เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

41 - พายุถล่ม

41 - พายุถล่ม

41 - พายุถล่ม


41 - พายุถล่ม

บนถนนวุ่นวายอลหม่าน ฉินฉานกับตู้เอี้ยนวิ่งกลับมาถึงห้องชั้นสามของโรงเตี๊ยม

ปิดประตูแน่นหนา ทั้งคู่หอบหายใจอย่างหนัก โน้มตัวลง พอสบตากันก็ยิ้มบาง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข หัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ

การแก้แค้นของถงอิงหลงรวดเร็วดุจสายฟ้า

เพียงไม่ถึงครึ่งแท่งธูป เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของเขาก็ดังขึ้นจากด้านล่าง “เมื่อครู่มีชายหญิงสารเลวนั่นกลับมาหรือไม่?!”

เจ้าของโรงเตี๊ยมสะดุ้งโหยง “กลับมาแล้ว อยู่ชั้นบน…”

“พวกเจ้า! ตามข้าขึ้นไป ถลกหนังไอ้สารเลวนั่นเสีย ข้ารับผิดชอบทั้งหมด!”

ตู้เอี้ยนได้ยินเสียงคำรามของถงอิงหลง ใบหน้าสวยซีดเผือด มือทั้งสองกำแน่นจนสั่น

“ฉินฉาน วันนี้ข้าสาบาน ถึงต้องตายก็จะปกป้องเจ้าให้ถึงที่สุด”

ฉินฉานยิ้ม “ไม่ต้องหรอก มีคนสู้แทนข้าอยู่แล้ว”

ขณะที่พูดกัน ถงอิงหลงก็พาคนบุกขึ้นไปถึงห้องชั้นสอง

เขาเคยมาหาฉินฉาน จึงรู้ว่าอีกฝ่ายพักอยู่ที่ชั้นสอง

แต่เขาไม่รู้ว่าเมื่อคืนฉินฉานได้แลกห้องกับสวีเผิงจูไปแล้ว ตอนนี้ห้องชั้นสองนั้นเป็นที่พักของคุณชายน้อย

พอฝูงชนบุกขึ้นบันได องครักษ์ของสวีเผิงจูก็ชักดาบออกทันที

“ผู้ใดบังอาจบุกเข้ามา…”

“ฟาดมันให้เละ!” ถงอิงหลงที่ไร้สติแล้วตะโกนลั่น

ทันใดนั้นก็เกิดเสียงอาวุธปะทะกันวุ่นวาย เสียงดาบ เสียงไม้กระบอง และเสียงคนร้องลั่นดังขึ้นไม่ขาด

ท่ามกลางเสียงโกลาหล พลันมีเสียงสบถลั่น

“ไอ้ลูกเต่า! กล้าตบข้า? ฮา...”

“คุณชายน้อย!”

“คุณชายน้อย ท่านเป็นไรหรือไม่?!”

บนชั้นสาม ฉินฉานกับตู้เอี้ยนนั่งฟังเสียงวุ่นวายด้านล่างเงียบๆ อยู่ครู่ใหญ่ ฉินฉานก็ถอนหายใจ “เจ้าเมืองถง…จบสิ้นแล้ว”

ยามค่ำ คืนหนาวดั่งสายน้ำ

ในห้องหนังสือของจวนเว่ยกว๋อกงแห่งอิงเทียน

เว่ยกว๋อกงรุ่นที่หก “สวีฝู่” ชื่อรอง “กงฝู่” ได้รับราชโองการให้รักษาความสงบสุขแห่งอิงเทียนมายาวนานถึงสามสิบเก้าปี แม้ชราภาพแล้ว แต่จิตใจยังแกร่งกล้า

นอกห้องหนังสือ เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมา หัวหน้าคนเก่าของจวนรีบกล่าวด้วยความเคารพ “ท่านอ๋อง เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!”

“เรื่องใด?”

“องครักษ์ของคุณชายเพิ่งส่งข่าวมาด้วยนกพิราบ ท่านคุณชายถูกทำร้ายที่เมืองเส้าซิงขอรับ”

สวีฝู่เงยหน้าขึ้นทันใด ตกตะลึง “ถูกทำร้าย? ใครกล้าทำ?!”

“บุตรชายของเจ้าเมืองเส้าซิง ‘ถงเจิน’ นามว่าถงอิงหลงขอรับ”

“แล้วเผิงจูบาดเจ็บหรือไม่?”

“โดนต่อยเข้าที่หน้า ไม้ฟาดที่ขาขอรับ… คนพวกนั้นถืออาวุธเข้ามาอย่างจะเอาชีวิต ดีที่องครักษ์สู้สุดชีวิตช่วยไว้ได้…”

โครม!

สวีฝู่โกรธจัด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาเยือกเย็นราวน้ำแข็ง

แม้ชราแล้ว แต่เขาเป็นคนที่อารมณ์รุนแรง ที่ร้ายกว่านั้น…เขารักหลานสุดหัวใจ

สวีเผิงจูเป็นหลานชายของเขา แค่ชื่อ *“เผิงจู” ก็แสดงถึงความหวังและความรักที่เขามีต่อลูกหลาน

*(鵬舉 เผิงจู/เผิงจวี่ เผิงมาจากคุนเผิง จูแปลว่าพุ่งทะยาน)

สวีฝู่หัวเราะเสียงยาว แต่ในดวงตากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม

“เจ้าเมืองตัวเล็กๆ กล้าขึ้นมานั่งบนหัวเว่ยกว๋อกง ถงเจินคิดว่าตระกูลสวีผู้คนตายหมดแล้วหรือ?”

“ทหาร! เรียกทหารเวรจากกองทหารเส้าซิง! ถล่มบ้านถงเจิน! ทำลายลูกชายมันให้หมดสภาพ!”

เว่ยกว๋อกง ตระกูลของฮองเฮาสมัยฮ่องเต้หย่งเล่อ(จูตี้) เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ต้าหมิงทุกพระองค์ ฮ่องเต้หย่งเล่อย้ายเมืองหลวงไปเป่ยผิงก็ทรงพระบัญชาให้ตระกูลสวีคุ้มกันอิงเทียนตลอดไป และ…

ราชโองการให้เว่ยกว๋อกงมีอำนาจควบคุมกองทัพ

ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ผู้ที่ถืออำนาจทหาร…ไม่เคยเป็นคนที่ผู้ใดสามารถตอแยได้!

สวีเผิงจูระเบิดอารมณ์ดั่งสัตว์ป่า กระหน่ำทุบทำลายจวนถงยับเยิน ถงอิงหลงถูกทำลายขาจนหมดสภาพ ล้มฟุบหมดสติไปทันที ถงเจินยืนตัวเย็นเฉียบไปทั้งร่าง เขาไม่เคยเกลียดความไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือของบุตรชายตนเองมากเท่านี้มาก่อนเลย

ถ้าจะจัดการแค่ซือเย่ของที่ว่าการอำเภอคนหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด ไม่มีตำแหน่ง ไม่มียศ ไม่มีผู้หนุนหลัง ต่อให้พิการหรือตาย เขาก็มีวิธีปิดปากให้เรื่องเงียบลงได้

แต่...ไฉนในห้องของซือเย่ผู้นั้น กลับเป็นห้องที่คุณชายน้อยพักอยู่?

ถงเจินรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะคิดทบทวน จากท่าทีของคุณชายน้อยและเหล่าทหารทางการที่บุกมาพร้อมกัน ดูอย่างไรๆ เว่ยกว๋อกงแห่งอิงเทียนก็โกรธมาก และผลลัพธ์คงร้ายแรงยิ่ง

เหตุการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กสองตระกูลตีกันอีกต่อไป เว่ยกว๋อกงออกตัวเต็มที่ เห็นได้ชัดว่าต้องการให้เขาหลุดจากตำแหน่งเจ้าเมือง หากไม่ผิดพลาดคงกำลังจัดส่งฎีกาไปยังเมืองหลวงแล้ว

คิดถึงตรงนี้ มือเท้าของถงเจินก็ยิ่งเย็นยะเยือก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างห้ามไม่อยู่

และในลมหายใจนั้นเอง เขาก็เข้าใจว่าทำไมสวีเผิงจูถึงยอมออกโรงด้วยตัวเอง

ขุนนางราชวงศ์หมิงไม่สามารถให้คนตรวจสอบได้เลย เพราะแค่ตรวจ ก็มักจะเจอเข้าจังๆ ถงเจินก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

“ขอรายงานคุณชายน้อย! พบเงินกว่าสองแสนตำลึงในคลังของจวนถง รวมทั้งโฉนดที่ดินกว่าพันฉบับ โฉนดบ้านสิบกว่าหลัง และ...เครื่องเคลือบสีเขียวลับเฉพาะจากเตา หลงเฉวียนกว่ายี่สิบชิ้นซึ่งเป็นบรรณาการที่ต้องนำส่งไปยังวังหลวงทั้งสิ้น” นายทหารคนหนึ่งรายงานพร้อมคารวะ

เหงื่อเย็นของถงเจินผุดเต็มหน้าผาก ตัวสั่นงันงกแทบยืนไม่อยู่

ดวงตาของสวีเผิงจูเป็นประกายวาว แล้วค่อยๆ หรี่ลง มองถงเจินที่หน้าซีดเหมือนเถ้าถ่าน ก่อนหัวเราะเย็นพลางพูดอย่างชัดเจนทีละคำ

“เจ้าเมืองถงทำงานเพียงสามปีก็กวาดเงินหิมะขาวตั้งแสนตำลึง น่าชื่นชมเสียจริง…แต่นั่นก็ยังพอเข้าใจได้ แต่กล้าลักลอบเก็บของบรรณาการไว้ใช้เองเช่นนี้...ท่านช่างกล้าเกินหน้าเว่ยกว๋อกงเสียอีกนะ!”

การยักยอกบรรณาการจากท้องถิ่นนั้น ถือเป็นเรื่องที่รู้กันดีในหมู่ขุนนาง ใครได้เป็นเจ้าเมืองสักครา ก็มักจะ “เก็บไว้สักนิด” เป็นเรื่องปกติไปแล้ว

กฎลับที่ทุกคนยอมรับนี้เรียกว่ากฎ “แอบแฝง” เพราะแค่ไม่ให้ใครแหวกม่านเปิดโปง ทุกคนก็อยู่กันได้อย่างสงบสุข แต่หากใครจงใจแหวกม่านออก เรื่องก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที

ถงเจินสุดท้ายก็ทนรับแรงกดดันไม่ไหว เข่าทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าสวีเผิงจู

“ขะ...ข้าไม่ได้ยักยอก! ของพวกนั้น...พวกนั้นคือ...” ถงเจินพยายามคิดข้ออ้างสุดชีวิต แต่อย่างไรก็แก้ตัวไม่ออก เพราะหลักฐานวางอยู่ในคลังของเขาแบบจะจะ

“ทหาร! ปิดคลังของจวนถงทันที ตั้งเวรยามเฝ้าระวัง ห้ามใครเข้าออก รายงานเรื่องนี้ไปยังศาลไต่สวนแห่งอิงเทียน ขอให้ส่งขุนนางตรวจการมาพิจารณาด้วยตาตนเอง สำหรับถงอิงหลงที่บังอาจล่วงเกินเชื้อสายขุนนาง ให้จับตัวส่งเข้าเรือนจำเมืองเส้าซิงทันที ส่วนเจ้าเมืองถง...ฮึ ข้าไม่ก้าวก่ายราชสำนัก ท่านก็ทำหน้าที่เจ้าเมืองต่อไปเถอะ...แต่อยู่ได้อีกกี่วันนั้น ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน”

สวีเผิงจูหัวเราะเย็น ก่อนสะบัดแขนเสื้อแล้วจากไปอย่างไม่ไยดี

ถงเจินตาไร้แวว ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นดั่งโคลนที่ไร้เรี่ยวแรง

...........

จบบทที่ 41 - พายุถล่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว