เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GE4 เจ้าแก้พิษของข้าได้หรอ?

GE4 เจ้าแก้พิษของข้าได้หรอ?

GE4 เจ้าแก้พิษของข้าได้หรอ?


Chapter 4 เจ้าแก้พิษของข้าได้หรอ?

 

ภายในตำหนักซื่อฟาน ตำหนักน้ำแข็งที่ปีศาจเฒ่าอาศัยอยู่เพียงลำพัง สถานที่แห่งนี้ไม่อนุญาติให้ผู้ใดก้าวเข้าไปเว้นแต่หนิงฝาน

 

หนิงฝานผลักประตูออกมาด้านนอก แสงจันทร์นวลอาบไล้สาดส่อง เขาบิดตัวไปมาเพื่อผ่อนคลาย

 

หนิงฝานสวมใส่ชุดคลุมขาวรองเท้าสีเมฆ เขามัดผมขึ้นแล้วสวมใส่หมวกเต๋าสีดำคลุมทับไว้ ความลงตัวของโทนสีขาวดำขับส่งให้หนิงฝานดูหล่อเหลาและสูงศักดิ์

 

เขาเป็นเพียงหนุ่มน้อย แต่สายตาของเขากลับเปล่งประกายราวกับเป็นปีศาจเฒ่า

 

หนิงฝานหลับตาลงพลางจดจำความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์ ภายในความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์มีตำราให้เขาได้เรียนรู้มากมายเพียงแต่มีอยู่ 1 การบ่มเพราะที่นับว่าเป็นเรื่องที่ถูกตรงตามวิถี

 

‘การแปลงหยินหยาง’ ที่จักรพรรดิสวรรค์ผู้เป็นตำนานทิ้งไว้ให้

 

ทักษะนี้แบ่งออกเป็นออก 10 ระดับแยกเป็นหยินและหยาง หนิงฝานต้องบ่มเพาะทั้งหยินและหยางไปพร้อมๆกัน เมื่อบ่มเพาะจนบรรลุ 1 ระดับจะทำให้ผู้บ่มเพาะแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก ด้วยความพิเศษของสร้อยหยินหยาง เมื่อผู้บ่มเพาะใช้การบ่มเพาะร่วมกันกับอิสตรีก็จะทำให้ความแข็งแกร่งของทั้งคู่เพิ่มขึ้น

 

หนิงฝานกะประมาณคร่าวๆว่าหากเขาบ่มเพาะตามขั้นตอน เขาต้องใช้เวลากว่าหลายสิบปีกว่าจะบรรลุถึงขอบเขตประสานวิญญาณ แต่หากเขาใช้การแปลงหยินหยางและมีเพศสัมพันธ์กับอิสสตรี...เขาจะสามารถบรรลุถึงระดับ 9 ขอบเขตเปิดเส้นโลหิตได้ภายในครึ่งปี และหากเขาบรรลุการแปลงหยินหยางระดับแรกได้สำเร็จ การบ่มเพาะของเขาก็จะบรรลุถึงขอบเขตประสานวิญญาณ

 

หนิงฝานลืมตาขึ้นพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย ด้วยสร้อยหยินหยาง...ด้วยการแปลงหยินหยาง สักวันนึง..เขาจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตไร้แบ่งแยกและท่องไปทั่วโลกแห่งพิรุณนิรันดร์นี้อย่างอิสระ!

 

การที่จะบ่มเพาะการแปลงหยินหยางได้นั้น หนิงฝานต้องผสานเต๋ากับสตรี หรืออาจกล่าวว่า เขาจำเป็นต้องกลืนกินเพลิงและใช้หยางเติมหยินเพื่อให้การผสานของทั้งสองคนคงที่

 

การแปลงหยินหยางระดับที่ 1 หนิงฝานเพียงต้องมีเพศสัมพันธ์กับสตรีจำนวน 99 ครั้งพร้อมกับดูดกลืนเพลิงที่ต่างกัน 9 ชนิด

 

ในระดับที่สอง หนิงฝานต้องมีเพศสัมพันธ์กับผู้บ่มเพาะในขอบเขตจิตวิญญาณแรกเริ่มจำนวน 99 ครั้ง และต้องดูดกลืนเพลิงที่ต่างกัน 999 ชนิด

 

ในระดับที่สาม หนิงฝานต้องมีเพศสัมพันธ์กับผู้บ่มเพาะขอบเขตไร้แบ่งแยกจำนวน 99 ครั้งและต้องได้รับเพลิงสวรรค์ 9 ชนิด

 

เมื่อบรรลุการแปลงหยินหยางระดับ 3 เขาก็จะสามารถปลดผนึกโลกหยินลึกลับที่อยู่ภายในสร้อยหยินหยางได้

 

สาวงามลึกลับนางนึงติดอยู่ในโลกหยินอันลึกลับ หากหนิงฝานบรรลุการแปลงหยินหยางระดับ 3 เขาก็จะสามารถช่วยให้นางเป็นอิสระได้ แต่หนิงฝานไม่ได้คิดว่าเขาจะสามารถบรรลุขอบเขตไร้แบ่งแยกได้ภายในไม่กี่ร้อยปี แต่หากเขาผสานกายกับผู้บ่มเพาะในขอบเขตไร้แบ่งแยกก็นับว่าเป็นไปได้ที่เขาจะบรรลุไปถึงระดับนั้น

 

หนิงฝานยิ้มก่อนจะชูนิ้วขึ้น ทันใดนั้นกลับปรากฏเพลิงพร้อมกับเสียงมังกรคำรามดังขึ้น เพลิงกลุ่มนี้คือการผสมผสานระหว่างเปลวเพลิงหลายร้อยชนิดจนกลายเป็นเพลิงของมังกร แต่ว่ามังกรก็ถูกสร้อยหยินหยางของหนิงฝานสังหารไปตั้งแต่ตอนที่อยู่นิกายเหอฮวน

 

เพลิงชนิดนี้ก็มีในปีศาจเฒ่าเช่นกัน ถึงแม้การบ่มเพาะของหนิงฝานจะยังตื้นเขิน แต่ด้วยความช่วยเหลือของเปลวเพลิงจะทำให้เขาสักหารผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตประสานกายได้อย่างง่ายดายราวกับสังหารมด ซึ่งนี่คือไพ่ตายที่เขาไม่อาจให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้

 

อย่างน้อยๆ หนิงฝานก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการหาเพลิงก่อนจะถึงระดับนั้น ที่เหลือก็แค่มีเพศสัมพันธ์สตรีก็จะทำให้เขาทะลวงระดับ 1 ได้

 

หนิงฝานหันกลับมา จื่อเฮ่อก็ยังคงหลับอยู่ทำให้หนิงฝานรู้สึกลังเลในใจ

 

“มีเพศสัมพันธ์กับนางจะทำให้ข้าทะลวงระดับ 1 ได้ และการบ่มของข้าก็จะก้าวหน้าไปมาก แต่...นางยังเด็กเกินไป”

 

หลังจากหนิงฝานได้พานพบกับความโหดร้ายและฉากแห่งความเป็นความตาย มันก็ทำให้จิตใจของเขาแข็งแกร่งดุจหินผา ดังนั้น หนิงฝานจะทำร้ายจื่อเฮ่อได้อย่างไร?

 

“ช่วงชีวิตที่เหลือของข้า...ข้าไม่อาจทิ้งนางได้ ยังคงมีเรื่องอีกมากมายที่ไม่อาจเร่งร้อน ข้าจะรอให้นางโตขึ้นกว่านี้อีกหน่อย...”

 

หนิงฝานครุ่นคิดขณะที่จื่อเฮ่อก็เริ่มตื่นและส่งเสียงออกมาเบาๆ

 

นางตื่นแล้ว นางช่วยชีวิตหนิงฝานถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือสร้อยหยกและซาลาเปา ส่วนครั้งที่สอง...คือพรหมจรรย์ของนาง

 

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อนางตื่นขึ้นนางกลับไม่เห็นผู้ใด หนิงฝานทิ้งนางไว้คนเดียวทำให้นางอึดอัดเล็กน้อย...นางไม่รู้ว่าเพราะอะไร นางถูกนิกายเหอฮวนจับไปตอนนางอายุได้ 9 ขวบ นางไม่เคยมีโอกาสได้ติดต่อกับบุรุษทำให้นางไม่เข้าใจถึงความรัก ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อความรัก...นางแค่ไม่อยากเห็นหนิงฝานตาย

 

แต่เมื่อยามที่นางลืมตาขึ้น นางไม่เห็นหนิงฝาน นั่นทำให้นางโกรธ ตอนนี้หนิงฝานควรจะอยู่ที่นี่กับนาง...ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาหล่ะ? นางเสียพรหมจรรย์ไปแล้วอย่างไม่มีทางหวนคืน

 

สับสนและสูญเสีย นั่นคือสิ่งที่อธิบายถึงจื่อเฮ่อในตอนนี้ได้ดีที่สุด

 

เรือนร่างของจื่อเฮ่อนั้นบอบบาง...ขาวนวล และเต็มไปด้วยบาดแผล นางผลักหมอนออกเบาๆก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ทว่า ร่างกายท่อนล่างของนางกลับรู้สึกปวดระบม นางไม่สามารถยืนตัวตรงได้จนในที่สุดนางก็ล้มลงกับพื้น

 

“ระวัง!”

 

ทันใดนั้น บุคคลรูปร่างผอมบางได้จับนางไว้ ตอนนี้นางเปลื่อยเปล่าแต่อีกฝ่ายกลับไร้ซึ่งอารมณ์ราคะกับนาง

 

“เพิ่งตื่นหรอ?”

 

หนิงฝานยิ้มอย่างอบอุ่น

 

“อืม พี่ชาย...ท่านอย่ามองนะ ข้าไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!”

 

จื่อเฮ่อซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของหนิงฝาน เรือนร่างที่อ่อนแอและบอบบางของนางไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

 

นางไม่เข้าใจและไมรู้ว่าเหตุใด...ความรักถึงได้งดงามและน่าอัศจรรย์ เพราะตอนนี้นางหลงเหลือเพียงความเจ็บปวด

 

“ก็ได้ ข้าจะไม่ดู”

 

หนิงฝานหลับตาลงแล้วอุ้มนางกลับไปบนเตียง ขณะอุ้ม นิ้วทั้ง 5 ของเขาก็ลูบสัมผัสไปบนเรือนร่างของนาง

 

ความอ่อนโยนของหนิงฝานทำให้นางรู้สึกสบาย เพียงแต่ร่างกายของนางกำลังถูกหนิงฝานสัมผัส ทำให้นางกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก นางกล่าว

 

“พะ...พี่ชาย...อย่าทำแบบนี้….จื่อเฮ่อรู้สึกแปลกๆ….”

 

“ข้ากำลังรักษาบาดแผลและเปิดเส้นโลหิตของเจ้า มันจะช่วยทำให้โลหิตของเจ้าไหลเวียนได้ดีขึ้น เจ้าพักผ่อนเถอะ...เดี๋ยวพรุ่งนี้เจ้าก็เดินได้ตามปกติ”

 

ที่หนิงฝานทำไปเมื่อครู่คือทักษะการนวดที่มาจากความทรงจำที่สามของจักรพรรดิสวรรค์ มันคือการนวด

 

จื่อเฮ่อผลอยหลับไปอย่างสบายทั้งใบหน้ายังปรากฏรอยยิ้มอันงดงาม

 

หนิงฝานห่มผ้าให้นางก่อนจะพินิจนางอย่างอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก

 

ทรงผมที่แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของนางกลายเป็นยุ่งเหยิง ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากเด็กกลายคล้ายอิสตรีนางนึงที่ทำให้ผู้อื่นรักใคร่ เบื้องล่างขนตาเรียวงามของนาง ดวงตาอันกระจ่างใสทั้งสองปิดลงขณะที่นางเข้าสู่นิทรา

 

“หากไม่มีนาง ข้าคงตายไปสองครั้งแล้ว ชีวิตอันไร้ค่าของหนิงฝานผู้นี้ไม่อาจตอบแทนความปราถนาดีของเจ้าได้ ข้าทำได้เพียงสัญญากับเจ้าว่า ตราบใดที่ข้ายังอยู่...ข้าจะปกป้องเจ้า และจะไม่ยอมให้ใครใน ‘โลกพิรุณนิรันดร์’ ทำร้ายเจ้า!”

 

มือของหนิงฝานลูบไล้ไปบนใบหน้ายามนิทราของจื่อเฮ่ออย่างอ่อนโยนและรักใคร่

 

แต่ทันทีที่หนิงฝานกล่าวจบ เสียงหัวเราะที่ไม่ถูกกาลเทศะพลันดังมาจากเบื้องนอก

 

“ฮ่าฮ่า เจ้าคือบุรุษที่แท้จริง สมแล้วที่เป็นศิษย์ของข้า! คำพูดของเจ้า...ชายชราผู้นี้ถูกใจนัก เส้นโลหิตของข้าถูกทำลาย ในช่วงชีวิตนี้...ข้าไม่สามารถทะลวง ‘ขอบเขตแก่นทองคำ’ ได้อีกแล้ว แต่ยังซะ...สักวันนึง...ศิษย์ของข้าก็จะเหยียบย่างโลกพิรุณนิรันดร์ใบนี้! ฮ่าฮ่า เจ้ามันเป็นเด็กที่น่าสนใจ ที่จะอาละวาดบนโลกพิรุณนิรันดร์!”

 

หนิงฝานขมวดคิ้ว เสียงหัวเราะที่ดังอยู่เบื้องนอกนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นของปีศาจเฒ่าหาน หนิงฝานไม่เคยมีความคิดในด้านบวกต่อปีศาจเฒ่า แต่ถึงอย่างนั้น หนิงฝานก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดชังปีศาจเฒ่าเช่นกัน

 

หนิงฝานเปิดประตูออกมาพร้อมด้วยดวงตาที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำ ปีศาจเฒ่าสบตากับหนิงฝานก่อนที่ใบหน้าของปีศาจเฒ่าจะแสดงออกถึงความประหลาดใจ บุคคลอันสงบนิ่งที่ปีศาจเฒ่ากำลังจ้องมองอยู่นั้นไม่ใช่เด็กหนุ่ม แต่กลับกลายเป็นชายชราที่แข็งแกร่งกว่าปีศาจเฒ่าหลายขุม

 

“น่าแปลก...เมื่อไหร่กันที่สายตาของเจ้าเด็กบ้านี้กลายเป็นดุร้ายเหมือนกับสาวน้อยตู่กู!? หรือเจ้าเด็กนี่ก็มาจากโลกกระบี่เหมือนกัน? เป็นไปได้ยังไง? ฮ่าฮ่า ข้าต้องลองนึกดูซะหน่อยแล้ว”

 

ยิ่งปีศาจเฒ่าจ้องมองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพึงพอใจมากเท่านั้น เขายืนเอามือกอดอกก่อนจะพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

“เมื่อตอนที่ข้าบอกว่าจะฆ่าเจ้า เจ้าอดทนต่อความคับแค้นใจที่มีต่อข้าได้อย่างงั้นรึ?”

 

“หนิงฝานจะกล้าเกลียดอาจารย์ของตนได้ยังไง”

 

ถึงแม้หนิงฝานจะมีความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์ แต่การบ่มเพาะของเขายังนับว่าตื้นเขิน หนิงฝานจึงไม่กล้ายั่วยุปีศาจเฒ่า อีกอย่าง สิ่งที่หนิงฝานกล่าวคือความจริง เขาไม่ได้เกลียดปีศาจเฒ่าหาน

 

“อืม… ไม่ได้เกลียดตาเฒ่าผู้นี้ นี่คือกฏที่ตั้งขึ้นโดยอาจารย์ปู่ของข้า...โดยบรรพบุรุษของนิกายปีศาจทมิฬของพวกข้า แนวทางการบ่มเพาะของข้าเรียกว่า ‘วิถีปีศาจทมิฬ’ นับตั้งแต่โบราณกาล จะมีเพียงผู้ที่มี ‘เส้นโลหิตปีศาจโบราณเท่านั้น’ ที่สามาถบ่มเพาะได้ และเจ้า...ก็มีเส้นโลหิตปีศาจโบราณเช่นกัน เมื่อเจ้าบรรลุขอบเขตประสานวิญญาณ ข้าจะถ่ายทอดวิถีการบ่มเพาะของข้าให้เจ้า”

 

ปีศาจเฒ่าหัวเราะลั่นขณะที่หนิงฝานขมวดคิ้ว ปีศาจเฒ่าคนนี้ต้องการให้หนิงฝานเป็นศิษย์จริงๆหรอ?

 

“จำไว้นะ เส้นโลหิตปีศาจโบราณคือความลับ...ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ตอนนี้เจ้ายังเด็กและโง่เขลา ขนาดข้าที่บรรลุขอบเขตประสานกายยังเกิดปัญหาไปทั่ว ทั้งยังถูกจู่โจมจนพิการ นี่มันก็เหมือนกับว่าข้ากำลังตาย… ฮึ่ม ยังไงซะ ห้ามให้คนอื่นล่วงรู้ถึงความลับของเส้นโลหิตปีศาจเด็ดขาด ไม่งั้น ข้าจะไม่สนใจชีวิตของเจ้า”

 

ท่าทางของปีศาจเฒ่าดูเย็นชา แต่มันกลับแฝงด้วยร่องรอยแห่งความเศร้า หนิงฝานได้รับความทรงจำของจักรพรรดิสวรรค์มา ดังนั้น เขาย่อมแยกแยะได้

 

“จงจำไว้ว่า เจ้าต้องปกป้องสตรีที่หลับนอนกับเจ้าให้ดี อย่าได้เอาอย่างข้า… สาวน้อยนางนี้ต้องพิษโดยสตรีแมงป่องแห่งนิกายเหอหวน ทั้งพิษที่นางได้รับยังนับว่าค่อนข้างอันตราย นี่...คือยาแก้พิษ รอจนนางตื่นค่อยเอาให้นางดื่ม ชายชราอย่างข้าต้องล่าล้างสังหารตลอดเส้นทางที่ไปยังนิกายฝ่ายธรรมะ ‘ไท่ชูไพ่’ และยังโดนไอ้พวกหน้าโง่นั่นไล่ล่าอีกตั้ง 3 วัน ทั้งหมดนั่นก็เพราะสตรีของเจ้า… เอาหล่ะเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ อ้อจริงสิ เรื่องสุดท้ายที่เจ้าต้องจำเอาไว้ ถ้าเจ้าอ่าน ‘เอกสารกุ่ยเชว่’ เสร็จแล้วก็รีบๆคืนข้ามา ถ้ามันเสียหายแม้แต่หน้าเดียว ข้าจะสับเจ้าเป็นหมูบะช่อเลย!”

 

ปีศาจเฒ่าโยนขวดหยกให้กับหนิงฝานแล้วหัวเราะก่อนจะจากไป  แต่ถึงอย่างนั้น เงาร่างของเขากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอันอ้างว้าง

 

หนิงฝานรับขวดหยกมาก่อนจะเปิดจุกขวดออกแล้วสูดกลิ่นยาที่อยู่ข้าในทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย

 

“‘เม็ดยาไร้ต้นกำเนิด’? เม็ดยานี้สามารถแก้พิษทั้งหมดของขอบเขตแก่นทองคำได้!”

 

หนิงฝานคาดไม่ถึงว่าปีศาจเฒ่าหานที่เอาแต่กล่าวว่าจะสังหารเขาอยู่ตลอดเวลา กลับมุ่งหน้าไปยังนิกายไท่ชูไพ่และขโมยยาแก้พิษอันล้ำค่ามาเพื่อรักษาจื่อเฮ่อ

 

วิ่งไปที่นั่นตั้ง 3 วัน… ปีศาจเฒ่ากล่าวอย่างกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หนิงฝานรู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน ที่ปีศาจเฒ่าไปขโมยเม็ดยา บางทีเขาอาจจะถูกผู้เชี่ยวชาญในขอบเขตแก่นทองคำไล่ล่าอยู่หลายวัน

 

ปีศาจเฒ่าผู้นี้สังหารคนได้ไม่กระพริบตา แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ดีต่อหนิงฝาน

 

หนิงฝานไม่เชื่อว่าปีศาจเฒ่าหานจะนับเขาเป็นศิษย์ มันต้องมีเหตุผลอื่นอยู่แน่

 

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อปีศาจเฒ่าแสดงความเมตตาต่อหนิงฝาน หนิงฝานย่อมต้องทำบางสิ่งเพื่อตอบแทน

 

“รอเดี๋ยว!”

