เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE5 สร้างชื่อ

GE5 สร้างชื่อ

GE5 สร้างชื่อ


Chapter 0005 สร้างชื่อ

 

หนิงฝานในชุดขาวดำโดดเด่นเดินออกมาจากตำหนักซื่อฟานอย่างสบายๆ ในขณะที่จื่อเฮ่อเองก็เดินตามออกมาด้วยระยะห่างเพียง 2 ก้าว ผมเผ้าของนางจัดแต่งทรงดูเหมือนสาวน้อย นอกจากนี้ นางสวมใส่ชุดคลุมขนหมาป่าตัวหนา แต่มือน้อยๆทั้งสองข้าของนางยังมีสีแดงที่เกิดจากอากาศอันหนาวเย็น

 

“พี่หนิง ท่านไม่หนาวหรอ? ทำไมท่านถึงได้สวมใส่ชุดที่บางขนาดนั้น?”

 

จื่อเฮ่อถูมือไปมาพลางกล่าวถามด้วยความกังวล

 

“หนาวสิ แต่เพราะเจ้าถามข้าแบบนั้น ข้าก็เลยไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป... มันแปลกดีนะ”

 

หนิงฝานหันกลับมาเย้าหยอกนางทำให้ใบหน้าของจื่อเฮ่อแดงระเรื่อ

 

หนิงฝานถือโอกาสออกมาจากตำหนักซื่อฟานเพื่อทำยาถอนพิษและเขายังพาจื่อเฮ่อออกมาด้วย ทั้งสองต้องดูแลความรู้สึกที่มีต่อกัน เพราะตอนนี้ ทั้งสองคือสามีภรรยากันแล้ว

 

หากไม่ดูแลความสัมพันธ์ต่อกัน เมื่อถึงยามที่หนิงฝานต่อบ่มเพาะโดยการมีเพศสัมพันธ์กับจื่อเฮ่อ มันย่อมเป็นเรื่องยากที่หนิงฝานจะเรื่องนั้นทำได้

 

บรรยากาศระหว่างระหว่างหนุ่มน้อยผู้หล่อเหลาและสาวน้อยผู้เอียงอายช่างดียิ่งนัก เพียงแต่ ปีศาจเฒ่าหานได้ทำลายบรรยากาศนี้ลง

 

ปีศาจเฒ่าเดินมาเบื้องหน้าของทั้งสองคนก่อนจะเดินนำทางทั้งสองคนไป ตลอดทางที่ทั้ง 3 เดินผ่าน เหล่าผู้บ่มเพาะวิถีปีศาจทั้งหลายที่เห็นหนิงฝานต่างพาหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว

 

“ฮ่าฮ่า พวกเจ้าทั้งสองพูดคุยกระหนุงกระหนิงกันต่อเถอะ คิดซะว่าข้าไม่ได้อยู่ตรงนี้ คนหนุ่มคนสาวนี่นะ… เห้อ… เมื่อยามที่ดอกไม้ผลิบาน พวกเจ้าต้องเด็ดมันทันที เพราะเดี๋ยวมันจะเหี่ยวเฉาเสียก่อน ฮ่าฮ่าฮ่า….”

ใบหน้าปีศาจเฒ่าแสดงออกถึงอาการตื่นเต้นแทนที่จะเป็นใบหน้าอันหม่นหมองเหมือนอย่างในอดีต ชายชรายิ้มแย้มราวกับดอกไม้ผลิบาน เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น? นั่นก็เพราะ ชายชรามีโอกาสที่จะได้ถอนพิษและรักษาเส้นโลหิตของเขา

 

เหล่าผู้บ่มเพาะวิถีปีศาจทั้งหลายที่่เห็นปีศาจเฒ่ายิ้ม กลับพากันหนีอย่างรวดเร็ว เพราะเท่าที่พวกเขาพบเจอมาในอดีต เมื่อใดก็ตามที่ปีศาจเฒ่าขมวดคิ้ว นั่นหมายถึงเขามีความสุข และเมื่อใดก็ตามที่ปีศาจเฒ่าหัวเราะ นั่นหมายถึงเขาต้องการฆ่า!

 

“เห้อ… หนุ่มน้อยผู้นี้คือศิษย์คนใหม่ของท่านเจ้าเมืองอย่างงั้นหรอ? มันจบแล้ว...เขาต้องไม่รอดแน่ๆเลย คนต้องทำอะไรสักอย่างให้เจ้าเมืองโกรธจนเป็นบ้าไปแล้วแน่เลย”

 

ทุกคนต่างเห็นใจและสงสารหนิงฝาน

 

พื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองฉีเหมยคือตลาดที่มีเม็ดยาหลายชนิดและอาวุธวิญญาณวางขาย ส่วนทางตอนเหนือของเมืองคือคลังสมบัติและลานเม็ดยาของปีศาจเฒ่า

 

ลานเม็ดยามีชื่อเรียกว่า ‘ตำหนักเหมย’ สร้างขึ้นโดยใช้เพลิงกางไว้ทั้ง 4 มุมของคฤหาสน์ แก่นชีวิตของหญ้าที่ใช้ในการปรุงยานั้นอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล นอกจากนี้ที่คฤหาสน์เหมยยังมีข่ายพลังกางเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ผู้คนเข้ามาข้างใน แต่ถึงอย่างนั้น แสงจากดวงอาทิตย์ยังคงสาดส่องผ่านข่ายพลังลงมาได้ตามปกติ ที่ภายนอกคฤหาสน์ มีกลุ่มกองกำลังสีดำทมิฬอยู่ประมาณ 400 คน ซึ่งบนเกราะไหล่ของพวกเขาก็ประดับไว้ด้วยดอกเหมยสีแดงโลหิตที่ผลิบานจำนวน 7 ดอก

 

ผู้นำของกองกำลังทมิฬคือบุรุษผู้สูงกว่า 2 จ้างและมีการบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตประสานวิญญาณ หนิงฝานเคยพบชายคนนี้แล้วเมื่อยามที่กองกำลังทมิฬกล่าวต้อนรับปีศาจเฒ่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

 

เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นปีศาจเฒ่าปรากฏตัวขึ้นเขาจึงรีบโค้งคำนับ ในฉับพลัน ส่วนทหารนกองคนที่เหลือต่างพากันคุกเข่าลง

 

“นายกององค์รักษ์เหมย ‘ยุ่ยฉี’ คารวะท่านจ้าวเมือง! คารวะนายน้อย...”

 

เหล่ากองทหารทั้งหมดต่างคุกเข้าให้หนิงฝานอย่างไม่เต็มใจ

 

“ไม่จำเป็นต้องมากพิธี พวกเจ้าทั้งหมดไปซะ….เดี๋ยว! วันนี้ข้าอารมณ์ดี พวกเจ้าไม่ต้องไปแล้ว มา...มาตรงนี้...มาให้ศิษย์ของข้าได้เห็นพวกเจ้า”

 

ชายชราหัวเราะขึ้น เสียงหัวเราะของปีศาจเฒ่าทำให้องค์รักษ์ทั้ง 400 คนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของปีศาจเฒ่า จึงได้รีบมารวมและจัดแถวเป็นวงกลมอย่างรวดเร็วขณะที่จิตใจพวกเขากระสับกระส่าย

 

จบสิ้นแล้ว! ท่านเจ้าเมืองกำลังหัวเราะ! ท่านอยากสังหารผู้คน! ท่านจะตำหนิพวกข้าว่าปกป้องคฤหาสน์เหมยไม่ดีอย่างงั้นหรอ?!

 

ขบวนวงกลมที่กององค์รักษ์จัดแถวนั้นมีเชื่อเรียกว่า “ค่ายกลเหมยปั่นพิภพป่วนสวรรค์” พวกเขาสูดหายใจเล็กน้อยก่อนจะที่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งเข้ากระบวนแถวตามที่ได้ฝึกฝนมา

 

ฉากที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ปีศาจเฒ่าพึงพอใจอย่างมาก นี่นับเป็นสิ่งเขาไม่ได้แสดงให้ใครดูมา 40 ปีแล้ว

 

“หนิงน้อย ดูนี่สิ… นี่คือกององค์รักษ์เหมย หนึ่งในสามกององค์รักษ์ของข้า! มีหนึ่งคนอยู่ในขอบเขตประสานวิญญาณ ส่วนอีก 400 คนที่เหลืออยู่ระดับ 5 ขอบเขตเปิดเส้นโลหิต พวกเขาสามารถทำลายเมืองเมืองหนึ่งได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถทำลายนิกายฝ่ายธรรมะระดับ 2 ได้ด้วย หนิงน้อย...ลองประเมินกององค์รักษ์เหมยของข้าดูหน่อยสิ!”

 

ใบหน้าอันอิ่มเอมราวกับดอกไม้ผลิบานของปีศาจเฒ่าแสดงให้เห็นถึงท่าทางที่อยากอวดของเขา ปีศาจเฒ่าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงอยากได้ยินคำชมจากหนิงฝาน

 

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อกององค์รักษ์เหมยทั้ง 400 คน ได้ยินคำยกยอจากปีศาจเฒ่ากลับทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว เพราะพวกเขาต่างต้องเผชิญกับภยัญตรายมามากมายนับไม่ถ้วนเพื่อปีศาจเฒ่าในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา แต่ปีศาจเฒ่ากลับไม่เคยชื่นชมพวกเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

พวกเขาหยุดสั่นเพราะความกลัวและเริ่มยืนตัวตรงนิ่ง พวกเขาพบว่าที่ปีศาจเฒ่าทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการอวดขุมกำลังของตนต่อหน้าศิษย์คนใหม่ เพราะฉะนั้น พวกเขาต้องช่วยให้ปีศาจเฒ่าได้หน้าบ้างแล้ว!

 

เหล่ากององค์รักษ์ต่างไม่สนใจกับระดับการบ่มเพาะของหนิงฝาน

 

ทรงอำนาจ? แข็งแกร่ง? เหี้ยมหาญ? ชั่วร้าย? คำเหล่านี้คือคำเยินยอ พวกเขาไม่คิดว่าขอบเขตเปิดเส้นโลหิตที่ 1 อย่างหนิงฝานจะกล้ากล่าวคำที่รุนแรงเช่นนี้ต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญทั้ง 400 คนรวมถึงปีศาจเฒ่า

 

“เมื่ออาจารย์บอกให้ข้าประเมิณพวกเขา งั้นข้าจะกล่าวสักเล็กน้อย...”

 

หนิงฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ขณะกวาดสายตามองค่ายกลของเหล่าองค์รักษ์

 

หนิงฝานเป็นเพียงผู้บ่มเพาะในขอบเขตเปิดเส้นโลหิต แต่เมื่อหนิงฝานกวาดสายตาผ่านพวกเขา พวกเขากลับรู้สึกกังวลราวกับปีศาจเฒ่ากำลังตรวจสอบพวกเขาด้วยตัวเอง

 

นายน้อยผู้นี้ไม่ได้ธรรมดาเหมือนกับข่าวลือ

 

“องค์รักษ์ทั้ง 400 คนนี้ต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญศึกสงครามและยังมีผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตประสานวิญญาณเป็นผู้นำ หากพวกเขาได้รับคำสั่งอย่างถูกต้อง แม้แต่ปีศาจเฒ่าในขอบเขตแก่นทองคำยังยากที่จะรับมือ”

 

คำประเมิณของหนิงฝานแม่นยำเป็นอย่างมากทั้งยังฟังรื่นหู แต่ถึงอย่างนั้น คำประเมิณต่อมากลับเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อาจรับได้

 

“แต่ในตอนนี้...ดูเหมือนพวกเขายังขาดความดุร้ายไป”

 

เมื่อคำกล่าวของหนิงฝานหลุดออกมา ท่าทางของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 400 คนพลันมืดมน... เด็กน้อยกลับกล้าโอหังพูดพล่ามไร้สาระและยังกล้าบอกว่าพวกเขายังดุร้ายไม่พอ

 

เหล่าองค์รักษ์ต่างติดตามปีศาจเฒ่าหานมาหลายปี ทั้งยังบดขยี้นิกายมามากมายตั้งแต่ที่หนิงฝานยังไม่เกิดซะด้วยซ้ำ! ช่างเป็นน้ำเสียงที่อวดดีเสียจริง! เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมในขอบเขตเปิดเส้นโลหิตคนนึงกลับกล้าดูถูกองค์รักษ์ทั้ง 400 คนอย่างพวกเขา!

 

ปีศาจเฒ่าพยักหน้าเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะเห็นด้วยคำกล่าวของหนิงฝาน เด็กน้อยอย่างหนิงฝานช่างน่าสนใจและยังมองสิ่งต่างๆได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

 

วันนี้ เรื่องเม็ดยารักษาถือเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักคือการอวดหนิงฝานต่อหน้าเหล่าองค์รักษ์ เพราะไม่ว่ายังไง ตอนนี้หนิงฝานก็คือนายน้อยของเมืองฉีเหมยแห่งนี้ ดังนั้น หนิงฝานต้องโน้มน้าวผู้คนให้ได้

 

“ข้าคิดว่าที่หนิงฝานกล่าวมานั้นถูกต้อง พวกเจ้ายังโหดเหี้ยมไม่พอ….”

 

ทันทีที่ปีศาจเฒ่ากล่าว เหล่าองค์รักษ์ก็สงบลงทันที

 

พวกเขากล้าแย้งคำกล่าวของหนิงฝาน แต่ไม่กล้าขัดขืนคำกล่าวของปีศาจเฒ่า

 

“หากพวกเจ้าทั้งหมดโหดเหี้ยมพอ พวกเจ้าทั้งหมดควรจะต้องสู้กับคนที่ลบหลู่เจ้าตั้งแต่แรกเห็น!”

 

ปีศาจเฒ่ากล่าว

 

เดี๋ยวนะ!.. ข้าไปดูถูกพวกเขาเมื่อไหร่? หนิงฝานนิ่งเงียบไปชั่วครู่ขณะที่แววตาของเหล่าผู้คุ้มกันแต่ละคนทอประกายทำให้พวกเขา ดูน่าสะพรึงกลัว

 

“หากพวกเจ้าไม่ชอบคำประเมิณ งั้นก็ชักดาบออกมาแล้วเผชิญหน้ากับมันซะ…. นี่คือวิถีแห่งปีศาจ! หากเจ้ารู้สึกไม่พอใจ บางที...เจ้าคงต้องสั่งสอนเจ้าเด็กนี่สักหน่อยแล้วหล่ะ! แต่ทีละคนนะ ห้ามรุม!”

 

ปีศาจเฒ่ากล่าว

 

“โอ้!! วู้ฮู้!!”

 

ในกลุ่มองค์รักษ์ บุรุษผู้โหดเหี้ยมมากมายต่างเริ่มตะโกนขึ้น กระทั่งบางคนในระดับ 5 ขอบเขตเปิดเส้นโลหิตก็พุ่งออกมาจากกระบวนแถวแล้วหักกุมกำปั้นของตนต่อหน้าหนิงฝานซึ่งเป็นสัญญาณของการท้าทาย

 

“ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ไม่เห็นด้วยกับคำประเมิณของท่าน จึงอยากสั่งสอนบทเรียนสักเล็กน้อยแก่นายน้อย... ด้วยวิธีนี้...บางทีพวกเราอาจะเข้าใจกันได้!”

 

หนิงฝานลูบหน้าผากอย่างเฉื่อยชาพลางสงสัยว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

 

“ท่านเจ้าเมืองน้อย… ท่านจะรับคำท้าของข้าหรือไม่? ถ้าไม่...งั้นก็ไสหัวออกไปจากเมืองฉีเหมย!”

 

ชายผู้นั้นถ่มน้ำลายลงพื้นพลางกล่าวอย่างโอหัง

 

ทันใดนั้น เหล่าองค์รักษ์ทั้ง 400 คนต่างยืนขึ้นและเริ่มส่งเสียงตะโกน

 

“ยอมรับเลย!”

 

“ถ้าไม่รับก็ไสหัวออกไปจากเมืองฉีเหมยซะ!”

 

“พวกข้าไม่ต้องการนายน้อยที่ไร้ประโยชน์!”

 

“แสดงทักษะของเจ้าให้พวกเขาเห็นสิ!”

 

“โอ้ว!! ฮู้ว!!”

 

จื่อเฮ้อโกรธเพราะนางรู้ว่าองค์รักษ์ทมิฬพวกนี้กำลังดูถูกพี่ใหญ่ของนาง

 

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของปีศาจเฒ่า เขาอยากเห็นว่าหนิงฝานจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกององค์รักษ์เหมยทั้ง 400 คน

 

ดี...เพราะนี่คือการแสดงพลังอำนาจของคน!

 

หากหนิงฝานที่เป็นศิษย์ของเขาไม่สามารถรับมือกับสถานะการณ์เช่นนี้ได้ เช่นนั้น สู้เขาตบหนิงฝานให้เหมือนกับเต้าหู้จนกว่าจะตายยังดีซะกว่า!

 

ปีศาจเฒ่าค่อนข้างคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงของหนิงฝานหลังจากที่หนิงฝานได้รับสร้อยหยก และยังคาดหวังกับวิธีที่หนิงฝานจะใช้แก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่

 

แต่โชคไม่ดี ที่ดูเหมือนหานหยวนจี๋จะลืมไปว่าหนิงฝานเพิ่งอยู่เพียงขอบเขตเปิดเส้นโลหิตที่ 1 ทั้งยังเพิ่งเปิดเส้นโลหิตได้ไม่นาน แล้วหนิงฝานจะสู้กับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเปิดเส้นโลหิตทั้ง 400 นี้ได้อย่างไร? นั่นมันไม่ตลกไปหน่อยหรอ?...

หนิงฝานปล่อยมือของจื่อเฮ่อพลางลูบผมดำขลับของนางอย่างอ่อนโยน หนิงฝานปลอบโยนนางเพื่อไม่ให้นางต้องโกรธ

หลังจากนั้น หนิงฝานจึงก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวเพื่อตอบรับคำท้าทาย หนิงฝานนับเป็นเพียงผู้เริ่มต้นในเส้นทางการบ่มเพาะอย่างชัดเจน เพียงแต่ เขากลับสงบนิ่งอย่างไม่อาจบอกบรรยายได้

“ข้ารับคำท้าของเจ้า มาเริ่มกันเลย!” ………………………………...

 

จบบทที่ GE5 สร้างชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว