เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE29 กลั่นกระบี่แยกสวรรค์ กระบี่แห่งดวงดาว

GE29 กลั่นกระบี่แยกสวรรค์ กระบี่แห่งดวงดาว

GE29 กลั่นกระบี่แยกสวรรค์ กระบี่แห่งดวงดาว


 

“ในยุคแรกเริ่มมีวิธีโบราณในการสร้างมนุษย์ มีโลหะโบราณชนิดหนึ่งเรียกว่าดวงดาว เบื้องบนมีเทพผู้หักกระดูกของตนสร้างเป็นอาวุธ ในหมู่เทพมีจักรพรรดิผู้มีชีวิตเป็นนิรันดร์ ผู้ใดที่บูชาจักรพรรดิ ผู้นั้นจะได้รับรู้ถึงความลึกลับของโลก ร่างกายของจักรพรรดิแปรเปลี่ยนเป็นสรรพชีวิตมากมายนับไม่ถ้วน ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นตะวันและจันทรา ลมหายใจแปรเปลี่ยนเป็นอัสนี เมื่อความฝันจบลง ทุกสรรพสิ่งจะหายไป...”

 

ภายในห้องตีอาวุธ ตำหนักซื่อฟาน หนิงฝานนั่งอยู่หน้าเตาโลหะ หนิงฝานถือกระบี่แยกสวรรค์ไว้ในมือพลางหวนนึกถึงความทรงจำที่กระจัดกระจายของล่างกู่

 

“คัมภีร์แห่งเต๋า”... ข่าวลือว่ามันคือคัมภีร์ที่ตกทอดจากยุดแรกเริ่มมายังจักรพรรดิสวรรค์โบราณ ภายในความทรงจำที่กระจัดกระจายของล่างกู่นั้น มีเพียงข้อความสั้นๆที่ไม่ประติดประต่อกัน

 

ข้อความส่วนหนึ่งในคัมภีร์แห่งเต๋า มีส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ในยุคนั้น และกล่าวถึงดวงดาวโบราณ

 

ดวงดาวโบราณใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างอาวุธ ที่หากไม่ใช่เทพก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ แม้ภายในกระบี่แยกสวรรค์จะมีเศษเสี้ยวของดวงดาวโบราณอยู่เพียงเล็กน้อย แต่มันกลับล้ำค่าและยากจะหาเล่มที่สองได้เหมือน

 

แต่นั่นยังไม่ทำให้หนิงฝานพึงพอใจ ทักษะการหลอมสร้างอาวุธของซื่อหวูเสียยังอ่อนด้อยเกินไป ยังมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนมากเกินไป ซึ่งสิ่งเหล่านั้นได้ขัดขวางอานุภาพที่มหัศจรรย์ของดวงดาวโบราณ

 

แววตาของหนิงฝานใสกระจ่างและเงียบสงบ แววตาคู่นั้นจับจ้องราวกับต้องการมองกระบี่แยกสวรรค์ให้กระจ่าง

 

คมกระบี่คือแร่ทองคำเก่าแก่ ปลายกระบี่คือแร่เงินสายฟ้า ตัวกระบี่คือโลหะพิภพ... กระบี่เล่มนี้ใช้แร่ล้ำค่าหายากระดับสูงสุดในการสร้าง มันนับเป็นกระบี่ที่มีชื่อเสียง แต่ก็ทำได้เพียงมีชื่อเสียง หากไร้ซึ่งความมหัศจรรย์ของดวงดาวโบราณ มันก็ไม่ใช่กระบี่เทพ

 

“ข้าต้องนำเอาสิ่งสกปรกออกจากแร่ทองคำเก่าแก่ แร่เงินสายฟ้า และโลหะพิภพ โดยการหลอมมันใหม่ทั้งหมด”

 

หนิงฝานขยับนิ้วออกคำสั่งกระบี่ ก่อนที่มันจะลอยเข้าไปในเตาหลอม

 

เตาหลอมโลหะใบนี้มีเพียงเพลิงชีพจรพิภพ อานุภาพของมันไม่รุนแรงมากนัก หากให้หลอมกลั่นเอาสิ่งสกปรกออกจากกระบี่แยกสวรรค์ อย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายเดือน

 

แต่หนิงฝานไม่ได้มีอารมณ์รอนานขนาดนั้น

 

หนิงฝานสูดหายใจ แล้วคายเพลิงหยินหยางออกมาจากปาก จากนั้นใส่ลงไปในเตาหลอม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเพลิง

 

ด้วยอานุภาพของเพลิงพยินหยาง อย่างช้า ตัวกระบี่จะถูกหลอมในสามวัน

 

แต่ด้วยพลังของหนิงฝาน เขาสามารถใช้เพลิงหยินหยางหลอมกระบี่อย่างต่อเนื่องได้เพียง 2 ชั่วยามเท่านั้น

 

ดังนั้นเขาจึงนำขวดโอสถจำนวนมากออกมาวางไว้เบื้องหน้า โอสถเหล่านั้นมี ‘โอสถคืนแก่น’ ‘โอสถฟื้นฟูจิตวิญญาณ’ และ ‘โอสถคืนพลัง’ โอสถเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูพลังที่หายไปได้อย่างรวดเร็ว

 

เวลาไหลผ่านอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ หนิงฝานใช้พลังควบคุมเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง 3 วันเต็ม และยามนี้ กระบี่แยกสวรรค์ได้กลายเป็นโลหะร้อนทั้งหมดแล้ว

 

ความร้อนที่รุนแรงแผ่ออกจากเตาหลอม เผาใบหน้า เผาเส้นผมของหนิงฝาน โลหะหลอมของกระบี่ที่ทรงพลัง เปล่งอานุภาพราวกับจะทำลายเตาหลอมออกมา หากพลังงานที่อยู่ภายในเตาหลอมปะทุ ตำหนักแห่งนี้คงได้พังทะลาย

 

แววตาของหนิงฝานจริงจัง เขากำลังเฝ้าสังเกตุโลหะหลอมที่อยู่ในภายใน เขาจำเป็นต้องแยกเอาสิ่งไม่บริสุทธิ์ออกมาก่อนที่พลังข้างในจะปะทุ

 

หนิงฝานนำกระบี่ไร้เงาออกมา จากนั้นใช้ทักษะกระบี่เพลิงผันแปรเพื่อถ่ายอานุภาพของกระบี่ลงไปในเตาหลอม

 

แยกขี้เถ้าม่วง...

 

แยกหยกมังกรน้ำแข็ง...

 

แยกแก่นโลหะเพลิง...

 

แยกหยกไร้น้ำตา...

 

ทุกสิ่งที่แยกออกมาทำให้กระบี่แยกสวรรค์ลดระดับจากสูงสุดมายังต่ำสุด กระทั่งไม่คู่ควรเป็นสมบัติวิญญาณ

 

หนิงฝานสูดหายใจลึก หากระดับของมันตกลงมากกว่านี้ การกลั่นกระบี่แยกสวรรค์ของหนิงฝานจะล้มเหลว

 

หนิงฝานถอนพลังของกระบี่ไร้เงาออกมา จากนั้นหยดโลหิตลงไปในเตาหลอม เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับของกระบี่ลดลงไปมากกว่านี้

 

เมื่อโลหิตทำปฏิกิริยากับโลหะหลอมภายในเตา ระดับของมันก็ไม่ลดลงอีก เมื่อเห็นเช่นนั้น หนิงฝานสูดหายใจลึกอย่างวางใจ หน้าผากผุดเม็ดเหงื่อมากมาย ใบหน้าเผยรอยยิ้ม ขั้นตอนจากนี้ต่อไปจะเป็นขั้นตอนง่ายๆแล้ว

 

หนิงฝานกินโอสถจำนวนมากเข้าไปเพื่อให้พลังของตนฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น หนิงฝานสะบัดแขนเสื้อเพื่อดับเพลิงภายในเตาหลอม เมื่ออุณหภูมิความร้อนลดลง กระบี่แยกสวรรค์ก็ค่อยๆคืนรูป

 

ผ่านไปชั่วธูปไหม้หมดครึ่งดอก เสียงตีกระบี่ก็ดังออกมาจากภายในเตา หนิงฝานเอามือกดฝาเตาไว้ แต่แสงที่อยู่ภายในเตายังคงสาดกระจายทั่วทิศ

 

แสงที่ส่องออกมากระจ่างใสราวกับน้ำ นับว่างดงามเป็นอย่างมาก

 

หนิงฝานชี้ไปที่แสงก่อนมันจะแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ยาวสามเซี้ยะ ลอยลงมายังฝ่ามือของหนิงฝาน ยามนี้ตัวกระบี่ยังคงร้อนอยู่

 

หนิงฝานอ้าปากดูดกลืนเอาเพลิงหยินหยางที่เหลือภายในเตาหลอมกลับคืน เมื่อเขาสำรวจกระบี่แยกสวรรค์ สีหน้าก็เผยความพึงพอใจ

 

ยามนี้แม้ระดับของกระบี่แยกสวรรค์ยังต่ำชั้นเกินจะเป็นสมบัติวิญญาณ แต่ความสามารถของมันกลับเพิ่มพูน

 

ก่อนหน้านี้ที่กระบี่แยกสวรรค์เคลื่อนไหว มันเพียงเปล่งแสงสะท้อนจากโลหะ ไม่เปล่งแสงทอประกายราวกับดวงดาวในยามนี้ นั้นเพราะมันมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนมากเกินไป  ทำให้ส่งผลกระทบกับดวงดาวโบราณที่เป็นส่วนหนึ่งของมัน

 

แต่ยามนี้กระบี่เปล่งแสงราวกับดวงดาว มีเพียงระดับของมันเท่านั้นที่ยังต่ำชั้น แต่วันหนึ่ง มันจะกลายเป็นกระบี่เทพที่งดงาม และสามารถตัดผ่าได้ทุกสิ่ง!

 

หนิงฝานใช้กระบี่ในมือกรีดแขน เพื่อนำโลหิตมาเซ่นสรวงแก่กระบี่

 

การที่กระบี่ได้อาบโลหิต ถือเป็นการกำเนิดใหม่ของมัน และมันก็รับหนิงฝานเป็นนายอีกครั้ง

 

ทันใดนั้น กระบี่แยกสวรรค์ในมือเปล่งประกาย ท้องนภาเหนือเมืองฉีเหม่ยปกคลุมด้วยแสงแห่งดวงดาราที่งดงาม แม้ยามนี้เป็นกลางวัน แต่ผู้ที่อยู่ห่างออกไป 100 ลี้ยังมองเห็นแสงได้อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์ประหลาดกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน รวมถึง 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองฉีเหม่ย อันได้แก่ ‘ตระกูลหวู่’ ‘ตระกูลเย่’ ‘ตระกูลโม่’ และ ‘ตระกูลฟาง’ นอกจากนี้ยังมียุ่ยฉีที่กำลังดูแลหมู ซื่อถูที่กำลังฝึกฝนกระบี่ และหนานกงนั่งมองเข็มทิศ ทั้งหมดจ้องมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง

 

ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนออกมาจากที่พักของตนเพื่อดูปรากฏการณ์ที่น่าตระหนกบนท้องนภา

 

การที่แสงแห่งดวงดาวปรากฏขึ้นกลางวันแสกๆ หมายถึงการถือกำเนิดใหม่ของอาวุธเทพ คำกล่าวนั้นเป็นเพียงตำนานเล่าขาน แต่ยามนี้ผู้คนในเมืองฉีเหม่ยกลับได้เห็นปรากฏการณ์นั้นด้วยตา

 

“กลางวันปรากฏดวงดาว... อาวุธเทพถือกำเนิด... หรืออาจเป็นปีศาจเฒ่าตระกูลฟางที่สร้างอาวุธเทพขึ้น? เป็นไปได้อย่างไร?”

 

“ข้าว่าสมควรเป็น... นักเสริมวิญญาณของตระกูลโม่ที่ได้เสริมจิตวิญญาณและพลังเทพที่ทรงพลังเข้าไปในอาวุธหรือสมบัติวิญญาณที่สร้าง”

 

ผู้คนมากมายคาดเดากับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หลังจากผ่านไป 10 หายใจ ปรากฏการณ์นั้นก็เลือนหายไปจากท้องนภา ไม่มีผู้ใดรู้ว่า ผู้ใดเป็นผู้สร้างอาวุธเทพ

 

“หนิงน้อย... เจ้าทำข้าตกตะลึงอีกแล้ว... อาวุธเทพโบราณ... ถึงกับหลอมสร้างสิ่งนี้ขึ้นได้ ในอนาคต ยามที่เจ้าก้าวไปยังแดนสวรรค์ทั้ง 4 บางทีเจ้าอาจถูกทวยเทพมากมายท้าทาย!”

 

หานหยวนจี๋ส่ายหน้า ชายชราไร่ซึ่งสมาธิ ไม่นานกระถางโอสถของชายชราก็ระเบิด เถ้าถ่านภายในพวยพุ่ง

 

“โอสถผันแปรที่ 4 ของข้า อีกเพียงนิดเดียว...นิดเดียวเท่านั้นก็จะเสร็จ! ข้าไม่อยากอยู่แล้ว ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว”

 

ชายชราทำกระถางโอสถระเบิดมา 61 ครั้งแล้ว

 

หนิงฝานผลักประตูออกมาจากห้องหลอมอาวุธ ยามนี้กระบี่ที่เปล่งแสงราวกับดวงดาวกำลังลอยวนอยู่รอบกาย

 

จิตสังหารอันเย็นเฉียบแผ่ออกมาจากกระบี่ ทุกสิ่งในรัศมี 3 จ้างถูกปราณกระบี่ของหนิงฝานตัดขาด

 

เป็นกระบี่ที่แหลมคนนัก ด้วยกระบี่เล่มนี้ หนิงฝานสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญเปิดเส้นชีพจรที่ 10 ได้โดยไม่ต้องใช้พลัง และยิ่งหากผสานทักษะกระบี่เพลิงผันแปรเข้าไป ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้ายก็สังหารได้ ยามนี้ หนิงฝานจึงมั่นใจว่า ไม่มีผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นสุดท้ายคนใดที่สามารถรับกระบี่ของหนิงฝานได้!

 

หนิงฝานอ้าปากสูดลม กระบี่ยาวสามเซี้ยะแปรสภาพเป็นลำแสงพุ่งหายเข้าไปในท้องของหนิงฝาน มันคงสภาพอยู่ภายในตันเถียนเฉกเช่นเดียวกับสร้อยหยินหยาง

 

ด้วยพลังจิตวิญญาณที่ผสานเข้ามาในเส้นชีพจรของหนิงฝาน กระบี่แยกสวรรค์ได้ดูดกลืนพลังเหล่านั้นและเริ่มวิวัฒนาการตนเองอย่างช้าๆ

 

มีอยู่ 2 วิธีที่ช่วยยกระดับให้กับอาวุธเทพโบราณ หนึ่งคือผ่านการดูดซับพลัง สองคือการสังหารผู้คน วิธีนี้คือการใช้โลหิตเพิ่มระดับ

 

หนิงฝานสูดหายใจลึก เขายังไม่พอใจกับกระบี่ ยามนี้เขาอยากใช้อีกวิธีที่จะทำให้กระบี่แยกสวรรค์ยกระดับเร็วขึ้น

 

นั่นคือการเสริมวิญญาณ! หนิงฝานต้องเพิ่มพลังเทพเข้าไปในกระบี่!

 

หากเพิ่มด้วย ‘ตรึงร่าง’ เมื่อกระบี่ปรากฏ ศัตรูจะเคลื่อนที่ได้ช้าลง

 

หากเพิ่มด้วย ‘ล่าเงา’ กระบี่แยกสวรรค์จะไล่ล่าศัตรูด้วยตัวของมันเอง

 

หากเพิ่มด้วย ‘เสริมความเร็ว’ เข้าไป กระบี่แยกสวรรค์จะชักออกจากฝักได้เร็วขึ้น

 

การเสริมวิญญาณไม่มีผลกับระดับของกระบี่แยกสวรรค์ มีแต่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

 

แต่โชคร้ายที่หนิงฝานไม่รู้วิธีเสริมวิญญาณ การเสริมวิญญาณให้อาวุธและสมบัติวิญญาณนั้น เป็นอาชีพใหม่ที่เพิ่งปรากฏในโลก ในความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์หรือล่างกู่นั้น จึงไม่ปรากฏ

 

แม้หนิงฝานไม่สามารถเสริมวิญญาณได้ แต่โชคยังดีที่ในเมืองฉีเหม่ยแห่งนี้ มีนักเสริมวิญญาณที่เลื่องชื่ออยู่

 

ในเมืองฉีเหม่ยแห่งนี้มีขุมกำลังที่ทรงอำนาจอยู่ 7 ส่วน... 3 ส่วนแรกคือ 3 ปีศาจทมิฬที่รับผิดชอบเรื่องการต่อสู้ อีก 4 ส่วนคือ 4 ตระกูลใหญ่ที่รับผิดชอบเรื่องการค้าขายและขนส่ง

 

ตระกูลใหญ่ทั้ง 4 อันได้แก่ ตระกูลหวู่ ตระกูลเย่ ตระกูลโม่ และตระกูลฟาง ล้วนมีแนวทางการทำงานเป็นของตน... ผู้นำตระกูลหวู่ ‘หวู่หลาน’ เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘โฉมสะคราญหลาน’ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข่ายพลัง... ผู้นำตระกูลเย่ ‘เย่หวน’ เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘อสูรเมฆาหวน’ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเมฆเซียน... ผู้นำตระกูลฟาง ‘ฟางโน๋ว’ รู้จักกันในชื่อ ‘ผู้เชี่ยวชาญสมบัติโน๋ว’ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสมบัติวิญญาณ เป็นผู้สร้างสมบัติวิญญาณที่ได้รับความเคารพจากผู้เชี่ยวชาญแก่นทองคำ

 

และตระกูลสุดท้ายคือตระกูลโม่ ผู้นำตระกูล ‘โม่หรูฉุ่ย’ รู้จักกันในชื่อ ‘เทพโม่’  เชี่ยวชาญด้านการสร้างสมบัติวิญญาณและการเสริมวิญญาณ นางคือนักเสริมวิญญาณที่มีชื่อเสียง

 

ความสามารถ ‘ตรึงร่าง’ ที่หายาก ของกระถางแยกโอสถของหานหยวนจี๋ ก็ได้โม่หรูฉุ่ยเป็นผู้เสริมวิญญาณให้

 

ในแดนสวรรค์ทั้ง 4 และโลกทั้ง 9 นักเสริมวิญญาณจะเป็นที่เคารพนับถือกว่านักปรุงโอสถ และผู้สร้างอุปกรณ์วิญญาณ ข่าวลือว่าผู้ที่จะเป็นนักเสริมวิญญาณนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่รายละเอียดในส่วนนั้น ไม่มีผู้ใดทราบ

 

หนิงฝานยิ้มเล็กน้อย หลังจากแยกสิ่งสกปรกออกจากกระบี่แยกสวรรค์ได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมุ่งหน้าไปพบโม่หรูฉุ่ยเพื่อเสริมพลังให้กระบี่ของตน

 

หากเสริมพลังให้กระบี่ได้ พลังในการรบของหนิงฝานจะเพิ่มขึ้น

 

หนิงฝานกลับไปห้องของตนเพื่อดูแลจื่อเฮ่อ ไม่นานนักเขาก็เร่งมุ่งหน้าไปยังตระกูลโม่ที่อยู่ทางใต้ของเมืองฉีเหม่ย

 

***

 

ยามนี้ เบื้องหน้าทางเข้าตระกูลโม่ ผู้คุ้มกันจำนวนมากยืนเรียงแถวเป็นรูปขบวนคุ้มกัน

 

แต่ผู้คุ้มกันยามนี้ไม่ได้มีเพียงผู้คุ้มกันของตระกูลโม่ ยังมีผู้คุ้มกันจากตระกูลหวู่ ตระกูลฟาง และตระกูลเย่อยู่ด้วย

 

นั่นหมายความว่า คนสำคัญตระกูลทั้ง 4 มารวมตัวกันที่ตระกูลโม่ ยามนี้ทั้งหมดนั่งอยู่ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง

 

ผู้นำตระกูลโม่...โม่หรูฉุ่ย เป็นสาวน้อยในอาภรณ์สีดำ นางมีอายุมากกว่า 300 ปี ดวงตางดงามและเย็นชา ยามนี้นางกำลังจ้องมองผู้ที่อยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้

 

“ผู้อาวุโสหลิน... นายน้อยหลาน… บุตรแห่งไป๋ซุน...ไป๋ปี้ และศิษย์แห่งเฮยซวน...เยี่ยนซวนหยิน ฮ่าฮ่า... แขกผู้ทรงเกียรติทั้ง 4 ได้มาเยือนตระกูลโม่ของข้าด้วยโอกาสอันใด?”

 

“โม่หรูฉุ่ย...ข้าจะไม่อ้อมค้อม วันนี้ข้าตั้งใจขอให้ท่านเสริมวิญญาณ ‘เผาวิญญาณ’ ให้ข้า”

 

บุรุษหนุ่มในชุดคลุมดำนามเยี่ยนซวนหยิน แสดงสีหน้าเย็นชาไม่สนใจผู้ใด

 

มันไม่เห็นผู้เชี่ยวชาญประสานวิญญาณขั้นแรกของ 4 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองฉีเหม่ยอยู่ในสายตา!...

จบบทที่ GE29 กลั่นกระบี่แยกสวรรค์ กระบี่แห่งดวงดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว