันใด

เพลงกระบี่กระบวนนี้ช่างคล่องแคล้วบิดพลิ้ว การจะหลบเลี่ยงช่างแสนยากเย็น

หลังจากนั้นไม่นาน บนเรือนร่างของหลี่หวงก็เริ่มปรากฏรอยคมกระบี่บาดเล็กน้อยอยู่ทั่ว

“ก็ไม่เท่าไหร่”

หลี่หวงเค้นเสียงเย็นสะท้านเย้ยหยั่นไปคำหนึ่ง ผงพิษที่เดิมทีหลี่หวงกำอยู่ในฝ่ามือ ยามนี้นางได้โปรยกระจายออกไปในอากาศแล้ว ผงพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ไม่สามารถตรวจจับได้โดยง่าย

หลี่หวงมองชายผู้นั้นที่เผลอสูดดมผงพิษเข้าไปโดยไม่ทันรู้ตัว เพียงเค้นเสียงเย็นแสยะยิ้มให้ทีหนึ่ง

“หึ! เช่นนั้นขอดูเสียหน่อยว่า พิษนี้จะมีดีสักเพียงใด!”

แม้หานกวงจะไม่สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของผงพิษได้ แต่หลังสูดดมเข้าไปเขาก็พลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย ดังนั้นก็เลยตั้งสินใจทิ้งระยะห่างระหว่างการต่อสู้ เพื่อรีบขับพิษออกจากร่างกายก่อน

เขากรอกเทกระแสพลังปราณทั้งหมดของนักอัญเชิญชั้นสูง อัดฉีดไปทั่วร่างกายเสมือนเปลวเพลิงร้อนลุอุหลอมละลายพิษออกไป

ความร้อนดังกล่าวแผ่กระจายออกไปทั่ว กระทั่งอุณหภูมิทั่วทั้งเรือนยังสูงขึ้นถนัดตา!

แย่แล้ว!

เพื่อกระจายผงพิษก่อนหน้า หลี่หวงยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในมุมอับไร้ซึ่งทางหนี เพื่อให้อีกฝ่ายประมาทและสูดดมผงพิษเข้าไป แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถขับพิษได้รวดเร็วปานนี้

หากรอให้พิษกำเริบก่อนสักนิด บางทีนางอาจจะมีโอกาสชนะมากกว่านี้...

หลี่หวงไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกต่อไป เมื่อคมกระบรี่ของหานกวงพุ่งเข้ามาใกล้ นางก็รีบตะโกนเรียกฮั่วหยางดังกึกก้องภายในห้วงความคิด แต่กลับสายเกินไปเสียแล้ว...

หลี่หวงหลับตาทั้งสองข้างสนิท ชั่วขณะต่อมากลับไม่มีอะไรเกิดขั้น พอลืมตาขึ้นมองกลับพบว่าคมกระบี่ยาวตรงหน้ากลับถูกหยุดไว้ด้วยสองนิ้วที่คีบหนีบไว้อยู่....

หลี่หวงมองมือข้างหนึ่งที่โผล่เข้ามาช่วย ก็อดไล่มองขึ้นไปอย่างอดมิได้ว่าเป็นใครกันแน่?

ปรากฏว่าเป็นหลิงฉางเจวี่ย!

ใบหน้าสวยและงดงามประดุจหยกขาวช่างยากเกินอธิบาย ทว่าเวลานี้จากที่โดยปกติ ใบหน้าของชายคนนี้แม้จะเย็นชาแต่ก็ยังเร้นซ่อนความอ่อนโยนไว้ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันความอ่อนโยนเหล่านั้นกลับจางหายไปโดยสิ้นเชิง

“ผู้ใดกล้าแตะต้องคนของข้า ผู้นั้นเท่ากับรนหาที่ตาย!”

สองนิ้วของหลิงฉางเจวี่ยที่คีบหนีบคมกระบี่อยู่ออกแรงบิ่นเล็กน้อย เสียง‘ติ๊ง’ดังก้องขึ้นทันใดท่ามกลางความเงียบงัน เขาสามารถหักคมกระบี่ของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายเพียงใช้สองนิ้ว...

จบบทที่ ตอนที่28 ทรราชหนุ่มเดือดดาล

คัดลอกลิงก์แล้ว