เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE301 ดาราสมุทร (4) [ฟรี]

GE301 ดาราสมุทร (4) [ฟรี]

GE301 ดาราสมุทร (4) [ฟรี]


ภูเขากุ่ยซ่งตั้งอยู่ทางใต้ของดาราสมุทร อยู่ในปกครองของอสูรหมึก เป็นเหมือนปราการด่านนอกของอาณาเขตมัน กินพื้นที่กว่าแสนลี้ มีที่อยู่อาศัยของอสูรเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีอสูรแก่นทองคำคอยป้องกันอยู่ราว 3 แสนตน

สุดขอบภูเขากุ่ยซ่ง มีม่านพลังที่เกิดจากธรรมชาติ สัตว์อสูรบริเวณนั้นต่อสู้รบรากันบ่อยครั้ง

รอบข้างภูเขากุ่ยซ่ง มีภูเขาอีกหลายลูกที่เป็นแหล่งพักอาศัยของนายกองอสูร ในหมู่พวกมัน มีการพบปะพูดคุยกันบ่อยครั้ง

ไกลออกไปจากภูเขากุ่ยซ่ง 3 หมื่นลี้ แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามา

เจ้าของแสงสีทองคำรถเพลิงทองคำ บนนั้น หนิงฝานยืนตระหง่านพลางจ้องมองม่านพลังเบื้องหน้า

ม่านพลังก่อตัวขึ้นจากปราณที่เย็นเฉียบ ทหารศิลาและเหล่าทาสในขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้นไม่กล้าเข้าใกล้เกิน 3 จ้าง

ปราณเหล่านี้คือพิษปีศาจเยือกแข็งที่รุนแรง หากต้องพิษ อวัยวะภายในจะถูกแช่แข็งกระทั่งลามไปถึงทะเลสติ

“ลู่เป่ย… นี่โอสถที่เจ้าขอ” ซีหลานเดินออกมาจากรถเพลิงทองคำอย่างรีบเร่ง พลางยื่นโอสถที่ยังร้อนอยู่ให้

โอสถผันแปรที่ 5 ระดับกลาง... ‘โอสถหงส์เพลิงเสริมดวงจิต’

หนิงฝานได้มอบตำรับโอสถให้นาง โดยที่นางไม่รู้ว่าโอสถนี้จะได้ผลหรือเปล่า แต่เมื่อนางได้เห็นรายชื่อสมุนไพร ทุกชนิดล้วนมีสรรพคุณแก้ปราณเย็นโดยเฉพาะ

โอสถชนิดนี้จะทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ในทะเลสติช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อขับปราณเย็นออกมา

แม้นางไม่รู้ว่าหนิงฝานจะนำโอสถชนิดนี้ไปทำอะไร แต่นางไม่ถาม นางทำเพียงโคจรวิชาลับเพื่อสะกดอาการบาดเจ็บจากพิษ ปรุงโอสถให้หนิงฝานจนแล้วเสร็จ

โดยทั่วไปนางจะใช้เวลาประมาณ 100 วันในการปรุงโอสถชนิดนี้ แต่ด้วยนางฝืนปรุงให้เสร็จใน 3 วัน อาการบาดเจ็บของนางจึงทวีความรุนแรงมากขึ้น

“เจ้าปรุงโอสถเสร็จใน 3 วันงั้นเหรอ?” หนิงฝานประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของนาง เขาจึงรู้ว่าทำได้ยังไง ฉะนั้นตอนนี้ร่างกายของนางจึงได้รับความเสียหายมาก

หนิงฝานปกป้องหน้าด้วยหน้าที่ แต่นางก็ยังทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยเขา นางช่างเป็นสตรีที่บริสุทธิ์

“ลำบากเจ้าแล้ว...”

“ข้าไม่เป็นไร เจ้ารีบกินโอสถเข้าเถอะ!” นางกล่าว

“อืม” หนิงฝานกลืนโอสถเข้าไป ความร้อนที่รุนแรงแผ่ไปทั่วเส้นลมปราณ กระจายไปทั่วร่าง กระทั่งครอบคลุมทั้งทะเลสติ

สัมผัสกระบี่ในทะเลสติผสานเข้ากับเพลิง ความเย็นทั่วร่างถูกย้ายมายังทะเลสิก่อนที่สัมผัสกระบี่ของหนิงฝานจะเข้าสยบพวกมัน เปลี่ยนให้พวกมันกลายเป็นเพลิงที่ลุกโหมรุนแรง

หนิงฝานคาดไม่ถึงว่าปราณเย็นเหล่านั้นจะเสริมพลังให้กับทะเลสติ

“เจ้าทำได้ยังไง ย้ายปราณพิษพวกนั้นไปยังทะเลสติ แล้วเปลี่ยนให้มันกลายเป็นแหล่งเสริมพลังให้กับทะเลสติ!” ซีหลานตกตะลึง ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าทำไมหนิงฝานถึงให้นางปรุงโอสถชนิดนี้

พิษชนิดนี้เปรียบเหมือนการจู่โจมด้วยสัมผัสเทพ ที่ทรงพลังเทียบเท่ากับสัมผัสเทพของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงสุด

แต่ในเมื่อมันคือสิ่งที่ใช้จู่โจม หากเปลี่ยนให้มันเป็นแหล่งพลังงานได้ ก็สมควรดูดกลืนได้ ซีหลานประหลาดใจที่หนิงฝานทำได้ หากเป็นผู้เชี่ยวชาญคนอื่นต้องพิษ คนเหล่านั้นคงไม่เสี่ยงทำเหมือนหนิงฝาน

“ทำไมเจ้าต้องเสี่ยงขนาดนี้! ทำไมเจ้าต้องเสี่ยงดูดซับพิษเข้าไป!” นางตื่นตระหนกจนเกือบจะร้องไห้ หากนางรู้ว่าหนิงฝานจะจัดการกับพิษเช่นนี้ นางจะไม่ปรุงโอสถให้เขา นางจะปรุงโอสถชนิดอื่นที่ช่วยชีวิตเขามากกว่า

หากผิดพลาดอาจส่งผลกระทบกับระดับพลัง เช่นระดับพลังตกลง ดังนั้นนางจึงเป็นห่วงหนิงฝานมาก

“ข้าไม่เป็นไร!” หนิงฝานกล่าวปลอบพลางลูบศีรษะนางเบาๆ ทำให้ใบหน้านางแดงก่ำ เป็นครั้งแรกที่นางถูกบุรุษลูบศีรษะเช่นนี้

นางเอะใจ หลังจากกินโอสถ ชักนำพิษเข้าสู่ทะเลสติและเปลี่ยนให้มันเป็นแหล่งพลังงานหล่อเลี้ยง หนิงฝานก็สัมผัสกายนางได้อีกครั้ง

“เจ้าสลายพิษได้แล้วเหรอ?” นางกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ

“ก็แค่ชั่วคราว! ตอนนี้จิตวิญญาณกระบี่ของข้ากำลังสยบมัน ทำให้มันไม่อาจแช่แข็งทะเลสติของข้าได้ หากข้าดูดซับมันได้หมด สัมผัสเทพของข้าจะทรงพลังขึ้นมาก”

หนิงฝานยิ้มอย่างมีความสุข แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็จะใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นพิษก็ใช้ประโยชน์มันได้เช่นกัน

พิษหนอนม่วง หากไม่ตายก็สามารถใช้มันเสริมความแข็งแกร่งให้สัมผัสเทพได้

สัมผัสกระบี่ผสานกับโอสถหงส์เพลิงเสริมดวงจิต ยิ่งหนิงฝานหาโลหิตอสูรมาถอนพิษได้เร็วเท่าไหร่ สัมผัสเทพของเขาก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น

หนิงฝานชี้นิ้วไปเบื้องหน้า รถเพลิงทองคำพุ่งทะยานไปยังตีนเขากุ่ยซ่ง!

