- หน้าแรก
- เทพบุตรไฮโซสู่ราชาไอดอล
- ตอนที่ 137 แผนการร้าย!
ตอนที่ 137 แผนการร้าย!
ตอนที่ 137 แผนการร้าย!
ตอนที่ 137 แผนการร้าย!
หลังการประชุม เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทเทียนหยูมีเดีย! ได้ออกแถลงการณ์และเผยแพร่ข่าวสารว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปศิลปินทุกคนที่อยู่ภายใต้การดูแลของหลิวจิ่วเฉียว จะถูกโอนไปยังผู้จัดการส่วนตัวคนอื่นๆ และเธอจะถูกย้ายงานไปยังตำแหน่งอื่น พร้อมทั้งถูกหักโบนัสประจำปี
ทันทีที่ข่าวการแถลงการณ์นี้ออกมา เสียงที่ดุด่าและประนามบริษัทเทียนหยูมีเดีย ก็ค่อยๆเบาลง
คนที่มีความสุขที่สุดคือแฟนๆ ของหวงเฉา ตอนนี้หลิวจิ่วเฉียว ไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัวของเขาอีกต่อไปแล้ว คราบสีดำทั้งหลายที่เกาะติดตัวเขา อีกไม่นานก็คงจะสามารถชะล้างออกไปได้!
แต่น่าเสียดายที่แฟน ๆ ของกงหมิงเฟยไม่สนใจที่หยุด! พวกเราไม่ชอบหาเรื่องและยุ่งวุ่นวายกับไอดอลและแฟนคลับของคนอื่น! แต่ก็ไม่กลัวที่มีเรื่อง!
ถ้าคุณดุด่าฉัน ฉันก็จะดุด่าคุณกลัย! มันไม่ยุติธรรมหรอ?
สู้กันไปครึ่งทาง แล้วจะบอกขอหยุดเรื่องเนื่องจากความเข้าใจผิด! เมินซะ! พวกคุณคิดว่าพวกเราเป็นพระแม่มารีผู้ใจดีชอบให้อภัยคนงั้นเหรอ 5555! มาเหอะ! สู้กันให้รู้แพ้ชนะจนแหลกลานกันไปข้าง!
และที่สำคัญ กงหมิงเฟยมีบัญชีเว่ยป๋อ เพียงบัญชีเดียว แล้วจะก่ออันตรายได้ขนาดไหนกันเชียว?
แต่หวงเฉาแตกต่างออกไป ในฐานะนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เขามี เว่ยป๋อ, โต่วอิน, โถวเถี่ยว, เสี่ยวหงซู และแพลตฟอร์มโซเชียลชื่อดังอื่นๆ อีกมาก
ฉะนั้นเมื่อกลายเป็นเป้าหมายกลุ่มแฟนคลับของกงหมิงเฟย ทุกแพลตฟอร์มจึงถูกถล่มอย่างยับเยิน! ในท้ายที่สุด ผู้ดูแลระบบของหวงเฉา ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป เขาจึงปิดฟังก์ชั่นแบนความเห็นในทุกแพลตฟอร์ม
แฟนๆ ของกงหมิงเฟยเริ่มเฉลิมฉลองชัยชนะของพวกเขาแล้ว! คนเจ็ดแสนคนต่อสู้กับคนหนึ่งล้านครึ่ง แต่พวกเขากลับเอาชนะศัตรูจนไม่มีโอกาสสู้กลับเลย! นี่เป็นสิ่งที่สมควรเฉลิมฉลองสำหรับพวกเขา!
หวังเหยาเจียวและกงหมิงเฟยเพิ่งรู้เรื่องนี้หลังจากผ่านไปเกือบวัน ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม!
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็ได้รับข่าวดีอีกครั้ง พระเอกคนที่สามใน "เลือกปิ๊ง ชิ่งรัก" ได้รับการตัดสินแล้ว และรับบทโดยกงหมิงเฟย!
ด้วยข่าวดีมากมายในวันนี้ ทั้งสองจึงตัดสินใจที่จะออกไปเฉลิมฉลองกัน!
หลังอาหารเย็นมื้อใหญ่ หวังเหยาเจียวพูดด้วยรอยยิ้มว่า "นายไม่ได้โพสต์ข่าวมาสักพักแล้ว วันนี้มีข่าวดีมากมาย ทำไมไม่บอกแฟนๆ ของนายสักหน่อยล่ะ!"
กงหมิงเฟยคิดเรื่องนี้ ก่อนจะส่ายหัวแล้วพูดว่า “ลืมมันไปเถอะ รอจนกว่าเราจะถ่ายทำเสร็จ! แล้วค่อยบอกก็ได้ เพราะการถ่ายทำกว่าแล้วเสร็จจนออกฉายก็เกือบๆครึ่งปี ถ้าบอกตอนนี้ จะเกิดความคาดหวังเร็วเกินไป เมื่อรอไปนานๆ ความกระตือรือร้นของแฟนๆ ก็จะหมดลง!”
หวังเหยาเจียวพยักหน้าและพูดว่า "ผู้กำกับจ้าวและฉันได้หารือเรื่องนี้กันแล้ว เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่นายแสดงภาพยนตร์ ฉะนั้นเงินค่าตัวจึงอยู่ที่ 100,000 หยวน และค่าปรับกรณีการผิดสัญญาของทั้งสองฝ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 500,000 หยวน"
กงหมิงเฟยพยักหน้า สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ไม่ใช่เงิน แต่เป็นโอกาสที่ได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์!
ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถปฏิบัติภารกิจหลักแรกและสามารถรับรางวัลจากระบบได้!
หลังจากนั้นหวังเหยาเจียวก็พูดต่อไปอีกว่า “กำหนดการแถลงข่าวน่าจะประมาณสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นก็คงจะเริ่มถ่ายทำ ฉะนั้นในช่วง 2-3 วันนี้นายควรจะรีบเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมจากอาจารย์หยู!”
หลังจากที่ทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ กงหมิงเฟยก็กลับไปที่สตูดิโอและศึกษาการแบบบ้านของเขา หลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือจากสถาปนิกระดับมืออาชีพ แบบแปลนบ้านของเขาก็สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น!
ก่อนหน้านี้กงหมิงเฟยได้วาดรูปแบบการสร้างบ้านของเขาในลักษณะคร่าวๆ เช่นตรงนี้เป็นห้องรับแขก ควรมีห้องนอนกี่ห้อง ห้องน้ำและห้องใต้ดินควรอยู่ตรงไหน รวมถึงห้องฐานลับที่เป็นเส้นทางหนีฉุกเฉิน ซึ่งตัวกงหมิงเฟยก็ยังไม่รู้ว่าเขาต้องการสร้างฐานลับที่มีเส้นทางฉุกเฉินเอาไว้เพื่ออะไร แต่เขารู้สึกว่าเขาชอบมันเป็นการส่วนตัว!
หลังจากที่ได้พูดคุยและปรึกษากัน นักสถาปนิกก็ได้ช่วยให้เขาออกแบบและพัฒนาแบบแปลนตามไอเดียของเขาจนค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบ
ฉะนั้นแบบแปลนพิมพ์เขียวของบ้านในตอนนี้จึงมีโรงรถ ห้องเก็บของ ห้องเสื้อผ้า ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องครัว ห้องสันทนาการ ห้องเล่นเกม สตูดิโอ ห้องนอน และอื่นๆ ให้เลือกมากมาย!
แต่เมื่อเขาพิจารณาจ้องมองดูแบบแปลนบ้านอีกครั้ง เขาก็ตระหนักได้ว่า เฉพาะเนื้อที่สร้างบ้านของเขาในเวลานี้มากถึง 1 เอเคอร์และยังเป็นบ้านแบบ 2 ชั้น แถมยังมีชั้นใต้ดินเพิ่มเข้ามาอีกด้วย!
ในเวลาเดียวกันอีกทางด้านหนึ่ง ในอาคารของบริษัทเทียนหยูมีเดีย หม่าเหลียง และเหรินหง กำลังนั่งหารือกันว่าจะจัดการกับหวังเหยาเจียวอย่างไร?
“นายแน่ใจอย่างนั้นเหรอ?”
“ฮ่าๆๆๆ! ไม่ต้องห่วง ข่าวที่ฉันได้รับมาในครั้งนี้ค่อนข้างจะแน่นอน เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งจะเข้าวงการได้ไม่นาน การจะทำให้เขาเสียชื่อเสียงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
แล้วเราจะเขียนบทความว่าหวังเหยาเจียวอยู่ในวงการมาหลายปีแต่เขาปกป้องศิลปินไม่ได้เลย แถมเขายังมีประวัติไม่ดีอีกด้วย มาดูกันว่าเขาจะทำอะไรได้อีก ฮ่าฮ่า!”
หวังเหยาเจียวเป็นตัวแทน หากต้องการจัดการกับเขา วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือกำหนดเป้าหมายไปที่ศิลปินของเขา! และทั้งคู่ได้วางแผนการชั่วร้ายไว้หมดแล้ว!
วันรุ่งขึ้นกงหมิงเฟย ตื่นแต่เช้าและไปวิ่งออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมง ขากลับเขาก็ที่ย่านตลาดอาหารเช่นเคย~ ขณะแวะเลือกดูอาหารเช้า เขาก็แอบได้ยินข่าวที่กำลังเป็นไวรัลของพ่อค้าแม่ค้าในย่านนี้!
ซึ่งข่าวที่กำลังเป็นที่ฮือฮาของตลาดอาหารก็คือตัวเขาเอง? เพราะเขาเป็นคนที่ประหยัดและกินจุ! ฉะนั้นเมื่อตัวเขาไปกินอาหารที่ร้านไหน มันก็มักจะพิสูจน์ได้ว่าร้านอาหารร้านนั้นเป็นร้านที่มีราคาประหยัดและอาหารมีรสชาติดี!
ซึ่งสามารถทำให้มีกลุ่มลูกค้าที่รู้จักกงหมิงเฟยเข้าไปกินตาม และธุรกิจของร้านนั้นๆก็ดีมากขึ้นถึงสามเท่า!
ตอนนี้กงหมิงเฟยจึงได้รับการยกย่องให้กลายเป็นมาสคอตของสตรีทเบรคฟัสในตลาดแห่งนี้ไปโดยปริยาย!
เวลาแปดโมงหวังเหยาเจียว ขับรถไปรับกงหมิงเฟยและพาเขาไปที่บ้านของอาจารย์หยูจี ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ กงหมิงเฟยได้นัดกับทีมงานก่อสร้างในตอนเที่ยงของวันนี้ โดยเป็นนักออกแบบที่เคยช่วยเขาออกแบบบ้าน
เมื่อกงหมิงเฟยมาถึงบ้านของอาจารย์หยูจี ชายชราก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินว่ากงหมิงเฟยรับงานแสดงพร้อมกันถึงสามเรื่อง!
อาจารย์หยูจีคิดว่าในฐานะนักแสดงที่ดี ควรจะตั้งใจทุ่มเทให้กับงานแสดงเพียงชิ้นเดียวให้เสร็จเรียบร้อยอย่างสมบูรณ์ที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยรับงานแสดงเรื่องอื่น! การรับงานแสดงภาพยนตร์หลายเรื่องซ้อนกันถือว่าเป็นการไร้จรรยาบรรณเป็นอย่างยิ่งในสายตาของเขา!
กงหมิงเฟยจึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็วว่าเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ "เลือกปิ๊ง ชิ่งรัก” เป็นภาพยนตร์รักวัยรุ่นใสๆ การถ่ายทำจะเริ่มขึ้นประมาณสัปดาห์หน้า และเขามีบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างน้อย!
ส่วนภาพยนตร์ของผู้กำกับลู่หยาน “เรื่องสายเลือดจักรพรรดิ” ที่เขารับบทเป็น “หวู่หยา อีกาดำ” น่าจะเริ่มถ่ายทำประมาณเดือนกันยายน ภาพยนตร์เรื่องนี้ผู้กำกับลู่หยาน ยังไม่ออกแถลงข่าวใดๆและยังคงเก็บเป็นความลับไว้ไม่ยอมเปิดเผยต่อสื่อ!
ส่วนภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย ของผู้กำกับหยวนชิงซาน มีกำหนดคร่าวๆว่าจะเริ่มถ่ายทำในช่วงต้นปีหน้า และระยะเวลาห่างกันของภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องค่อนข้างจะนาน!
หลังจากได้ยินเช่นนี้ ท่าทางของชายชราก็ผ่อนคลายลงในที่สุด เขาดึงกงหมิงเฟยมาและพูดว่า
"หมิงเฟยจำไว้! ในฐานะศิลปิน! เจ้าต้องมีจริยธรรมทางวิชาชีพ! อย่าเรื่องมากเกินไป อย่ามาสายหรือออกก่อนเวลา และอย่าโอ้อวดแสดงตัวเป็นคนสำคัญเมื่อมีชื่อเสียง! อย่าใช้สตั๊นแมนมากเกินไป นอกจากว่าจะเป็นบทบาทที่เสี่ยงอันตรายจริงๆ จึงควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสตั้นแมนมืออาชีพ! บทบาทไหนที่เราแสดงเองได้ก็ควรจะแสดงเอง เรื่องหนาว ร้อนและเลอะเทอะเป็นเรื่องปกติที่เราสมควรจะต้องอดทน เพราะนักแสดงคืออาชีพของเรา!”
กงหมิงเฟยพยักหน้าอย่างจริงจังและกล่าวว่า "ผมเข้าใจแล้วครับ อาจารย์!"
ชายชราหยูจีจ้องมองไปในดวงตาลูกศิษย์ของเขาแล้วพูดด้วยสีหน้าอันจริงจังว่า “นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่เธอเข้าใจ แต่ก็ไม่ควรจะรับปากเฉพาะคำพูดเท่านั้น อาจารย์อยากให้เธอรับรู้มันด้วยหัวใจของตัวเอง!”
“จำเอาไว้ว่าอาจารย์ชี้ทางไปที่ประตูให้เธอได้เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าประตูไปแล้วนั่นก็อยู่ที่ว่าเธอจะปฏิบัติตัวเองแบบไหน อาจารย์เต็มใจที่จะมอบประสบการณ์ทั้งหมดในชีวิตให้กับเธอ ซึ่งเธอสามารถกลั่นกรองนำไปใช้ในเส้นทางที่กว้างขึ้นได้ในอนาคต แต่ถ้าเธอไม่ต้องการจะยอมรับและเรียนรู้ อาจารย์ก็ไม่สามารถฝืนบังคับสิ่งเหล่านี้ให้กับเธอได้!”
กงหมิงเฟยพยักหน้าและตอบรับคำพูดของอาจารย์หยูจีอย่างจริงจังว่า “ครับอาจารย์! ข้าพเจ้ากงหมิงเฟย ขอสาบานต่อเทวดาฟ้าดินในวันนี้ ในอนาคตข้าพเจ้าจะปฏิบัติตัวอย่างมีเกียรติ ไม่กระทำตัวผิดจารีตประเพณีและทำสิ่งผิดกฎหมาย ไม่โอ้อวดตัวเองและกระทำการกลั่นแกล้งผู้อื่นและผู้ที่ด้อยกว่า หากสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดมานั้นเป็นเท็จขอให้เทวดาฟ้าดินลงโทษข้าพเจ้า!”
คลื่นนนนน!
แต่ในขณะนั้นเองท้องฟ้าก็มีเมฆครึ้มผ่าน มีฟ้าร้องและประกายฟ้าผ่าแล่บขึ้นมาอย่างน่าประหลาด!
กงหมิงเฟยเงยหน้าขึ้น เขายิ้มแห้งๆ สีหน้าดูเขินอายเล็กน้อย!
เมื่อมองกลับไปที่อาจารย์หยูจี ชายชราก็เดินไปหยิบดาบที่แขวนไว้บนผนังออกมาแล้ว
“ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์! โปรดฟังคำอธิบายของผมด้วย นี่เป็นเรื่องบังเอิญ! เมฆถูกพัดพาโดยกระแสลม นี่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติปกติ! หรืออาจจะเป็นเพราะคำสาบานของกระผมกว้างมากเกินไป! บางทีการทำผิดกฎหมายเล็กๆน้อยๆ เช่นขับรถฝ่าไฟแดงอาจจะไม่นับก็เป็นได้! ผม! ผมจะเปลี่ยนคำสาบานใหม่! เป็นเช่นว่า จะไม่ทำผิดกฎหมายใหญ่ เช่นกฎหมายอาญาเป็นต้น!”
“ฮึ่ม! ไอ้เด็กสาระเลว! ตายด้วยท่ากระบี่ที่ 23 ของเทพกระบี่ซะเถอะ!”
……….
จบบท