เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่27 หานชิงผู้สับสน

ตอนที่27 หานชิงผู้สับสน

ตอนที่27 หานชิงผู้สับสน


ตอนที่27 หานชิงผู้สับสน

“รั่วเอ๋อร์บอกกับข้าด้วยตัวเอง! สาวรับใช้คนสนิทของนางอย่างเยว่เซียง ถูกจวิ๋นหลี่หวงวางยาพิษจนตาย! และยังกล่าวอีกว่า นางตายอย่างทุกข์ทรมานยิ่งยวด! อีกทั้งจวิ๋นหลี่หวงยังเคยข่มขู่นางด้วยว่า หากไม่ยอมเชื่อฟังจะวางยาให้ตายแบบสาวรับใช้! จวิ๋นหลี่หวงหาใช่เด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่ท่านคิด! นังนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุก!”

“เด็กชั่วเช่นนี้ไม่เคยเห็นค่าของชีวิตอยู่ในสายตา มันต้องฆ่าอี้เอ๋อร์แน่นอน! มันต้องฆ่าอี๋เอ๋อร์ของข้าแน่นอน!”

“นางคงอายุยังน้อยเผลอใช้พิษไปโดยไม่รู้ตัวเท่านั้น! นางไม่ใช่สตรีพิษแต่อย่างใด!”

“ทีแรกข้าเองก็โดนหลอกเหมือนท่าน! ข้าเลอะเลือนไปชั่วขณะถึงหลงขอร้องให้นางช่วย! ตอนนี้ข้ารู้ธาตุแท้ของจวิ๋นหลี่หวงแล้ว มันจะฆ่าอี้เอ๋อร์...”

หานชิงใช้แรงทั้งกหมดที่มีเพื่อแผดเสียงคำรามและสะบัดมือของจวิ๋นจ้านจนหลุดได้สำเร็จ และวิ่งเข้าไปในเรือนบุปผาโปรยปรายโดยตรง

จวิ๋นจ้านตอบสนองทันท่วงที รีบไล่ตามไปติดๆ!

แต่คำกล่าวของหานชิงก็ทำให้จวิ๋นจ้านประหลาดใจเล็กน้อย จวิ๋นหลี่หวงใช้พิษได้จริงๆ เหรอ? แถมรั่วเอ๋อร์เองก็ทราบ?

หรือเป็นไปได้ไหมว่า...ทั้งหมดจะเป็นแผนการของนาง?

แต่เดี๋ยวก่อน...นางเพิ่งจะอายุแค่สิบสามปี จะมีเล่ห์เหลี่ยมขนาดนี้ได้อย่างไร?

แต่เขาก็อดคิดฟุ้งซ่านไปไกลมิได้ เพราะทั้งในเรื่องรูปลักษณ์หน้าตาที่เปลี่ยนไปของหลี่หวง และนิสัยอันลึกลับของนาง โดยรวมแล้วมันชวนให้ผู้คนสงสัยจริงๆ

หากบุกเข้าไปเช่นนี้และไม่พบเจอตัวของชายลึกลับที่หลี่หวงพูดถึง นั่นก็หมายความว่าชีวิตของอี้เอ๋อร์...

แต่ถ้าชายลึกลับมีตัวตนอยู่จริง ด้วยนิสัยของนักหลอมโอสถโดยส่วนใหญ่ที่หยิ่งผยอง หากบุกเข้าไปแบบนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่อีกฝ่ายจนไม่ยอมผูกมิตร...

นี่ช่าง...ช่างเป็นสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกโดยแท้!

แต่มันไม่สำคัญอีกแล้ว!

ในตอนนี้ความปลอดภัยของอี้เอ๋อร์สำคัญที่สุด!

“มีคนกำลังเข้ามา!”

เหยาอวี้ตะโกนขึ้นฉับพลันระหว่างที่กำลังช่วยหลอมกลั่นโอสถ ในช่วงเวลาสำคัญขนาดนี้ ไม่ควรให้ใครก็ตามรบกวนได้เป็นอันขาด!

“ฮั่วหยาง! ออกไปหยุดพวกนั้นก่อน!”

หลี่หวงเอ่ยปากสั่งในทันใด เพราะในเวลานี้หลี่หวงไม่อาจเสียสมาธิได้โดยเด็ดขาด นางกำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมเพลิงบัวโลหิตในการหลอมกลั่นโอสถเม็ดสุดท้าย

เมื่อฮั่วหยางได้ยินดังนั้นมันก็รีบหยักหน้ารับคำสั่ง และพุ่งออกไปด้านนอกอย่างว่องไว ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตูเรือน ปลดปล่อยรัศมีแรงกดดันของสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ออกมาเต็มสูบจนกระจายครอบคลุมไปทั่ว มันไม่มีทางปล่อยให้ใครเข้ามารบกวนเจ้านายโดยเด็ดขาด!

“หยุดเดี๋ยวนี้!”

พอเห็นหานชิงและจวิ๋นจ้านพุ่งตรงเข้ามาใกล้ มันก็กระทืบเท้าน้อยๆ ของมันดังปัง คำรามเสียงกึกก้อง

เด็กผู้ชายคนนี้มัน...

“เจ้าคือสัตว์อสูรธาตุตนนั้นในงานประมูล!!”

จวิ๋นจ้านโพล่งกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง

ปรากฏว่าคนที่ประมูลสัตว์อสูรธาตุไฟตนนี้ไปก็คือชายลึกลับผู้นั้น?!

การที่จะทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตนนี้ได้ คาดการณ์ได้ว่าชายลึกลับผู้นั้นคงต้องมีวรยุทธ์สูงส่งอย่างมาก

ทั้งเขาและหางชิงไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายไปไหนได้อีกเลย รัศมีแรงกดดันของสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์แทบจะบีบเค้นจนทำให้ผู้คนหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ

ฮั่วหนางไม่สนใจคำกล่าวของจวิ๋นต้านสักนิด มันไม่รู้จักชายคนนี้ และที่สำคัญที่สุด เจ้านายของมันเองก็ไม่ชอบคนพวกนี้เช่นกัน!

“เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไสหัวไปซะ! ปล่อยให้ข้าเข้าไปเดี๋ยวนี้!”

หานชิงไม่สนใจแล้วว่า เด็กชายตรงหน้านางจะเป็นสัตว์อสูรหรืออะไรก็ช่าง สิ่งเดียวที่นางเป็นกังวลที่สุดมีเพียงชีวิตของบุตรชายอันเป็นที่รักเท่านั้น

“อย่าแม้แต่จะคิด!”

รัศมีแรงกดดันที่แผ่สะพัดออกมาจากร่างฮั่วหยางไม่มีลดละ จนสุดท้ายหานชิงก็หมดแรงฟุบลงกับพื้นไป แต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้เพียงเท่านั้น และยังพยายามดิ้นทุรนทุราย!

“ท่านอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดระงับโทสะ พวกเราแค่อยากรู้ว่าบุตรชายของเราปลอดภัยดีหรือไม่เท่านั้น!”

จวิ๋นจ้านรีบตรงเข้าประคองร่างของหานชิงเอาไว้ แม้แต่เขาไม่สามารถทนต่อรัศมีแรงกดดันสุดแกร่งกล้านี้ไหว แล้วนับประสาอะไรกับหานชิงที่ไร้ซึ่งพลังบ่มเพาะ

แต่เมื่อเห็นฮั่วหยางยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่แบบนี้ จวิ๋นจ้านก็มั่นใจอย่างยิ่งว่า ชายลึกลับผู้นั้นจะต้องอยู่ภายในเรือนและช่วยรักษาอี้เอ๋อร์อยู่อย่างแน่นอน เพราะอะไรน่ะรึ? เพราะหลี่หวงเป็นมืออัญเชิญธาตุสายฟ้า จะไปทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟได้อย่างไร?

หรือต่อให้สัตว์อสูรธาตุไฟตนนี้ยอมจำนนให้หลี่หวงทำสัญญาแต่โดยดี นางก็ไม่สามารถทำพันธสัญญาได้อยู่ดี เนื่องจากเป็นเพียงมืออัญเชิญชั้นต้นเท่านั้น

“ทีแรกก็ปลอดภัยดีจนกระทั่งพวกเจ้าเข้ามาขัดจังหวะ! ยามนี้จะเป็นหรือตายเจ้านายของข้าจะพยายามให้ถึงที่สุด ก่อนหน้านี้ใครเป็นคนร้องห่มร้องไห้ขอร้องให้ช่วยเหลือ คงลืมไปแล้วกระมัง?”

ถึงน้ำเสียงอันอ่อนเยาว์ของฮั่วหยางจะฟังดูปราศจากร่องรอยอารมณ์ใดจุนเจือ ทว่ามันก็แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมอยู่ขุมหนึ่ง

“ขะ-เข้าใจแล้ว เช่นนี้ข้าน้อยขอตัว...”

จวิ๋นจ้านรีบพาหานชิงที่ยังคงดื้อรั้นออกไป แต่เมื่อเห็นว่านางเอาแต่แข็งข้อจะเข้าไปให้ได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยกมือสับเข้าไปที่ต้นคอของนางจนหมดสติลง แล้วค่อยพานางออกไป

จวิ๋นจ้านไม่สามารถล่วงเกินสัตว์อสูรระดับชั้นนี้ได้

เมื่อฮั่วหยางเห็นว่าทั้งคู่จากออกไปแล้ว มันก็ยังม่ำได้กลับไปไหนและยืนเฝ้าประตูเช่นนั้นดังเดิม ตามคำสั่งของเจ้านายมัน

ตอนกลางคืน

ภายใจเรือนบุปผาโปรยปราย หลี่หวงและเหยาอวี้พยายามกันอย่างหนักจนขึ้นรูปโอสถเม็ดสุดท้ายได้สำเร็จ ในที่สุดเปลวเพลิงสีแดงฉานก็ดับลง

ภายในหม้อหลอมโอสถวิเศษหลงเหลือแค่เพียง โอสถเม็ดใสบริสุทธิ์อยู่เม็ดหนึ่งเท่านั้น

หลี่หวงไม่กล้าปล่อยเวลาให้เสียไปมากกว่านี้แล้ว จึงนับโอสถตบเข้าไปในปากของจวิ๋นอี้โดยตรง

“อ๊ากกก!!!”

จวิ๋นอี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องตะโกนอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส

“เสี่ยวอี้ นี่พี่ใหญ่เอง อดทนไว้ก่อน”

หลี่หวงลูบหลังจวิ๋นอี้อย่างแผ่วเบา ความจำเป็นปานนี้ไม่จำเป็นต้องบรรยายให้มากความ แค่ฟังเสียงก็พึงทราบว่ามันเจ็บปวดยื่งกว่าความตาย

“พี่หลี่หวง ข้าเจ็บตา...เจ็บตาเหลือเกิน...เจ็บใจจะขาดแล้ว!”

จวิ๋นอี้รู้สึกเจ็บจนคิดอะไรไม่ออก รู้สึกเพียงว่าหัวสมองของเขากำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ!

“เด็กดี อีกเดี๋ยวก็ไม่เป็นไรแล้ว...”

หลี่หวงสวมกอดจวิ๋นอี้ในอ้อมแขน พลางเอ่ยปลอบใจน้ำเสียงแผ่วเบา

ไม่ว่าจวิ๋นอี้จะดิ้นรนอย่างไรเนื่องด้วยความเจ็บปวดที่สุดแสนจะอดกลั้น แต่นางก็ทำได้เพียงกระชับกอดป้องกันไม่ให้น้องชายทำร้ายร่างกายตัวเอง

“ท่านพี่! ท่านพี่! ฟังเสียงนั่นสิ! นี่เป็นเสียงของอี้เอ๋อร์! พวกมันต้องกำลังทำร้ายอี้เอ๋อร์อยู่แน่! ท่านพี่ ฮูหยินรอง! ช่วยพาข้าเข้าไปข้างในด้วยเถิด!”

หานชิงได้สติตื่นขึ้นมทาตั้งนานแล้ว นางถูกขังอยู่ในเรือนตำหนักข้างกัน เสียงร้องคร่ำครวญของลูกชายเปรียบเสมือนมีดคมกรีดแทงหัวใจของนางเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“กระบวนการถอนพิษย่อมต้องเจ็บปวดเป็นธรรมดา หานชิง อย่าคิดเพ้อเจ้อ”

จวิ๋นจ้านยืนเฝ้าอยู่นอกประตู ขมวดคิ้วแน่นเอ่ยเตือนสติ

เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่เขาพยายามเข้าใกล้เรือนบุปผาโปรยปรายอีกครั้ง สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ตนนั้นได้กล่าวกับตนว่า จวิ๋นอี้จำเป็นต้องอยู่รักษาตัวในเรือนบุปผาโปรยปรายอีกสักระยะ นอกจากนี้ดวงตาของจวิ๋นอี้ก็ไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากพิษร้ายเข้าทำร้ายกระจกตาจนเสียหายหนัก

หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ท่าทีของจวิ๋นจ้านก็เปลี่ยนไป

บึตรชายที่พิการตาบอดจะสามารถสืบทอดกิจการของตระกูลได้อย่างไร?

แต่จวิ๋นจ้านไม่กล้าบอกข่าวร้ายดังกล่าวให้กับหานชิง ตอนนี้หลี่หวงกับชายลึกลับน่าจะถอนพิษให้อี้เอ๋อร์เสร็จสิ้นแล้ว การให้อี้เอ๋อร์อยู่ในเรือนบุปผาโปรยปรายอีกสักพักน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

หากหานชิงทราบว่าบุตรชายของตนตาบอด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม นางจะต้องจงเกลียดจงชังจวิ๋นหลี่หวงไปตลอดชีวิตแน่นอน

แต่จะอย่างไรแผนการในหัวของจวิ๋นจ้านตอนนี้มันยุ่งเหยิงไปหมด

ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องขังหานชิงไว้ในเรือน!

ผู้หญิงยามเสียสติล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้เหตุผลที่สุด

และ...หานชิงมีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษ ยากที่จะควบคุมด้วยวิธีอื่น

จวิ๋นจ้านไม่ได้ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกนานนัก หลังจากสักพักหนึ่ง เขาก็เดินกลับไปที่ห้องหนังสือของตน

ตอนนี้เข้าต้องใช้ความคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องทายาทสืบทอดตระกูลจวิ๋นสาขานี้

อย่างไรก็ตาม ไม่นานนักหลังจากที่จวิ๋นจ้านจากออกไป ซูซือก็ลอบปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูเรือนของฮูหยินใหญ่หานชิง

“น้องซูซือ เจ้าอยู่ตรงนั้นใช่หรือไม่?!”

หานชิงที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ก็รีบวิ่งตรงมาทุบประตู

“ปล่อยข้าออกไปที! ข้าต้องออกไปช่วยอี้เอ๋อร์!”

“ฮูหยินใหญ่ ท่านต้องใจเย็นลงก่อน”

ฮูหยินรองแสร้งทำเป็นวิตกกังวลและกล่าวกับหานชิงต่อว่า

“ฮูหยินใหญ่ท่านไม่ถนัดบู๊ก็ควรบุ๋นให้เป็น มิเช่นนั้นท่านจะไปเอาชนะนังแพศยาหลี่หวงได้อย่างไร? อย่าว่าแต่การที่ท่านทำเช่นนี้เลย ต่อให้เข้าไปในเรือนบุปผาโปรยปรายได้ ท่านก็พลาดท่าโดนนางทำร้ายเปล่า รอให้นางทำอะไรกับอี้เอ๋อร์ก่อนดีกว่า ถึงยามนั้นเราถึงจะมีหลักฐานมัดตัวมัน! ถึงตอนนั้นนังแพศยาจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป!”

“ใช่ ใช่...ใช่แล้ว! ข้าไม่ควรหุนหันพลันแล่น!”

หานชิงพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับคนเสียสติ พอได้ยินว่าลูกชายของนางกำลังตกอยู่ในอันตรายและทำอะไรอื่นไม่ได้นางก็ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

ในหัวของนางเสมือนมีแสงสว่างวาบหนึ่งสาดส่อง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะล้างแค้นนังแพศยาได้!

จบบทที่ ตอนที่27 หานชิงผู้สับสน

คัดลอกลิงก์แล้ว