- หน้าแรก
- เงาเซียนใต้จันทรา
- บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา
บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา
บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา
บทที่ 27 สิ่งมหัศจรรย์สระแห่งวาสนา
ในคาบเรียนนี้ เซี่ยหงได้พูดถึงหลายสิ่งที่นางไม่เคยพูดมาก่อน
ทำให้สวี่เฉิงนึกถึงชาติก่อนในช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉากที่อาจารย์ประจำชั้นบรรยายถึงชีวิตในมหาวิทยาลัยให้พวกเขาฟัง
ที่แตกต่างกันคือ มหาวิทยาลัยในชาติก่อนถือเป็นการปลดปล่อย เป็นช่วงเวลาที่สามารถจัดสรรเวลาได้อย่างอิสระ ส่วนในชาตินี้ มหาวิทยาลัยกลับหมายถึงความพยายามที่มากขึ้น ความเป็นอิสระที่น้อยลง
แต่เขากลับไม่รู้สึกว่านี่คือพันธนาการเลยแม้แต่น้อย อย่างไรเสีย ใครบ้างเล่าจะไม่อยากบรรลุเป็นปราชญ์?
ตอนกลางคืน หลังจากกลับถึงบ้าน สวี่เฉิงไม่ได้เข้าสู่ทะเลแห่งโลกในทันที
เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มหยั่งรู้ต้นกำเนิดธาตุน้ำโดยอาศัยสรรพคุณที่หลงเหลืออยู่ของผลโพธิ์
ต้นกำเนิดแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกคือต้นกำเนิดพื้นฐานทั้งห้า ได้แก่ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ประเภทที่สองคือต้นกำเนิดอื่นๆ ที่แตกต่างจากห้าชนิดนี้ เช่น แสง ความมืด หมอก เสียง เป็นต้น
ต้นกำเนิดแต่ละชนิดล้วนแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์มากมายมหาศาล ดั่งเช่นความคมกล้า ความแหลมคม และการทำลายล้างของต้นกำเนิดธาตุทอง หรือการบำรุง การป้องกัน และการโอบอุ้มของต้นกำเนิดธาตุน้ำ
ขั้นตอนของการบรรลุเป็นปราชญ์นั้น เริ่มต้นจากการหยั่งรู้กฎเกณฑ์ ช่วงก่อนมัธยมปลายเป็นช่วงวางรากฐาน พอขึ้น ม.4 ก็สร้างโลกใบเล็ก มีจุดอ้างอิงให้สามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์ได้ ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่มรรคาแห่งปราชญ์อย่างแท้จริง
ในการหยั่งรู้ของสวี่เฉิง กฎเกณฑ์หนึ่งสายที่ตนสัมผัสได้นี้น่าจะเป็นการป้องกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาวะจิตใจของเขา ที่ทุกขณะจิตล้วนคำนึงถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง
แม้กระทั่งวิธีการประยุกต์ใช้ต้นกำเนิดก็ยังเป็นการสร้างม่านพลังป้องกันและเขตแดนน้ำไร้เรี่ยวแรง อาจกล่าวได้ว่าไม่มีผู้ใดที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันมากไปกว่าตนเองอีกแล้ว
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อรู้สึกว่าการหยั่งรู้ของวันนี้เพียงพอแล้ว สวี่เฉิงจึงเข้าสู่แคปซูลคงสภาพ จิตสำนึกดำดิ่งสู่ทะเลแห่งโลก
เผ่าหุนทั่ว
เพียงการพัฒนาไม่กี่ปี เผ่าก็ได้สลัดคราบความดั้งเดิมออกไป เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคสำริด
สถาปัตยกรรมของเผ่าเริ่มคำนึงถึงความสวยงาม ถนนหนทางก็ปูด้วยอิฐศิลาเขียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการแบ่งเขตพื้นที่ใช้สอย
อาจกล่าวได้ว่าเป็นการก้าวกระโดดจากยุคของเหยาซุ่นอวี่มาสู่ยุคราชวงศ์ฮั่นในทันที
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งของต่างๆ ที่สวี่เฉิงได้แลกเปลี่ยนมา
ปัจจุบันเผ่าหุนทั่วมีประชากรเกือบสองพันคน บางคนที่มีพรสวรรค์ด้านยุทธ์ธรรมดา กลับมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นในด้านอื่น เช่น ช่างตีเหล็ก แพทย์ ช่างไม้
เผ่าที่มีโครงสร้างที่ดี ย่อมต้องมีทั้งผู้ฝึกยุทธ์และอาชีพสำหรับดำรงชีวิตที่เพียงพอ
ผู้ฝึกยุทธ์ต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ภายนอก อาชีพสำหรับดำรงชีวิตคอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เช่นนี้แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะมากกว่าหนึ่งบวกหนึ่ง
ตัวอย่างเช่นในการทดสอบภาคปฏิบัติครั้งก่อน หากในเผ่าหุนทั่วมีปรมาจารย์ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือเพียงพอ ก็จะสามารถสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ได้ สร้างธนูอันทรงพลังที่สามารถทำอันตรายหุ่นเชิดศพเกราะเหล็กได้ เช่นนี้แล้วในการต่อสู้ซึ่งหน้า อัตราการบาดเจ็บล้มตายก็จะลดลงอย่างมาก
ปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่คนทั่วไปต้องกังวล สำหรับสวี่เฉิงแล้วกลับแก้ไขได้ง่ายดาย ของที่แลกเปลี่ยนจากคัมภีร์สรรพสิ่งเสมอภาคไม่ได้มีราคาแพง
วัตถุดิบไม่แพง แต่การแลกเปลี่ยนของสำเร็จรูปกลับแพงมาก และยังยากที่จะอธิบายที่มาที่ไป
อิ้นเดินอยู่ในเผ่า ในสายตาของเขา เขาสามารถกวาดตามองรับรู้สถานการณ์โดยรวมของทุกคนได้
เขารู้สึกราวกับว่าตนกับคนเหล่านั้นอยู่กันคนละโลก
ในดวงตาของสวี่เฉิงปรากฏแสงสีทองขึ้นมา วินาทีต่อมาสถานะโดยละเอียดของอิ้นในขณะนี้ก็ปรากฏขึ้น
ระดับชะตาฟ้า: ระดับรกร้างขั้นห้า (ขั้นหนึ่งต่ำสุด, ขั้นเก้าสูงสุด)
อายุ: สี่สิบห้าปี
รากปราณ: รากปราณผสม
พรสวรรค์: กายาอาบโลหิต
รากฐานกายา: จวนจะระดับหวง
ความหยั่งรู้: ระดับหวงขั้นสาม (ขั้นเก้าต่ำสุด, ขั้นหนึ่งสูงสุด)
ดวงชะตา: สีเขียว
ความสามารถ: เคล็ดวิชาเฉียนอี, ยันต์โลหิต
ขอบเขต: ฝึกปราณขั้นหนึ่ง
ระดับชะตาฟ้าและความหยั่งรู้ล้วนเพิ่มสูงขึ้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มาจากการ์ดสืบทอด
แม้ว่าคุณสมบัติต่างๆ ของคนเราจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังเป็นเพียงคนธรรมดา ในสายตาของปราชญ์ แม้แต่กฎเกณฑ์ก็ยังสามารถควบคุมได้ ไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของคนธรรมดาเลย
รากปราณตัดสินว่าจะสามารถบำเพ็ญเพียรได้หรือไม่และความเร็วในการบำเพ็ญ ระดับชะตาฟ้าตัดสินว่าจะมีคอขวดหรือไม่และขีดจำกัดที่จะไปถึงได้
ขณะเดียวกันรากปราณก็มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับระดับชะตาฟ้า ผู้ที่มีระดับชะตาฟ้าต่ำโดยทั่วไปแล้วจะไม่ปรากฏรากปราณที่ดี
ด้วยสถานะปัจจุบันของอิ้น อย่าว่าแต่จุดสิ้นสุดของ ‘เคล็ดวิชาเฉียนอี’ อย่างขอบเขตทารกวิญญาณเลย แม้แต่ขอบเขตสร้างรากฐาน เขาก็ยังต้องอาศัยความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ การตระหนักรู้อันลึกซึ้ง และดวงชะตาอันแข็งกล้าจึงจะสามารถก้าวข้ามไปได้สำเร็จ
ทว่านี่คือในกรณีที่ไม่มีการแทรกแซง ในฐานะพลเมืองคนแรกและคนเดียวในปัจจุบันที่มีรากปราณ สวี่เฉิงได้ตัดสินใจที่จะบ่มเพาะเขาเป็นพิเศษแล้ว
ขอเพียงเขายังไม่ตายกลางคัน สวี่เฉิงก็จะคอยสร้างวาสนาให้เขาอยู่เสมอ ไม่แน่ว่าวันหนึ่งอาจจะได้บรรลุเต๋าเป็นเซียน มีอายุยืนยาวเทียบเท่าฟ้าดิน
“ฝั่งผู้ฝึกตนตอนนี้ยังไม่พบคนที่มีรากปราณเป็นคนที่สอง เช่นนั้นต่อไปข้าก็มาพัฒนาฝั่งผู้ฝึกยุทธ์ก่อนแล้วกัน”
สวี่เฉิงเบนสายตาไปยังอีกด้านหนึ่ง หัวหน้าเผ่าที่บรรลุถึงบำเพ็ญกายขั้นเก้าแล้ว ในตอนนี้พลังโลหิตปราณก็เห็นได้ชัดว่าไม่แข็งแกร่งเท่าปีก่อนๆ พลังฝีมือของเขาจะค่อยๆ เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา
นี่เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ก็โหดร้ายเช่นนี้
ทว่าพรสวรรค์ของเด็กๆ ในเผ่ากลับแข็งแกร่งขึ้นคนแล้วคนเล่า มีหลายคนทีเดียวที่รากฐานกายาบรรลุถึงระดับหวง อีกหลายสิบปีข้างหน้าล้วนมีความหวังที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณ กลายเป็นนักรบขั้นกำเนิด
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สวี่เฉิงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว แลกเปลี่ยนสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เห็นมานานแล้วออกมา
[สระแห่งวาสนา]
ประเภท: สิ่งมหัศจรรย์
คำอธิบาย: ท้าทายสวรรค์เปลี่ยนชะตา, ช่วงชิงวาสนา สามารถเพิ่มโอกาสในการทะลวงขอบเขตได้อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับพรสวรรค์ของตนเอง ดูดซับไอวิญญาณโดยอัตโนมัติ ในแต่ละปีสามารถใช้งานได้สามคน
สิ่งที่ต้องใช้ในการแลกเปลี่ยน: แต้มศรัทาห้าแสนแต้ม
แม้ว่าน้ำในสระจะมีการสิ้นเปลืองไปบ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกับน้ำพุอมฤตที่ใช้แล้วหมดไป เพราะสระแห่งวาสนานี้ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดก็คือความสามารถในการดูดซับไอวิญญาณ สามารถสืบทอดต่อไปได้อย่างยาวนาน
นอกจากนี้ สระแห่งวาสนานี้หากใช้คู่กับน้ำพุอมฤตก็จะให้ผลดียิ่งขึ้น ในเมื่อแต้มศรัทาห้าแสนแต้มก็ใช้ไปแล้ว ก็ไม่เกี่ยงที่จะใช้อีกแสนแต้ม สวี่เฉิงจึงแลกเปลี่ยนน้ำพุอมฤตสำหรับหนึ่งพันคนออกมาโดยตรง
ณ จุดนี้ แต้มศรัทธาที่เหลืออยู่บนตัวเขามีเพียงไม่กี่ร้อยแต้ม เพียงชั่วข้ามคืนก็กลับสู่สภาพเดิมก่อนที่จะมีอะไร
การชอปปิงอย่างมีความสุขก็เป็นความสุข แต่เมื่อมองดูสมบัติที่อุตส่าห์เก็บสะสมมาหายไปเช่นนี้ หากสวี่เฉิงบอกว่าไม่เสียดายก็คงจะเป็นเรื่องโกหก
แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพื่อการพัฒนา!
[บันทึก]: ท่านได้เพิ่มสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งอย่างให้แก่โลกใบเล็กของท่าน กฎเกณฑ์ในโลกใบเล็กของท่านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
[บันทึก]: ท่านได้วางน้ำพุอมฤตไว้ในโลกใบเล็กของท่าน
น้ำพุอมฤตถูกวางไว้ที่ตำแหน่งเชิงเขาเช่นเดิม ส่วนสระแห่งวาสนานั้นถูกขยับไปด้านหลังเล็กน้อย อยู่ในแอ่งกระทะที่ถูกภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ด้าน
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ สวี่เฉิงก็ส่งลางสังหรณ์อันลี้ลับไปให้อิ้น
อิ้นที่กำลังบำเพ็ญเพียร ‘เคล็ดวิชาเฉียนอี’ อยู่ในที่พักของตน ในใจพลันเกิดความรู้สึกสั่นไหวขึ้นมา เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็อุทานอย่างตกใจ: “ท่านบรรพชน?”
เขาลองแยกแยะลางสังหรณ์อย่างละเอียด ดูเหมือนว่าจะชี้ไปยังภูเขาใหญ่ทางทิศตะวันออก
เขามีความรู้สึกคุ้นเคย
เท้าเกิดลม สะกิดเบาๆ บนพื้นดิน ร่างก็ลับหายไปจากในเผ่า
อิ้นมาถึงหน้าน้ำตก เห็นธารน้ำที่คุ้นเคยก็อดประหลาดใจไม่ได้: “น้ำพุอมฤต เหตุใดจึงปรากฏขึ้นมามากถึงเพียงนี้? เป็นเรื่องดี ดูท่าเด็กๆ ในเผ่าคงจะได้ใช้กันถ้วนหน้า”
จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปข้างในอีก แล้วก็พบสระแห่งวาสนาในแอ่งกระทะ อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง ตกตะลึงจนพูดไม่ออก