เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ดื่มสักหน่อยหรือไม่?

บทที่ 25 ดื่มสักหน่อยหรือไม่?

บทที่ 25 ดื่มสักหน่อยหรือไม่?


"คุณชายทั้งสอง เชิญทางนี้เจ้าค่ะ"

จี้ผิงเซิงและสหายถูกแม่เล้าที่แต่งหน้าจัดจ้านและฉูดฉาดคนหนึ่งนำทางไปยังโต๊ะที่ยังว่างอยู่โต๊ะหนึ่ง

โต๊ะที่ทำจากไม้จื่อส่งกลิ่นหอมจางๆ ออกมา ไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นไม้หรือกลิ่นกายคน

"คุณชายทั้งสอง ต้องการอะไรดีเจ้าคะ สั่งเพลงแถมเครื่องดื่ม สั่งคนนั่งเป็นเพื่อนแถมอาหารนะเจ้าคะ สาวๆ ของที่นี่บริการเป็นเลิศอันดับหนึ่งเลยนะเจ้าคะ!"

แม่เล้ายิ้มประจบประแจงเข้ามาอยู่เบื้องหน้าจี้ผิงเซิง แนะนำด้วยรอยยิ้มประจบสอพลอ

จี้ผิงเซิงนั่งลงอย่างสบายๆ เสียงดัง แปะ แปะ แปะ หินวิญญาณสิบกว่าก้อนถูกโยนลงบนโต๊ะ เขากล่าวอย่างใจกว้าง

"สุราดีอาหารเลิศจัดมาหนึ่งโต๊ะ แล้วก็เรียกสาวๆ มาสักสองสามคนมาพูดคุยเป็นเพื่อนพวกเรา"

"ได้เลยเจ้าค่ะ รอสักครู่นะเจ้าคะ!" แม่เล้าเห็นหินวิญญาณก็พลันยิ้มจนตาหยี เอื้อมมือไปคว้ามาทั้งหมด ก่อนจะหันหลังบิดสะโพกกลมๆ ไปเรียกคน

"เจ้าสำนักขอรับ กินข้าวดื่มสุราก็พอแล้ว เรื่องหญิงสาวนี่ไม่ต้องจะดีกว่ากระมังขอรับ?"

ชื่อเจิ้งหยางที่นั่งอยู่ตรงข้ามกล่าวโน้มน้าวด้วยใบหน้าขมขื่น เขาเคยมาสถานที่เช่นนี้เมื่อไหร่กันเล่า ในใจร้อนรนอย่างยิ่ง

หากเรื่องนี้ให้คนภายนอกรู้เข้าว่าองค์ชายสี่แห่งราชวงศ์ต้าเหยียนเที่ยวหอคณิกา อย่าว่าแต่ชื่อเสียงเลย เสด็จพ่อของเขาคงจะลงมือจับตัวเขาจากวังหลวงกลับไปแขวนเฆี่ยนสิบปีเป็นแน่

"แค่พูดคุยเป็นเพื่อน เจ้าจะไปกลัวอะไร?" จี้ผิงเซิงเหลือบมองเขา กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

ชายสองคนกินข้าวด้วยกันมันน่าเบื่อจะตายไป เพิ่มสีสันสักหน่อย ไม่เพียงแต่งดงามน่าเจริญอาหาร แต่ยังน่าเจริญใจเจริญตาอีกด้วยนะ

ไม่กี่นาทีต่อมา แม่เล้าก็นำกลุ่มหญิงสาววัยแรกแย้มสิบกว่าคนเดินเข้ามา กลุ่มหญิงสาวงามที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเหล่านี้แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน พรมด้วยน้ำหอมกลิ่นอบอวลจนทำให้อากาศโดยรอบหอมฟุ้งไปด้วย

"คุณชายทั้งสอง เลือกได้เลยเจ้าค่ะ" แม่เล้ากล่าวพลางยิ้ม

ชื่อเจิ้งหยางก้มหน้าไม่พูดจา ส่วนจี้ผิงเซิงนั้นกำลังชื่นชมอย่างละเอียดถี่ถ้วน บางครั้งก็จิ๊ปากออกมาทีหนึ่ง เขาพบว่า คุณภาพค่อนข้างสูงทีเดียว

จี้ผิงเซิงกระแอมสองครั้ง กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง "ท่านแม่ของข้าบอกว่าห้ามเลือกกิน เช่นนั้นก็ให้พวกนางอยู่ทั้งหมดเลยแล้วกัน"

"ให้อยู่ทั้งหมดรึเจ้าคะ?" แม่เล้าชะงักไปเล็กน้อย แสดงสีหน้าลำบากใจ "ให้อยู่ทั้งหมดจะไม่มากเกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ ยังมีแขกท่านอื่นรออยู่เลยนะเจ้าคะ หรือไม่คุณชายก็เลือกสักสองสามคนดีไหมเจ้าคะ?"

"สองสามคนจะไปพออะไร" จี้ผิงเซิงโยนหินวิญญาณไปอีกหนึ่งกำมือ "เงินพอแล้วใช่หรือไม่ รีบไปยกอาหารมาเถอะ"

"นี่..." แม่เล้ารับหินวิญญาณไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าให้อยู่ทั้งหมดไม่ได้นี่นา!

ขณะที่นางกำลังลังเลใจอยู่นั้น ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ไม่สบอารมณ์ดังมาจากด้านหลัง

"ก็ยังมีเด็กสาวอีกตั้งแถวหนึ่งนี่นา แค่จัดมาให้ข้าสักสองคนมันจะยุ่งยากอะไรนักหนา!"

แม่เล้าหันขวับไป เผยให้เห็นแขกที่อยู่ด้านหลัง เมื่อมองเห็นคนผู้นั้นชัดเจน จี้ผิงเซิงและชื่อเจิ้งหยางก็พลันลุกขึ้นยืนพร้อมกันด้วยสีหน้าประหลาดใจ

"ผู้อาวุโสหลิน?" คนทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน

ผู้มาใหม่สวมชุดคลุมยาวสีม่วงปักลายทอง รูปร่างผอมแห้งราวกับกระดูก นี่ไม่ใช่ผู้อาวุโสหลินที่ไปหาเรื่องที่สำนักซ่างชิงเมื่อสองวันก่อนหรอกรึ?

ผู้อาวุโสหลินก็ได้ยินเสียงเรียกนี้เช่นกัน อดไม่ได้ที่จะมองตามไป ทันใดนั้นสีหน้าก็พลันแข็งทื่อ

"เจ้าสำนักจี้ ช่างบังเอิญเสียจริง"

จี้ผิงเซิงก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง หัวเราะแห้งๆ หนึ่งครั้ง

"บังเอิญจริงขอรับ ผู้อาวุโสหลินก็มากินข้าวที่นี่ด้วยรึ"

"ใช่ๆๆ มากินเล่นๆ น่ะ"

"ใช่แล้วๆ แค่มากินเล่นๆ" จี้ผิงเซิงและผู้อาวุโสหลินสบตากัน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเจอกันในสถานที่เช่นนี้ได้ บรรยากาศน่าอึดอัดใจจนแทบขาดใจตาย

ส่วนชื่อเจิ้งหยางก็ได้แต่เอามือกุมหน้าอยู่ข้างๆ โชคดีที่ไม่ได้เจอรองเจ้าเมืองหวังที่รู้จักเขา มิเช่นนั้นเขาคงอยากจะตายเสียให้ได้

คนที่ได้สติกลับมาคนแรกก็ยังคงเป็นจี้ผิงเซิง ปรากฏว่าเขาเอื้อมมือออกไปอย่างหน้าตาเฉย กล่าวขึ้นลอยๆ

"ช่างบังเอิญนัก หรือว่าผู้อาวุโสหลินจะร่วมโต๊ะด้วยกันสักหน่อย?"

ผู้อาวุโสหลินลังเลเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าหันหลังเดินจากไปทันที เขาประสานมือคารวะแล้วนั่งลง

"เช่นนั้นก็ขอบคุณเจ้าสำนักจี้ที่เลี้ยงดู"

พอมีคนรู้จักอยู่ด้วย นี่ก็กลายเป็นมื้อค่ำที่เป็นทางการไปแล้ว ท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของผู้อาวุโสหลิน จี้ผิงเซิงแสร้งทำเป็นจริงจังไล่หญิงสาวที่เรียกมาไป

บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงในทันที จนกระทั่งสุราและอาหารถูกยกมาจนครบ ผู้อาวุโสหลินสมแล้วที่เป็นคนแก่มากประสบการณ์ เขาริเริ่มยกจอกสุราขึ้นก่อน

"เมื่อสองวันก่อนสร้างความลำบากให้เจ้าสำนักจี้แล้ว ผู้เฒ่าขอดื่มก่อนหนึ่งจอก" พูดจบก็กระดกเข้าปากจนหมด

สุราหมักบุปผาไหละหินวิญญาณห้าก้อน หนึ่งจอกนี้ก็คือหนึ่งในสามของไหแล้ว

จี้ผิงเซิงยกจอกสุราขึ้น กล่าวคารวะ "ท่านผู้เฒ่าเกรงใจเกินไปแล้ว ทุกอย่างอยู่ในสุราจอกนี้แล้ว" เช่นเดียวกัน เขาก็กระดกเข้าปากจนหมด

สุราที่เย็นเยียบห่อหุ้มด้วยรสชาติอ่อนโยนของสุราหมักบุปผาไหลลงสู่ลำคอ ทำให้เขารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างในทันที ชื่อเจิ้งหยางที่อยู่ข้างๆ คอยรินสุราอย่างเงียบงัน ลดทอนตัวตนของตนเองให้เหลือน้อยที่สุด

จี้ผิงเซิงก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่า เมื่อสองวันก่อนยังเผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด แต่วันนี้กลับมานั่งดื่มสุราร่วมโต๊ะกันอย่างกลมเกลียวได้ นี่มันไม่ควรจะเป็นการพูดจาเย้ยหยันกันสองสามประโยคแล้วลงไม้ลงมือ สั่งสอนพวกเขาสองคนสักพักแล้วจากไปอย่างสง่างามหรอกรึ?

เนื้อเรื่องตอนนี้ดูเหมือนจะผิดเพี้ยนไปหน่อยนะ

คนทั้งสองพลางดื่มสุรากินข้าว พลางพูดคุยถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน

จี้ผิงเซิงเอ่ยถาม "ผู้อาวุโสหลินทำภารกิจไม่สำเร็จแล้วกลับไป เจ้าสำนักของท่านไม่ได้ลงโทษท่านหรือ?"

ผู้อาวุโสหลินยิ้มขื่นๆ "ก็เกือบไปขอรับ เจ้าสำนักให้ข้าสร้างคุณความดีชดเชยความผิด ถือว่ารอดพ้นภัยไปได้"

ก็นับว่าเขาโชคดี หลังจากกลับไปแล้วได้เล่าเรื่องที่ถูกหอพิรุณโปรยแห่งมรรคาแห่งมารดักปล้นกลางทางให้ฟังหนึ่งรอบ หลังจากที่เขาเล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอมาพร้อมกับหลั่งน้ำตาอาบใบหน้าแล้ว เจ้าสำนักก็ไม่กล้าลงโทษเขาอีก

จี้ผิงเซิงกล่าวอย่างอยากรู้อยากเห็น "ซื้อทุ่งนาวิญญาณไม่ได้ แล้วสุกรวิญญาณสามพันตัวของพวกท่านทำอย่างไร?"

"จะทำอย่างไรได้เล่า ไม่เลี้ยงแล้วก็จับกินโดยตรงน่ะสิ"

ผู้อาวุโสหลินถอนหายใจกล่าว "ครั้งนี้สำนักเจินอู่ถือว่าขาดทุนย่อยยับ ลูกสุกรแปดสิบชั่งสามพันตัวเทียบกับสุกรแปดร้อยชั่งที่โตเต็มวัยแล้วไม่ได้เลย"

จี้ผิงเซิงได้ยินแทบจะหลุดหัวเราะออกมา เขาพยายามกลั้นหัวเราะแล้วถาม

"ศิษย์ของพวกท่านมีหลายหมื่นคน นี่จะพอกินรึ?"

ผู้อาวุโสหลินมองจี้ผิงเซิงที่กำลังกลั้นหัวเราะด้วยใบหน้าเรียบเฉย กล่าวเบาๆ "ไม่พอกิน ดังนั้นเจ้าสำนักของเราจึงซื้อมาเพิ่มอีกสองหมื่นตัว"

ทันใดนั้น จี้ผิงเซิงก็หัวเราะไม่ออกแล้ว เขารู้สึกว่าสุราในจอกของตน ไม่มีรสชาติเอาเสียเลย

นี่คือความแตกต่างงั้นรึ? เขายังกำลังหัวเราะเยาะที่สำนักเจินอู่ขาดทุนย่อยยับ แต่ฝ่ายนั้นกลับตบหน้าด้วยการซื้อสุกรเพิ่มอีกสองหมื่นตัว ให้เหล่าศิษย์ได้กินกันอย่างเต็มอิ่ม

สุราไม่เพียงแต่ไม่มีรสชาติ แต่ยังมีรสขมอยู่บ้าง จี้ผิงเซิงถูกคำพูดประโยคนี้ของผู้อาวุโสหลินทำลายอารมณ์จนหมดสิ้น

เขาก้มหน้าลงอย่างหดหู่คิดจะดื่มสักจอก แต่กลับพบว่าจอกสุราว่างเปล่าแล้ว จึงถลึงตาใส่ชื่อเจิ้งหยางที่กำลังยืนเหม่ออยู่ข้างๆ พลางตวาดว่า "เหม่ออะไรอยู่ รินสุราสิ!"

"ขอรับ" ชื่อเจิ้งหยางได้สติกลับมา รีบรินสุราให้หนึ่งจอก

ในใจของเขายังคงคิดอยู่ว่า หรือเจ้าสำนักจะอยากกินเนื้อสุกรแล้ว จะซื้อกลับไปสักสองตัวเชือดกินดีหรือไม่

หลังจากดื่มไปหลายจอก จี้ผิงเซิงและผู้อาวุโสหลินต่างก็เริ่มมึนเมาเล็กน้อย ไม่มีใครใช้พลังวิญญาณขับไล่ไอสุราออกไป ได้แต่ปล่อยให้ความรู้สึกมึนเมาเข้าครอบงำ

"เฒ่าหลิน ครั้งนี้มาเมืองเป่ยหยวนทำอะไรกัน หรือว่าจะมาซื้อที่ดินอีก?" จี้ผิงเซิงยกจอกสุราขึ้นกล่าวหยอกล้อ

"เอิ๊ก" ผู้อาวุโสหลินหน้าแดงก่ำโบกมือ "ครั้งนี้ข้าพาศิษย์ของสำนักเจินอู่มาเข้าร่วมกิจกรรมการประลองทหารเต๋าประกาศิตสวรรค์น่ะ สำนักซ่างชิงของพวกท่านก็เข้าร่วมด้วยใช่หรือไม่?"

"เข้าร่วมก็เข้าร่วม แต่คงจะเทียบกับพวกท่านไม่ได้หรอก ถึงตอนนั้นก็ช่วยดูแลกันหน่อยนะ" จี้ผิงเซิงกล่าวพลางยิ้มยิงฟัน

ผู้อาวุโสหลินตบหน้าอก รับปากอย่างแข็งขันและใจกว้าง

"วางใจเถอะสหาย ถึงตอนนั้นหากเจอคนของพวกเจ้า รับรองว่าไม่ตีแน่ แค่พวกเจ้าเดินอ้อมพวกเราไปก็พอแล้ว!"

จี้ผิงเซิง: "..."

จบบทที่ บทที่ 25 ดื่มสักหน่อยหรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว