เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1


บทที่ ๑ :  

ศักราชใหม่ที่ 163, ณ เดือนเหมันตอัศนี

อาณาจักรฟารูค, แคว้นโนอาห์, เมืองไรน์, เขตซาค

ภายในห้องขังชั่วคราวของหน่วยลาดตระเวน มันคือคุกมืดอันคับแคบและอึดอัด คราบราสีเขียวสลับดำเทาตะไคร่ขึ้นเลื้อยคลุมผนังไปกว่าครึ่ง บนพื้นมีอณูฝุ่นเกาะจับหนาเตอะ

ประตูห้องขังเป็นซี่กรงเหล็กสีนิล ใช้โซ่เส้นใหญ่ล่ามเอาไว้ ทั้งประตูและโซ่ต่างถูกสนิมกรังกัดกินจนแทบไม่เห็นเนื้อเหล็กเดิม

คลาวน์ขดตัวอยู่มุมหนึ่งของห้องขัง ครุ่นคิดถึงปัญหาเชิงปรัชญาที่เหล่าปราชญ์มนุษย์ขบคิดกันมานานหลายยุคสมัย

‘ตัวข้าคือผู้ใด? มาจากหนแห่งใด? และจะมุ่งหน้าไปสู่ที่ใดกัน?’

เสียงเครื่องจักรไอน้ำคำรามกึกก้องดังแว่วมาจากที่ห่างไกล ในโพรงจมูกอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นฉุนของปัสสาวะ ทุกสิ่งทุกอย่าง ณ ที่แห่งนี้ ย้ำเตือนให้เขารู้ว่า... ตนได้มาสู่โลกที่ไม่คุ้นเคยเสียแล้ว

เขาไม่ใช่คนของโลกนี้ หรือจะกล่าวให้ถูกคือ... เมื่อวันก่อนเขายังไม่ใช่!

ในภพชาติก่อน เขาเป็นเพียงโปรแกรมเมอร์ธรรมดาคนหนึ่งที่ชีวิตแสนจะจืดชืด นอกเหนือจากตารางงานอันยุ่งเหยิงแล้ว ก็มีเพียงการขลุกตัวอยู่บ้าน เล่นเกม อ่านนิยาย และดูหนังแผ่นเป็นเพื่อนแก้เหงา

ใครจะล่วงรู้ได้ว่า เมื่อคืนวานขณะที่กำลังอดหลับอดนอนแก้ไขโปรแกรมตามใบสั่งของลูกค้า จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกแล้ววูบหมดสติไป

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในรุ่งเช้าของวันนี้ เขาก็ได้มาจุติในร่างใหม่แทนที่ชายหนุ่มผู้มีนามว่า ‘คลาวน์’ ผู้นี้แล้ว

"ได้เวลาอาหารแล้ว" เสียงหนึ่งดังขึ้น ผู้คุมร่างอ้วนใหญ่เจ้าเนื้อผู้มีหนวดเครารกรุงรังวางถาดไม้ลงที่หน้าประตู ก่อนจะเขย่าโซ่อย่างแรง

เสียงโลหะกระทบกันดังแสบแก้วหู ฉุดกระชากความคิดของคลาวน์ให้กลับสู่ความเป็นจริง ความหิวโหยถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ

เขาใช้มือดันผนังพยุงตัวลุกขึ้น โซซัดโซเซไปยังหน้าประตู

ถาดไม้เต็มไปด้วยจุดด่างดำจนแทบมองไม่เห็นลายไม้ดั้งเดิม บนนั้นมีเพียงขนมปังดำแข็งกระด้างหนึ่งก้อนกับน้ำเปล่าหนึ่งถ้วย ขอบถ้วยดินเผาที่ใช้บรรจุน้ำนั้นยังแตกร้าวไปหลายแห่ง

คลาวน์สอดมือผ่านช่องกรงเหล็กเพื่อหยิบขนมปังและน้ำเข้ามา เขายกถ้วยขึ้นจิบน้ำเล็กน้อย ก่อนจะใช้สองมือฉีกขนมปังดำยัดเข้าปาก

ขนมปังดำที่ผสมเศษขี้เลื่อยให้รสสัมผัสที่หยาบกระด้างจนเขาต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบดื่มน้ำตามลงไปอีกอึกใหญ่เพื่อช่วยให้กลืนลงคอ

"หมู่บ้านใกล้ๆ เกิดคดีวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิง หญิงม่ายที่ถูกสิงร่างตื่นขึ้นมากลายเป็นคนละคน พูดจาก็ไม่เป็นภาษา จำเพื่อนบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ ชาวบ้านเห็นผิดสังเกตเลยแจ้งมา หัวหน้ากับบาทหลวงไปตรวจสอบและจัดการแล้วล่ะ"

วิญญาณชั่วร้าย? นั่นมันตัวอะไรกัน?

มือที่กำลังกินของคลาวน์ชะงักงัน เขามองลอดช่องกรงออกไป เห็นเพียงสายตาของผู้คุมที่กำลังจ้องมองมายังดวงตาของเขา แววตาที่พยายามจะสำรวจลึกลงไปให้ถึงแก่นในจิตใจ

เศษเสี้ยวความทรงจำผุดขึ้นมาจากซอกหลืบที่ไม่รู้จัก มันทำให้เขารู้สึกราวกับได้สัมผัสชีวิตของคนอีกคนหนึ่งเพียงชั่วพริบตา

คลาวน์: "..."

‘เพิ่งจะข้ามภพมาก็ถูกจับได้ว่าผิดปกติเลยเรอะ? ให้ตายสิ!’

โลกใบนี้คล้ายคลึงกับยุควิกตอเรียในชาติก่อนของเขาอย่างน่าประหลาด มีการใช้เครื่องจักรกลไอน้ำอย่างแพร่หลาย เมื่อมองผิวเผินแล้วดูเหมือนทุกอย่างกำลังเจริญรุ่งเรือง

ทว่าเมื่อหลายปีก่อน หลังจากปรากฏการณ์ประหลาดที่จันทราสีโลหิตลอยเด่นขึ้นท้าทายแสงอาทิตย์บนฟากฟ้า โลกก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าพิศวง

ราตรีกาลได้กลายเป็นอุทยานของเหล่าอสูรกาย วิญญาณชั่วร้ายไร้รูปไร้ลักษณ์ผุดกำเนิดจากเงามืดอันลี้ลับ เหล่าอมนุษย์ที่ซ่อนเร้นกายในหมู่คนก็เผยร่างที่แท้จริงออกมาไล่ล่าเหยื่อ

ทุกค่ำคืนที่ผ่านพ้นไป มักจะมีคนตายอย่างปริศนาเสมอ บางคนทั่วร่างไม่มีบาดแผลแม้แต่รอยเดียว บางคนหัวหลุดจากบ่าและเครื่องในถูกควักจนเกลี้ยง

บางคนก็หายสาบสูญไปราวกับไม่เคยมีตัวตน หรือไม่ก็มีนิสัยเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนเพื่อนบ้านจำไม่ได้

เรื่องราวที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้เหล่านี้ ถูกจัดให้เป็น "เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ" ทั้งสิ้น

เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ยากในอาณาจักรแห่งนี้ หนำซ้ำยังมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทางการต้องจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อรับมือกับคดีประเภทนี้โดยเฉพาะ

ย่านที่เจ้าของร่างเดิมเคยอาศัยอยู่ ‘ตรอกสกั๊งค์’ เพิ่งจะประสบเหตุการณ์วิญญาณร้ายไปเมื่อคืนวาน ทั้งครอบครัวของเขาและเพื่อนบ้าน มีเพียงเขาที่รอดชีวิตมาได้

ตอนที่เขาถูกพบนั้น เป็นช่วงเวลาที่เขาเพิ่งจะจุติมาและยังอยู่ในสภาวะมึนงง เมื่อถูกซักถามจึงไม่สามารถตอบอะไรได้เลย และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมานั่งอยู่ในห้องขังของหน่วยลาดตระเวน

เขตซาคเป็นเพียงเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง ยังไม่มีหน่วยงานสาขาย่อยสำหรับจัดการเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ มีเพียงบาทหลวงจากโบสถ์ที่คอยรับผิดชอบเรื่องนี้ มิเช่นนั้น ป่านนี้เขาอาจจะถูกพิพากษาจนดับดิ้นไปแล้ว

"ต่อให้เป็นวิญญาณร้ายที่เก่งกาจแค่ไหน ช่วงวันแรกๆ ที่เพิ่งสิงร่างคนใหม่ๆ ก็จัดการได้ง่ายนิดเดียว แค่จุดไฟเผาก็จบเรื่องแล้ว เจ้าว่าจริงไหมล่ะ?"

ผู้คุมอ้วนลูบเคราที่คางพลางพูดด้วยสีหน้าสบายๆ

ความทรงจำอีกระลอกหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของคลาวน์ วิธีจัดการกับคนถูกสิงร่าง... ก็คือการจุดไฟเผาจริงๆ ด้วย เขาเองก็เคยไปมุงดูเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

จะปล่อยให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าร่างนี้เปลี่ยนผู้ใช้ไปแล้ว! มิเช่นนั้น จากคนที่เคยมุงดูคนอื่น จะกลายเป็นคนที่ถูกดูเสียเอง

คลาวน์เค้นรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าที่แข็งทื่อ "ข้าปวดหัวมาก ไม่รู้ทำไมถึงจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย"

จากการที่เพิ่งจะหลอมรวมกับความทรงจำแปลกใหม่ ทำให้เขาพอจะพูดภาษาของที่นี่ได้บ้างแม้จะติดๆ ขัดๆ

ผู้คุมอ้วนแสยะยิ้มอย่างมีความหมาย เขายักคิ้วและพลางถาม "แค่จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้งั้นรึ? แล้วข้าชื่ออะไรล่ะ?"

คลาวน์พยายามเค้นความทรงจำที่ได้รับมาอย่างสุดความสามารถ เขารู้สึกว่าชื่อของผู้คุมติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่กลับเอ่ยมันออกมาไม่ได้

"ดูท่าแล้ว... เหตุการณ์วิญญาณร้ายครานี้คงไม่มีผู้รอดชีวิตที่แท้จริงสินะ งั้นก็เพลิดเพลินกับอาหารมื้อสุดท้ายของเจ้าซะเถอะ!"

ผู้คุมส่ายหน้าอย่างนึกเสียดาย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

‘อย่างน้อยก็ให้เวลาข้าคิดหน่อยสิวะ!’

คลาวน์ผุดลุกขึ้นพรวดพราด สองมือตะครุบกรงเหล็กอย่างแรง แต่ยิ่งพยายามนึก เขากลับยิ่งนึกชื่อของอีกฝ่ายไม่ออก

จากน้ำเสียงของผู้คุม พวกเขาน่าจะรู้จักกันดีพอสมควร

‘ต้องพูดอะไรสักอย่าง...’

ทันใดนั้น ภาพอันเลือนรางภาพหนึ่งก็วาบเข้ามาในหัว เขาเคยส่งหลอดยาทดลองสีชมพูสองสามหลอดให้กับผู้คุมคนนี้!

บิดาของเจ้าของร่างเดิมเป็นนักปรุงยา เชี่ยวชาญในการผลิตยาบางชนิด ครั้งนั้นบิดาเป็นคนใช้ให้เขานำของไปส่งให้ผู้คุมเอง

"ของที่ข้าเอาไปส่งให้ครั้งล่าสุดน่ะ เป็นยาที่ข้าปรุงขึ้นมาเอง ผลของมันดีใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ?" คลาวน์ตะโกนออกไป

เมื่อเห็นผู้คุมหันขวับกลับมา ในใจของเขาก็สงบลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ข้าคงจะถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ความทรงจำกำลังค่อยๆ ฟื้นคืนมา"

เขาไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว ได้แต่ยื้อเวลาไปทีละนิด อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายปักใจเชื่อว่าเขาถูกสลับไส้ในไปแล้ว

"ขอให้ความทรงจำฟื้นคืนมาไวๆ ล่ะ พรุ่งนี้พอท่านบาทหลวงจัดการเรื่องคนถูกสิงร่างเสร็จกลับมาเมื่อไหร่ เขาจะมาตรวจสอบเจ้าทันที"

ผู้คุมจ้องมองเขาอย่างล้ำลึกอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

‘แล้วจะทำยังไงต่อดี? ข้าไม่อยากถูกเผาทั้งเป็นนะโว้ย!’

คลาวน์ทรุดตัวลงกับพื้นราวกับสิ้นเรี่ยวแรง ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย

ทันใดนั้น... กำแพงสีทองกึ่งโปร่งแสงพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า บนนั้นมีตัวอักษรสีเทาปรากฏอยู่สองสามแถว เป็นอักขระอักษรฮั่นที่เขาคุ้นเคย

【ภาษาฟารูค: 376/1000; ขั้นที่หนึ่ง】 (ท่านจดจำภาษานี้ได้ไม่มากนัก ทำได้เพียงพูดคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ ได้บ้าง)

【สมุนไพรศาสตร์: 392/1000; ขั้นที่หนึ่ง】 (ท่านสามารถแยกแยะสมุนไพรทั่วไปได้บ้าง และอาจปรุงยาพิษอ่อนๆ ได้ในยามที่แมวตาบอดคาบหนูตายมาให้)

【ศาสตร์การยิง: 106/1000; ขั้นที่หนึ่ง】 (ท่านเหนี่ยวไกปืนได้อย่างคล่องแคล่ว แต่จะโดนเป้าหรือไม่นั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของท่าน!)

อะไรวะเนี่ย!

คลาวน์ยื่นมือไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ ฝ่ามือของเขาทะลุผ่านกำแพงไปโดยตรง

กำแพงนั้นไม่ใช่ของจริง เป็นเพียงภาพฉายที่ปรากฏบนม่านตาของเขาเท่านั้น

สิทธิพิเศษของผู้ข้ามภพ... ดัชนีทองคำมาถึงแล้วรึ? ฮ่าฮ่า! เยี่ยมไปเลย!

คลาวน์ยอมรับเรื่องกำแพงสีทองได้อย่างรวดเร็ว ในฐานะคอนิยายเซียนผู้คร่ำหวอด การข้ามภพแล้วมีดัชนีทองคำติดตัวมาด้วยมันก็เป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ?

ส่วนเบื้องหลังจะมีผู้ชักใยหรือไม่ ตัวเขาจะเป็นเพียงหนูทดลองหรือเปล่า เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย!

ต่อให้มีผู้ชักใยจริง ก็คงต้องรอให้ต้นหอมอย่างเขาเติบโตจนเขียวกว่านี้ก่อนค่อยมาเก็บเกี่ยว

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเอาชีวิตรอด จะต้องไม่ถูกจับเผาทั้งเป็นในฐานะคนถูกวิญญาณสิง!

ดัชนีทองคำนี้เข้าใจได้ไม่ยาก มันเหมือนกับค่าความชำนาญของสกิลในเกมออนไลน์ยุคโบราณ ขอเพียงเขานึกในใจ กำแพงสีทองก็จะปรากฏขึ้นตรงหน้า

เขาเอ่ยชื่อของตนเองด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงคนเดียว "คลาวน์ มออา"

ตัวเลขของภาษาฟารูคบนกำแพงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พยายามเค้นความทรงจำ นึกถึงคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้ พลางนึกถึงการออกเสียง การเขียน แล้วจึงค่อยๆ เอ่ยมันออกมาเบาๆ

ปาฏิหาริย์พลันบังเกิด! เขาสัมผัสได้ทันทีว่าคำๆ นี้ควรจะออกเสียงอย่างไรให้ได้มาตรฐานที่สุด มันมีความหมายกี่อย่าง และนึกถึงฉากที่ตัวเขาเคยใช้คำนี้...

เขาลองเรียกกำแพงสีทองออกมาอีกครั้ง ตัวเลขบนนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว

【ภาษาฟารูค: 377/1000; ขั้นที่หนึ่ง】

แค่ฝึกฝนอย่างจริงจังก็เพิ่มค่าความชำนาญได้ ทั้งยังได้รับความเข้าใจใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้ความสามารถสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยฟื้นฟูความทรงจำได้ด้วย!

ริมฝีปากของคลาวน์ฉีกยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหู มีดัชนีทองคำแล้ว เขายังจะไปกลัวอะไรอีก!

พูดไม่ได้? จำคนรู้จักไม่ได้? เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น!

ก็แค่ต้องฟาร์มไม่ใช่รึไง!

ในฐานะของผู้เล่นระดับเซียนที่เคยใช้ยันต์นับหมื่นแผ่นในเมืองปราการเพื่อฝึกฝนวิชาอัญเชิญโครงกระดูกและอสูรเทพมาแล้ว... คลาวน์ขอประกาศว่าทั่วทั้งร่างของเขาล้วนมีไว้เพื่อการฟาร์มโดยเฉพาะ!

จบบทที่ ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว