- หน้าแรก
- ระบบสังหารไร้เทียมทาน
- บทที่ 3 หาใช่คนเดิม
บทที่ 3 หาใช่คนเดิม
บทที่ 3 หาใช่คนเดิม
บทที่ 3
เมื่อย่างเข้าสู่ป่าอสูรได้ไม่นาน เย่เฉินก็พบเจอกับอสูรตัวแรก อสูรชั้นหนึ่งระดับสูง "อสูรอัคคีเพลิง"
โดยทั่วไปแล้ว อสูรในระดับเดียวกันมักมีพลังต่อสู้เหนือกว่ามนุษย์ผู้ฝึกยุทธ อสูรอัคคีเพลิงแม้เพียงเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธระดับเก้าขั้นสุดท้าย ทว่าในการเผชิญหน้าจริง กลับสามารถต่อสู้กับระดับนักรบได้อย่างสูสี
“ดีล่ะ! เจ้าจะเป็นเป้าหมายแรกของข้า หมัดทลายภูผา!”
เย่เฉินพุ่งออกไปพร้อมกับหมัดทลายภูผา ที่รุนแรงดั่งภูผาทลายลงมา ทว่าอสูรอัคคีเพลิงก็กระโจนหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว หลบพ้นพลังของกำปั้นนั้น
น่าเสียดายที่ระดับพลังของทั้งสองห่างกันเกินไป อสูรอัคคีเพลิงยังคงถูกเย่เฉินซัดหมัดทลายภูผาเข้าใส่จนบาดเจ็บสาหัส จนในนาทีที่กำปั้นสุดท้ายพุ่งทะยานเข้าปะทะ อสูรตนนั้นก็สิ้นใจในทันที
“สังหารอสูรระดับหนึ่งขั้นสูง ได้รับแต้มสังหาร 50 แต้ม!”
เมื่อเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น เย่เฉินเพียงส่ายหัวเบา ๆ
“จริงดังคาด แค่เรียนรู้วิชาไม่เพียงพอ ต้องฝึกฝนผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่องเท่านั้นจึงจะใช้พลังได้เต็มที่”
หมัดก่อนหน้านั้น แม้พลังจะเพียงพอ แต่เพราะขาดประสบการณ์
อสูรจึงหลบหลีกไปได้ หากตนควบคุมพลังให้แน่วแน่ อสูรอัคคีเพลิงคงถูกสังหารในหมัดเดียว
“ล่าต่อไป!”
หลังสรุปบทเรียน เย่เฉินก็เริ่มออกล่าอย่างไม่หยุดยั้ง
“สังหารอสูรระดับหนึ่งขั้นกลาง อสูรราชันวิญญาณ ได้รับ 10 แต้มสังหาร!”
“สังหารอสูรระดับหนึ่งขั้นสูง ได้รับ 50 แต้มสังหาร!”
ช่วงแรก เย่เฉินสามารถล่าได้เพียงอสูรระดับหนึ่งกับอสูรระดับสองขั้นต้นบางตัวเท่านั้น ส่วนอสูรระดับสองขั้นกลาง แม้สามารถต่อกรได้ แต่ก็ยังไม่อาจสังหารได้
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มควบคุมหมัดทลายภูผาและวิชาก้าวเมฆาลวงตา ได้อย่างคล่องแคล้ว
ด้วยวิชาก้าวเมฆาลวงตาที่เป็นระดับกลางขั้นหวงเซ่อ,แม้อสูรระดับสองขั้นต้นจะไม่อาจ
หนีรอดเงื้อมมือเขา แต่อสูรระดับสองขั้นกลาง เย่เฉินก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆมันได้ ทำได้แค่ใช้วิชาก้าวเมฆาลวงตาเพื่อหลบหนีเท่านั้น
ในเวลาเพียงสิบวัน เย่เฉินล่าอสูรได้เกือบร้อยตน แต้มสังหารสะสมถึง 2800 แต้ม
แต่เขายังไม่พอใจ เป้าหมายของเขาคือ เคล็ดวิชาแห่งระดับลึกลับ ซึ่งเริ่มต้นต้องใช้แต้มสังหารอย่างน้อย หมื่นแต้มขึ้นไป!
“ดูท่าคงต้องแลกเปลี่ยนวิชาโจมตีระดับสูงกว่านี้ก่อน” เย่เฉินพึมพำกับตนเอง
ในป่าอสูรที่อันตรายเช่นนี้ การนั่งบ่มเพาะพลังไม่ใช่ทางเลือก ต้องพึ่งอาวุธหรือวิชาให้มากขึ้นหากหวังเอาชีวิตรอด
เขาเปิดแผงควบคุมขึ้นมา พบกับรายการมากมาย:
"เพลงดาบวายุพิโรธ" วิชาโจมตีระดับบนขั้นหวงเซ่อ
หากฝึกจนสำเร็จฟาดฟันราวพายุโหมกระหน่ำต่อเนื่อง พลังทำลายล้างสูง
ใช้ 1000 แต้มสังหาร
"ก้าวเมฆาหมอก" วิชาก้าวย่างระดับบนขั้นหวงเซ่อ เมื่อฝึกสำเร็จเคลื่อนไหวราวกับสายลมบางเบา ล่องลอยไร้ร่องรอย ใช้ 800 แต้ม
"เพลงดาบวายุอัสนี" วิชาโจมตีระดับบนขั้นหวงเซ่อ หนึ่งสะบัดดาบพัดพาสายลมและสายฟ้าสะเทือนลั่น หากใช้คู่กับ "ก้าววายุอัสนี" และฝึกจนถึงขั้นสูงสุด จะเทียบเท่ากับวิชาโจมตีระดับลึกลับชั้นต้น พลังทำลายสะท้านฟ้า! เพลงดาบใช้ 2500 แต้ม ส่วนก้าวย่างใช้ 2000 แต้ม
“วิชาดาบชุดนี้ แพงจริง ๆ แค่ดาบก็ 2500 แต้ม รวมกับก้าวย่างก็เกือบ 5000 แต้ม แต่ก็คุ้มเกินคุ้ม!”
ในระดับนักรบทั่วไปนั้น ปกติจะฝึกได้แค่ระดับหวงเซ่อ หากมีวิชาที่พลังใกล้เคียงระดับลึกลับ ย่อมถือว่าเป็นอาวุธลับขั้นสุดยอด
นอกจากนี้ วิชาระดับลึกลับยังหายากยิ่ง แม้แต่นักรบระดับปรมาจารย์ หลายคนยังต้องใช้แค่ระดับหวงเซ่ออยู่ดี
เย่เฉินมองแผงควบคุมด้วยดวงตาแน่วแน่
เป้าหมายของเขาคือแข็งแกร่งเหนือใคร และเขาจะไม่หยุด จนกว่าจะขึ้นสู่จุดสูงสุดของใต้หล้า!
“ขอแลกเปลี่ยนเพลงดาบวายุอัสนี!” เย่เฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนกดยืนยันแลกเปลี่ยนในทันที
เพียงพริบตาเดียว เคล็ดเพลงดาบที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเห็นมาก่อน ก็กลายเป็นความรู้ที่ฝังแน่นในสติสัมปชัญญะของเขา
จากนั้นเขาก็ใช้แต้มสังหารอีกสองร้อยแต้ม แลกดาบคมธรรมดาหนึ่งเล่ม ก่อนจะเริ่มฝึกฝนเพลงดาบวายุอัสนีอย่างรวดเร็ว
เพียงสามรอบ เย่เฉินก็สามารถควบคุมเพลงดาบนี้ได้อย่างคล่องแคล่วราวฝึกฝนมาเป็นปี จนรู้สึกได้ชัดว่าพลังของตนทะยานขึ้นอีกขั้น!
“ตอนนี้แค่มีเพลงดาบวายุอัสนี ถ้าได้ออกศึกจริง เกรงว่าแม้แต่อสูรชั้นสองระดับสูง ก็คงไม่อาจต้านได้!”
และหากได้ฝึกวิชา “ก้าวอัสนีวายุ” ควบคู่กันอีกเล่า? คงไม่มีอสูรชั้นสองระดับสูงตัวใดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้แม้แต่ตัวเดียว!
เย่เฉินยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม กล่าวอย่างเย็นชา
“เหล่าอสูรทั้งหลาย จงเตรียมคอรอรับคมดาบเถอะ เย่เฉินคนนี้กลับมาแล้ว!”
ฉัวะ!
แสงดาบวาววับสายหนึ่งแหวกอากาศ ฟาดฟันใส่อสูรชั้นสองระดับกลาง ร่างของมันร่วงลงไปในพริบตา เสียงระบบก็ดังขึ้นในหูอีกครั้ง
ภายในเวลาเพียงสองวัน เย่เฉินสะสมแต้มสังหารครบสองพัน แลกเปลี่ยน “ก้าวอัสนีวายุ” ได้สำเร็จ จากนั้นเขาก็เข้าสู่โหมด “ล้างบางอสูร” อย่างแท้จริง!
“อสูรชั้นสองระดับต้น อสรพิษลายฟ้า ฆ่า!”
“อสูรชั้นสองระดับกลาง จิ้งจอกเพลิง ฆ่า!”
“อสูรชั้นสองระดับสูงแล้วไง? ข้าก็สังหารได้เหมือนกัน!”
เพลงดาบวายุอัสนีทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้ เหล่าอสูรทั้งหลายไม่อาจต้านทานได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ยกเว้นเพียงบางตัวในระดับสูงที่พอจะยันการปะทะได้ชั่วครู่
เย่เฉินก้าวผ่านดินแดนราวเครื่องจักรสังหาร ทุกย่างก้าวของเขาคือการประกาศความตาย อสูรนับไม่ถ้วนถูกเขาสังหารในพริบตา
เมื่อถึงจุดนี้ บรรดาอสูรรอบบริเวณก็แทบหมดสิ้น หากจะลึกเข้าไปอีก ก็ต้องเจออสูรชั้นสาม ซึ่งเทียบเท่ากับนักรบขั้น “ปรมาจารย์”
เย่เฉินเห็นว่าแต้มในตอนนี้เพียงพอชั่วคราวแล้ว จึงตัดสินใจกลับสู่เมืองเฟิงเย่ เพื่อแลกเคล็ดวิชาขั้นลึกลับ เพื่อฝึกฝนจนทะลวงเข้าสู่ขั้น “ปรมาจารย์” ให้เร็วที่สุด
ขณะเดินบนถนนใหญ่ในเมือง เย่เฉินก็ได้ประสบกับความบังเอิญที่น่าตกใจอีกครั้ง เขาเจอกับศัตรูเก่า หวังเฉิง
ทั้งสองพบหน้ากัน ย่อมเลือดขึ้นหน้า ความแค้นที่ฝังแน่นในจิตของเจ้าของร่างเดิมปะทุขึ้นรุนแรง
หวังเฉิงปรายตามองเย่เฉินด้วยแววตาเหยียดหยาม กล่าวอย่างเย้ยหยัน
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะยังไม่ตาย ช่างดวงแข็งนัก”
เย่เฉินตอบกลับอย่างเรียบเฉยแต่แฝงความเย้ยหยัน
“แน่นอนว่าชีวิตข้ายืนยาว และข้าจะต้องเอาชีวิตของเจ้ามาเป็นเครื่องสังเวยยังไงล่ะ”
คำพูดของเขาทำให้สีหน้าของหวังเฉิงพลันมืดมน เย่เฉินคนนี้กล้าตอบโต้เขาเช่นนี้? หรือบทเรียนในอดีตยังไม่หนักพอ?
ลูกสมุนคนหนึ่งของหวังเฉิง ซึ่งเป็นนักรบระดับสอง กล่าวเย้ยหยัน
“นี่เป็นคำพูดที่เจ้ากล้าพูดกับคุณชายหรือ? หรือว่าครั้งก่อนเจ้ายังโดนไม่หนักพอ?”
เย่เฉินแค่นเสียงเย็นชา
“ไม่ใช่ว่าข้าถูกซ้อมไม่พอ แต่ข้าแค่ตัดสินใจว่า ทุกสิ่งที่พวกเจ้าเคยยัดเยียดให้ข้า วันนี้... ข้าจะทวงคืนทั้งต้นทั้งดอกเป็นสองเท่า!”
“หาเรื่องตาย!”
ลูกสมุนของหวังเฉิงพุ่งเข้าใส่ด้วยความโกรธ ทว่าเย่เฉินเพียงสะบัดฝ่ามือเบา ๆ ปล่อยพลังปะทะอีกฝ่ายปลิวออกไปล้มกระอักเลือดทันที
จากนั้นเขาก็หันสายตาเย็นเฉียบไปที่หวังเฉิง
หวังเฉิงตกตะลึง เต็มไปด้วยความระแวดระวังในแววตา
เขารู้ดีว่าฝีมือของลูกสมุนคนนี้อยู่ระดับไหน แม้แต่เขาเองยังต้องลอบโจมตีถึงจะชนะได้ แต่เย่เฉินกลับซัดเพียงฝ่ามือเดียว
“เย่เฉิน... เจ้าเปลี่ยนไปแล้ว!”
แต่สิ่งที่หวังเฉิงไม่รู้คือ... เย่เฉินในวันนี้ ไม่ใช่เย่เฉินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!
“คราวนี้…ถึงตาเจ้าแล้ว!” สิ้นเสียง เย่เฉินสะบัดฝ่ามือเปลี่ยนเป็นดั่งคมดาบ ฟันฉับออกไปหนึ่งกระบวนท่า!
หวังเฉิงพยายามจะอาศัยวิชาตัวเบาขั้นกลางระดับหวงเซ่อ หลบหลีก แต่อนิจจา
ทั้งสองต่างกันถึงสองขั้นพลัง อีกทั้งเย่เฉินยังฝึกทั้งวิชายุทธ์และวิชาตัวเบาระดับสูงสุด
ของขั้นหวงเซ่อ,ไม่เปิดโอกาสให้หวังเฉิงได้ตอบโต้แม้แต่ก้าวเดียว!
เพียงฝ่ามือเดียว หวังเฉิงก็บาดเจ็บสาหัสอย่างถึงที่สุด จุดตันเถียนถูกทำลาย ขาดสะบั้น
หากไม่ใช่เพราะที่นี่คือภายในเมือง การฆ่าคนอย่างโจ่งแจ้งย่อมทำให้ท่านเจ้าเมือง เคลื่อนไหว เย่เฉินคงสังหารมันไปตั้งแต่แรกแล้ว
แต่กระนั้น
เมื่อจุดตันเถียนถูกทำลาย ชีวิตของหวังเฉิงที่เหลืออยู่ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว!