- หน้าแรก
- เทพบุตรไฮโซสู่ราชาไอดอล
- ตอนที่ 135 อ่านบทภาพยนตร์!
ตอนที่ 135 อ่านบทภาพยนตร์!
ตอนที่ 135 อ่านบทภาพยนตร์!
ตอนที่ 135 อ่านบทภาพยนตร์!
เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองฝ่ายก็เดินทางไปยังกรมที่ดินที่เมืองเหิงเตี้ยนเพื่อเซ็นสัญญา หลังจากที่โอนเงินและเซ็นสัญญาและเอกสารซื้อขายที่ดินต่อหน้าเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ที่ดินด้านหน้าภูเขาไป่เหมี่ยนจำนวนเนื้อที่ 3 เอเคอร์ก็กลายเป็นทรัพย์สินของกงหมิงเฟยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย!
และบังเอิญว่าวันนี้สตูดิโอปีกแห่งแสงของเขาก็ได้รับการปรับปรุงใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ดังนั้นกงหมิงเฟยจึงเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าสถาปนิก ก่อนที่จะมอบแบบการสร้างบ้านริมสวน ให้กับอีกฝ่าย และถามว่าบริษัทของเขานั้นรับสร้างบ้านตามแบบด้วยหรือไม่?
หัวหน้าทีมสถาปนิกส่ายหัวและบอกว่าบริษัทของพวกเขานั้นเป็นบริษัทออกแบบและรับตกแต่งงานภายใน ไม่ใช่บริษัทก่อสร้างโดยตรง แต่ในอีกทางหนึ่งบริษัทของพวกเขานั้นก็มีเครือข่ายเกี่ยวข้องกับบริษัทก่อสร้างใหญ่ๆอยู่หลายแห่งเช่นเดียวกัน! จึงสามารถแนะนำบริษัทก่อสร้างที่มีคุณภาพสูงให้ได้!
หัวหน้าสถาปนิกมองดูภาพวาดของกงหมิงเฟยขณะพูดคุยกัน เมื่อเห็นว่าภาพออกแบบของกงหมิงเฟย นั้นค่อนข้างหยาบและไม่ได้มาตราส่วน และแล้วโรคบ้างานของนักออกแบบมือออาชีพก็กำเริบขึ้นมาทันที มือของเขารู้สึกคันมาก เขาจึงเริ่มช่วยดัดแปลงแก้ไขภาพการออกแบบให้ดูเป็นมาตรฐานและสมบูรณ์มากขึ้น
เมื่อสตูดิโอของเขาได้รับการตกแต่งและปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งหมด กงหมิงเฟยก็สามารถย้ายกลับมาอยู่ได้ ในช่วงสิบวันที่เขาพักในโรงแรม เจ้าเหมียวแบล็คเพิลล์อ้วนขึ้นมาก มันดูน่ารักและตุ้ยนุ้ยไม่ดูเหมือนแมวจรจัดขี้โรคอีกต่อไป!
แต่กงหมิงเฟยรู้สึกว่ามันอ้วนมากเกินไป เมื่อมองดูพุงกลมๆ ของมันที่เวลาเดินแทบจะแตะพื้นได้ เขาจึงตัดสินใจว่าจะทำการลดน้ำหนักให้กับมัน!
เหมียว~ แง้ววว~ (-_-’) …
ในตอนค่ำ หวังเหยาเจียวที่ออกไปทำธุระข้างนอก ก็รีบวิ่งกลับมาที่สตูดิโอด้วยความตื่นเต้น!
กงหมิงเฟยจ้องมองไปที่หวังเหยาเจียวด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิด! ในเหิงเตี้ยนกลางเดือนมิถุนายนอากาศค่อนข้างจะร้อน แต่ผู้ชายคนนี้ยังคงสวมสูทและเน็คไทวิ่งวุ่นไปมา จนเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ!
หวังเหยาเจียวหยิบแฟ้มเอกสารที่มีความหนาพอประมาณออกมาจากกระเป๋าเอกสารอย่างตื่นเต้นและส่งให้กงหมิงเฟยพร้อมกับพูดว่า "เซ็นชื่อบนเอกสารนี้ซะ และนี่คือสคริปต์บทภาพยนตร์ของนาย!"
กงหมิงเฟยหยิบสคริปต์ขึ้นมาและมองดู บนหน้าปกมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า "บทตัวละครหลินเฟิง"!
บทภาพยนตร์ในครั้งนี้แตกต่างจาก สคริปต์บทตัวละครหวู่หยาอีกาดำมาก เพราะในแฟ้มเอกสารสคริปต์บทภาพยนตร์ที่เขาได้รับในครั้งนี้เป็นบทที่สมบูรณ์พร้อมกับพล็อตเรื่องของภาพยนตร์ทั้งหมด!
กงหมิงเฟย อดใจรอไม่ไหวที่จะเปิดบทภาพยนตร์ เมื่อหวังเหยาเจียวรินน้ำเย็นใส่แก้วให้ตัวเองแล้ว เขาก็ขยับเก้าอี้และนั่งลงข้างๆ กงหมิงเฟยเพื่ออ่านบทภาพยนตร์ด้วย
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคโบราณแนวแฟนตาซีในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งมีการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และกำลังภายในด้วย ในบทเริ่มต้นของภาพยนตร์ คนในตระกูลทั้งหมดของพระเอกได้ถูกสังหารและทำลายล้างทั้งหมด!
เดิมทีพระเอกนั้นเป็นบุตรชายของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับเสนาบดีของราชสำนัก แต่เนื่องจากถูกวางแผนทรยศ ทั้งตระกูลจึงถูกสังหารเสียสิ้น รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดถูกราชสำนักยึดคืนเป็นของแผ่นดิน!
มีเพียงตัวพระเอกเท่านั้นที่รอดชีวิต เนื่องจากเขาถูกมารดาของเขาพาไปซ่อนอยู่ในบ่อน้ำเก่าด้านหลังคฤหาสน์
ผู้ที่มาพบและช่วยเหลือตัวเอกก็คือเพื่อนรักของบิดาของเขา ที่มีฉายาในยุทธภพว่า ‘ลามะหน้าบาก’ เนื่องจากเขาตัดผมสั้นเกรียนเหมือนนักบวชทิเบต และมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนใบหน้า ถึงแม้ว่าหน้าตาของเขานั้นจะดูดุดันคล้ายกับนักรบที่เหี้ยมโหด แต่เขาก็มีน้ำใจต่อมิตรสหายและพี่น้องของเขามาก!
บิดาของตัวเอกและลามะหน้าบากเป็นพี่น้องร่วมสาบานต่อกัน ทั้งสองครอบครัวไปมาหาสู่กันค่อนข้างบ่อยครั้ง!
ลามะหน้าบากเป็นหัวหน้ากลุ่มสมาคมผู้คุ้มกันธนูทอง หลังจากที่เขาช่วยเหลือตัวเอกออกจากบ่อน้ำแล้ว เขาก็แอบพาตัวเอกกลับไปที่กลุ่มสมาคมผู้คุ้มกันธนูทองของเขา
และเนื่องด้วยฝ่ายศัตรูนั้นคิดว่าคนในตระกูลของตัวเอกถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้ว จึงไม่มีใครให้ความสนใจอีกต่อไป!
หลังจากที่กลับมายังบ้านของลามะหน้าบากเขาก็รับเลี้ยงดูตัวเอกเหมือนกับลูกชายของตัวเอง!
ตัวละครหลักอันดับสาม ซึ่งรับบทโดยกงหมิงเฟย เป็นบุตรชายของลามะหน้าบาก เขาอายุน้อยกว่าตัวเอก 1 ปี ฉะนั้นเขาจึงนับถือตัวเอกเป็นดั่งพี่ชายและคอยติดตามตัวเอกไปทุกที่!
ตัวเอกชายมีความปรารถนาที่จะล้างแค้นให้กับตระกูลของเขาเสมอ ลามะหน้าบากก็รู้ความคิดของเขาเช่นกัน แต่เพราะลามะหน้าบากไม่ต้องการให้บุตรชายของสหายที่เขารักเหมือนลูกชายของตัวเอง ต้องตายไปโดยเปล่าประโยชน์!
ดังนั้นเขาจึงบอกว่าการแก้แค้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เขามีเงื่อนไข ตราบใดที่ตัวเอกสามารถทำสามสิ่งนี้ได้ เขาก็จะบอกว่าใครเป็นศัตรูและเป็นคนใส่ร้ายบิดาของตัวเอก!
ตัวเอกชายตกลงยอมทำทุกอย่าง ลามะหน้าบากบอกว่าถ้าเขาต้องการแก้แค้น จะต้องมีความสามารถในวิชาการต่อสู้และกำลังภายในระดับสูง ดังนั้นเงื่อนไขแรกก็คือตัวเอกต้องมีความสามารถในการเอาชนะตัวเขาให้ได้ก่อน!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และสิบปีต่อมา เด็กน้อยทั้งสองก็เติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงาม!
ลามะหน้าบากที่ครั้งหนึ่งเคยมีร่างกายกำยำและแข็งแรง ตอนนี้ผมสั้นเกรียนบนหัวของเขานั้นเป็นสีขาวเกือบจะทั้งหมด และในช่วงสิบปีที่ผ่านมาทั้งตัวพระเอกและตัวพระรองคนที่สามที่รับบทโดยกงหมิงเฟย ต่างก็ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้กันอย่างหนัก โดยเฉพาะตัวเอกที่มีเป้าหมายในการแก้แค้น เขาไม่เคยหยุดพักการฝึกฝนแม้แต่วันเดียว ฉะนั้นในที่สุดลามะหน้าบากก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตัวเอกอีกต่อไป!
ตัวเอกชาย อดใจรอไม่ไหวที่จะถามว่าสิ่งที่สองคืออะไร ลามะหน้าบากบอกเขาว่าหากเขาต้องการแก้แค้น การใช้กำลังอย่างเดียวไม่เพียงพอ เขาจะต้องมีปัญญาอันล้ำเลิศด้วย!
ในเมืองมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อซูปันเฉิง และซูปันเฉิงผู้นี้มีไข่มุกราตรีอันล้ำค่าอยู่ 5 เม็ด ฉะนั้นคำขอที่สองของลามะหน้าบากนั่นก็คือขอให้ตัวเอกได้รับไข่มุกราตรีจากซูปันเฉิงมาอย่างน้อย 1 เม็ด โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามปล้นหรือลักขโมย!
ตัวเอกชายก็เห็นด้วย เขาและพระรองคนที่สามจึงวางแผนขายภาพที่ใช้กรดไนตริกผสมกับน้ำหมึกในการวาดภาพ ฉะนั้นภาพวาดของเขาจึงค่อนข้างมหัศจรรย์ ในวันที่ฝนตกบุคคลในภาพจะกางร่ม ในวันที่ฝนไม่ตกและอากาศร้อนบุคคลในภาพจะหุบร่ม!
เศรษฐีซูปันเฉิงรู้สึกมหัศจรรย์กับภาพวาดนี้มาก! เขาซึ่งชอบสะสมงานศิลปะและสิ่งของมีค่าแปลกๆ ย่อมไม่ยอมพลาดภาพวาดเช่นนี้เป็นแน่ ในที่สุดเขาก็ยอมแลกไข่มุกราตรี 1 เม็ดกับภาพวาดอันน่ามหัศจรรย์นี้!
แต่ในช่วงนี้เองนางเอกและพระรองคนที่สองก็ปรากฏตัวขึ้น! พวกเขาทั้งคู่นั้นเป็นพี่น้องกัน และยังเป็นชาวยุทธที่มีคุณธรรม พวกเขาสามารถมองเห็นแผนการของตัวเอกและพระรองคนที่สามได้ จึงต้องการช่วยเหลือและบอกกลโกงเหล่านี้กับเศรษฐีซูปันเฉิง!
แต่อย่างไรก็ตามตัวของนางเอกและพระรองคนที่สองก็ได้รู้ว่าซูปันเฉิงนั้นเป็นเศรษฐีที่ใจร้ายใจดำ และยังได้รู้ถึงอดีตอันน่าสลดใจของตัวเอกผ่านพระรองคนที่สามที่รับบทโดยกงหมิงเฟย ฉะนั้นทั้งตัวนางเอกและพระรองคนที่สองที่เป็นชาวยุทธและเต็มไปด้วยความยุติธรรม จึงตัดสินใจช่วยตัวเอกในการแก้แค้น!
หลังจากทำขั้นตอนที่สองเสร็จแล้ว พวกเขาก็มาพบกับลามะหน้าบากอีกครั้ง ลามะหน้าบากบอกว่า ในเมื่อพวกเขามีพลังและปัญญาแล้ว และตอนนี้สิ่งที่ตัวเอกต้องมีนั่นก็คือ หัวใจที่มั่นคงและเด็ดเดี่ยวเหมือนหินผา!
และในเมื่อต้องการจะมีหัวใจที่มั่นคงและเด็ดเดี่ยว การฆ่าคนและมีหัวใจที่เย็นชาพร้อมกับเจตนาฆ่าก็จำเป็นด้วยเช่นเดียวกัน!
ลามะหน้าบากมอบภาพวาดชายชราให้กับตัวเอก! และได้บอกว่าชายชราคนนี้นั้นเคยเป็นข้าราชการในราชสำนักมาก่อน เคยทำงานใกล้ชิดและสนิทสนมกับบิดาของตัวเอก ลามะหน้าบากต้องการให้ตัวเอกนั้นฆ่าชายชราผู้นี้!
ตัวเอกก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง ว่าทำไมลามะหน้าบากจึงต้องการให้เขาฆ่าชายชราผู้ที่เคยสนิทสนมกับบิดาของเขา โดยที่พวกเขานั้นไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เขารู้สึกมึนงงและสับสนเพราะมันไม่มีเหตุผลอันควรเลย!
แต่ลามะหน้าบากไม่ได้ให้เหตุผลอะไร เขาเพียงแค่บอกว่า มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้ว่าตัวเอกมีคุณสมบัติที่จะสามารถแก้แค้นได้!
เป็นครั้งแรกที่ตัวเอกต้องตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พระรองคนที่สองและนางเอกต่างก็แนะนำให้เขาล้มเลิกและยอมแพ้ แต่ตัวเอกกลับถูกไฟแค้นบดบังจนตามืดบอด และตัดสินใจไปฆ่าอีกฝ่ายโดยไม่สนใจเหตุผลใดๆอีกต่อไป!
ในค่ำคืนเดือนมืด เมื่อตัวเอกแอบย่องเข้าไปในห้องนอนของชายชรา ขณะที่เขากำลังจะลงมือ อีกฝ่ายก็ตื่นขึ้นมา! เมื่อชายชราเห็นหน้าตาของตัวเอกคล้ายกับบิดาของตัวเอกในวัยหนุ่ม เขาจึงจำตัวตนของตัวเอกได้!
ชายชราไม่ได้ตื่นตระหนกใดๆเมื่อรู้ว่าตัวเอกนั้นต้องการจะฆ่าเขา แต่ชายชราลุกขึ้นนั่งและพูดคุยกับตัวเอกด้วยสีหน้าที่สงบ เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากชายชรา ตัวเอกก็ได้รู้ว่าบิดาของเขานั้นไม่ใช่ข้าราชการขุนนางที่ภักดี!
ชายชรากล่าวว่าบิดาของตัวเอกนั้น เป็นขุนนางกังฉิน กินสินบาทคาดสินบน สมรู้ร่วมคิดกับชนชาวต่างชาติ วางแผนจะกบฏและทำลายประเทศ!
และจริงๆ แล้วจักรพรรดิเป็นผู้สั่งการให้เข้าไปจับกุมบิดาของตัวเอก แต่บิดาของตัวเอกไม่ยินยอม จักรพรรดิทรงพิโรธมาก! จึงสั่งการให้ทำการกวาดล้างตระกูลของตัวเอกทั้งหมด!
ตัวเอกชายเหมือนถูกฟ้าผ่าเขาเดินกลับไปยังบ้าน และเข้าไปหาลามะหน้าบากด้วยอาการมึนงง!
ลามะหน้าบากไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เขาเพียงแค่ถามว่า ตัวเอกได้สังหารชายชราไปแล้วหรือไม่! ตัวเอกจึงโกหกไปว่า ได้สังหารชายชราไปแล้ว!
จากนั้นลามะหน้าบากจึงอธิบายและบอกว่า ชายชราผู้นี้นั้นแท้จริงแล้วเป็นลูกน้องของแม่ทัพที่เป็นศัตรูผู้สังหารบิดาและกวาดล้างตระกูลของเขา เป็นเพราะชายชราผู้นี้ที่เป็นหนอนบ่อนไส้คอยแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ให้แก่แม่ทัพผู้นั้น ตระกูลของตัวเอกจึงถูกกวาดล้างได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว!
ตัวเอกรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก! ในเวลานี้เขาจึงรู้ตัวว่าเขาได้โดนชายชราผู้นั้นหลอกแล้ว!
ขณะนั้นเอง เสียงกีบม้าจำนวนมากก็ดังมาจากนอกประตู เหล่าทหารและนายทหารได้มาปิดล้อมสมาคมคุ้มกันธนูทองไว้รอบด้าน และในทันทีตัวเอกชายก็รีบอธิบายเรื่องทุกอย่างให้กับลามะหน้าบากฟัง!
ลามะหน้าบากถอนหายใจ หลังจากนั้นเขาก็สั่งให้กลุ่มของตัวเอกรีบหนีไปทางลับและลงไปทางแม่น้ำ คืนนี้เป็นคืนเดือนมืดและลมแรง ดังนั้นจึงง่ายต่อการหลบหนี เหล่าทหารที่ปิดล้อมอยู่คงไม่สามารถพบเจอและติดตามได้
แต่เป็นเพราะความผิดของเขาตัวเอกชายจึงไม่คิดจะหลบหนี แต่ถูกพระรองคนที่สองและนางเอกตีท้ายทอยจนสลบในจังหวะที่เผลอและลากตัวพาหนีออกไป พระรองคนที่สาม ซึ่งรับบทโดยกงหมิงเฟยก็กล่าวลากับบิดาของเขาด้วยน้ำตา!
เพื่อไม่ให้เหล่าพี่น้องในสมาคมคุ้มกันธนูทองเข้ามาพัวพันและเดือดร้อนไปด้วย ลามะหน้าบาก จึงตัดสินใจเดินออกไปไกล่เกลี่ยกับแม่ทัพผู้นั้น และยินยอมฆ่าตัวตายรับผิดด้วยตัวเองอย่างกล้าหาญ!
แต่ถึงอย่างไรด้วยความอาฆาตและต้องการขุดรากถอนโคนสายเลือดของศัตรูเก่าให้สิ้น แม่ทัพผู้นั้นไม่คิดจะฟังเหตุผลหรือวางมือแต่อย่างใด หลังจากที่ค้นหาตัวเอกไม่พบ เขาจึงทำการสั่งให้เหล่าทหาร ฆ่ากวาดล้างคนทั้งหมดสมาคมคุ้มกันธนูทองในทันที!
จึงไม่มีใครในสมาคมคุ้มกันธนูทองสามารถรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว!
สามวันต่อมา กลุ่มของตัวเอกได้ทำการปลอมตัวกลับเข้ามาในเมืองเพื่อสืบข่าว หลังจากได้ยินมาว่าสมาชิกและครอบครัวทั้งหมดในสมาคมคุ้มกันธนูทองถูกสังหารจนหมดสิ้น
แม้แต่เลือดก็ยังไหลนองแทบจะเป็นสายน้ำ! ส่วนหัวหน้าของกลุ่มสมาคมคุ้มกันธนูทอง ลามะหน้าบาก ถูกตัดหัวนำไปแขวนไว้ที่ประตูเมืองเพื่อเป็นการเตือนและข่มขู่ไม่ให้ชาวเมืองให้ที่พักพิงแก่กลุ่มของตัวเอก ที่ถูกตั้งค่าหัวให้เป็นอาชญากร!
เมื่อได้ทราบข่าวพระรองคนที่สามซึ่งรับบทโดยกงหมิงเฟยแทบจะคลั่ง เขาตะโกนออกมาอย่างคุ้มคลั่งว่าต้องการจะไปรับศพบิดาของเขา แต่ก็ถูกตัวเอกและคนอื่นๆหยุดไว้!
สุดท้ายเมื่อเวลากลางคืน เขาได้แอบกลับไปรับศพบิดาของเขา แต่ถูกยอดฝีมือสามคนซุ่มโจมตี!
ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะและสังหารยอดฝีมือทั้งสามคนได้ แต่ตัวเขาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส! และท้ายที่สุดเขาก็ถูกกลุ่มทหารม้าจำนวนมาก ระดมยิงด้วยลูกธนูจนเสียชีวิต!
เนื่องจากถูกลูกธนูจำนวนมากยิง ร่างกายและใบหน้าของศพจึงไม่ชัดเจน นายทหารผู้นำทัพเหล่านั้นจึงคิดว่านี่คือตัวพระเอก พวกเขาจึงส่งรายงานไปยังแม่ทัพและปิดคดี!
เมื่อตัวเอกชายได้ทราบว่าพระรองคนที่สามได้แอบหนีไปกู้ศพลามะหน้าบาก เขาต้องการตามไปช่วย มันก็สายเกินไปเสียแล้ว!
และเนื่องมาจากเหตุการณ์การตายของกงหมิงเฟย ฝ่ายศัตรูจึงเกิดความประมาท ทำให้ฝ่ายของตัวเอกได้รับโอกาส ด้วยความช่วยเหลือของนางเอกพระรองและกลุ่มชาวยุทธคนอื่นๆ ตัวพระเอกจึงสามารถแก้แค้นและกวาดล้างตระกูลของแม่ทัพผู้นั้นได้!
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตัวเอกได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลกกับนางเอกกลายเป็นวีรบุรุษยอดยุทธที่คอยช่วยเหลือผู้เดือดร้อน!
ในฉากท้ายตอนจบ มีมือเล็กๆของเด็กผู้ชายยื่นโผล่ออกมาจากบ่อน้ำเก่าของบ้านแม่ทัพผู้นั้น! ซึ่งมันเป็นเหมือนกับตัวเอกชายในตอนต้นเรื่อง!
กงหมิงเฟยและหวังเหยาเจียวต่างรู้สึกทึ่งหลังจากที่ได้อ่านบทภาพยนตร์!
พวกเขาต่างรู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะต้องเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังอันดับต้นๆอีกหนึ่งเรื่องเลยทีเดียว และที่สำคัญที่สุดบทของตัวละครหลักคนที่สามที่รับบทโดยกงหมิงเฟย
ถึงแม้ว่าบทนี้จะขึ้นชื่อได้ว่าเป็นพระรองคนที่สาม แต่จริงๆแล้วเป็นหนึ่งในบทที่โดดเด่นและมีฉากให้เล่นเป็นจำนวนมาก!
รวมถึงยังมีฉากเด่นที่เล่นฉายเดี่ยวในตอนท้ายอีกด้วย! ฉากตอนท้ายเป็นฉากแอ็คชั่น ที่มีการต่อสู้อย่างดุเดือด ซึ่งเป็นการต่อสู้ 1 ต่อ 3 หากกงหมิงเฟยแสดงได้ดี ก็จะโดดเด่นไม่แพ้ตัวเอกของเรื่องเลยทีเดียว!
กงหมิงเฟยหันไปยิ้มและพยักหน้ากับหวังเหยาเจียว “ครั้งนี้ถือได้ว่าพวกเราแอบเด็ดแอป้ปิ้ลทองคำได้เลยทีเดียว!”
ขณะที่กงหมิงเฟยและหวังเหยาเจียว กำลังรู้สึกตื่นเต้นกันอยู่นั้น กลุ่มผู้บริหารของบริษัทเทียนหยูมีเดีย กลับค่อนข้างวุ่นวายเพราะเหตุการณ์ของหลิวจิ๋วเฉียว!
……
จบบท
