- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1369—1370: เห็ดพิษกลมกลิ้ง (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1369—1370: เห็ดพิษกลมกลิ้ง (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1369—1370: เห็ดพิษกลมกลิ้ง (สองตอนรวมกัน)
“ถิงถิง!”
ถิงเป่าหันไปมองมิเคลล่าด้วยสีหน้าโกรธจัด ร่างกายแผ่กระแสไฟฟ้าสีเหลืองเปรี๊ยะๆ ออกมา
เฉียวซางถอนใจในใจ ก่อนจะพูดออกมาอย่างมั่นคงว่า
“อาจารย์คะ ฉันบอกอาจารย์ไปหลายครั้งแล้วนะว่า สัตว์อสูรตัวถัดไปที่ฉันจะทำสัญญาด้วยคือถิงเป่า แล้วทำไมอาจารย์ถึงยังให้ราชามังกรพามังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานมาด้วยอีกล่ะคะ?”
พูดตามตรง เธอรู้สึกซึ้งใจอยู่ลึกๆ
ต่อให้ไม่พูดถึงสายเลือดหรือพรสวรรค์ของมังกรทั้งสอง แค่เห็นสีของมังกรรากฐานก็บอกได้แล้วว่าอาจารย์มิเคลล่ากับราชามังกรตั้งใจเลือกมาอย่างดี
ถ้าเธอไม่ได้เจอถิงเป่ามาก่อน และถิงเป่าไม่ได้ตรงใจเธอในทุกด้าน... เธออาจจะลังเลจริงๆ ก็ได้
เพราะสัตว์อสูรประเภทมังกรที่มีสีแปลกนั้น ต่อให้รวยแค่ไหนก็ใช่ว่าจะหามาทำสัญญาได้ง่ายๆ
ยิ่งกว่านั้น ที่ดาวนภาเพลิงแห่งนี้ สัตว์อสูรมีสิทธิ์เลือกผู้ฝึกของตัวเอง ถ้ามังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานมายืนอยู่ตรงนี้ ก็แปลว่าพวกมันเต็มใจจะทำสัญญากับเธอ
สัตว์อสูรที่ยอมทำสัญญาด้วยความเต็มใจ การฝึกก็ง่ายขึ้นหลายเท่า
เสียดาย... ถิงเป่าอยู่ข้างๆ นี่แหละ เธอเลยไม่กล้าพูดอะไรที่มันซาบซึ้งเกินไป
“ฉันเป็นคนให้ราชามังกรพามา?”
มิเคลล่าได้ยินแบบนั้นถึงกับอึ้งไป แล้วทั้งโมโหทั้งขำ
เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ราชามังกรกลับขยับออกมายืนข้างหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โม่โม่?”
ทันใดนั้นเอง เฉียวซางก็รู้สึกได้ว่าสัตว์อสูรทั้งสาม มังกรน้อยอสนี มังกรฝึกหัด และมังกรรากฐาน ต่างก็หันมาจ้องเธอเป็นตาเดียว
มิเคลล่าช่วยแปลว่า
“มันถามว่า เธอคิดว่ามังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานสู้มังกรน้อยอสนีไม่ได้เหรอ?”
อาจารย์จะฆ่าฉันเหรอ...เฉียวซางสูดหายใจลึก ตอบอย่างหนักแน่นว่า
“ไม่ใช่ค่ะ แค่ฉันตัดสินใจเลือกมังกรน้อยอสนีไปแล้วเท่านั้นเอง”
“ถิงถิง…”
ถิงเป่าตัวสั่นเล็กน้อย กระแสไฟฟ้ารอบตัวค่อยๆ จางหายไป
คำพูดเมื่อกี้ ทำให้มันทั้งรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่อีกฝ่ายไม่ยอมปฏิเสธว่ามันเก่งที่สุด... แต่ก็แอบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย
มังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานหันไปมองราชามังกรโดยอัตโนมัติ
“โม่โม่”
ราชามังกรยังคงสีหน้าเรียบเฉย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดอีกครั้ง
มิเคลล่าเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะแปลว่า
“เธอเป็นคนที่จะลงแข่งศึกชิงถ้วยอวกาศในอนาคต ควรทำสัญญากับสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์และพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้ ไม่ว่าจะมังกรฝึกหัดหรือมังกรรากฐาน ต่างก็เหนือกว่ามังกรน้อยอสนี เธอไม่เชื่อก็ลองให้พวกมันสู้กันดูก็ได้”
มังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานจ้องมองถิงเป่าด้วยแววตาเปี่ยมไฟนักสู้
“ถิงถิง!”
ถิงเป่ากระโดดลงจากคอเฉียวซางทันที ร่างกายปล่อยสายฟ้าออกมาอีกครั้งเต็มตัว พร้อมเข้าสู่โหมด “อยากสู้ก็มาสู้!”
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าที่นั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่คิดในใจว่า ผู้ฝึกของเรานี่ฮ็อตจริงๆ...
“ไม่ต้องถึงขั้นสู้หรอกค่ะ”
เฉียวซางหันไปบอกราชามังกร
“พรุ่งนี้ถิงเป่ามีแข่ง ตอนนี้คงไม่เหมาะจะต่อสู้หนักๆ”
เธอเว้นไปนิด ก่อนจะพูดต่อว่า
“อีกอย่าง ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ความคิดของฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนค่ะ”
“ถิงถิง…”
กระแสไฟฟ้าบนตัวถิงเป่าหายไป
มังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานหันมามองหน้ากันอย่างลังเล
ราชามังกรจ้องเฉียวซาง สายตาเต็มไปด้วยแรงกดดัน
แต่เฉียวซางยังคงยืนนิ่งไม่หวั่นไหว
มิเคลล่ามองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก
“โม่โม่”
ในที่สุด ราชามังกรก็พูดขึ้นเสียงหนึ่งแบบไร้สีหน้า ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
มังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานรีบเดินตามหลัง
ถิงเป่าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เฉียวซางเอ่ยอย่างลังเล
“อาจารย์... ราชามังกรดูเหมือนจะโกรธนะคะ อาจารย์จะไม่ตามไปง้อหน่อยเหรอคะ?”
“ไม่เป็นไรหรอก”
มิเคลล่ามองตามแผ่นหลังของราชามังกรที่ค่อยๆ ห่างออกไป แล้วพูดว่า
“มันแค่ไม่ชินกับการถูกปฏิเสธ พออีกสักพักมันอยากขอเงินเพิ่มก็จะกลับมาเองแหละ”
เฉียวซาง: “???”
ขอเงิน?
…
บนท้องฟ้า
ราชามังกรบินอยู่กลางอากาศพร้อมปล่อยแรงกดดันมหาศาลออกมาโดยไม่รู้ตัว
สัตว์อสูรบินที่บินผ่านแถวนั้นต่างพากันรีบเบี่ยงเส้นทางหนีออกห่าง
มังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานกางปีกพยายามเร่งฝีเท้าไล่ตามอยู่ด้านหลัง
ราชามังกรเหมือนเพิ่งรู้ตัว ก็รีบเก็บแรงกดดันของตัวเอง แล้วค่อยๆ บินช้าลง
มังกรทั้งสองถึงได้ไล่ตามมาทัน
“โม่โม่?”
มังกรฝึกหัดร้องถามเบาๆ เราจะกลับแบบนี้เลยเหรอ?
“โม่โม่”
ราชามังกรฮึดฮัดในลำคอ
จะให้ทำไมหละ? มนุษย์คนนั้นก็ไม่เห็นค่าเผ่าของเราเลยนี่
ในฐานะผู้นำเผ่ามังกร มันก็มีศักดิ์ศรีของมัน
โดนปฏิเสธหลายรอบขนาดนี้ มันจะให้เด็กๆ วิ่งไล่ตามง้อไปทำสัญญาได้ยังไง?
ทั้งๆ ที่มันยังเสนอให้ประลองพิสูจน์ฝีมือด้วยซ้ำ แต่ฝ่ายนั้นกลับบอกว่าต่อให้แพ้ก็จะไม่เปลี่ยนใจ นี่มันหยามกันชัดๆ!
“โม่โม่…”
มังกรรากฐานร้องเสียงแผ่ว เหมือนยังรู้สึกเสียดาย
ก็มนุษย์คนนั้นมีโอกาสจะได้ไปแข่งถ้วยอวกาศเชียวนะ…
“โม่โม่”
ราชามังกรร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ถ้วยอวกาศมันใช่ว่าจะเข้าร่วมกันได้ง่ายๆ หรอก ต่อให้อนาคตจะได้เข้าแข่งจริง แล้วไงล่ะ? เผลอๆ อาจจะตกรอบแรกเลยก็ได้
“โม่โม่”
มังกรรากฐานยังคงรู้สึกเสียดายอยู่ดี
แต่มนุษย์คนนั้นเป็นคนแรกเลยนะ ที่ฉันรู้สึกว่ามีโอกาสได้ไปแข่งถ้วยอวกาศจริงๆ
“โม่โม่?”
มังกรฝึกหัดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วก็ร้องขึ้นมาเบาๆ ว่า มนุษย์คนนั้นไม่ใช่ลูกศิษย์ของผู้ฝึกของหัวหน้าหรอกเหรอ? ทำไมไม่ให้ผู้ฝึกของหัวหน้าสั่งให้เธอเลือกเราตัวใดตัวหนึ่งมาทำสัญญาไปเลยล่ะ?
“โม่โม่”
ราชามังกรตอบทันทีว่า
เด็กน้อย พวกเธอไม่เข้าใจหรอก เธอมีวิธีสอนของเธอเอง ฉันไปแทรกไม่ได้มากนักหรอก
“โม่โม่……”
มังกรทั้งสองตัวทำหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“โม่โม่”
ราชามังกรมองเห็นท่าทางนั้น ก็ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงปลอบใจว่า
ไม่ต้องห่วง ด้วยพรสวรรค์ของพวกเธอ ยังไงก็ต้องเจอผู้ฝึกที่มีทั้งพรสวรรค์ ทั้งเงิน และยังมีโอกาสไปแข่งถ้วยอวกาศอีกแน่นอน
“โม่โม่!”
มังกรฝึกหัดเหมือนถูกปลอบใจได้ หัวใจกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที
“โม่โม่……”
แต่มังกรรากฐานยังคงดูหม่นๆ อยู่ดี
ผู้ฝึกที่มีโอกาสเข้าร่วมถ้วยอวกาศมันไม่ได้หาง่ายขนาดนั้นหรอก…
แถมตอนนี้มันก็พัฒนามาถึงระดับกลางแล้ว อีกไม่นานก็จะกลายเป็นระดับสูง แต่พอถึงตอนนั้น มันจะเริ่มเสียเปรียบพวกสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ที่มีศักยภาพคล้ายกัน
เพราะสำหรับพวกผู้ฝึกที่เป็นดาวรุ่ง พอมองสัตว์อสูรที่โตไปไกลแล้ว อาจจะไม่สนใจเท่าไหร่…
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกที่มีแววไปแข่งถ้วยอวกาศเลย แม้แต่พวกดาวรุ่งทั่วไปก็อาจจะเริ่มเมินมันแล้วด้วยซ้ำ
ราชามังกรเหลือบตามองมันนิดหนึ่ง พอคิดถึงท่าทีของเฉียวซางก่อนหน้านี้ มันก็เม้มปากแน่น แล้วหันไปบินต่อโดยไม่พูดอะไรอีก
“โม่โม่”
ทันใดนั้น มังกรรากฐานก็หยุดบินกลางอากาศ ร้องขึ้นว่า
มัน... ยังอยากลองดูอีกครั้ง
“โม่โม่”
ราชามังกรหันกลับมามองมัน แล้วทำหน้าเหมือนจะบอกว่า “ก็เอาที่สบายใจเลย” ก่อนจะพามังกรฝึกหัดบินต่อไปข้างหน้า
…
ขณะเดียวกัน
ที่บ้าน สนามฝึกกลางแจ้ง
ตอนนี้พวกลู่เป่าเริ่มฝึกซ้อมกันแล้ว
เฉียวซางลดเสียงลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“อาจารย์คะ ฉันรู้ว่าอาจารย์หวังดีกับฉัน แต่หลังจากนี้อย่าทำแบบนั้นอีกนะคะ”
มิเคลล่า: “???”
“ทำอะไร?” มิเคลล่าถาม
“ก็เรื่องมังกรฝึกหัดกับมังกรรากฐานนั่นแหละค่ะ” เฉียวซางตอบ
“อาจารย์ก็เห็นกับตาแล้วว่าถิงเป่ามีพรสวรรค์แค่ไหน แถมยังเข้ากับฉันได้ดีด้วย แล้วทำไมยังจะให้ฉันไปทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวอื่นอีกล่ะคะ? เมื่อกี้ถิงเป่าเกือบไม่คุยกับฉันแล้วนะ”
มิเคลล่าหันไปมองเธอแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้พูดอะไรกับราชามังกรเลยนะ มันตัดสินใจเองทั้งนั้น”
เฉียวซางชะงักไปทันที “แล้วทำไมมันถึงดีกับฉันขนาดนั้น?”
เธอรู้ดีว่าอาจารย์ไม่ใช่คนโกหกกับเรื่องแบบนี้
“เพราะมันรู้ว่าเธอเป็นนักเรียนจากสถาบันผู้ฝึกสัตว์อสูรแห่งจักรวรรดิ มีโอกาสสูงที่จะได้ไปแข่งถ้วยอวกาศในอนาคต มันเลยอยากให้รุ่นน้องในเผ่าของมันได้ทำสัญญากับเธอ” มิเคลล่าอธิบาย
อ๋อ แบบนี้นี่เอง...
เฉียวซางเข้าใจขึ้นมาทันที แต่แล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอหันไปมองมิเคลล่าด้วยสายตาแปลกๆ
ถ้าแบบนั้น... พฤติกรรมของอาจารย์กับราชามังกรเมื่อกี้ก็ค่อนข้างน่าสนใจเลยนะ... เหมือนอาจารย์ควบคุมราชามังกรไม่ได้เลย...
มิเคลล่าพูดต่อ
“ราชามังกรนิสัยหยิ่ง โดนเธอปฏิเสธแบบนั้น คงไม่กลับมาให้เห็นในเร็วๆ นี้หรอก”
เฉียวซางได้ยินแบบนั้นก็เลิกสนใจเรื่องก่อนหน้า แล้วถามอย่างลังเลว่า
“ที่พูดแบบนี้หมายความว่าอีกหน่อยมันจะกลับมาอีกเหรอคะ?”
เธอนี่ไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่าตัวเองเทพแค่ไหน...
มิเคลล่าแอบบ่นในใจ ก่อนจะยิ้มตอบว่า
“พอมันรู้ว่าเธออายุแค่ 17 แล้วเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับ B นะ รับรองเลยว่าต้องกลับมาแน่ ไม่ใช่แค่ราชามังกรหรอก สัตว์อสูรบนดาวนภาเพลิงน่ะ ไม่มีตัวไหนอยากปล่อยโอกาสแบบนี้หลุดมือหรอก”
ที่แท้ฉันกลายเป็นของหายากบนดาวนภาเพลิงไปแล้วเหรอเนี่ย...
เฉียวซางรู้สึกทึ่งอยู่ในใจ ก่อนจะปิ๊งไอเดียขึ้นมา
ถ้าหลังจากทำสัญญากับถิงเป่าไปแล้ว พอได้หน้าสัญญาใหม่ขึ้นมาอีก งั้นฉันก็ไม่ต้องออกไปหาสัตว์อสูรเพื่อทำสัญญาเองอีกเลยใช่ไหม? แค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็มีสัตว์อสูรพรสวรรค์สูงเข้ามาหาเองเลย!
กงเป่าที่กำลังฝึกอยู่ เหลือบตามองผู้ฝึกของตัวเองเงียบๆ
คิดได้ก็ฝันไปเถอะ...
เฉียวซาง: “……”
เช้าวันถัดมา
เฉียวซางตื่นแต่เช้า หลังจากนั่งสมาธิอยู่หนึ่งชั่วโมง เธอก็ไปล้างหน้าล้างตาอย่างง่ายๆ พอทานอาหารเช้าเสร็จ ก็พาลู่เป่ากับพวกขึ้นไปนั่งบนหลังหยาเป่า แล้วออกเดินทางไปยังหอแข่งขันมู่เหลียนพร้อมกับอาจารย์มิเคลล่า
ช่วงนี้ซุนเป่ากับชิงเป่าไปหอคลื่นเม็ดทรายกันเอง เพราะซุนเป่าบอกว่ามันพาชิงเป่าไปเองได้ เธอจึงไม่รู้สึกกังวลและยอมให้ทั้งคู่ไปกันเอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หอแข่งขันมู่เหลียน
“คุณสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่าน! ขอต้อนรับเข้าสู่เวทีการแข่งขันประลองความเข้ากันของพันธสัญญาครับ!” พิธีกรยืนอยู่กลางเวทีในมือถือไมค์ พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“วันนี้ เรากำลังจะเข้าสู่รอบ รองชนะเลิศ! คู่ไหนกันแน่ที่จะทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ? มารอดูกัน!”
แม้พิธีกรจะพูดอย่างเร้าใจอยู่กลางสนาม แต่สายตาของผู้ชมหลายคนกลับจับจ้องไปยังจุดหนึ่งบนอัฒจันทร์ พร้อมเริ่มซุบซิบกันเบาๆ
“เฮ้ย นั่นมันมังกรรากฐานร่างสีแปลกไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่เลย! ดูก็รู้! เชี่ย นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเห็นมังกรประเภทนี้!”
“ดูที่ข้อเท้ามันสิ! มันใส่กำไลสีดำอยู่! นั่นหมายความว่ามันยังเป็นสัตว์อสูรป่าด้วย! พวกนายว่า ถ้าฉันเดินไปขอทำสัญญาตอนนี้ ยังมีหวังอยู่ไหม?”
“ฝันไปเถอะ มังกรประเภทนี้จะลดตัวลงมาทำสัญญากับนายเรอะ? ยิ่งเป็นร่างสีแปลกอีก โอกาสยิ่งต่ำกว่าติดลบ!”
ท่ามกลางเสียงซุบซิบทั้งหลาย มังกรรากฐานก็นั่งนิ่งๆ อย่างสงบ สายตาจับจ้องไปที่พื้นที่ของผู้เข้าแข่งขัน
ในขณะเดียวกัน ถิงเป่าเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาอะไรบางอย่าง จึงหันไปมองอัฒจันทร์
ตอนนี้ ผู้ชมเกือบครึ่งในสนามต่างก็มองไปยังจุดเดียวกัน ถิงเป่าจึงมองตาม และมันก็เห็นมังกรรากฐานชัดเจน
ดวงตาของมันหดลงเล็กน้อย ร่างกายเริ่มแผ่ไฟฟ้าสีเหลืองออกมาโดยอัตโนมัติ
“ถิงเป่า?” เฉียวซางขมวดคิ้วเรียกด้วยความแปลกใจ
“ถิงถิง...”
ถิงเป่ารีบสงบลงทันที กระแสไฟฟ้าหายไป มันเบือนหน้ากลับมาอย่างเงียบๆ ไม่พูดถึงเรื่องมังกรรากฐานแม้แต่นิด
แทบจะเป็นสัญชาตญาณ มันไม่อยากให้ผู้ฝึกของตัวเองรู้ถึงการมีอยู่ของมังกรรากฐานเลยแม้แต่นิด
มิเคลล่านั่งอยู่บนอัฒจันทร์ หยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความ
[ฉันเห็นมังกรรากฐานแล้ว]
[จะไม่ตอบฉันจริงๆ เหรอ?]
[เมื่อวานฉันก็บอกไปแล้วว่าเฉียวซางตัดสินใจเลือกมังกรน้อยอสนีไปแล้ว]
[เธอจะเมินฉันจริงๆ ใช่ไหม?]
ไม่ว่าจะส่งไปกี่ข้อความ “มังกรทวงหนี้” ก็ไม่ตอบกลับสักคำ
มิเคลล่าเงียบไปสองวินาที แล้วโอนเงินก้อนโตไปอีกหนึ่งยอด
วินาทีถัดมา ระบบแจ้งว่า “ได้รับเงินเรียบร้อย”
มิเคลล่า: “……”
จนกระทั่งพิธีกรแนะนำแขกรับเชิญและเหล่าสปอนเซอร์จบ ก็พูดขึ้นว่า
“สำหรับการแข่งขันรอบรองชนะเลิศครั้งนี้ เราจะไม่ใช้วิธีจับฉลากอีกแล้ว! แต่จะให้ระบบเป็นคนสุ่มตัดสินให้แทน!”
ทันทีที่พิธีกรพูดจบ หน้าจอเสมือนขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นกลางสนาม พร้อมแสดงภาพของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คู่และสัตว์อสูรของแต่ละคน
ไม่นานนัก ภาพทั้งสี่คู่ก็เริ่มสลับหมุนอย่างรวดเร็ว
ประมาณครึ่งนาทีต่อมา ภาพทั้งสี่คู่ก็หยุดจับคู่แบบสุ่มลง
[เฉียวซาง มังกรน้อยอสนี VS หวังหรูชู เห็ดพิษกลมกลิ้ง]
เห็ดพิษกลมกลิ้ง สัตว์อสูรระดับกลางอีกแล้ว
เฉียวซางรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ต้องเข้าใจก่อนว่า ในรอบที่ผ่านๆ มา เพราะใช้วิธีจับฉลาก เธอถึงได้เจอคู่ต่อสู้ที่มีสัตว์อสูรระดับกลางถึง 3 คนติดต่อกัน
และในบรรดาผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย ตอนนี้เหลือคนที่ใช้สัตว์อสูรระดับกลางอยู่แค่คนเดียวก็คือหวังหรูชู
ไม่คิดเลยว่าคนๆ เดียวที่เหลืออยู่นั่น ดันเป็นคู่แข่งของเธอซะเอง
เฉียวซางเป็นคู่เปิดสนามของรอบนี้
เมื่อพิธีกรแนะนำตัวเสร็จ พร้อมกับแสงไฟสปอตไลต์จับมาที่เธอ เฉียวซางก็พาถิงเป่าเดินขึ้นเวทีประลองแล้วไปยืนประจำตำแหน่ง
บนอัฒจันทร์ เสียงซุบซิบเบาๆ ของผู้ชมเริ่มดังขึ้น
“เธอนี่ดวงซวยเกินไปแล้วนะ! คู่ต่อสู้ที่มีสัตว์อสูรระดับกลางมีไม่กี่คน แต่เธอเจอครบหมด!”
“แต่ก็นะ ถึงจะดวงซวยก็เถอะ แต่เธอก็ชนะทุกแมตช์เลยไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าวันนี้เธอไม่ได้เจอหวังหรูชู ฉันว่าเข้าไฟนอลชัวร์ แต่นี่มาเจอหวังหรูชูนี่สิ ชักไม่แน่แล้วล่ะสิ”
“ว่าแต่เฉียวซางเป็นผู้ฝึกระดับอะไรเนี่ย? รู้สึกว่าวิธีสั่งการของเธอเหนือกว่าคนอื่นเห็นๆ เลยนะ”
“ได้ยินมาว่ามีคนเคยบอกว่าเธอเป็นแค่ระดับ D เอง”
“D เหรอ?”
มังกรรากฐานที่นั่งอยู่ข้างล่างได้ยินเข้า ก็ทำหน้าสงสัยทันที เป็นไปได้ยังไงกัน?
แล้วมันก็นึกขึ้นได้ว่า หัวหน้ายังไม่เคยบอกมันเลยว่ามนุษย์คนนั้นอายุเท่าไหร่ หรือเป็นผู้ฝึกระดับไหนกันแน่...
ทันใดนั้น ตัวเลข “3” ในรูปแบบโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นกลางสนาม
พร้อมกับเสียงระบบอัตโนมัติดังขึ้น ผู้ชมทั้งหมดก็พากันเงียบลงทันที
เห็ดพิษกลมกลิ้ง เป็นสัตว์อสูรประเภทพิษและพืช ระดับกลาง ชอบอยู่ในที่มืดและชื้น สามารถพ่นสปอร์ที่มีพิษออกมาได้ ถ้าไม่รีบทำความสะอาด จุดที่โดนพ่นจะมีเห็ดงอกขึ้นมา
เฉียวซางมองสัตว์อสูรตรงหน้าที่สูงประมาณ 1.5 เมตร ลำตัวสีเขียวเข้ม มีจุดสีขาวประปราย แล้วข้อมูลทั้งหมดก็ผุดขึ้นมาในหัวเธอทันที
“3… 2… 1… เริ่มการประลอง!”
ทันทีที่คำสั่งเริ่มดังขึ้น แสงโฮโลแกรมก็หายไป
ถิงเป่าออกตัวก่อนทันที ร่างกายแผ่กระแสไฟฟ้าสีเหลืองออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นสายฟ้าพุ่งตรงไปทางเห็ดพิษกลมกลิ้ง
แต่เห็ดพิษกลมกลิ้งเบี่ยงตัวหลบอย่างเบาๆ แทบไม่ต้องออกแรงมากก็หลบพ้นสายฟ้านั้นได้
สายฟ้าพลาดเป้า!
“พ่นสปอร์เห็ด!” หวังหรูชูสั่งการทันที
สปอร์เห็ด เป็นทักษะติดตัวของเห็ดพิษกลมกลิ้ง มันสามารถปล่อยสปอร์ออกมา ที่ไม่เพียงแค่ทำให้เกิดเห็ดขึ้นบนร่างกายเป้าหมาย แต่ยังมีผลทำให้อีกฝ่ายเข้าสู่สภาวะหลับลึก
ทักษะแบบนี้ ถิงเป่าไม่มีทางป้องกันได้เลย ต้องใช้วิธีพื้นฐานที่สุด เฉียวซางสั่งเสียงเรียบว่า
“กลั้นหายใจ!”