เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่15 ข้างกายข้ายังขาดฮูหยิน

ตอนที่15 ข้างกายข้ายังขาดฮูหยิน

ตอนที่15 ข้างกายข้ายังขาดฮูหยิน


ตอนที่15 ข้างกายข้ายังขาดฮูหยิน

สายตาของหลี่หวงดุดันสยดสยอง ประดุจอสรพิษที่กำลังเลื้อยเข้าฉกหลิงฉางเจวี่ยก็ไม่ปาน

หลิงฉางเจวี่ยสบตาอีกฝ่ายอย่างปราศจากความเกรงกลัวใดๆ เขาลอบถอนหายใจเล็กน้อยพลางรำพึงรำพันกับตัวเองว่า

‘หากสายตาสามารถสังหารผู้คนได้ นางคงใช้มันบั่นศรีษะข้าทิ้งแล้วกระมัง’

แม้ชีวิตที่ผ่านมาของหลิงฉางเจวี่ยจะเคยผ่านพ้นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เขาก็มิกล้าประมาทต่อสายตาที่ดุดันชั่วร้ายของหลี่หวง

นี่นับเป็นแรงกดดันแบบหนึ่ง หรือมันคือสายตาอสรพิษอันไร้ปราณีอย่างแท้จริงกันแน่

หากจะพูดกันตามตรง สายตาของนางนับว่าน่ากลัวยิ่งนัก

หลิงฉางเจวี่ยอดที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งมิได้ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้าเพียงแค่มาเยี่ยมเยียนเจ้าเท่านั้น มิได้คิดที่จะนำเรื่องนี้ไปบอกแกผู้ใด”

เขาลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปหาหลี่หวงอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่หลิงฉางเจวี่ยลุกขึ้นยืนนั้น หลี่หวงจึงได้ตระหนักว่า ชายหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างที่ค่อนข้างสูงยิ่งนัก

นางถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมองจนเกือบมุม45องศาเลยทีเดียว

ร่างกายของหลิงฉางเจวี่ยหาได้กำยำบึกบึน ตรงกันข้าม เขากลับมีเรือนร่างที่มีทรวดทรงงดงามอย่างมาก

หลี่หวงมั่นใจอย่างยิ่งว่า หากหลิงฉางเจวี่ยผู้นี้เปลี่ยนมาสวมอาภรณ์อย่างอิสตรี แต่งหน้าทำผมเผ้าสักหน่อยแล้วล่ะก็ คงจะมิมีผู้ใดจดจำได้ว่าเขาเป็นบุรุษอย่างแน่นอน!

อย่างไรเสีย หลังจากได้ฟังคำพูดของหลิงฉางเจวี่ย สัญชาติญาณของหลี่หวงกลับสั่งให้นางแสดงอาการต่อต้านกลับไปอย่างไม่รู้ตัว

“ในเมื่อพบข้าแล้ว เช่นนั้นก็ถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับไปได้แล้ว!”

หลี่หวงหมุนตัวกลับโดยไม่เหลียวมองเขาอีกเลย

พินิจจากรัศมีกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากเรือนร่างของอีกฝ่ายในเวลานี้ มันช่างแกร่งกล้าเกินกว่าที่หลี่หวงจะทำอะไรเขาได้

“เหตุใดเจ้าจึงใจร้ายได้ถึงเพียงนี้?”

หลี่หวงหารู้ไม่ว่า หลิงฉางเจวี่ยเข้าใกล้ตนเองตั้งแต่เมื่อใด เมื่อรู้ตัวอีกทีใบหน้าของเขาก็โน้มเข้ามาคลอเคลียอยู่บริเวณไหล่อันนุ่มนวลของนางเสียแล้ว พลางกระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากแทบจะสัมผัสใบหูของนาง

แต่ทว่าน้ำเสียงของเขากลับไม่อ่อนโยนเท่าไหร่นัก ตรงกันข้าม น้ำเสียงนั้นชักพากระแสกลิ่นอายชั่วร้ายออกมาสายหนึ่งแทน

หลี่หวงรู้สึกอึดอัดใจยิ่งนักกับการที่อีกฝ่ายเข้ามาประชิดเนื้อประชิดตัว และแสดงกิริยาเช่นนี้กับนาง

แล้วที่น่าสงสัยไปกว่านั้นก็คือ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นอะไรกับใบหูของนางนัก?