 

หนิงฝานเรียกปีศาจเฒ่า

 

“มีอะไร? ข้าต้องพักรักษา รอพรุ่งนี้ก่อนก็แล้วกัน”

 

ปีศาจเฒ่าดูร้อนใจ

 

“ข้ามีวิธีที่สาปสูญ...ที่สามารถแก้พิษในเส้นโลหิตของท่านได้”

 

หนิงฝานกล่วอย่างใจเย็น

 

“เจ้าว่าอะไรนะ?”

 

ความตกใจปรากฏให้เห็นในดวงตาของปีศาจเฒ่า เขาบอกหนิงฝานเพียงว่าการบ่มเพาะของเขาถูกทำลาย แล้วหนิงฝานรู้ได้ยังไงว่าการบ่มเพาะของเขาถูกทำลายเพราะเส้นโลหิตของเขาต้องพิษ?

 

ที่ปีศาจเฒ่าเข้าร่วมกับนิกายกุ่ยเชว่ก็เพราะประมุขนิกายคือหมอที่มีพรสวรรค์ แต่หลังจากได้รักษาตัวอยู่หลายสิบปี ปีศาจเฒ่าก็ทำได้เพียงกดอาการกำเริบของพิษเอาไว้ แต่ไม่อาจถอนพิษได้อย่างสมบูรณ์

 

พิษที่ปีศาจเฒ่าหานต้องนั้น เป็นเหมือนกับหนอนที่ชอนไชเข้าไปในกระดูกที่แม้แต่ ‘เม็ดยาแก่นทองคำไร้กำเนิด’ ยังไม่สามารถอนพิษได้ แล้วแบบนี้...หนิงฝานจะสามารถรักษาเขาได้อย่างไร?

 

ปีศาจเฒ่าจ้องมองหนิงฝานด้วยความสงสัยขณะที่เขากำลังคิดไปต่างๆนาๆ

 

แค่ปรายตามอง เจ้าเด็กนี่ก็รู้แล้วว่าเขาต้องพิษ อืม...ช่างแปลกยิ่งนัก บางที...หนิงฝานอาจจะมีวิธีรักษาเขาจริงๆก็ได้

 

มันช่างไร้สาระ...แต่มันก็เป็นเรื่องจริงหล่ะนะ...

 

ปีศาจเฒ่าคิดไปสารพัด เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่สงบนิ่งราวแหล่งน้ำโบราณที่ไร้ซึ่งการหลอกลวงและความเย่อหยิ่งของหนิงฝาน

 

“ข้าไม่เจอเขาแค่ 3 วัน… แต่ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้กลายเป็นปีศาจเฒ่าที่สงบเช่นนี้...”

 

ปีศาจเฒ่ายังคงลังเล แต่หนิงฝานก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง

 

“‘หยินเที่ยงแท้’ เป็นพิษตั้งแต่ครั้งโบราณกาล มันไร้ผลกับบุคคลทั่วไป แต่มันกลับส่งผลกับผู้ที่มีเส้นโลหิตปีศาจโบราณโดยเฉพาะ... เส้นโลหิตของผู้ที่ต้องพิษจะติดขัด เมื่อต้องพิษเข้าไปแล้ว...การบ่มเพาะของผู้ต้องพิษจะลดลงเรื่อยๆไปจนกว่าจะตาย อาการแรกเริ่มหลังจากต้องพิษ ผู้ที่ต้องพิษจะดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก หลังจากนั้น คนผู้นั้นจะค่อยๆกลายเป็นผู้ที่โหดร้ายป่าเถื่อนอย่างช้าๆจะทั่งไม่อาจอยู่ได้ถ้าไม่ได้สังหาร และท้ายที่สุด เมื่อพิษหยินชนิดนี้กัดกินหัวใจ...แม้แต่พระเจ้าหรือปีศาจก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของผู้ต้องพิษเอาไว้ได้”

 

น้ำเสียงของหนิงฝานสงบนิ่ง แต่กับปีศาจเฒ่าแล้ว...นี่มันเหมือนกับถูกอัสนีบาตฟาดฟัน พิษของเขา...แม้แต่ประมุขนิกายกุ่ยเชว่ก็ยังไม่ทราบ แต่เจ้าเด็กหนิงฝานนี่แค่ปรายตามองแล้วทราบได้อย่างไร?

 

ปีศาจเฒ่าหานไม่ทราบว่าพิษ ‘หยินเที่ยงแท้’ คืออะไร แต่คำอธิบายของหนิงฝานกลับบอกบรรยายถึงสถานะการณ์ปัจจุบันของเขาได้อย่างถูกต้อง!

 

“เจ้าถอนพิษของข้าได้จริงๆหรอ? เจ้าเป็นใครกันแน่? เจ้ารู้ความลับที่แม้แต่ประมุขนิกายยังไม่รู้ได้ยังไง?”

 

ปีศาจเฒ่าหานจับไหล่หนิงฝาน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายและตื่นตัว

 

“ข้าคือผู้บ่มเพาะเส้นโลหิตปีศาจโบราณ ข้ารู้ความลับที่บันทึกเอาไว้ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล… มันแปลกมากเลยหรอ? อย่าได้มองที่การบ่มเพาะอันอ่อนด้อยของข้า ก่อนที่ข้าจะถูกนิกายเหอฮวนจับตัวไป ข้าเป็นหมอที่มีชื่อเสียงที่เคยรักษาผู้คนมามากมาย หากท่านอาจารย์ไม่เชื่อข้า ท่านจะลองดูความทรงจำที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของข้าก็ได้...”

 

หนิงฝานยิ้มเล็กน้อย

 

‘ขจัดวิญญาณ’ คือทักษะที่ใช้อ่านความทรงจำ แต่มันก็ทำให้เกิดผลกระทบมากมายและเกิดความเสียหายทางจิตใจอย่างร้ายแรง และที่สำคัญมันยังสามารถเปลี่ยนให้ผู้ที่ถูกอ่านความทรงจำกลายเป็นคนสติไม่ดีได้

 

หนิงฝานกล่าวเพื่อทดสอบปีศาจเฒ่าว่า มีความต่อหนิงฝานจริงหรือมันเป็นเพียงข้ออ้าง หากปีศาจเฒ่าอ่านความทรงจำของหนิงฝานจริง หนิงฝานย่อมมีวิธีที่ทำให้ปีศาจเฒ่าต้องเสียใจในภายหลัง

 

นั่นก็เพราะหนิงฝานรู้ถึงจุดอ่อนของพิษหยินเที่ยงแท้ ภายใต้แสงจันทร์ในยามค่ำคืน อำนาจของหยินจะเหนือกว่าปีศาจเฒ่าหาน ทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังของตนได้

 

ในตอนนี้ ปีศาจเฒ่าหานเหลือความแข็งแกร่งเพียงระดับ 8 ขอบเขตเปิดเส้นโลหิต หากชายชราพยายามสังหารหนิงฝาน หนิงฝานก็จะใช้เพลิงทมิฬสังหารชายชราในทันที!

 

หนิงฝานไม่ต้องการเป็นหนี้บุญคุณใคร และเขาก็ไม่อยากมีปัญหากับใครเช่นกัน!

 

เมื่อปีศาจเฒ่าได้ยินหนิงฝานกล่าวถึงขจัดวิญญาณด้วยท่าทางที่สงบและมั่นคงราวกับแผ่นโลหะ ชายชราเชื่อหนิงฝานเพียง 3 ส่วนและไม่เชื่ออีก 7 ส่วน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ชายชราไม่สามารถใช้ทักษะขจัดวิญญาณกับศิษย์ของตนได้ เพราะมันคือสิ่งที่อาจจะทำได้

 

“ข้าคือศิษย์ของนิกายปีศาจทมิฬ หากศิษย์ของพวกเราไม่เดินในวิถีเต๋าแห่งปีศาจ อาจารย์ของศิษย์ผู้นั้นย่อมสังหารศิษย์เขาได้ แต่หากศิษย์ใดก็ตามที่เดินในวิถีเต๋าแห่งปีศาจ แม้จะเป็นอาจารย์ก็ไม่อาจทำร้ายลูกศิษย์ได้ ตัวเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เช่นนั้น ข้าย่อมไม่อาจอ่านความทรงจำของเจ้าได้ หากใครก็ตามกล้าลงมือกับเจ้า ตัวข้าจะเป็นคนปกป้องเจ้าเอง! นั่นก็เพราะเจ้าเป็นศิษย์ของข้า!”

 

หลังสิ้นคำกล่าว ชายชราเห็นหนิงฝานยิ้มโดยไม่กล่าวอะไร ชายชราเป็นคนฉลาด ดังนั้น เขาย่อมต้องรู้เจตนาของหนิงฝานในทันที นั่นทำให้ชายชราเริ่มหัวเราะออกมา

 

“เด็กน้อย การถอนพิษนั้น...เป็นสิ่งที่สำคัญกับข้าจริงๆ… ข้าจะแก้แค้นเพื่อนาง...ล้างแค้นเพื่อนาง… หากเจ้ามีหนทางถอนพิษได้จริงงั้นก็ลงมือและบอกความต้องการของเจ้าเลย!”

 

“ข้าอยากเป็นนายน้อยของเมืองฉีเหม่ย!”

 

หนิงฝานยิ้ม เมื่อหนิงฝานตัดสินใจจะบ่มเพาะด้วยวิถีของเต๋าแห่งปีศาจ เขาย่อมต้องเริ่มบ่มเพาะที่เมืองฉีเหม่ยแห่งนี้

 

“ย่อมได้! นับจากนี้ไป คำกล่าวของเจ้าคือทุกสิ่งทุกอย่างของเมืองฉีเหม่ย! ผู้บ่มเพาะในวิถีปีศาจทั้ง 9,752 คนจะอยู่ใต้อาณัติของเจ้า นอกจากนี้ เม็ดยา สมบัติเวทย์มนต์ เตาปรุงยา และหยกนิรันดร์ เจ้าสามารถใช้พวกมันได้อย่างอิสระ!”

 

ชายชรายอมรับคำขอ นั่นทำให้จิตใจของชายชราพึงพอใจในตัวหนิงฝานเพิ่มมากขึ้น

 

ชายชรากล้าเพิ่มเงื่อนไขในคำขอให้กับหนิงฝาน แต่น่าเสียดายที่หนิงฝานยังคงระมัดระวังชายชราอยู่ ทำให้ทั้งสองยังคงมีช่องว่างต่อกัน “อืมมม ดูเหมือนต้องใช้เวลาสักพักกว่าเจ้าเด็กน้อยนี่จะเห็นข้าเป็นอาจารย์จริงๆ”

 

“แต่บางที… ข้าอาจจะได้อัจฉริยะที่ไม่ธรรมดาในเต๋าแห่งปีศาจก็ได้! ในช่วงการคัดเลือกศิษย์เพื่อเข้าร่วมนิกายในครึ่งปีหลังจากนี้ ข้ากลัวแต่ตาของไอ้แก่พวกนั้นจะถลนออกจากดบ้า! ฮ่าฮ่า แค่คิดถึงสายตาที่ตื่นตะลึงของพวกเขาตอนก็ตื่นเต้นแล้ว อืม… แต่ทำไมเจ้าเด็กบ้านี่ถึงอยากเป็นนายน้อยของเมืองฉีเหม่ยด้วย? เขากำลังพยายามทำอะไร? เขาสมควรที่จะจัดการกับไอ้บ้าพวกนั้นแล้วใช่มั้ย?”...

จบบทที่ GE4 เจ้าแก้พิษของข้าได้หรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว