- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากการทดสอบเลื่อนระดับอารยธรรม ฉันก็เริ่มแอ๊บเป็นอัจฉริยะแล้ว
- บทที่ 32 - ม่านได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
บทที่ 32 - ม่านได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
บทที่ 32 - ม่านได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
คำพูดนี้เหมือนสายฟ้าฟาด ทำเอาหลายคนหน้าถอดสี
“ท่านผู้นำ! นี่มัน...”
มีคนอยากจะคัดค้านขึ้นมาทันที
แต่หลี่เจิ้นกั๋วโบกมือ ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาเลยแม้แต่น้อย
“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ภารกิจหลักของทุกหน่วยรบ ให้เปลี่ยนจากการยึดคืนพื้นที่สำคัญ เป็นการคุ้มกันการอพยพ! ใช้กำลังอาวุธหนักและการจัดทัพที่เรายังเหลืออยู่ ไม่ต้องไปต่อสู้แย่งชิงกระดูกชิ้นโตที่เต็มไปด้วยอสูรอเวจีระดับสูงอีกแล้ว แต่ให้สกัดกั้นเป็นระลอก คุ้มกันพลเรือนผู้รอดชีวิต ค่อยๆ ถอยออกจากพื้นที่รัศมีหลักของรังระดับสูง!”
“ขณะเดียวกัน”
เขาเน้นเสียงหนักขึ้น “ให้ประสานงานกับกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ พยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้าง และใช้พื้นที่ที่มีภัยคุกคามค่อนข้างต่ำเป็นฐาน เพื่อจัดตั้งชุมชนผู้รอดชีวิตที่มั่นคง”
นายทหารยศพลโทที่รับผิดชอบด้านยุทโธปกรณ์และโลจิสติกส์อดรนทนไม่ไหว
“ท่านผู้นำครับ! ผมเข้าใจความหมายของท่าน แต่ว่าจุดยุทธศาสตร์เหล่านั้น โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมทหาร พลังงาน และระบบสื่อสาร ถ้าเราทิ้งไปทั้งหมด ทรัพยากรจะถูกทำลายจนหมดสิ้นอย่างรวดเร็วนะครับ ถึงตอนนั้นต่อให้เรารักษาคนไว้ได้ แต่ถ้าสูญเสียการสนับสนุนจากระบบสงครามสมัยใหม่ไป พออาวุธและกระสุนหมด ทหารของเราก็ทำได้แค่กลับไปยุคอาวุธเย็นใช้มีดดาบไปสู้รบปรบมือกับอสูรอเวจีเท่านั้น”
“สู้รบปรบมือเหรอ”
หลี่เจิ้นกั๋วหันขวับไปมองเขา ชี้ไปยังจอรองที่มืดไปแล้ว
“คุณคิดว่านั่นคือการสู้รบปรบมือธรรมดาๆ งั้นเหรอ นั่นคือกำลังรบรูปแบบใหม่! คือความหวัง! ถ้าเรายังมัวแต่ใช้ระบบการรบแบบเก่า เราก็มีแต่จะถูกบดขยี้จนตายช้าๆ”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวยอมทุบหม้อข้าวหม้อแกง
“ในอดีต พวกเราเปลี่ยนความคิดช้าไปก้าวหนึ่ง ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีถึงจะไล่ตามประเทศอื่นทัน และตอนนี้ พลังงานต้นกำเนิดก็คือวิธีการรบรูปแบบใหม่”
“พวกเขาไม่ต้องการห่วงโซ่โลจิสติกส์ที่ใหญ่โต ไม่ต้องการไฟฟ้าที่ไม่มีวันดับ พวกเขาฆ่าสัตว์ประหลาด ได้รับพลังงาน แข็งแกร่งขึ้น แล้วก็ไปท้าทายสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งกว่า! นี่คือหนทางเดียวในอนาคตของเรา การทำสงครามเพื่อหล่อเลี้ยงสงคราม!”
สายตาของหลี่เจิ้นกั๋วกวาดมองไปทั่วทุกใบหน้าที่ทั้งตกตะลึง ครุ่นคิด หรือวิตกกังวล
“เพราะฉะนั้น ทุกท่าน จำไว้! ในสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การรักษาโรงงานและอุปกรณ์เหล่านั้นไว้ แต่คือการรักษาคน... รักษาทุกคนที่อาจจะกลายเป็นนักรบ กลายเป็นผู้ฝึกฝนพลังงานต้นกำเนิดได้!”
“พวกคุณ... อย่าลืมคำพูดหนึ่ง”
หลี่เจิ้นกั๋วหยุดไปครู่หนึ่ง รอจนกระทั่งทุกสายตาหันมาจับจ้องที่เขา เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“รักษาคน ทิ้งดินแดน คนและดินแดนจะยังอยู่ รักษาดินแดน ทิ้งคน คนและดินแดนจะสูญสิ้น!”
ประโยคนี้ ช่างหนักแน่นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ทุบกระแทกลงไปในจิตวิญญาณของทุกคนที่นั่งอยู่ในศูนย์บัญชาการแห่งนี้
ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงหายใจหนักๆ และเสียงหึ่งๆ ของเครื่องมือที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ฉันทามติที่ทั้งเด็ดขาดและแน่วแน่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบ
หลี่เจิ้นกั๋วกวาดสายตามองไปทั่วห้อง ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง
“ผมรู้ว่าพวกคุณกังวลอะไร ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกะทันหันครั้งนี้ มันอาจจะเป็นฝีมือของสิ่งมีชีวิตมิติสูง หรืออารยธรรมที่สูงกว่า ดังนั้นพวกคุณจึงไม่ไว้วางใจวิธีการฝึกพลังงานต้นกำเนิดที่ได้จากผลึก ไม่ไว้ใจผลึกพลังงาน หรือแม้แต่เทคโนโลยีพลังงานต้นกำเนิด”
“แต่ทว่า... ตอนนี้พวกเรายังมีทางเลือกอื่นกันอีกเหรอ พวกที่อยู่เบื้องหลังกล้าให้เราอาวุธ เราก็กล้าที่จะรับ! แทนที่จะนั่งรอความตาย สู้เดิมพันทุกอย่างดูสักตั้งดีกว่า”
“ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง พวกมันอาจจะทำลายชีวิตเราได้ บดขยี้กระดูกเราได้ แต่มันหักกระดูกสันหลังของเราไม่ได้”
“ทุกคนครับ อย่าลืมว่าบรรพบุรุษของเรา ผ่านสภาพแวดล้อมแบบไหนกันมาบ้าง รังพวกนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นศัตรู แต่มันยังเป็นแหล่งทรัพยากรด้วย! ไม่มีอาวุธ ไม่มีทรัพยากร ก็ไปแย่งชิงมาจากศัตรูสิ!”
เขาพูดรวดเดียวจบ
หลี่เจิ้นกั๋วหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบน้ำเล็กน้อยเพื่อหล่อเลี้ยงลำคอที่เริ่มแห้งผาก
จากนั้น เขาก็แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานที่เด็ดขาดทันที
“ฝ่ายเสนาธิการ”
“ทิศทางยุทธศาสตร์ไม่ต้องถกกันอีกแล้ว สำหรับการกระจายกำลังไปสร้างชุมชนผู้รอดชีวิต พวกคุณฝ่ายเสนาธิการมีข้อเสนอแนะอะไรที่เป็นรูปธรรมบ้างไหม แผนที่การกระจายตัวของรังที่ผมให้พวกคุณทำไว้ก่อนหน้านี้ ทำเสร็จรึยัง”
นายทหารยศพลตรีฝ่ายเสนาธิการคนหนึ่งก้าวออกมาทันที นายทหารยศพันโทที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาก็รีบไปที่โต๊ะควบคุม เปลี่ยนแผนที่ประเทศบนจอหลักให้กลายเป็นแผนผังที่ซับซ้อน เต็มไปด้วยจุดสีแดงนับไม่ถ้วน และพื้นที่ว่างเปล่าที่คดเคี้ยวไปมา
“ท่านผู้นำครับ”
เสียงของนายทหารพลตรีคนนั้นหนักแน่นและชัดเจน เขหยิบปากกาแสงขึ้นมา ชี้ไปที่พื้นที่ว่างเหล่านั้น
“จากการจำลองสถานการณ์ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ร่วมกับข้อมูลข่าวกรองล่าสุด นี่คือพื้นที่ว่างระหว่างรังที่ค่อนข้างปลอดภัยที่เราสามารถยืนยันได้ในตอนนี้ครับ”
ปากกาแสงวงไปรอบๆ พื้นที่ว่างเปล่าที่มีรูปร่างไม่แน่นอนเหล่านั้น
“อย่างที่ทุกท่านเห็น พื้นที่ว่างส่วนใหญ่จะแคบและกระจัดกระจาย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากระดับและความหนาแน่นของรังที่อยู่รอบๆ ทำให้ระดับความปลอดภัยและขนาดพื้นที่แตกต่างกันมาก ข้อเสนอของเราคือให้แบ่งระดับและจัดการตามประเภทครับ”
“สำหรับเมืองขนาดกลางและเล็ก รวมถึงพื้นที่ชนบท...”
เขาขยายภาพพื้นที่ตัวอย่างแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีจุดสีแดงขนาดเล็กค่อนข้างมาก และพื้นที่ว่างก็ค่อนข้างกระจัดกระจาย
“เราขอเสนอให้ อาศัยกำลังของตำรวจท้องที่และกองกำลังอาสาสมัครที่ยังเหลือรอดอยู่ จัดตั้งชุมชนผู้รอดชีวิตเบื้องต้นในพื้นที่ว่างที่ค่อนข้างปลอดภัยเหล่านี้ก่อน โดยในช่วงแรกให้ยึดการเอาชีวิตรอดเป็นเป้าหมายหลัก”
“หลังจากที่ชุมชนมั่นคงแล้ว ค่อยประเมินกำลัง แล้วค่อยๆ ขยายออกไป เลือกที่จะกวาดล้างรังขนาดจิ๋วที่อยู่รอบๆ เพื่อขยายพื้นที่ปลอดภัย”
จากนั้น ภาพก็ตัดไปที่เขตเมืองขนาดใหญ่ ที่นั่นไม่เพียงแต่จะมีจุดสีแดงขนาดเล็กหนาแน่น แต่ยังมีก้อนสีแดงที่หมายถึง “รังขนาดเล็ก” ซึ่งเป็นภัยคุกคามระดับที่สูงกว่าอยู่หลายแห่ง
“ส่วนเมืองขนาดใหญ่และพื้นที่ที่มีรังหนาแน่น...”
น้ำเสียงของนายทหารพลตรีเคร่งเครียดลงยิ่งขึ้น
“ความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่สูงมาก พื้นที่ว่างก็น้อยกว่าและอันตรายกว่า จำเป็นต้องอาศัยกำลังรบหลักของแต่ละเขตยุทธวิธีที่ยังเหลืออยู่ ระดมยานเกราะและอาวุธหนัก เข้าโจมตีและกวาดล้างอย่างเต็มที่”
“ข้อเสนอของเราคือ ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไรก็ตาม ต้องยึดพื้นที่ใจกลางของเขตเหล่านั้นให้ได้ อย่างน้อยสองถึงสามแห่งที่เป็นพื้นที่ของ ‘รังขนาดเล็ก’ ที่อยู่ติดกัน เพื่อสร้างฐานผู้รอดชีวิตขนาดใหญ่ที่มั่นคงและมีการบริหารจัดการแบบทหาร! ใช้ที่นี่เป็นจุดค้ำยันในพื้นที่ แผ่ขยายอิทธิพลออกไปรอบๆ รวบรวมผู้รอดชีวิต และใช้เป็นหัวสะพานในการโต้กลับในอนาคต!”
สุดท้ายเขาดึงตารางสรุปขึ้นมา
“จากการประเมินข่าวกรอง ทรัพยากร กำลังรบ และการกระจายตัวของรังที่มีอยู่ คอมพิวเตอร์จำลองสถานการณ์แล้วพบว่า ทั่วทั้งประเทศ เรามีโอกาสที่จะสร้างและรักษาชุมชนผู้รอดชีวิตไว้ได้ในระยะยาว ทั้งหมด 316 แห่งครับ!”
“น้อยขนาดนี้เลยเหรอ”
“นี่มันไม่น่าพอ...”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในห้องโถง
นายทหารพลตรีพูดต่อ “ในจำนวนนี้ ชุมชนขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องอาศัยพื้นที่ว่างระหว่างรังในการสร้างและค่อยๆ พัฒนา คาดการณ์ว่ามี 298 แห่ง...”
“ส่วนฐานขนาดใหญ่ที่ต้องให้กองทัพบุกยึดพื้นที่รังขนาดเล็ก มีทั้งหมด 18 แห่งครับ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริม “สถานที่เหล่านี้ล้วนผ่านการคัดกรองเบื้องต้นแล้ว ต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มั่นคง มีแนวป้องกันเดิมอยู่บ้าง หรือเป็นพื้นที่ที่ง่ายต่อการป้องกันแต่ยากต่อการโจมตี และคาดว่าจะมีจำนวนผู้รอดชีวิตเบื้องต้นถึงเกณฑ์ที่กำหนด”
หลี่เจิ้นกั๋วจ้องมองจุดสัญลักษณ์ทั้ง 316 จุดบนหน้าจอที่เปรียบเหมือนประกายไฟแห่งความหวัง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“ดี! ใช้กรอบแผนงานนี้ไปขยายผลต่อ!”
เขาสั่งการอย่างเด็ดขาด
“ส่งตำแหน่งของชุมชนที่คาดการณ์ไว้ทั้ง 316 แห่ง เส้นทางการอพยพที่แนะนำ และการประเมินระดับภัยคุกคามของรังโดยรอบ ทำเครื่องหมายด้วยความสำคัญสูงสุด แล้วรีบประกาศออกไป! ถือโอกาสที่ตอนนี้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารเคลื่อนที่ยังไม่ล่มโดยสมบูรณ์!”
“บอกพี่น้องร่วมชาติทุกคน ว่าประเทศชาติไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา! บอกพวกเขาว่าที่ไหนปลอดภัย! พร้อมกันนั้น แจ้งให้ทุกหน่วยทัพทั่วทั้งกองทัพทราบ ให้คุ้มกันประชาชนอพยพไปยังจุดที่กำหนดไว้เหล่านี้ และพยายามอย่างเต็มที่ในการกวาดล้างสัตว์ประหลาดรอบๆ จุดที่กำหนด เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมในการจัดตั้งชุมชน!”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลี่เจิ้นกั๋วก็โบกมืออย่างแรง
“ทุกคน เริ่มปฏิบัติการได้! ร่างคำสั่งโดยละเอียดส่งไปยังทุกเขตยุทธวิธีทันที! ปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ ให้ใช้ชื่อว่า... อัคคี!”
คำสั่งทหารเด็ดขาดหนักแน่นราวกับภูภา ศูนย์บัญชาการใต้ดิน "หลงยวน" ทั้งหมดก็เหมือนกับเครื่องจักรสงครามที่ละเอียดอ่อนที่สุด ที่กำลังเริ่มต้นเดินเครื่องอย่างบ้าคลั่งตามคำสั่งสูงสุดที่เพิ่งประกาศออกมา
คำสั่งทีละบรรทัดที่บรรจุแนวคิดยุทธศาสตร์ใหม่ ค่อยๆ ทะลุผ่านชั้นหิน ส่งไปยังกองกำลังที่ยังคงรบราอย่างดุเดือดทั่วประเทศ
(จบแล้ว)