หนึ่งชั่วความคิดโฉบวูบ ปลายนิ้วของนางพลันขยับเคลื่อนไหว ปรากฏเป็นดอกกุหลาบพิษสวยงาม พุ่งเข้าโจมตีบริเวณลำคอของอีกฝ่ายโดยตรง

หลิงฉางเจวี่ยบิดร่างหมุนเลี่ยงหลบเล็กน้อย พลางใช้มืออีกข้างจับข้อมือของหลี่หวงเอาไว้ได้ทัน

รอยยยิ้มยังคงปรากฏบนใบหน้าของเขาไม่มีจางหาย

“ทั่วทั้งร่างของเจ้ามีตาลวดหนามหรืออย่างไร? นี่นางพญางูพิษหรือแมงป่องกันแน่?”

“...ปล่อยข้า!”

หลี่หวงจงใจไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย และพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม

“อย่าขยับให้เสียแรงจะดีกว่า หากยังดื้อรั้นข้าก็ไม่กล้ายืนยันเช่นกันว่า ข้อมือของเจ้าจะหักหรือไม่?”

หลี่หวงหยุดชะงันไปทันใด ยามนี้รีบเร่งสงบสติอารมณ์ลง นางเงยหน้าขึ้นจับจ้องหลิงฉางเจวี่ยอย่างใจเย็น หากนางคือนางพญางูพิษ ชายผู้นี้ก็คงจะเป็นพญาจิ้งจอกชัดๆ!

“เจ้าต้องการสิ่งใด?”

หลี่หวงเค้นเสียงเอ่ยถามขึ้นอย่างเย็นชา

หลิงฉางเจวี่ยไม่ตอบ ทว่ากลับใช้ปลายแขนเสื้อตวัดกุหลาบพิษงดงามบนเรียวนิ้วของหลี่หวลกระเด็นหลุดไปอยู่ที่มุมห้อง มืออีกข้างรวบเอวของนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน

“ข้างกายข้าผู้นี้กำลังขาดฮูหยินสักคนอยู่พอดี ดูไปดูมาเจ้าเองก็ไม่เลวเลย เจ้าสนใจที่จะติดตามข้าไปอยู่ด้วยกันกับข้าหรือไม่?

หลิงฉางเจวี่ยกล่าววาจาเย้าหยอก แต่น้ำเสียงกลับฟังดูจริงจังไม่น้อย

“โรคจิตรึไง! หรือเป็นพวกรักเด็ก!?”

หลี่หวงถูกอีกฝ่ายสวมกอดแน่นจนรู้สึกอึดอัด และยังคงพยายามดิ้นรนอย่างสุดแรง

หลิงฉางเจวี่ยเองก็หาใช่คนที่ชอบบังคับขืนใจผู้ใด เขาให้ความร่วมมือกับหลี่หวงเป็นอย่างดี คลายมือปล่อยร่างของนางออกจากอ้อมกอด

“ด้วยอายุของเจ้าเวลานี้ ย่อมสามารถเป็นฮูหยินของข้าได้แล้ว ถึงอย่างไร ข้าก็จะให้เวลาเจ้าได้ไปใคร่ครวญเรื่องนี้ดู”

หลิงฉางเจวี่ยยกเรียวนิ้วขึ้นมาจิ้มปลายจมูกน้อยๆของหลี่หวงด้วยความรักใครเอ็นดู

“แล้วเจอกันคราวหน้า”

ประดุจสายลมหนึ่งพัดผ่านหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง เสมือนว่ามิเคยมีผู้ใดได้เข้ามาเหยียบย่างก่อนเลย

“เจ้าหมอนี่...มันคิดจะทำอะไรกันแน่?”

หลี่หวงบ่นพึมพำกับตัวเอง

“นายท่าน! ชายผู้นั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก!”

ในห้วงความคิดของนาง สุ้มเสียงของเหยาอวี้ดังก้องขึ้นมา

“เมื่อครู่เจ้าหายไปที่ใดมา?”

หลี่หวงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ระหว่างที่หลิงฉางเจวี่ยปรากฏกายขึ้นนั้น เหยาอวี้กลับหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จบบทที่ ตอนที่15 ข้างกายข้ายังขาดฮูหยิน

คัดลอกลิงก์แล้ว