- หน้าแรก
- เงาเซียนใต้จันทรา
- บทที่ 13 เซี่ยหงผู้ไม่อยากจะเชื่อ
บทที่ 13 เซี่ยหงผู้ไม่อยากจะเชื่อ
บทที่ 13 เซี่ยหงผู้ไม่อยากจะเชื่อ
บทที่ 13 เซี่ยหงผู้ไม่อยากจะเชื่อ
วันที่ยี่สิบเก้าเดือนมีนาคม การสอบจำลองครั้งที่สองได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
[บันทึก]: มีการดำรงอยู่อันทรงพลังกำลังจับจ้องโลกของท่าน และประสงค์จะขออนุญาตสังเกตการณ์ ท่านจะอนุญาตหรือไม่
“อนุญาต”
ในทะเลแห่งโลก เมื่อสวี่เฉิงเห็นข้อความแจ้งเตือนนี้ เขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ รู้ดีว่าการสอบจำลองครั้งที่สองได้เริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้
สองหัวข้อแรกคือการพัฒนาโลกใบเล็กและการชี้นำสั่งสอนราษฎร เพียงแค่สังเกตการณ์อย่างละเอียดชั่วครู่ก็สามารถให้คะแนนที่สอดคล้องกันได้อย่างรวดเร็ว
การพัฒนาโลกใบเล็กมี 300 คะแนน ประเมินจากสามด้านคือทรัพยากร พื้นที่ และระดับพลังงาน ในการสอบจำลองครั้งแรก สวี่เฉิงได้คะแนนเพียง 112 คะแนนอันน่าสมเพช
อืม... คะแนนรวมของเขาก็มีแค่ 356 คะแนน เรียกได้ว่าแต่ละวิชาก็ได้ร้อยกว่าคะแนนนิดๆ พอจะนับได้ว่าไม่ถนัดวิชาใดเป็นพิเศษ ช่างน่าเศร้าและน่าสงสารเสียจริง
แต่ครั้งนี้...
“เอ๋ ความเข้มข้นของพลังปราณวิญญาณสูงขนาดนี้ เกรงว่าคงใกล้จะถึงสองเท่าแล้วกระมัง?”
“แล้วก็พื้นที่นี้ ก็ไม่เลวทีเดียว”
“อะไรนะ! ยังมีเชลยอสูรศิลาเทาเกือบสองร้อยตัวอีกด้วย ไม่เลว ไม่เลวเลย”
“เดี๋ยวก่อน... ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่ พืชวิญญาณกับปลาวิญญาณมากมายขนาดนี้ นักเรียนคนนี้ไปหามาจากไหนกัน?”
ผู้ที่รับผิดชอบการสอบคืออาจารย์จากต่างโรงเรียน มีพลังระดับกึ่งปราชญ์ และพฤติกรรมทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ เพื่อรับประกันความเป็นธรรมในการให้คะแนนอย่างเต็มที่
ก่อนหน้านี้เขาได้ประเมินนักเรียนของโรงเรียนมัธยมหมายเลขสามมาหลายคนแล้ว แม้ว่าบางคนจะทำได้ไม่เลว แต่ในสายตาของเขาก็นับว่าธรรมดาๆ
แต่โลกใบเล็กของนักเรียนตรงหน้านี้ทำให้เขาอดที่จะทอดถอนใจด้วยความชื่นชมไม่ได้ ในระดับนี้การจะมีพลังเช่นนี้ได้นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
การตัดสินสุดท้าย: ทรัพยากร 97 คะแนน, พื้นที่ 67 คะแนน, ระดับพลังงาน 85 คะแนน
รวมแล้ว หัวข้อใหญ่ด้านการพัฒนาโลกใบเล็กได้คะแนน 249 คะแนน!
[บันทึก]: คะแนนประเมินรวมด้านการพัฒนาโลกใบเล็กของท่านคือ 249 คะแนน
ทันทีที่อาจารย์ผู้คุมสอบให้คะแนน ฝั่งของสวี่เฉิงก็ปรากฏผลขึ้นมาพร้อมกัน
“ก็ใกล้เคียงกับที่ฉันคาดการณ์ไว้” เขาลอบยิ้มในใจ อาจารย์ผู้คุมสอบท่านนี้คงไม่มีทางรู้แน่ว่าโลกใบเล็กที่เห็นอยู่นี้ไม่ใช่ระดับที่แท้จริงของเขา เพื่อรับมือกับการสอบ เมื่อวานเขาจึงได้เปลี่ยนความเข้มข้นของพลังปราณวิญญาณจาก 100 เท่า เป็น 2 เท่า
นอกจากนั้นยังซ่อนพืชวิญญาณและข้าวสารวิญญาณส่วนใหญ่เอาไว้ แม้กระทั่งสระน้ำที่หลงเหลือจากน้ำพุอมฤตก็ยังเก็บซ่อนไว้
มิเช่นนั้นแล้ว แม้คะแนนในส่วนของพื้นที่จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่คะแนนด้านทรัพยากรกับระดับพลังงานจะต้องได้ 100 คะแนนเต็มอย่างแน่นอน!
เบื้องบนของโลกใบเล็ก อาจารย์ผู้คุมสอบพลางคำนวณคะแนนที่ได้ พลางถอนใจในอก: “นักเรียนที่ชื่อสวี่เฉิงคนนี้ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย ไม่นึกว่าครั้งนี้จะโผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดูท่าจะเป็นประเภทนิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว ไม่บินก็แล้วไป แต่ถ้าบินทีเดียวก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเลยสินะ!”
การพัฒนาโลกใบเล็กเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลายาวนาน ช่วงเวลาระหว่างการสอบจำลองสองครั้งห่างกันหลายเดือน หากเปลี่ยนเป็นเวลาในโลกใบเล็กก็จะยาวนานกว่าร้อยปี อย่างน้อยก็ห้าถึงหกชั่วอายุคน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ก่อนหน้านี้เคยมีตัวอย่างที่คะแนนสอบจำลองครั้งแรกอยู่ท้ายๆ แต่พอสอบครั้งที่สองคะแนนก็พุ่งพรวดขึ้นไปติดหนึ่งในร้อยของชั้นปีได้ ตอนนี้แม้เขาจะประหลาดใจ แต่ก็ยังพอรับได้
ต่อไปคือการให้คะแนนในหัวข้อที่สอง การชี้นำสั่งสอนราษฎร
“มนุษย์ระดับรกร้าง นักอักขระขั้นสองสองคน ผู้ฝึกยุทธ์สูงสุดระดับเจ็ด... ไม่เลว ไม่เลวเลย นักเรียนที่ชื่อสวี่เฉิงคนนี้สั่งสอนได้ดีมาก เป็นหน่อไม้ที่ดี...”
ทันใดนั้น เขาก็หยุดพูด สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เกิดอะไรขึ้น สัดส่วนของผู้ฝึกยุทธ์ในเผ่านี้ทำไมถึงได้สูงขนาดนี้?”
“ซี้ด...” เขาสูดลมหายใจเย็นเยียบ นักเรียนคนนี้บ่มเพาะมาได้อย่างไรกัน นี่มันไม่เป็นไปตามหลักการฝึกตนเลย
จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นอีกเรื่องหนึ่ง—เผ่ามนุษย์ระดับรกร้างนี้กลับปลุกพรสวรรค์ขึ้นมาได้!
แถมยังเป็นกายาอาบโลหิตอีกด้วย!
เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย
กึ่งปราชญ์ก็วิงเวียนศีรษะได้ อืม นี่ก็ไม่เป็นไปตามหลักการฝึกตนเช่นกัน
ไม่รู้จะใช้คำพูดใดมาบรรยายแล้ว
โชค? พรสวรรค์?
ผู้มีดวงชะตายิ่งใหญ่? อัจฉริยะปีศาจ?
สรุปคือเขารู้สึกว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด นักเรียนที่ชื่อสวี่เฉิงคนนี้จะต้องเป็นม้ามืดของการสอบจำลองครั้งที่สองอย่างแน่นอน
ต้องรู้ไว้ว่า กึ่งปราชญ์เช่นพวกเขาที่มุ่งเน้นด้านการศึกษานั้น ให้ความสนใจกับนักเรียนหัวกะทิของแต่ละโรงเรียนเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากไม่มีอะไรผิดพลาด คนเหล่านี้ในอนาคตส่วนใหญ่แล้วล้วนสามารถเชี่ยวชาญในมหาวิถีแห่งต้นกำเนิด ควบแน่นผลแห่งเต๋า และบรรลุเป็นปราชญ์ได้
“ถ้าเช่นนั้น... ก็ให้คะแนนแบบนี้แล้วกัน”
รูปแบบการรวมตัว: 72 คะแนน
ระดับพลังยุทธ์: 100 คะแนน
ขอบเขตทางความคิด: 83 คะแนน
คะแนนรวมการชี้นำสั่งสอนราษฎร: 255 คะแนน
[บันทึก]: คะแนนประเมินรวมด้านการชี้นำสั่งสอนราษฎรของท่านคือ 255 คะแนน
เมื่อเห็นคะแนนโดยละเอียด สวี่เฉิงก็ถึงกับตะลึง ไม่นึกว่าระดับพลังยุทธ์จะให้คะแนนเต็มแก่ตนเอง เดิมทีเขาคิดว่าจะได้ประมาณ 95 คะแนน
เพราะถึงแม้ตนจะมีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมาก แต่ระดับสูงสุดก็อยู่เพียงแค่บำเพ็ญกายขั้นเจ็ด ยังไม่มีราษฎรที่อยู่ขั้นแปดและขั้นเก้าเลย
“แต่ก็เป็นเรื่องดี สองหัวข้อรวมกันได้ 504 คะแนน ถ้าหากการสอบภาคปฏิบัติของฉันได้คะแนนเต็ม คะแนนรวมของฉันก็อาจจะทะลุ 800 คะแนนได้น่ะสิ?”
เมื่อคิดว่าตนเองมีโอกาสสอบได้เกิน 800 คะแนน สวี่เฉิงก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นใจเต้นระรัวไม่ได้
แม้ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้มีคนสงสัยอย่างแน่นอน แต่ไม่เป็นไร ในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง สุดท้ายก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นพวกที่สะสมพลังมานานแล้วค่อยระเบิดออกมา หรือไม่ก็เป็นพวกที่มาเร่งเครื่องในช่วงหลัง
ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าตนเองมีนิ้วทองคำอย่าง 'คัมภีร์สรรพสิ่งเสมอภาค' อยู่!
โลกแห่งความจริง โรงเรียนมัธยมหมายเลขสามแห่งหลูหยวน ห้องพักครู
เซี่ยหงกำลังเดินไปเดินมาในห้องทำงานอย่างร้อนรน พร้อมกับแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งเข้าสู่ทะเลแห่งโลก
เมื่อบรรลุเป็นกึ่งปราชญ์แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แคปซูลคงสภาพช่วยอีกต่อไป พลังจิตสำนึกของตนเองแข็งแกร่งพอที่จะเข้าสู่ทะเลแห่งโลกได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อชี้นำการพัฒนาของราษฎรในโลกใบเล็กของตน
ขณะนี้เธอกำลังรอคะแนนประกาศออกมา
ทุกครั้งที่มีคะแนนของนักเรียนคนใดถูกอาจารย์ผู้คุมสอบประเมินออกมา ฝั่งของเธฮก็จะได้รับข้อมูลพร้อมกัน
แต่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ผลการเรียนของนักเรียนในห้องแย่กว่าที่นางคาดไว้เล็กน้อย มีหลายคนที่ดูเหมือนว่าเมื่อเร็วๆ นี้จะพ่ายแพ้ในการพิชิตโลกภายนอก ทำให้ราษฎรในเผ่าเสียหายอย่างหนัก แม้กระทั่งขอบของโลกใบเล็กก็มีร่องรอยของการสลายตัวอยู่รางๆ นี่เป็นสัญญาณของการถูกกระทบกระเทือนและจิตแห่งเต๋าไม่มั่นคง
“โชคดีที่ยังมีเติ้งฮวน” เธอปลอบใจตัวเองเล็กน้อย
เมื่อครู่นี้คะแนนการพัฒนาโลกใบเล็กและการชี้นำสั่งสอนราษฎรของเติ้งฮวนออกมาแล้ว คือ 257 และ 242 คะแนนตามลำดับ รวมกันเป็น 499 คะแนน หากคำนวณตามคะแนนสอบภาคปฏิบัติครั้งแรกที่ได้คะแนนเต็มของเขา รวมกันแล้วก็จะได้ 799 คะแนน สูงกว่าครั้งก่อนสิบกว่าคะแนน ซึ่งสำหรับระดับคะแนนของเขาแล้วถือว่าเป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่มาก!
“แต่น่าเสียดาย ถึงแม้เขาจะพัฒนาขึ้นมาก แต่เฉิงชูเสวี่ยกับลู่หยวนกลับพัฒนามากกว่า”
เธอดูคะแนนสองหัวข้อแรกของทั้งสองคน คือ 527 และ 515 คะแนนตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเติ้งฮวนอยู่ช่วงหนึ่ง
เรื่องที่เติ้งฮวนบอกว่าจะได้ที่หนึ่งของชั้นปีนั้น จริงๆ แล้วเธอก็ไม่ค่อยเชื่อว่าเขาจะทำได้ตั้งแต่แรก เพราะการสัมผัสกฎเกณฑ์ได้นั้นยังห่างไกลจากการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังที่แท้จริง เธอคาดหวังกับการสอบจำลองครั้งที่สามและสอบเข้ามหาวิทยาลัยรอบสุดท้ายมากกว่า นั่นถึงจะเป็นเวลาที่เติ้งฮวนจะได้ประลองฝีมือกับทั้งสองคนอย่างแท้จริง
ในขณะนั้น เสียงใสๆ ก็ดังขึ้นข้างหู
นี่คือเสียงแจ้งเตือนที่เธอตั้งไว้เมื่อมีคะแนนใหม่ออกมา
“ครั้งนี้เป็นใคร? สวี่เฉิง?”
เธอส่ายหน้า เตรียมจะเหลือบมองผ่านๆ แล้วไม่ดูอีก
แต่การเหลือบมองเพียงครั้งเดียวนั้นกลับทำให้ความคิดของเธอหยุดชะงักไปชั่วขณะ ในหัวมีเสียงดังกระหึ่ม
นักเรียน: สวี่เฉิง
การพัฒนาโลกใบเล็ก: 249 คะแนน
การชี้นำสั่งสอนราษฎร: 255 คะแนน
“เป็นไปไม่ได้... สวี่เฉิงสองหัวข้อแรกคะแนนรวม 504? ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า?”
เธอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น