ทหารที่ทำหน้าที่อารักขาเขากุ่ยซ่งกว่าร้อยนาย สัมผัสถึงการปรากฏตัวของรถเพลิงทองคำ มันตกตะลึงกับความเร็ว มันไม่เคยเห็นรถที่เร็วขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ที่สำคัญ ยังปรากฏตัวที่ตีนเขาโดยที่พวกมันไม่ทันสังเกตุ

สัตว์อสูรเหล่านั้นเปล่งเสียงคำรามเตือนภัย เหล่าอสูรที่เฝ้าแถวนั้นเข้าล้อมรถเพลิงทองคำไว้อย่างรวดเร็ว

“หยุดอยู่ตรงนั้น! เจ้าเข้ามาที่นี่อย่างผิดกฏ ข้าให้เวลาเจ้ากลับไป 3 ลมหายใจ ไม่งั้นตาย!”

ผู้นำของเหล่าทหารอารักขาอยู่เพียงขอบเขตแก่นทองคำ มันเห็นผู้ที่มาปรากฏกายทั้งหมด 13 คน รวมถึงมังกรทมิฬร่างกายใหญ่โตที่ทำหน้าที่ลากรถ มันไม่อาจสัมผัสได้ว่าผู้ที่มามีพลังระดับไหน

แต่ถึงมันจะไม่ทราบระดับพลังของอีกฝ่าย ต่อให้อีกฝ่ายทรงพลัง พวกมันก็ไม่กลัว เพราะพวกมันคือผู้รับใช้ของราชาหมึก ย่อมไม่มีผู้ใดกล้ามาก่อเรื่องที่นี่ ดังนั้น พวกมันจึงกล้ากล่าววาจาสามหาวกับหนิงฝาน

หนิงฝานกระโดดลงจากรถ สัมผัสเทพที่ทรงพลังในระดับตัดวิญญาณขั้นสูง ทะลวงผ่านม่านพลังที่มองไม่เห็น กระทั่งกระทบร่างของอสูรเหล่านั้น

เมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงสัมผัสเทพที่กวาดผ่านร่าง สีหน้าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง ความรู้สึกหวาดกลัวปรากฏขึ้นในใจพวกมัน เพราะสัมผัสเทพเมื่อครู่ทรงพลังยิ่งกว่านายกองแห่งเขากุ่ยซ่งเสียอีก

แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือกลิ่นอายของปราณปีศาจอันทรงพลัง ที่แฝงมากับสัมผัสเทพ ทำให้พวกมันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

“ท่าน...ท่านเป็นใคร! สัมผัสเทพทรงพลังขนาดนี้ ท่านไม่ใช่คนของทะเลสมุทรแน่!”

พวกมันไม่กล้ากล่าววาจาสามหาวเหมือนก่อน เพราะถูกความกลัวเข้าครอบงำ

แม้พวกมันจะมีร่างกายใหญ่โตราวกับขุนเขา แต่แรงกดดันของหนิงฝานคนเดียวกลับสยบพวกมันได้ทั้งหมด

แม้พวกมันจะสุภาพด้วย แต่เหตุใดหนิงฝานต้องสนใจ เพราะเจ้านายของพวกมันคือศัตรูของเขา ที่สำคัญ โลหิตของพวกมันจำเป็นต่อการถอนพิษของเขาด้วย

“ตายซะ!”

สัมผัสกระบี่กวาดผ่าน ร่างกายถูกตัดผ่านเป็นชิ้นๆ แต่ในขณะเดียวกัน หนิงฝานก็ดูดซับและกินโลหิตของพวกมันเข้าไปด้วย

แม้จะเป็นโลหิตของอสูรแก่นทองคำ แต่ก็ยังช่วยลดความรุนแรงของพิษลงได้เสี้ยวหนึ่ง

แม้จะเป็นเสี้ยวเดียว แต่กลับทำให้สัมผัสเทพของเขาทรงพลังขึ้นไม่น้อย

เมื่อผลลัพธ์ที่ได้เกินคาดจนน่าตกใจ หนิงฝานจึงเกิดความคิดที่จะดูดซับเอาพิษหนอนม่วงหรือพิษปีศาจเยือกแข็งเพื่อยกระดับสัมผัสเทพ

“ใครมาก่อเรื่องที่นี่ รนหาที่ตายชัดๆ!”

เมื่อกลุ่มอสูรอารักขาถูกสังหาร สัตว์อสูรขนาดใหญ่กว่าหมื่นจ้างคำรามด้วยความโกรธ

เหล่าทหารที่อยู่ไกลออกไปสังเกตุเห็นหนิงฝาน พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้ เพียงกระตุ้นข่ายอาคม ยิงลูกศรเพลิงนับหมื่นเข้าใส่พร้อมกับแจ้งเตือนไปยังภายใน

“ลูกศรทำลายหยก คาดไม่ถึงว่าพวกมันจะมีข่ายอาคมระดับตัดวิญญาณขั้นสูงสุด ลูกศรเหล่านี้ทรงพลังมาก แต่ละดอกสามารถสังหารผู้เชี่ยวแก่นทองคำขั้นสูงได้ง่าย และหมื่นดอกนี้ สามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นสูงได้ง่ายเหมือนกัน”

ซีหลานกล่าวด้วยความกังวล นางกลัวว่าหนิงฝานจะได้รับบาดเจ็บเพราะศรเหล่านี้

หนิงฝานหันมองนาง เมื่อเห็นสีหน้า เขาจึงกล่าว

“ข้าจะลงมือสังหารแล้ว… ถ้าเจ้ากลัวก็หลับตาเถอะ...”

เมื่อสิ้นคำกล่าว ปราณสังหารที่รุนแรงแผ่ออกจากร่างหนิงฝาน

ในมือหนิงฝานปรากฏแสงสีเงิน หนึ่งคือเข็มทิศที่เขาสร้าง อีกหนึ่งคือกระบี่แยกสวรรค์

ยามนี้ ม่านพลังบางอย่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหนิงฝาน

การปรากฏของม่านพลังเกิดจากเข็มทิศดารา แต่ด้วยม่านพลังเกิดจากการผสานของข่ายอาคมโบราณ มันจึงทรงพลังเป็นอย่างมาก

หลังจากม่านพลังปรากฏ ม่านพลังได้ให้กำเนิดดอกบัวสีเงินระยิบระยังกว่า 3 หมื่นดอก

ซีหลานดวงตาเบิกกว้าง ดอกบัวเหล่านี้งดงาม งดงามยิ่งกว่าดอกไม้ไฟ

“นี่มันวิชาอะไร? ทำไมข้าไม่เคยเห็นเขาใช่วิชานี้มาก่อน”

เมื่อดอกบัวปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ ม่านพลังได้หดตัวลงคุ้มกันเพียงหนิงฝานและซีหลาน

เมื่อลูกศรนับแสนเข้าปะทะม่านพลัง ศรเหล่านั้นถูกเผาด้วยเพลิงสีเงินทันที

ฉากที่ปรากฏ ทำให้เหล่าอสูรตกตะลึง นั่นมันวิชาอะไร เหตุใดถึงมีพลังป้องกันที่ทรงพลังเช่นนั้น

“ดอกบัง 3 พันดอกก็น่าจะเพียงกับการโจมตีเมื่อครู่...”

ทันทีที่หนิงฝานกล่าวจบ ม่านพลังที่ต้านรับลูกศรเอาไว้ ได้ให้กำเนิดลูกศรนับแสนเช่นเดียวกับการจู่โจมที่ได้รับ นั่นคือความพิเศษของม่านพลัง นั่นคือการป้องกันและสะท้อนการจู่โจม...

จบบทที่ GE301 ดาราสมุทร (4) [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว