- หน้าแรก
- เทพบุตรไฮโซสู่ราชาไอดอล
- ตอนที่ 138 งานแถลงข่าว!
ตอนที่ 138 งานแถลงข่าว!
ตอนที่ 138 งานแถลงข่าว!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ถึงเวลาแถลงข่าวภาพยนตร์ "เลือกปิ๊ง ชิ่งรัก"
กงหมิงเฟยมาถึงค่อนข้างเร็ว วันนี้เขาแต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำเข้ารูปพอดีตัวเป็นพิเศษ
เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในไม่ได้ติดกระดุมบนสองเม็ด และเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามหน้าอกและผิวที่เนียนเรียบ ถึงแม้ว่าสีผิวในตอนนี้ของเขาจะเป็นสีแทนเล็กน้อยแต่ก็ทำให้ดูแข็งแกร่งสมชายชาตรีและน่าหลงใหลเป็นพิเศษ!
เนื่องจากต้องถ่ายภาพยนต์ ทรงผมของเขาจึงไม่ใช่ทรงตัดสั้นเหมือนก่อนอีกต่อไป ตอนนี้ทรงผมของกงหมิงเฟยเป็นแบบสไตล์ยุโรปและอเมริกัน ถึงแม้จะยังไม่ยาวมาก แต่เมื่อจับคู่กับชุดที่เขาสวม ทำให้เมื่อมองดูแล้วรู้สึกว่าเขานั้นหล่อและเท่สุดๆ!
หวังเหยาเจียวนั่งอยู่ทางซ้าย โดยสายตาของเขามองไปที่ผู้คนรอบๆ ตัวด้วยรอยยิ้ม
ไป่ชิงชิงและไป่ฉีห้าว พี่สาวและน้องชายก็มาด้วย! โดยที่ทั้งสองคนอ้างว่า การที่จะปล่อยให้ดาราดังจากสตูดิโอปีกแห่งแสงออกมากับเอเจนซี่เพียงแค่สองคนนั้นมันดูไม่ค่อยดีนัก เพราะฉะนั้นหากมีทั้งคู่ติดตามมาจะทำให้ภาพลักษณ์ของสตูดิโอดูดีขึ้นอีกมาก!
ไม่ว่ากงหมิงเฟยจะปฏิเสธอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ในท้ายที่สุด เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพาสองพี่น้องมาด้วย
“พี่หมิงเฟย เพื่อนๆ ในเน็ตหลายคนถามมาว่าเราจะถ่าย ‘’Need For Men’ ตอนที่ 2 เมื่อไหร่ พี่คิดว่าเราควรจะเริ่มตอนถ่ายทำต่อดีเลยมั้ยครับ?”
ไป่ฉีห่าวเดินมาข้างหลังและถามกงหมิงเฟยด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี
กงหมิงเฟยหันหน้าไปมองด้วยความสับสนแล้วพูดว่า “ในตอนนี้เราออกอากาศทางออนไลน์ 2 ตอนต่อสัปดาห์ และจำนวนตอนที่เหลือก็ยังคงสามารถออกอากาศต่อเนื่องได้อีกประมาณ 1 เดือน นอกจากนี้ Fanqie.com ยังไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการต่อสัญญากับเรา ฉะนั้นเราไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อน!”
ไป่ฉีห้าว รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครจากชาวเน็ตที่สนับสนุนให้เขาทำเช่นนั้น เขาแค่ติดการแสดง!
งานอดิเรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาตอนนี้คือการอ่านคอมเมนต์ของชาวเน็ตเกี่ยวกับเขา!
เมื่อเห็นใครชื่นชมเขา เขาจะยกนิ้วโป้งให้คนๆ นั้นอย่างเงียบๆ เมื่อเห็นใครตำหนิเขา เขาจะตำหนิกลับด้วยคำพูดไม่กี่คำ จากนั้นก็แอบบล็อคคนๆ นั้นอย่างเงียบๆ
การแสดงเป็นสิ่งที่น่าติดใจมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่ประสบความสำเร็จมาบ้างแล้ว ในตอนนี้เขาไม่ได้แสดงมาเกินครึ่งเดือนแล้ว เขาจึงเริ่มวิตกกังวลและกระสับกระส่ายเล็กน้อย!
หวังเหยาเจียว ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนก็หันกลับมาแล้วพูดว่า "ไม่ใช่ Fanqie.com กำลังถามถึงซีซั่นที่สองอยู่แล้ว แต่ความจริงใจของพวกเขาในซีซั่นที่สองนั้นไม่ดีเท่า Youshuai.com ดังนั้นฉันเลยวางแผนจะปล่อยทิ้งระยะเวลาไว้สักพัก เพื่อดูผลตอบรับของความนิยม หลังจากนั้นไม่นานคนพวกนี้ก็จะกระโดดเข้ามาหาเราเอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป่ฉีห้าว ก็รู้สึกตื่นเต้น "ไม่สำคัญว่าเราจะขายให้ใคร แต่ผมคิดว่า เราควรจะมีตอนที่สองเตรียมการเอาไว้ให้พร้อมก่อนน่าจะดีกว่า ฉะนั้นเราควรจะเริ่มเขียนบทและถ่ายทำกันในเร็วๆนี้ใช่ไหมพี่เข..ย..!? ชาย! พี่ชาย!”
ทันทีที่ไป่ฉีห่าวกำลังพูดคำว่า "พี่เขย" เขาก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่าเขาพูดผิดไป จึงรีบเบรคและเปลี่ยนคำพูดกลับไปเป็นพี่ชายอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันทุกคนก็ได้ยินไม่ค่อยชัดเจน ก็เลยไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเขา!
กงหมิงเฟยพิจารณาตามคำพูดของไป่ฉีห้าว แล้วพูดว่า “อืม! มันก็คงไม่มีปัญหาอะไร หากเราจะถ่ายตอนที่สอง แต่มันก็ต้องดูเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง ที่แน่ๆก็ควรจะเป็นหลังจากที่ฉันถ่ายทำบทของฉันในภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เสร็จก่อน!”
ไป่ฉีห้าวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่แล้วก็คิดได้ว่า กงหมิงเฟย คือพระรองคนที่สามในภาพยนตร์เรื่องนี้ และก็ไม่ได้มีฉากมากนัก ถ้าพวกทีมงานถ่ายทำฉากของกงหมิงเฟยเพียงอย่างเดียว ก็คงจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน! เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็รู้สึกดีขึ้นมาก!
“ขอโทษทีครับ! นักแสดงได้โปรดเข้าไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเริ่มการแต่งหน้าได้แล้วครับ!”
กลุ่มนักแสดงที่กำลังพูดคุยกันอยู่ก็ลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัวหลังจากที่ได้ยินกลุ่มสต๊าฟของช่างแต่งหน้าเรียก
กงหมิงเฟยหันกลับมา แล้วพูดกับกลุ่มคนของเขาว่า “โอเคทุกคน! เดี๋ยวฉันขอเข้าไปที่ห้องแต่งตัวก่อน!”
อีกด้านหนึ่ง หญิงสาวที่ดูอ่อนเยาว์และสง่างามก็ลุกยืนขึ้นเช่นกัน เธอคือไอดอลหน้าใหม่ชื่อว่า ‘ซูเจียวเจียว’ ได้รับบทเป็นตัวละครหญิงคนที่สาม!
โดยไม่ต้องพูดถึงตัวพระเอกและนางเอก แม้แต่พระรองและนางเอกรอง ในวันนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ เนื่องด้วยพวกเขาเป็นดาราที่มีชื่อเสียงค่อนข้างโด่งดัง ฉะนั้นในวันนี้จึงมีแต่นักแสดงที่ไม่ได้ค่อยมีความสำคัญมากนักอย่างเช่นกงหมิงเฟย และซูเจียวเจียว และกลุ่มดาราตัวประกอบคนอื่นๆเท่านั้นที่มา!
กงหมิงเฟยเดินไปที่หลังเวที และซูเจียวเจียวก็เดินตามไป เมื่อไปถึงที่ห้องแต่งตัวทั้งสองก็ยิ้มให้กันอย่างสุภาพ
หากจะพูดไปแล้วซูเจียวเจียว เป็นเด็กสาวที่หน้าตาอ่อนหวาน และมีรูปร่างที่ดูดี ซึ่งค่อนข้างน่าดึงดูดใจหนุ่มๆเป็นอย่างมาก!
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงห้องแต่งตัวที่อยู่ทางด้านหลัง ก็กลายเป็นว่ามีเพียงแค่พวกเขาทั้งสองคน และช่างแต่งหน้าอีก 1 คน
เมื่อช่างแต่งหน้าเห็นทั้งคู่เดินเข้ามา เธอหันมองไปรอบๆเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาว่า “ฉันลืมเอากระเป๋าเครื่องสำอางไว้ข้างนอก! พวกคุณนั่งพักรอข้างในก่อนนะคะ!”
กงหมิงเฟยไม่ได้คิดอะไรมาก เขานั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างเชื่อฟัง มองดูตัวเองในกระจกอย่างเงียบๆ
แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็เห็นซูเจียวเจียวเดินมายืนที่ด้านหลังเขาผ่านกระจกแต่งหน้า!
กงหมิงเฟยตกใจและถามว่า "เอ่อ! มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ?”
“เปล่าค่ะ! แค่รู้สึกว่าห้องนี้ค่อนข้างจะร้อนไปหน่อย! พี่ชายกงคิดว่างั้นมั้ยคะ?” ขณะที่พูด ซูเจียวเจียว ก็เปิดปกเสื้อพร้อมกับยกมือพัดเบาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมเสน่ห์!
ทางด้านหนึ่งไป่ฉีห้าวที่นั่งอยู่ทางด้านนอกก็ยกขาขึ้นไขว่ห้าง ไป่ชิงชิงขมวดคิ้วและพูดด้วยความไม่พอใจว่า “รีบวางขานายลงเดี๋ยวนี้เลยนะ! ถ้าคนอื่นหรือนักข่าวมาเห็น พวกเขาจะมองว่าคนจากสตูปีกแห่งแสงเป็นพวกไม่มีมารยาท!”
ไป่ฉีห้าวรีบเปลี่ยนท่านั่งอย่างรวดเร็ว แล้วหันมองไปรอบๆ ในขณะนั้นเองเขาก็จ้องมองไปทางด้านหนึ่งแล้วพูดออกมาว่า “หืม? นั่นช่างแต่งหน้าของทางทีมงานที่มาเรียกพี่ชายกงไปไม่ใช่หรอกเหรอ ทำไมเธอถึงเดินออกมาล่ะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป่ชิงชิงก็หันกลับมาและเห็นว่าเป็นช่างแต่งหน้าที่เรียกกงหมิงเฟยเข้าไปแต่งหน้า เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดกับไป่ฉีห้าว “บางทีเธออาจจะลืมของ และออกมาเอาก็เป็นได้?”
ไป่ฉีห้าวรีบลุกขึ้นอย่างกะทันหันและมองไปที่พี่สาวของเขาและกระซิบเบาๆว่า “นี่พี่! เมื่อกี้ฉันเห็นว่ามีสาวสวยคนนึงเดินเข้าไปกับพี่ชายกง! ฉะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาแย่งพี่ชายกงไปจากพี่ ฉันคิดว่าฉันควรจะช่วยเข้าไปดูแลสักหน่อยจะดีกว่า!”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังแล้วเดินไปที่ห้องแต่งตัว ไป่ชิงชิงอยากจะตามเขาไป แต่หวังเหยาเจียวก็ยิ้มและพูดว่า "ปล่อยเขาไปเถอะ เขาไม่ได้แสดงละครมานานแล้ว คงจะอยากเดินดูอะไรแก้เบื่อก็แค่นั้น!”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ไป่ชิงชิงก็นั่งลง หยิบมือถือออกมาเล่นและไม่ได้เดินตามน้องชายของเธอไป!
เมื่อไป่ฉีห่าวเพิ่งเดินไปที่ประตูห้องแต่งตัว เขาก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันที่ฟังดูแล้วค่อนข้างจะแปลกๆ?
“เอ่อ! คุณชู! อย่าทำแบบนี้เลยครับ! ได้โปรดให้ให้เกียรติตัวเองด้วยครับ!”
“คิกๆ! อย่าแกล้งทำวางท่าอยู่อีกเลยค่ะพี่ชายกง! คิดว่าฉันไม่ทันเห็นสายตาที่พี่มองฉันเมื่อครู่นี้เหรอ?”
“เปล่าครับ! ที่ผมมองเมื่อครู่นี้… เพียงแค่คิดว่าคุณสวยและน่ารัก เหมาะกับเป็นดารามาก ซึ่งผมค่อนข้างชื่นชม! ไม่ได้คิดอะไรในแง่ไม่ดี!”
“คิกๆ! แล้วพี่ชายอยากมองดูเพื่อพิจารณาใกล้ๆ กว่านี้มั้ยค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งคู่ ไป่ฉีห้าวที่แอบฟังอยู่ด้านนอกก็ตกตะลึง! จากนั้นเขาก็จำได้ว่าเขามาที่เมืองเหิงเตี้ยน ตามคำสั่งของพี่ชายคนรองของเขาเพื่อมาคอยจับผิดกงหมิงเฟย! แต่เขากลับลืมไปซะได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เพื่อที่จะบันทึกภาพ แต่เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เขาก็เกิดความลังเลอีกครั้ง! หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานาน เขาก็แน่ใจและค่อนข้างจะรู้จักนิสัยใจคอของกงหมิงเฟยว่าเป็นคนแบบไหน!
มุ่งมั่น ขยัน อดทน ใจดี สบายๆ ขี้เล่น ไม่เคร่งเครียด เข้ากับคนง่าย กินจุ มีเป้าหมายที่ชัดเจน รวมๆ แล้วเขารู้สึกชอบ กงหมิงเฟยมาก และรู้สึกนับถือเหมือนเป็นเพื่อนและพี่ชายที่สนิทอีกคนเลยทีเดียว!
ถ้าฉันหักหลังเขาเพื่อทำภารกิจของพี่รอง นั่นคงจะไม่ยุติธรรมต่อพี่ชายกงหมิงเฟย และมันคงจะเป็นความการกระทำที่ขัดแย้งต่อความรู้สึกของตัวฉันเองอย่างแน่นอนเลยใช่มั้ย?
หลังจากคิดดูแล้ว ไป่ฉีห้าว ก็กัดฟันแน่น! แต่เพื่อความสุขตลอดชีวิตของพี่สาวของเขานั้นต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด!
เรามาดูกันก่อนว่าเขาจะสามารถต้านทานผู้หญิงสวยๆแบบนี้ได้หรือไม่? แต่อย่า
งน้อยๆ ฉันก็ควรจะถ่ายเก็บไว้ก่อน หากเขาไม่ดีจริงก็ค่อยเอาคลิปวีดีโอนี้ส่งไปให้พี่รอง!
…………
จบบท