เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่24 ไอ้หนุ่มโลลิค่อน!?

ตอนที่24 ไอ้หนุ่มโลลิค่อน!?

ตอนที่24 ไอ้หนุ่มโลลิค่อน!?


ตอนที่24 ไอ้หนุ่มโลลิค่อน!?

พริบตาเดียว หนึ่งเดือนได้ผ่านพ้นไป

แน่นอนว่าภายในหนึ่งเดือนย่อมมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย

ยกตัวอย่างก็เช่น สองคู่แม่ลูกบรรลัยกันตร์อย่างจวิ๋นรั่วกับฮูหยินรองได้ฟื้นสติกลับมา และสร้างความวุ่นวายภายในจวนอีกครั้ง

สิ่งที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยคือ ดูเหมือนครั้งนี้ฮูหยินรองจะดูระแวงคุณหนูใหญ่อย่างหลี่หวงมากขึ้น เพราะพวกนางไม่รู้ตัวเลยว่าโดนวางยาพิษตั้งแต่ตอนไหน ส่วนทางจวิ๋นจ้านก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ

ภายในใจของฮูหยินรองย่อมมีความเหลือบแคลงใจอยู่เล็กน้อย ทว่าเหตุการณ์ที่ว่ากลับลี้ลับเกินไป ไม่ว่าจะพยายามหาหลักฐานยังไงสุดท้ายก็เปล่าประโยชน์

และเนื่องจากจวิ๋นจ้านกลับมาแล้ว การจะทำให้เขาเดินทางออกนอกจวนตระกูลจวิ๋นอีกครั้งกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่ไม่ว่ายังไง ฮูหยินรองก็กำลังหาทางฆ่าหลี่หวงให้ได้ไม่ว่าจะวิถีทางใด!

ตรงกันข้ามกับจวิ๋นรั่วที่ดูสงบเสงี่ยมขึ้นมากจริงๆ หลังจากเกือบลงนรกไปเฝ้ายมบาลครั้งล่าสุด นางดูอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด

แม้ความเกลียดชังที่มีต่อหลี่หวงจะหาได้ลดลง ทว่านางก็ไม่ค่อยได้หาเรื่องเท่าไหร่แล้ว

แน่นอน...หลี่หวงย่อมไม่ประมาท และมิอาจทราบได้เลยว่า อีกฝ่ายจะแอบวางแผนอะไรไว้บ้างหรือไม่

นอกจากนี้เอง จวิ๋นจ้านยังส่งลูกน้องไปแกะร่องรอยของผู้ที่ประมูลสัตว์อสูรธาตุไฟได้ซึ่งก็คือหลี่หวง และผู้ที่ประมูลโอสถเปลี่ยนโฉมที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่อย่างไรหลี่หวงกลับไม่ทราบเรื่องพวกนี้เลย เพราะปัญหาเหล่านี้ล้วนถูกแก้ไขโดยสิ้นแล้ว...

กลับกลายมาเป็นจวิ๋นจ้านเองที่ตื่นตระหนกอย่างหนัก ลูกน้องของเขาแต่ละคนต่างมีความสามารถไม่น้อย แต่ไม่มีใครสามารถกลับมารายงานข่าวคราวได้เลยสักคน กล่าวได้ว่าไปลับไม่มีหวนกลับ! จนตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตนอาจจะถูกบุคคลที่สามจับตามองอยู่หรือไม่?

ด้วยเหตุนี้จวิ๋นจ้านจึงวิตกกังวลอย่างมากว่า จะมีใครมาแก้แค้นเขาคืนหรือไม่

นอกจากนี้เอง คล้อยหลังหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่คุณหนูใหญ่นอนพักรักษาอยู่นาน เมื่อนางกลับมาอีกครั้งในสายตาของทุกคนในตระกูลจวิ๋นมันราวกับว่านางได้เกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม ทหารยามที่เฝ้าเรือนบุปผาโปรยปรายยังคงคุมเข้ม ยกเว้นเสียคนรับใช้ที่มีหน้าที่จำเป็น จวิ๋นจ้านสั่งห้ามไม่ให้ใครผู้ใดเข้าใกล้เรือนแห่งนี้เป็นอันขาด

ในสายตาของจวิ๋นจ้าน หลี่หวงยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ไม่คาดคิด ทำให้จวิ๋นจ้านพอตระหนักถึงคุณค่าของนาง และหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์ในเวลาอันสั้น

เรือบุปผาโปรยปรายได้รับการคุ้มกันอย่างเข้มงวด ทว่าสิ่งนี้กลับหาได้ทำให้หลี่หวงกังวลแม้แต่น้อย ในทางตรงข้าม ช่วงนี้นางค่อนข้างมีความสุขอย่างมาก!

สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์ที่ได้รับจากงานประมูลก่อนหน้า หลังจากที่เหยาอวี้ตรวจสอบดูสักพักหนึ่ง ในที่สุดก็ระบุได้ว่า ร่างจริงของเจ้าตัวน้อยก็คือ วิหคเพลิง!

วิหคเพลิงเป็นหนึ่งในสี่สัตว์เทพในตำนาน ถือกำเนิดมาพร้อมกับสายเลือดสัตว์เทพ ไม่จำเป็นต้องฝึกปรือเหมือนกับสัตว์อสูรชั้นต่ำตนอื่นๆ นิสัยโดยธรรมชาติ เนื่องจากพื้นฐานเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟที่มีนิสัยหยิ่งผยองเป็นทุนเดิม ยิ่งเป็นวิหคเพลิงด้วยแล้วยิ่งหัวสูงจองหองไม่ไว้หน้าผู้ใด!

แต่โชคยังดี วิหคเพลิงตนที่หลี่หวงประมูลได้มากลับเป็นกรณีพิเศษ

เหยาอวี้กล่าวอธิบายว่า วิหคเพลิงตนนี้ถึงจะมีชีวิตยืนยาวกว่าหลายร้อยปีแล้ว แต่ถ้าคำนวณตามช่วงอายุขัยของเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง มันยังอยู่ในวัยเด็ก!

กล่าวคือ สัตว์อสูรตนที่หลี่หวงประมูลได้มายังเป็นวิหคเพลิงในวัยเด็กเล็ก ที่ยังมีช่วงอายุอีกยาวนาน

สัตว์อสูรตนนี้ยังไม่บรรลุนิติภาวะจึงไม่ค่อยเข้าใจถึงความเป็นมนุษย์มากนัก แม้ว่าสัญชาตญาณดิบของมันจะเป็นศัตรูกับมนุษย์ แต่การจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขหาใช่ว่าเป็นไปไม่ได้!

ตอนแรกที่เจ้าตัวน้อยถูกจับมาในงานประมูล จะเห็นได้ว่าแทนที่มันจะพ่นไฟพยายามขัดขืนทำลายกรงหนี กลับกลายเป็นว่า เจ้าตัวน้อยเอาแต่นั่งหง่อยเหงาราวกับหมดหนทาง

เพราะมันยังเด็กเกินไปที่จะทำอะไรแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เจ้าตัวน้อยได้สติตื่นขึ้นมา มันก็เหมือนเป็นเด็กทารกโดยสมบูรณ์ ไม่เพียงแค่จะไม่ร้องไห้หรือสร้างปัญหาใดๆ เท่านั้น แต่มันยังเอาแต่ออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนของหลี่หวงราวกับนางเป็นแม่ของมัน!

หลังจากวิหคเพลิงฟื้นขึ้นมา ก็ปราศจากความเกลียดชังต่อหลี่หวง เอาแต่อ้อนนางไม่ยอมหยุด และมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถหลอมวิหคเพลิงให้หลับสนิทได้ในมิติของสัตว์อสูรอัญเชิญ

เหยาอวี้กล่าวว่า เมื่อสัตว์อสูรระดับสูงทำสัญญากับมนุษย์ ความรู้สึกนึกคิดเดิมของมันจะถูกลบหายออกไป ความทรงจำก่อนหน้าจะถูกผนึกไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

หลังจากสัตว์อสูรทำสัญญาแล้ว ทุกการกระทำของพวกมันล้วนจะขึ้นตรงกับผู้เป็นนาย และการปกป้องผู้เป็นนายให้ปลอดภัยคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุด

สำหรับกรณีของวิหคเพลิงตนนี้ค่อนข้างพิเศษอย่างที่เหยาอวี้กล่าวไปในข้างต้น

“วิหคเพลิงเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความอาฆาตแค้นกับมนุษย์เป็นพิเศษ แต่ตอนนี้วิหคเพลิงตัวน้อยตนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และไม่สามารถรักษาพัฒนาการของมันไว้ได้ จึงคงสภาพร่างเด็กไม่สามารถกลับร่างจริงได้ สำหรับตอนนี้สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ ทำให้มันติดเจ้ากว่านี้”

แต่หลี่หวงกลับปฏิเสธหัวแข็งทันทีที่ได้ยินคำแนะนำนี้ นี่ก็เกาะติดจนเหนียวเป็นขนมตังเมแล้ว ยังจะให้ติดกว่านี้อีกเหรอ?

ไม่ ไม่ ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง!

และอีกเหตุผลสำคัญคือ วิหคเพลิงตนนี้เป็นสัตว์อสูรของนางแล้ว ไม่ว่าในอนาคตมันจะโกรธหรือเกลียดนางเพียงใด มีหรือจะสามารถทำอันตรายต่อเจ้าของได้?

นี่เป็นเวลาสิ้นเดือนแล้ว หงส์เพลิงตัวน้อยยังมีนิสัยชอบนอนกลางวัน และทุกครั้งต้องอ้อนให้หลี่หวงมากล่อม มิฉะนั้นจะนอนไม่หลับ

จากที่วิเคราะห์ เหยาอวี้บอกว่านี่อาจจะเป็นเพราะวิหคเพลิงเห็นหลี่หวงเป็นแม่แล้วจริงๆ

ดั่งลูกนกที่ต้องให้แม่นกคอยเลี้ยงดู หากเป็นไปได้ต้องกระชับความสัมพันธ์มากกว่านี้โดยการป้อนนมจากเต้า!

ทันทีที่หลีหวงได้ยินแบบนั้น นางตบบ๋องหูของเหยาอวี้ไปฉะหนึ่ง ไอ้เด็กเปรตตัวนี้ชักกวนประสาทเกินไปแล้ว ต้องโดนสักทีถึงจะเชื่อง

ต่อมาเจ้าวิหคเพลิงตัวน้อยก็เริ่มปริปากพูดคุยกับหลี่หวง โดยมันบอกว่า ตนเองชื่อฮั่วหยาง มีชีวิตอยู่มาหกร้อยปีแล้ว และยังเป็นวิหคเพลิงตัวเดียวที่เหลืออยู่ในทวีปม่านเมฆา

และสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือ ฮั่วหยางเป็นวิหคเพลิงสายเลือดบริสุทธิ์!

แน่นอนว่าหลี่หวงทึ่งอย่างยิ่งเมื่อได้ยินแบบนั้น

แต่เหนือกว่าความทึ่งคือความสุขอันเปี่ยมล้น!

วิหคเพลิงเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ หรือยังกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นสัตว์อสูรที่สามารถควบคุมไฟได้ และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ มีเพียงวิหคเพลิงสายเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถให้กำเนิด เพลิงบัวโลหิต ได้ และหลี่หวงที่ทำพันธสัญญากับเจ้าวิหคเพลิงตัวน้อยย่อมมีอิทธิสิทธิ์ใช้ความสามารถนี้ได้เช่นกัน!

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตอนนี้หลี่หวงมีไฟวิเศษแล้ว!

เป็นเพลิงอสูรของวิหคเพลิง เพลิงบัวโลหิต!

ด้วยเหตุนี้ การได้รับไฟวิเศษชนิดนี้มาผนวกกับหม้อหลอมโอสถวิเศษ ทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหลอมกลั่นโอสถของหลี่หวงให้แข็งแกร่งขึ้นไม่รู้กี่ทวีเท่า!

ก่อนหน้านี้ที่เหยาอวี้รบเร้าให้นางประมูลแย่งชิงเจ้าวิหคเพลิงตัวน้อยมา ทั้งหมดเป็นเพราะจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ!

เส้นทางของนักหลอมโอสถของนาง ณ ปัจจุบันค่อนข้างสดใสยิ่งกว่าใครทั้งปวง!

หลี่หวงเองก็หาได้เกียจคร้านไม่ นอกจากฝึกพิเศษหลอมกลั่นโอสถตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้ว ยามว่างนางก็มักจะขัดสมาธิบำเพ็ญตบะเพื่อบ่มเพาะพลังอยู่เสมอ ไม่ว่าอย่างไร การฝึกปรือในเส้นทางของนักอัญเชิญเองก็ไม่ควรถูกทิ้งร้างเช่นกัน

ตอนนี้นางกลายมาเป็นนักอัญเชิญชั้นกลางแล้ว คาถาทักษะบางชนิดที่จำเป็นเองก็มีอยู่ในมือหมดแล้วเช่นกัน แต่สิ่งที่หลี่หวงกังวลใจที่สุดในเวลานี้ก็คือ ทักษะความสามารถการต่อสู้ระยะประชิด

นางเป็นหมอพิษ และร่างกายของนางก็ค่อนข้างอ่อนแอเป็นทุนเดิม

หากหลี่หวงถูกลากให้เข้ามามีส่วนร่วมกับศึกต่อสู้ขึ้นมาจริง หากเป็นการปะทะกันแบบเปิดเผย แทบไม่มีความเป็นไปได้เลยที่นางจะชนะ

หลี่หวงจึงเดินทางไปบอกกับจวิ๋นจ้านตามตรงว่า ตัวเองในตอนนี้ค่อนข้างอ่อนแอเกินไป และนางอยากจะเรียนรู้กระบวนท่าต่อสู้พื้นฐานเพื่อใช้เป็นหลักประกันในยามอยู่ในวิกฤตอันตราย

จวิ๋นจ้านที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่คิด

วันรุ่งขึ้นเขาได้เชิญนักกระบี่มาสอนทักษะกระบี่แก่หลี่หวงทันที

ก็ดี ถือซะว่าเรื่องราวในอดีตจบแค่เพียงเท่านั้น นี่คือสิ่งที่จวิ๋นจ้านคิด

ทว่าในวันนี้เอง ณ เรือนบุปผาโปรยปรายกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญมาอีกแล้ว!

“ไฉนเป็นเจ้าอีกแล้ว!?”

หลี่หวงรู้สึกหมดหนทางแล้วจริงๆ มิทราบว่าชายหนุ่มตรงหน้านางไม่มีการมีงานทำรึอย่างไร? ถึงได้ว่างขนาดนี้!

สู้ไม่ได้ แถมไล่ก็ไม่ไป! ปวดหัวชิบหาย!

“ไม่ต้อนรับข้าหรอกรึ?”

หลิงฉางเจวี๋ยยิ้มและกล่าวเอ่ยกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นอีกครา

“เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของข้าคราวก่อน?”

ข้อเสนอ?

“ไม่ ไม่ ไม่เห็นด้วยแน่นอน ขอบคุณ เชิญเสด็จกลับไปได้แล้ว!”

ไอ้หนุ่มคนนี้มันเป็นโลลิค่อนรึยังไง!

จะให้เด็กอายุ13-14ปีมาเป็นภรรยา? บ้าไปแล้ว!

หลิงฉางเจวี๋ยแสร้งทำราวกับไม่เห็นหน้าอันบูดบึ้งของหลี่หวง และกล่าวต่อว่า

“คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลจวิ๋น จากสายขี้เหร่กลายมาเป็นสาวงามชั่วข้ามคืน ปัจจุบันเป็นนักอัญเชิญชั้นกลาง และที่สำคัญยังเป็นนักอัญเชิญผู้มากพรสวรรค์ฝึกปรือได้ทุกธาตุ? ทำสัญญากับทั้งวิหคเพลิงและหม้อหลอมโอสถวิเศษ...”

“หุบปาก! เจ้าต้องการอันใดกันแน่!?”

สีหน้าของหลี่หวงเริ่มมืดทมิฬลงทันใด

หลิงฉางเจวี่ยนั้นยังดูสงบและอ่อนโยนตลอดเวลา ทั่วทั้งใบหน้าคงรักษารอยยิ้มไม่เสื่อมคลายราวกับไม่เปลี่ยนแปลงมานับหมื่นปี

แต่หลี่หวงทราบดีว่า คนแบบนี้อันตรายเสียยิ่งกว่าผู้ชายที่ดูเย็นชาตลอดเวลาเสียอีก!

จบบทที่ ตอนที่24 ไอ้หนุ่มโลลิค่อน!?

คัดลอกลิงก์แล้ว