เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE302 ดาราสมุทร (5) [ฟรี]

GE302 ดาราสมุทร (5) [ฟรี]

GE302 ดาราสมุทร (5) [ฟรี]


ม่านพลังจากเข็มทิศ สะท้อนการโจมตีเป็นลูกศรนับหมื่น

ซีหลานไม่เข้าใจ เหตุใดเข็มทิศดาราทั่วไปถึงได้ทรงพลังมากขนาดนี้

ดอกบัวสีเงิน 3 หมื่นดอกที่ลอยอยู่เองก็งดงาม

ลูกศรนับหมื่นเมื่อครู่ทรงพลังพอให้สังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูง นั่นหมายความว่า อานุภาพของพวกมันทรงพลังเทียบเท่าการจู่โจมของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงสุด

ขนาดดอกบัวเพียง 3 พันดอกยังรับการจู่โจมระดับนั้นได้ หากมีดอกบัว 5 พันดอกคงรับการจู่โจมของผู้เชี่ยวชาญกึ่งไร้แบ่งแยกได้

หากสร้างดอกบัวได้ 3 หมื่น คงรับการจู่โจมของผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลงขั้นกลางได้เหมือนกัน

“เป็นวิชาป้องกันที่ทรงพลังมาก… ไม่รู้ว่าเขาสร้างดอกบังได้มากสุดกี่ดอก”

ซีหลานกอดหนิงฝานแน่น นางไม่กล้ากล่าวถามเพราะกลัวจะรบกวนหนิงฝาน หลังจากนี้เขาจะเปิดฉากเข่นฆ่า นางไม่กล้ามองจึงหลับตาแน่น

ธนูนับหมื่นเข้าปะทะกับม่านพลังของอีกฝ่าย เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

ม่านพลังที่ก่อตัวขึ้นใหม่ของพวกมันเกิดรอยร้าวมากมายนับไม่ถ้วน แม้จะฟื้นฟูได้ แต่ต้องใช้เวลาไม่น้อย

ม่านพลังที่สามารถรับการจู่โจมของผู้เชี่ยวตัดวิญญาณขั้นสูงสุดได้ ยามนี้คงรับได้แค่การจู่โจมของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูง

“ถ่วงเวลามันไว้จนกว่าม่านพลังจะฟื้นฟูเสร็จ อย่าให้มันจู่โจมม่านพลังอีก!”

“เจ้าไปป้องกันเมือง พวกข้าจะถ่วงเวลามันเอง!”

อสูรกึ่งตัดวิญญาณ 5 ตนทะยานออกจากม่านพลังเข้าล้อมหนิงฝาน

พวกมันทั้งห้ามีเกร็ดีอบตัว ลักษณะคล้ายอสูรปลา แรงกดดันของพวกมันไม่ธรรมดา หากเทียบกับทะเลส่วนนอก พวกมันทุกคนแข็งแกร่งทัดเทียมเหล่าผู้นำหอคอยโอสถของวิหารสาบสูญ

หากพวกมันทั้ง 5 ร่วมมือ ย่อมสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นต้นได้ไม่ยาก

“อสูรปลากิเลน! นอกจากจะเชี่ยวชาญการร่วมมือจัดการศัตรู แต่ยังมีเกร็ดที่เรียบลื่น การจู่โจมไม่อาจเข้าถึงตัวได้ง่าย”

รูปลักษณ์และชื่อเสียงของพวกมันทั้ง 5 เป็นที่กล่าวขานในบรรดาเหล่าอสูรด้วยกัน

หนิงฝานเก็บเข็มทิศ ก้าวเข้าหาพวกมันอย่างไม่หวาดกลัว

ในชั่วขณะหนิงฝานก้าวเท้า อสูรทั้งกระอักโลหิต กลิ่นอายปั่นป่วน สีหน้าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง เผยถึงให้เห็นถึงความกลัวอย่างชัดเจน

แม้พวกมันจะทรงพลัง แต่ไม่อาจเข้าใกล้หนิงฝานได้ ที่สำคัญ แค่เพียงก้าวเดียว พวกมันกลับบาดเจ็บสาหัส

“นี่มัน… มันไม่ใช่ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้น… ไม่ใช่ขั้นกลาง... เพราะขนาดองครักษ์ของนายท่าน ยังไม่สามารถทำให้พวกข้าบาดเจ็บสาหัสได้ด้วยก้าวเดียวแบบนี้!”

หนิงฝานก้าวเท้าครั้งที่ 2 ร่างของพวกมันถูกสะบั้นจนไม่เหลือชิ้นดี

หนิงฝานใช้มือข้างหนึ่งปิดตาซีหลานไว้ อีกข้างระดมจู่โจมม่านพลังราวกับห่าฝน

“ทำลาย!”

หนิงฝานถูกแรงกระแทกถอย 7 ก้าว แต่ในขณะเดียวกัน ม่านพลังแตกระเบิดเสียงดังสนั่น ม่านพลังถูกทำลายแล้ว!

หนิงฝานปรากฏกายเหนือหอคอยสูงบนกำแพงเมืองที่อยู่ไม่ไกลนัก ก่อนแผ่สัมผัสกระบี่สีดำกวาดผ่านเป็นวงกว้าง 3 หมื่นลี้ เรียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม ร่างอสูรน้อยใหญ่ถูกสะบ้าน

เพียงชั่วพริบตาเดียว สัตว์อสูรนับแสนถูกสังหาร ทำให้ขุมกำลังอีกฝ่ายลดหายไปกว่า 3 ใน 10 ส่วน

“สัมผัสกระบี่! แย่แล้ว รีบแจ้งท่านองครักษ์เร็วเข้า!”

พวกมันไม่อาจป้องกันหนิงฝานได้อีก พวกมันคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะทรงพลังขนาดทำลายม่านพลังของพวกมันได้ หากพวกมันรู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ ย่อมใช้อสูรนับแสนเสริมกำลังม่านพลัง หนิงฝานสมควรทะลวงไม่ได้ง่ายขนาดนี้

หนิงฝานยื่นมือไปเบื้องหน้า หยดพิรุณโลหิตนับพันปรากฏ พุ่งเข้าหาอสูรในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม ก่อนจะทะลวงร่างของพวกมัน

พวกมันบางตัวรอดพ้นจากการจู่โจมได้ พวกมันเร่งทะยานไปยังภูเขาเพื่อแจ้งข่าวให้กับองครักษ์ทราบ

หนิงฝานเก็บหยดพิรุณพลางดึงดูดเอาแก่นอสูรและโลหิตของสัตว์อสูรแก่นทองคำนับแสน อสูรดวงจิตแรกเริ่มนับพันที่ถูกสังหาร ทั้งหมดผสานหลอมรวมเป็นลูกกลมสีแดงโลหิตบนฝ่ามือหนิงฝาน ภายในอัดแน่นไปด้วยปราณโลหิตที่ทรงพลัง

หากดูดซับลูกกลมนี้เข้าไป พิษของหนอนม่วงจะถูกสลายไป 1 ใน 100 ส่วนทันที แต่หากจากใช้มันยกระดับปราณอสูร อาจต้องใช้วิธีการพิเศษบางอย่าง

สิ่งที่เหมาะสมสำหรับใช้ลูกกลมมากที่สุดคือการขับพิษและยกระดับสัมผัสเทพ

“หากข้าถอนพิษได้ใด สัมผัสเทพของข้าสมควรบรรลุขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงสุด!”

เมื่อหนิงฝานเปิดฉากจู่โจม ทหารศิลาก็นำทาสบุกจู่โจมในอีกทาง

รังของอสูรจำนวนมากถูกทำลายอย่างง่ายดาย เหล่าอสูรที่พบเห็นต่างเปล่งเสียงร้องเตือนภัยให้ตัวอื่นๆทราบ

เสียงคำรามและโหยหวนของเหล่าอสูร ทำให้ซีหลานที่อยู่ในอ้อมกอดของหนิงฝานหวาดกลัว ใบหน้านางซีดขาว ร่างกายสั่นเทา

นางยังไม่เคยเข้าร่วมสงครามจริงๆมาก่อน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทะเลโลหิตเช่นนี้ นางจึงหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

ลึกเข้าไปในเขากุ่ยซ่ง องครักในขอบเขตตัดวิญญาณกำลังกำลังฟังเพลงบรรเลงและดื่มสุราอย่างมีความสุข

เสียงบทเพลิงขับขาน บรรยากาศลุ่มหลงมัวเมาจนไม่ได้ทันได้สังเกตุเหตุการณ์ภายนอก องครักษ์เหล่านั้นกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญ

ในหมู่พวกมัน มีอสูรชรา ผมขาว เหลือดวงตาเพียงข้างเดียว กดดันอันทรงพลังแผ่ออกจากร่าง แววตาลุ่มลึกราวกับมหาสมุทร

มันคือผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นกลางที่มีฝีมือ และทำหน้าที่รับใช้ราชาหมึกอย่างภักดี

แผนการบุกเกาะดารา มันก็เป็นผู้ร่วมวางแผน

“กว่าจะเดินทางไปถึงต้องเวลาอีก 1 เดือน เมื่อถึงยามนั้น กองทัพน่าจะเข้าล้อมเกาะเรียบร้อยแล้ว… อยากจะเห็นจริงว่าเจ้านั่นมันทรงพลังขนาดไหน มันจะรับการจู่โจมของข้าได้หรือเปล่า?”

“ข้ามีร่างกายขอบเขตกระดูกหยกที่สองขั้นสูงสุด ในดาราสมุทรนี้ ตัวข้านับเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของดาราสมุทร! แค่ 3 กระบวนท่า ย่อมสังหารคนผู้นั้นได้”

“3 กระบวนท่า? ไม่สิ แค่กระบวนท่าเดียวก็พอแล้ว หืม? ทำไมข้างนอกดูคึกครื้นกันมาก”

ชั่วพริบตานั้น มันขมวดคิ้วแน่น สีหน้าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

แม้จะอยู่ห่างออกไปหมื่นลี้ แต่มันได้ยินเสียงร้องของเหล่าอสูรจากสัมผัสเทพอย่างชัดเจน

แต่ที่ทำให้มันตกตะลึงคือ ในโถงหลักของวังที่มันอยู่ มีผู้เยาว์ในอาภรณ์ขาวพาสตรีนางหนึ่งที่ดูหวาดกลัวเดินเข้ามา มันไม่อาจสัมผัสได้ถึงการมาของผู้เยาว์คนนั้นได้แม้แต่น้อย

ผู้ช่วยของมัน 7 คนที่สัมผัสได้ต่างชักกระบี่ สีหน้าแตกตื่นไม่แพ้กัน

พวกมันเห็นหน้าหนิงฝานไม่ชัด แต่ที่บอกได้ก็คือ อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นต้น ส่วนสตรีนางนั้นอยู่ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูง!

“ขอบเขตตตัดวิญาณขั้นสูง!”

แม้พวกมันจะตกตะลึง แต่กลิ่นอายที่ผันผวน ใบหน้าซีดขาวของซีหลาน ทำให้พวกมันรู้ว่านางบาดเจ็บ จึงไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว

การที่หนิงฝานมาถึงที่นี่ สมควรมีเป้าหมายสำคัญ

เมื่อพวกมันทุกคนแผ่สัมผัมเทพสำรวจโดยรอบ สีหน้าพวกมันแปรเปลี่ยนหลวงอีกครั้ง รังอสูร 3 แสนแห่งถูกทำลาย ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ 11 คน รวมถึงมังกรทมิฬล้อมวังไว้

“รนหาที่ตาย กล้าดียังไงมาล่วงเกินวังพวกข้า!”

ผู้ช่วยองครักษ์ 2 คนทะยานตรงเข้าหาซีหลายและหนิงฝาน

นอกจากสองคนนี้แล้ว ที่เหลือเป็นทาสทั้งหมด หากดูจากระดับพลังแล้ว นางแข็งแกร่งกว่าผู้เยาว์คนนั้นมาก บางทีผู้เยาว์คนนั้นอาจเป็นผู้ควบคุมทาสเบื้องนอก

แม้ทาสเหล่านั้นจะทรงพลัง แต่หากจัดการกับผู้ควบคุมได้ พวกมันก็สามารถพลิกสถานะการณ์ได้

แม้การฉลองจะถูกขัด แต่คนอื่นๆที่กำลังดื่มอยู่นั้นไม่ได้สนใจการปรากฏของหนิงฝานแม้แต่น้อย

ซีหลานบาดเจ็บ ร่างกายอ่อนแรง กลิ่นอายปั่นป่วน นางไม่อาจต่อสู้ได้

แต่กลิ่นอายของหนิงฝานยังคงทรงพลังไม่เปลี่ยน แต่ด้วยที่เขาอยู่เพียงขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้น พวกมันจึงไม่หวาดกลัว

“ฉลามกัด!”

“กลืนกิน!”

พวกมันกลายร่างเฉพาะส่วน คนหึ่งศีรษะกลายเป็นฉลาม อีกหนึ่งกลายเป็นวาฬ อ้าปากกว้างหวังกัดกินหนิงฝาน

อสูรตัดวิญญาณที่ระดับร่างกายที่แข็งแกร่ง แค่เพียงขบกัดเบาๆ พวกมันก็สังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณได้ง่ายๆ

แม้พวกมันจะจู่โจมอย่างรวดเร็วราวกับอัสนี แต่หนิงฝานเร็วกว่า

ในขณะที่พวกมันเข้าประชิด หนิงฝานชกหมัด 2 ครั้งซ้อนเข้าที่ใบหน้าของพวกมันอย่างจัง จนทำให้ฟันร่วง

แต่ด้วยอานุภาพของหมัดที่ทรงพลังเกินไป ทำให้ร่างกายของพวกมันไม่อาจทนไหว จนระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิตไป

องครักษ์อสูรตกตะลึง มันคาดไม่ถึงว่าหมัดธรรมดาจะสังหารอสูรตัดวิญญาณขั้นต้นสองคนได้ในพริบตา จากอานุภาพของหมัดแล้ว อย่างน้อยสมควรมีระดับร่างกายไม่ด้อยไปกว่าขอบเขตกระดูกหยกที่ 2

มันพยายามจ้องหน้าหนิงฝาน แต่เมื่อยิ่งมองยิ่งรู้สึกคุ้น แต่มันกลับจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ดังนั้นมันจึงตะโกนสั่งผู้ที่อยู่ในงานทุกคน

“มันอยู่ขอบเขตกระดูกหยกที่ 2 พวกเจ้าห้ามลงมือ ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!” มันบอกเป็นนัยว่าให้หาโอกาสลอบจู่โจม ซึ่งผู้ติดตามของมันเข้าใจและจ้องมองหนิงฝานไม่วางตา

หนิงฝานก้าวไปเบื้องหน้า แรงกดดันที่รุนแรงขององครักษ์อสูรถูกหักล้างอย่างรวดเร็ว

“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะจัดการข้าในกระบวนท่าเดียวสินะ?”

*อ็อก!*

แรงกดดันถูกหักล้างด้วยแรงกดดันที่ทรงพลังยิ่งกว่า จนทำให้มันต้องถอยไป 10 ก้าว เมื่อทรงตัวได้ มันกลับกระอักโลหิตอย่างรุนแรง

“เด็กนั่นทำอะไร ทำไมแรงกดดันของข้าถึงถูกสลายชั่วพริบตา”

“ร่วมมือกันจัดการมัน!”

“ฆ่า!”

อสูรเหล่านี้แม้รู้ว่าพวกมันต้องตาย แต่พวกมันก็พร้อมจะเสี่ยงชีวิต พวกมันจึงทุ่สสุดตัว

แรงกดดันของอสูรทุกตนพุ่งเป้ามาที่หนิงฝาน ในขณะที่พวกมัน 6 คนกำลังทะยานเข้าหาหนิงฝาน จู่ๆอีก 3 คนก็แยกตัวลอบจู่โจมซีหลาน

“อสูรแห่งดาราสมุทรเป็นได้แค่พวกชอบข่มเหงสตรี!”

แววตาหนิงฝานแปรเปลี่ยนเย็นชา ก่อนหน้านี้เขาเคยเจอสถานะการณ์เดียวกันมาแล้ว ฉู่เฟิงเกือบจะลอบจู่โจมซีหลานสำเร็จ และครั้งนี้ เขาย่อมไม่ประมาท

หนิงฝานถอยไปหาซีหลานในพริบตา โอบประครองร่าง ก่อนที่อสูรทั้ง 3 จะปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า เมื่อพวกมันปรากฏตัว สีหน้ากลับแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

“หลับตา...” หนิงฝานกล่าวกับซีหลานอย่างอ่อนโยน

“หนีเร็ว! ผู้ใดที่ยังไม่บรรลุขอบเขตกระถางขัดเกลาให้หนีไป! มันอยู่ในขอบเขตกระดูกหยกที่ 3!”

หนิงฝานซัดฝ่ามือเข้าใส่อสูรทั้ง 3 อานุภาพของฝ่ามือทำให้กระดูกทั่วร่างแตกหัก

ไม่ว่าใครก็ไม่กล้ารับฝ่ามือตรงๆ!

“แปลงร่าง!”

อสูรทั้งสามที่ถูกฝ่ามือเร่งแปลงร่างเป็นอสูรยักษ์พันจ้าง

แม้พวกมันจะมีร่างกายที่ทรงพลังขึ้น พลังป้องกันแข็งแกร่งขึ้น แต่ด้วยฝ่ามือที่ระดมเข้ามาของหนิงฝาน ร่างกายของพวกมันก็ยังไม่อาจทนไหวจนต้องตายไป

หนิงฝานไม่สนใจการจู่โจมของผู้ติดตามอีก 3 คนที่เหลือ หนิงฝานก้าวเดินจนครบ 9 ก้าว ก่อนที่ปราณกระบี่ขนาดใหญ่และทรงพลังจะปรากฏ กวาดผ่านรัศมีหมื่นจ้าง องครักษ์อสูรถูกปราณกระบี่อย่างจัง มันบาดเจ็บสาหัส กระอักโลหิตคำโตจนยากจะทรงตัว เมื่อมันหันมองคนอื่นๆ ทุกคนถูกสังหาร เหลือแต่เพียงมันคนเดียวเท่านั้น

องครักอสูรกัดฟันนำแผ่นข่ายอาคมสีแดงออกมา แต่แผ่นข่ายคมนั้น มีกลิ่นอายของผู้เชี่ยวชาญคนอื่นแอบแฝง

“ดาราทั้ง 3 ข้าหมาป่าดาราต้องการกำจัดผู้เป็นเสี้ยนหนามของท่านราชาหมึก ข้าขอปลดผนึกพวกท่าน!”

มันหยดโลหิตลงบนแผ่นข่ายอาคม แผ่นข่ายอาคาเปล่งแสงเจิดจ้า ก่อนปรากฏเงาร่าง 3 ร่าง

เจ้าของเงาร่างทั้ง 3 นั้น บรรลุถึงจุดสูงสุดของขอบเขตตัดวิญญาณขั้นกลาง

“ในที่สุดก็ได้ออกมาสักที!”

ทั้งสามหันมององครักษ์อสูร และหันมองหนิงฝานด้วยแววตาเย้ยหยัน แต่พวกมันเห็นซากร่างของอสูรตัดวิญญาณที่ถูกสังหารไป พวกมันขมวดคิ้ว

“ขอพวกท่านสังหารพวกมันทั้งสองคนด้วย!” องครักษ์อสูรกล่าว

“ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นสูงที่บาดเจ็บ กับผู้เยาว์ขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้น? ก็ได้” พวกมันหัวเราะเยาะ

แต่หนิงฝานกลับก้าวไปเบื้องหน้า ปราณสีดำแผ่ออกจากร่างก่อนที่ตัวเขาจะกลายเป็นบุรุษในอาภรณ์ดำ พร้อมกับร่างกายที่สลายเป็นเส้นแสงสีดำมากมายนับไม่ถ้วน

กระบี่วารีผันแปร!

สีหน้าของพวกมันแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

“นี่มันวิชาอะไรกัน!”

“วิชาจำแลงร่างที่มีแต่ผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกเท่านั้นที่ใช้ได้ แต่วิชาจำแลงร่างทั่วไปไม่อาจใช้จู่โจมได้”

“แต่วิชาที่มันใ้ไม่ใช่แบบนั้น แบบนี้พวกข้าจะรับได้ยังไง? บัดซบเอ้ย! เจ้าพาพวกข้ามาตายชัดๆ!”

ทั้ง 4 แยกย้ายหลบหนีด้วยความเร็วสูงสุด แต่เมื่อพวกมันออกไปนอกวัง กลับต้องชงักฝีเท้า!

“ตาย!”

เส้นแสงสีดำทะลวงร่างของพวกมันทั้ง 4 พร้อมกัน ยามนี้ ภูเขากุ่ยซ่งไร้ซึ่งสีมีชีวิต หนิงฝานสร้างกระบี่บินด้วยปราณ ถ่ายทอดข้อความและส่งมันออกไปบางแห่ง

โลหิตที่หนิงฝานได้จากที่นี่สมควรช่วยแก้พิษและยกระดับสัมผัสเทพได้ไม่น้อย

กระบี่บินที่หนิงฝานส่งออกไป มุ่งตรงไปหาราชาหมึก

“ทำลายกองทัพข้า ทำลายภูเขากุ่ยซ่งและองครักษ์ของข้า! เจ้าไปเตรียมทัพให้พร้อม เราจะไปชิงที่นั่นกลับคืน”

เมื่อถ่ายทอดคำสั่งเสร็จ ราชาหมึกก็หายไป

หนิงฝานรวบรวมโลหิตและร่างกายของเหล่าอสูรที่เขาสังหารจนได้ลูกกลมมาลูกหนึ่ง

อีกฝ่ายต้องการสังหารเขา ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้บุกมาแก้แค้นก่อน

“ลู่เป่ย ข้ากลัวเลือด!” ซีหลานไม่กล้าลืมตา ท่าทางของนางทำให้หนิงฝานขบขัน

“เจ้ากินโอสถก่อน...”

“นี่โอสถผันแปรที่ 6 ชื่อว่า โอสถคืนสวรรค์ เป็นโอสถรักษาของผู้เชี่ยวชาญไร้ดัดแปลง”

“รีบๆกินได้แล้ว” หนิงฝานปล่อยนางพลางหันมองทะเลโลหิต

ยามนี้เขาสังหารอสูรแก่นทองคำไป 4 แสน ดวงจิตแรกเริ่ม 1 หมื่น ตัดวิญญาณขั้นต้น 11 ขั้นกลาง 12 และขั้นสูง 1 คน

“ถ้าเจ้ากลัว จะกลับไปก่อนก็ได้นะ”

“ไม่ ข้าจะอยู่กับเจ้า...” ซีหลานก้มมองโอสถ

“ลู่เป่ยต้องชอบข้าจริงๆแน่ ไม่งั้นคงไม่กล้ามอบโอสถล้ำค่าแบบนี้ให้!”

“ท่านพ่อบอกว่าวิชาปรุงโอสถของเผ่าเรา ห้ามเผยแก่คนนอก… แต่หากเขาเป็นคนรักข้า ข้าย่อมสอนเขาได้!”

จบบทที่ GE302 ดาราสมุทร (5) [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว