เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา

บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา

บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา 


บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา

ในคาบเรียนนี้ เซี่ยหงได้พูดถึงหลายสิ่งที่นางไม่เคยพูดมาก่อน

ทำให้สวี่เฉิงนึกถึงชาติก่อนในช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉากที่อาจารย์ประจำชั้นบรรยายถึงชีวิตในมหาวิทยาลัยให้พวกเขาฟัง

ที่แตกต่างกันคือ มหาวิทยาลัยในชาติก่อนถือเป็นการปลดปล่อย เป็นช่วงเวลาที่สามารถจัดสรรเวลาได้อย่างอิสระ ส่วนในชาตินี้ มหาวิทยาลัยกลับหมายถึงความพยายามที่มากขึ้น ความเป็นอิสระที่น้อยลง

แต่เขากลับไม่รู้สึกว่านี่คือพันธนาการเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสีย ใครบ้างเล่าจะไม่อยากบรรลุเป็นปราชญ์?

ตอนกลางคืน หลังจากกลับถึงบ้าน สวี่เฉิงไม่ได้เข้าสู่ทะเลแห่งโลกในทันที

เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มหยั่งรู้ต้นกำเนิดธาตุน้ำโดยอาศัยสรรพคุณที่หลงเหลืออยู่ของผลโพธิ์

ต้นกำเนิดแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือต้นกำเนิดพื้นฐานทั้งห้า ได้แก่ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ประเภทที่สองคือต้นกำเนิดอื่นๆ ที่แตกต่างจากห้าชนิดนี้ เช่น แสง ความมืด หมอก เสียง เป็นต้น

ต้นกำเนิดแต่ละชนิดล้วนแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์มากมายมหาศาล ดั่งเช่นความคมกล้า ความแหลมคม และการทำลายล้างของต้นกำเนิดธาตุทอง หรือการบำรุง การป้องกัน และการโอบอุ้มของต้นกำเนิดธาตุน้ำ

ขั้นตอนของการบรรลุเป็นปราชญ์นั้น เริ่มต้นจากการหยั่งรู้กฎเกณฑ์ ช่วงก่อนมัธยมปลายเป็นช่วงวางรากฐาน พอขึ้น ม.4 ก็สร้างโลกใบเล็ก มีจุดอ้างอิงให้สามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์ได้ ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่มรรคาแห่งปราชญ์อย่างแท้จริง

ในการหยั่งรู้ของสวี่เฉิง กฎเกณฑ์หนึ่งสายที่ตนสัมผัสได้นี้น่าจะเป็นการป้องกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจของเขา ที่ทุกขณะจิตล้วนคำนึงถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง

แม้กระทั่งวิธีการประยุกต์ใช้ต้นกำเนิดก็ยังเป็นการสร้างม่านพลังป้องกันและเขตแดนน้ำไร้เรี่ยวแรง อาจกล่าวได้ว่าไม่มีผู้ใดที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันมากไปกว่าตนเองอีกแล้ว

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อรู้สึกว่าการหยั่งรู้ของวันนี้เพียงพอแล้ว สวี่เฉิงจึงเข้าสู่แคปซูลคงสภาพ จิตสำนึกดำดิ่งสู่ทะเลแห่งโลก

เผ่าหุนทั่ว

เพียงการพัฒนาไม่กี่ปี เผ่าก็ได้สลัดคราบความดั้งเดิมออกไป เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคสำริด

สถาปัตยกรรมของเผ่าเริ่มคำนึงถึงความสวยงาม ถนนหนทางก็ปูด้วยอิฐศิลาเขียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการแบ่งเขตพื้นที่ใช้สอย

อาจกล่าวได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดจากยุคของเหยาซุ่นอวี่มาสู่ยุคราชวงศ์ฮั่นในทันที

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งของต่างๆ ที่สวี่เฉิงได้แลกเปลี่ยนมา

ปัจจุบันเผ่าหุนทั่วมีประชากรเกือบสองพันคน บางคนที่มีพรสวรรค์ด้านยุทธ์ธรรมดา กลับมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นในด้านอื่น เช่น ช่างตีเหล็ก แพทย์ ช่างไม้

เผ่าที่มีโครงสร้างที่ดี ย่อมต้องมีทั้งผู้ฝึกยุทธ์และอาชีพสำหรับดำรงชีวิตที่เพียงพอ

ผู้ฝึกยุทธ์ต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ภายนอก อาชีพสำหรับดำรงชีวิตคอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เช่นนี้แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะมากกว่าหนึ่งบวกหนึ่ง

ตัวอย่างเช่นในการทดสอบภาคปฏิบัติครั้งก่อน หากในเผ่าหุนทั่วมีปรมาจารย์ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือเพียงพอ ก็จะสามารถสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ได้ สร้างธนูอันทรงพลังที่สามารถทำอันตรายหุ่นเชิดศพเกราะเหล็กได้ เช่นนี้แล้วในการต่อสู้ซึ่งหน้า อัตราการบาดเจ็บล้มตายก็จะลดลงอย่างมาก

ปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่คนทั่วไปต้องกังวล สำหรับสวี่เฉิงแล้วกลับแก้ไขได้ง่ายดาย ของที่แลกเปลี่ยนจากคัมภีร์สรรพสิ่งเสมอภาคไม่ได้มีราคาแพง

วัตถุดิบไม่แพง แต่การแลกเปลี่ยนของสำเร็จรูปกลับแพงมาก และยังยากที่จะอธิบายที่มาที่ไป

อิ้นเดินอยู่ในเผ่า ในสายตาของเขา เขาสามารถกวาดตามองรับรู้สถานการณ์โดยรวมของทุกคนได้

เขารู้สึกราวกับว่าตนกับคนเหล่านั้นอยู่กันคนละโลก

ในดวงตาของสวี่เฉิงปรากฏแสงสีทองขึ้นมา วินาทีต่อมาสถานะโดยละเอียดของอิ้นในขณะนี้ก็ปรากฏขึ้น

ระดับชะตาฟ้า: ระดับรกร้างขั้นห้า (ขั้นหนึ่งต่ำสุด, ขั้นเก้าสูงสุด)

อายุ: สี่สิบห้าปี

รากปราณ: รากปราณผสม

พรสวรรค์: กายาอาบโลหิต

รากฐานกายา: จวนจะระดับหวง

ความหยั่งรู้: ระดับหวงขั้นสาม (ขั้นเก้าต่ำสุด, ขั้นหนึ่งสูงสุด)

ดวงชะตา: สีเขียว

ความสามารถ: เคล็ดวิชาเฉียนอี, ยันต์โลหิต

ขอบเขต: ฝึกปราณขั้นหนึ่ง

ระดับชะตาฟ้าและความหยั่งรู้ล้วนเพิ่มสูงขึ้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มาจากการ์ดสืบทอด

แม้ว่าคุณสมบัติต่างๆ ของคนเราจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังเป็นเพียงคนธรรมดา ในสายตาของปราชญ์ แม้แต่กฎเกณฑ์ก็ยังสามารถควบคุมได้ ไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของคนธรรมดาเลย

รากปราณตัดสินว่าจะสามารถบำเพ็ญเพียรได้หรือไม่และความเร็วในการบำเพ็ญ ระดับชะตาฟ้าตัดสินว่าจะมีคอขวดหรือไม่และขีดจำกัดที่จะไปถึงได้

ขณะเดียวกันรากปราณก็มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับระดับชะตาฟ้า ผู้ที่มีระดับชะตาฟ้าต่ำโดยทั่วไปแล้วจะไม่ปรากฏรากปราณที่ดี

ด้วยสถานะปัจจุบันของอิ้น อย่าว่าแต่จุดสิ้นสุดของ ‘เคล็ดวิชาเฉียนอี’ อย่างขอบเขตทารกวิญญาณเลย แม้แต่ขอบเขตสร้างรากฐาน เขาก็ยังต้องอาศัยความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ การตระหนักรู้อันลึกซึ้ง และดวงชะตาอันแข็งกล้าจึงจะสามารถก้าวข้ามไปได้สำเร็จ

ทว่านี่คือในกรณีที่ไม่มีการแทรกแซง ในฐานะพลเมืองคนแรกและคนเดียวในปัจจุบันที่มีรากปราณ สวี่เฉิงได้ตัดสินใจที่จะบ่มเพาะเขาเป็นพิเศษแล้ว

ขอเพียงเขายังไม่ตายกลางคัน สวี่เฉิงก็จะคอยสร้างวาสนาให้เขาอยู่เสมอ ไม่แน่ว่าวันหนึ่งอาจจะได้บรรลุเต๋าเป็นเซียน มีอายุยืนยาวเทียบเท่าฟ้าดิน

“ฝั่งผู้ฝึกตนตอนนี้ยังไม่พบคนที่มีรากปราณเป็นคนที่สอง เช่นนั้นต่อไปข้าก็มาพัฒนาฝั่งผู้ฝึกยุทธ์ก่อนแล้วกัน”

สวี่เฉิงเบนสายตาไปยังอีกด้านหนึ่ง หัวหน้าเผ่าที่บรรลุถึงบำเพ็ญกายขั้นเก้าแล้ว ในตอนนี้พลังโลหิตปราณก็เห็นได้ชัดว่าไม่แข็งแกร่งเท่าปีก่อนๆ พลังฝีมือของเขาจะค่อยๆ เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา

นี่เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ก็โหดร้ายเช่นนี้

ทว่าพรสวรรค์ของเด็กๆ ในเผ่ากลับแข็งแกร่งขึ้นคนแล้วคนเล่า มีหลายคนทีเดียวที่รากฐานกายาบรรลุถึงระดับหวง อีกหลายสิบปีข้างหน้าล้วนมีความหวังที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณ กลายเป็นนักรบขั้นกำเนิด

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สวี่เฉิงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แลกเปลี่ยนสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เห็นมานานแล้วออกมา

[สระแห่งวาสนา]

ประเภท: สิ่งมหัศจรรย์

คำอธิบาย: ท้าทายสวรรค์เปลี่ยนชะตา, ช่วงชิงวาสนา สามารถเพิ่มโอกาสในการทะลวงขอบเขตได้อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับพรสวรรค์ของตนเอง ดูดซับไอวิญญาณโดยอัตโนมัติ ในแต่ละปีสามารถใช้งานได้สามคน

สิ่งที่ต้องใช้ในการแลกเปลี่ยน: แต้มศรัทาห้าแสนแต้ม

แม้ว่าน้ำในสระจะมีการสิ้นเปลืองไปบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกับน้ำพุอมฤตที่ใช้แล้วหมดไป เพราะสระแห่งวาสนานี้ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดก็คือความสามารถในการดูดซับไอวิญญาณ สามารถสืบทอดต่อไปได้อย่างยาวนาน

นอกจากนี้ สระแห่งวาสนานี้หากใช้คู่กับน้ำพุอมฤตก็จะให้ผลดียิ่งขึ้น ในเมื่อแต้มศรัทาห้าแสนแต้มก็ใช้ไปแล้ว ก็ไม่เกี่ยงที่จะใช้อีกแสนแต้ม สวี่เฉิงจึงแลกเปลี่ยนน้ำพุอมฤตสำหรับหนึ่งพันคนออกมาโดยตรง

ณ จุดนี้ แต้มศรัทธาที่เหลืออยู่บนตัวเขามีเพียงไม่กี่ร้อยแต้ม เพียงชั่วข้ามคืนก็กลับสู่สภาพเดิมก่อนที่จะมีอะไร

การชอปปิงอย่างมีความสุขก็เป็นความสุข แต่เมื่อมองดูสมบัติที่อุตส่าห์เก็บสะสมมาหายไปเช่นนี้ หากสวี่เฉิงบอกว่าไม่เสียดายก็คงจะเป็นเรื่องโกหก

แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพื่อการพัฒนา!

[บันทึก]: ท่านได้เพิ่มสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งอย่างให้แก่โลกใบเล็กของท่าน กฎเกณฑ์ในโลกใบเล็กของท่านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

[บันทึก]: ท่านได้วางน้ำพุอมฤตไว้ในโลกใบเล็กของท่าน

น้ำพุอมฤตถูกวางไว้ที่ตำแหน่งเชิงเขาเช่นเดิม ส่วนสระแห่งวาสนานั้นถูกขยับไปด้านหลังเล็กน้อย อยู่ในแอ่งกระทะที่ถูกภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ด้าน

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ สวี่เฉิงก็ส่งลางสังหรณ์อันลี้ลับไปให้อิ้น

อิ้นที่กำลังบำเพ็ญเพียร ‘เคล็ดวิชาเฉียนอี’ อยู่ในที่พักของตน ในใจพลันเกิดความรู้สึกสั่นไหวขึ้นมา เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็อุทานอย่างตกใจ: “ท่านบรรพชน?”

เขาลองแยกแยะลางสังหรณ์อย่างละเอียด ดูเหมือนว่าจะชี้ไปยังภูเขาใหญ่ทางทิศตะวันออก

เขามีความรู้สึกคุ้นเคย

เท้าเกิดลม สะกิดเบาๆ บนพื้นดิน ร่างก็ลับหายไปจากในเผ่า

อิ้นมาถึงหน้าน้ำตก เห็นธารน้ำที่คุ้นเคยก็อดประหลาดใจไม่ได้: “น้ำพุอมฤต เหตุใดจึงปรากฏขึ้นมามากถึงเพียงนี้? เป็นเรื่องดี ดูท่าเด็กๆ ในเผ่าคงจะได้ใช้กันถ้วนหน้า”

จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างในอีก แล้วก็พบสระแห่งวาสนาในแอ่งกระทะ อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง ตกตะลึงจนพูดไม่ออก

จบบทที่ บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา

คัดลอกลิงก์แล้ว