เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ธุรกิจแรก

บทที่ 10 ธุรกิจแรก

บทที่ 10 ธุรกิจแรก


"หุบปาก อย่ามัวแต่พึมพำน่า บอกแล้วไงว่านี่คือกลยุทธ์ ไม่เข้าใจก็อย่าพูดมั่วๆ สักพักนายคอยระวังไว้ อย่าให้ใครมาฉกนาฬิกาของเราไปก็พอ" พอเห็นคนเดินเข้ามา หลี่เหวินเจี๋ยก็กระซิบเสียงเข้ม

ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา หลี่เหวินเจี๋ยก็วางตัวเป็นหัวหน้าและมองหยวนเหว่ยเป็นลูกน้องไปโดยปริยาย

ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะอายุใกล้เคียงกัน แต่หลี่เหวินเจี๋ยย้อนเวลากลับมาได้ วุฒิภาวะทางใจนั้นแตกต่างกันลิบลับ

ส่วนหยวนเหว่ยก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม ตั้งแต่ครั้งที่ไปเมืองหลวงคราวนั้น เขาก็สวมบทบาทเป็นลูกน้องของหลี่เหวินเจี๋ยอย่างเต็มตัว

"มาดูเลยจ้า มาดูเลย! นาฬิกาดิจิทัลแบรนด์เนมแท้ๆ จากฮ่องกง! ไม่ดีไม่คิดเงิน! ทั้งสวยทั้งหรู! ราคาเดิมยี่สิบหยวน วันนี้เราขายแค่สิบหยวน! แถมยังซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง! เดินผ่านไปผ่านมาอย่าได้พลาด! พ้นจากร้านนี้ไปหาที่ไหนไม่ได้แล้วนะ!" ในเมื่อมีคนสนใจ หลี่เหวินเจี๋ยก็ยิ่งตะโกนเรียกลูกค้าอย่างขยันขันแข็ง

"พ่อหนุ่ม เมื่อกี้นายบอกว่านาฬิกาดิจิทัลนี่มาจากฮ่องกงจริงหรือเปล่า" ชายวัยสามสิบต้นๆ ที่สวมชุดทำงานผ้าใบคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม

"จริงแน่นอนครับ ไม่เชื่อคุณลองดูสิครับ ฝีมือการผลิตแบบนี้ รูปทรงแบบนี้ ในประเทศจะมีเหรอครับ" หลี่เหวินเจี๋ยย่อตัวลง หยิบนาฬิกาเรือนหนึ่งขึ้นมาส่งให้ชายคนนั้นดู

ชายคนนั้นรับนาฬิกามาพลิกดูในมือ "นาฬิกาเรือนนี้ก็ดูไม่ต่างจากเรือนอื่นเท่าไหร่นี่นา ก็แค่รูปทรงสวยขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง ยังจะขายเรือนละสิบหยวนอีก ร้านอื่นเขาขายกันแค่สามหยวนก็ซื้อได้แล้ว"

"คุณลุงครับ ดูตรงนี้สิครับ เห็นไหม ตัวอักษรเป็นตัวเต็มทั้งหมด แต่บ้านเราใช้ตัวย่อนะครับ" หลี่เหวินเจี๋ยพลิกนาฬิกาขึ้นมา ชี้ไปที่ตัวอักษรเล็กๆ "แล้วดูนี่สิครับ ข้างใต้ยังมีภาษาอังกฤษด้วย นาฬิกาของเราเป็นของแบรนด์ ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ รู้จักสวิตเซอร์แลนด์ไหมครับ สุดยอดแหล่งผลิตนาฬิกาของโลก นาฬิกาหรูๆ เกือบทั่วโลกก็มาจากที่นั่นทั้งนั้น ราคานี้ของผมถือว่าถูกมากแล้วนะ ที่ร้านในเมืองผู่ซุ่นน่ะ ต้องยี่สิบหยวนถึงจะซื้อได้"

เพื่อที่จะขายนาฬิกาออกไปให้ได้เร็วที่สุด หลี่เหวินเจี๋ยก็เลยพล่ามสรรพคุณไปเรื่อยเปื่อย

อย่างไรเสียตอนนี้คนจีนก็ใฝ่ฝันอยากจะไปฮ่องกงกันมาก และคนส่วนใหญ่ก็ไม่เคยไป ไม่ต้องพูดถึงสวิตเซอร์แลนด์เลย

ส่วนนาฬิการุ่นนี้ขายที่อื่นราคาเท่าไหร่ หลี่เหวินเจี๋ยก็ไม่เคยไปสำรวจมาก่อน ลูกค้าพวกนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง คงไม่เคยไปสำรวจหรือเปรียบเทียบราคาแน่นอน

"สวยก็สวยจริงอยู่หรอก แต่ว่าแพงไปหน่อย ว่าแต่ทำไมคนอื่นขายยี่สิบ พวกเธอถึงขายแค่สิบหยวนล่ะ แถมยังแถมอีกหนึ่งเรือนด้วย หรือจะเป็นของปลอมหลอกคน" ชายคนนั้นเริ่มสนใจ แต่ก็ยังคงระมัดระวัง

"คุณลุงครับ เรื่องราคาเราพักไว้ก่อน แต่ที่คุณลุงสงสัยว่าเป็นของปลอมนี่มันไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นะครับ นาฬิกาก็อยู่ในมือคุณลุงแล้ว กดปุ่มข้างๆ ก็เปิดได้แล้ว จริงหรือปลอมดูก็รู้ไม่ใช่เหรอครับ" พูดจบหลี่เหวินเจี๋ยก็ช่วยเขาเปิดนาฬิกาดิจิทัล หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาก็ปรากฏเวลา

"คุณลุงดูเวลานี่สิครับ ทั้งหมดนี่เทียบเวลาจากรายการข่าวระดับประเทศเลยนะ มีคำเดียวเลยคือแม่นยำ คุณลุงครับ ผมว่าคุณลุงคงอยากจะซื้อให้ลูกชายใช่ไหมครับ ผมจะบอกให้นะ ซื้อนาฬิกาเรือนนี้กลับไป รับรองว่าลูกชายคุณลุงจะไม่ไปโรงเรียนสายอีกเลย แล้วผลการเรียนของเขาในอนาคตก็จะดีขึ้นพรวดๆ เลยล่ะครับ"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผลการเรียนดีขึ้นด้วยล่ะ" ชายคนนั้นถามด้วยความสงสัย

"ฮ่าๆ เกี่ยวแน่นอนสิครับ มีนาฬิกาสวมอยู่ที่ข้อมือ ก็มีความมั่นใจไงครับ คุณลุงคิดว่าเด็กที่มีความมั่นใจกับเด็กที่ขาดความมั่นใจใครเรียนเก่งกว่ากันล่ะครับ แถมคุณลุงยังซื้อนาฬิกาให้เป็นรางวัลอีก เด็กก็จะมีกำลังใจ บวกกับไปโรงเรียนไม่สายอีก ผลการเรียนจะไม่ดีได้ยังไง ไม่เชื่อคุณลุงลองซื้อกลับไปสิครับ เทอมหน้าคุณลุงก็จะรู้เอง" หลี่เหวินเจี๋ยพูดอย่างคล่องแคล่ว

หยวนเหว่ยมองดูหลี่เหวินเจี๋ยแนะนำสินค้าให้ผู้ใหญ่อย่างคล่องแคล่ว ก็ได้แต่ประหลาดใจและอิจฉา

เจ้าหมอนี่ ทำไมตอนนี้ถึงพูดเก่งขนาดนี้นะ พูดจนผู้ใหญ่คนนั้นพยักหน้าหงึกๆ เลย เมื่อไหร่ฉันจะพูดเก่งแบบนี้ได้บ้าง?

"ราคานี้ลดอีกหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันว่ามันยังแพงไปหน่อยนะ"

"คุณลุงครับ เมื่อเทียบกับการเรียนของลูกแล้ว เงินไม่กี่หยวนนี่มันจะสักเท่าไหร่กันเชียว คุณลุงทำงานหนักก็เพื่อลูกไม่ใช่เหรอครับ อีกอย่างราคานี้ของผมก็ถูกแสนถูกแล้ว สิบหยวนซื้อหนึ่งเรือนผมยังแถมให้อีกหนึ่งเรือน คุ้มขนาดไหนล่ะครับ คุณลุงดูนาฬิกาเรือนนี้สิ เด็กประถมก็ใส่ได้ เด็กมัธยมก็ใส่ได้ คุ้มค่าสุดๆ" หลี่เหวินเจี๋ยใช้หลักจิตวิทยาในการโน้มน้าวอีกฝ่ายอย่างเต็มที่

"แล้วถ้าฉันจะเอาแค่เรือนเดียวล่ะ"

"ถ้าเอาแค่เรือนเดียวก็ต้องหกหยวนครับ เราช่วยโรงงานโปรโมทสินค้า ถึงได้ขายแบบนี้ ทางโรงงานเขาไม่ให้เราขายแยกครับ" หลี่เหวินเจี๋ยพูดออกมาทันควัน

"เธอขายสิบหยวนซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ก็เท่ากับเรือนละห้าหยวนไม่ใช่เหรอ ทำไมยังจะเอาหกหยวนอีกล่ะ เจ้าหนูนี่คิดเลขไม่เป็นหรือไง" ชายชราวัยหกสิบกว่าปีคนหนึ่งที่ยืนกอดอกฟังอยู่เอ่ยขึ้นพลางหัวเราะ

"คุณครับ บัญชีมันไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ ก็เหมือนกับหนึ่งร้อยห้าสิบหยวนซื้อหมูได้ทั้งตัว แต่ห้าเหมากลับซื้อเนื้อหมูไม่ได้สักชั่งเลย จุดประสงค์ของเราคือโปรโมชัน คือการประชาสัมพันธ์ ต้องซื้อสองเรือนถึงจะได้ราคาส่วนลดนี้ พูดตามตรงนะครับ ต่อให้ซื้อในราคาหกหยวน ก็ถือว่าถูกมากแล้ว" หลี่เหวินเจี๋ยให้เหตุผลออกมาโดยไม่ต้องคิด

*หมายเหตุเรื่องหน่วยเงิน หยวน undefined เจียว/เหมา undefined เฟิน (เหมา และ เจียว เป็นหน่วยเงินเดียวกัน แล้วแต่คนพูดจะเลือกใช้)

ชายชราคนนั้นดูเหมือนจะเป็นคนงานที่เกษียณแล้ว ท่าทางฉลาดเฉลียว แต่พอโดนหลี่เหวินเจี๋ยพูดแบบนี้เข้าไป เขาก็ตามไม่ทันอยู่บ้างเหมือนกัน

"มาดูเลยจ้า ไม่ดีไม่คิดเงิน นาฬิกาดิจิทัลแบรนด์เนม ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ลดราคาพิเศษสุดๆ แล้วจ้า..." หลังจากอธิบายจบ หลี่เหวินเจี๋ยก็ตะโกนเรียกลูกค้าอีกครั้ง

ธุรกิจแผงลอยแบบนี้ ยิ่งมีคนมุงดูเยอะยิ่งดี ขอแค่มีคนมุง แล้วพอมีคนซื้อสักคน คนอื่นก็จะแห่ซื้อตาม ของก็จะขายหมดในพริบตา

ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนบนถนนก็เริ่มเยอะขึ้น ที่แผงของพวกเขามีคนดูนาฬิกาอยู่แล้ว พอหลี่เหวินเจี๋ยตะโกนเสียงดังขึ้นอีก ก็มีคนเข้ามามุงดูเพิ่มขึ้นทันที

"ทุกท่านดูครับ นาฬิกาดิจิทัลแบรนด์เนมผลิตด้วยเทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ ของดีของแท้จากฮ่องกง เรือนละสิบหยวน ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง มีทั้งของผู้ชายและของผู้หญิงครับ"

"มีนาฬิกาบนข้อมือ ชิงหวาเป่ยต้าก็อยู่ไม่ไกล! ลูกมีนาฬิกาใส่ สุขภาพดีปลอดภัยไปจนแก่! พ่อแม่ซื้อให้เป็นรางวัล ลูกเต้าไม่งอแงไม่ทะเลาะเบาะแว้ง! ผู้ใหญ่ซื้อให้ลูกหลาน ลูกหลานเชื่อฟังเป็นเด็กดี!" เพื่อที่จะขายของให้ได้ หลี่เหวินเจี๋ยถึงกับแต่งกลอนคล้องจองขึ้นมา

*ชิงหวาเป่ยต้า เป็นชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำ

จะว่าไปแล้ว กลอนคล้องจองของเขาก็ถูกใจชาวบ้านอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อพูดออกมาจากปากของเด็กวัยรุ่น ยิ่งทำให้หลายคนหัวเราะชอบใจ

"สิบหยวนก็สิบหยวน งั้นฉันซื้อสองเรือนแล้วกัน เธอหยิบสีแดงมาให้อีกเรือนหนึ่งสิ" ลูกค้าคนแรกที่ตัดสินใจซื้อกลับไม่ใช่ชายคนนั้น แต่เป็นชายชรา

ว่าแล้วเขาก็ล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าด้านในเสื้อพลางยิ้มไปด้วย

"ได้เลยครับ ขอบคุณครับ เดี๋ยวหยิบให้เดี๋ยวนี้เลย...คุณปู่รักลูกรักหลานจริงๆ นะครับ ขอให้คุณปู่มั่งมีศรีสุข ลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองนะครับ"

จบบทที่ บทที่ 10 ธุรกิจแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว