- หน้าแรก
- คู่มือตำราอสูร: ฉบับเริ่มต้นจากศูนย์
- บทที่ 1349—1350: น่าเสียดายจริงๆ (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1349—1350: น่าเสียดายจริงๆ (สองตอนรวมกัน)
บทที่ 1349—1350: น่าเสียดายจริงๆ (สองตอนรวมกัน)
เช้าวันต่อมา เฉียวซางตื่นนอนขึ้นมา แล้วก็แอบแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชิงเป่าไม่ได้อยู่บนเตียงด้วย
ปกติแล้วเวลาแบบนี้ ชิงเป่ามักจะยังไม่ตื่นเลยด้วยซ้ำ
แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปยังห้องนั่งเล่น
ทันทีที่เปิดประตูออกมา เธอก็ได้ยินเสียงซุนเป่ากับชิงเป่ากำลังคุยกันอย่างตื่นเต้น
“ซุนซุน!”
“ชิงชิง~”
“ซุนซุน~!”
“ชิงชิง!”
เฉียวซางเดินมาถึงห้องนั่งเล่น แล้วก็เห็นซุนเป่ากับชิงเป่ากำลังยืนอยู่หน้ากระจกแบบเต็มตัว กำลังผลัดกันเปลี่ยนเสื้อผ้าโชว์และชื่นชมตัวเองอยู่
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่าได้ยินเสียงเดินมาก็หันมาเห็นผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนเอง มันจึงร้องทักด้วยความตื่นเต้น แล้วก็หมุนตัวหนึ่งรอบโชว์เสื้อเชิ้ตลายทะเลกับกางเกงขาสั้นแนวชายหาด พร้อมทรงผมฟูฟ่องหลากสีราวกับพายุสายรุ้ง ดูแล้วช่างร่าเริงเหลือเกิน
เฉียวซางเงียบไปสองวินาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“ไม่เลวเลย”
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่ายิ้มดีใจ หันกลับไปหน้ากระจกเพื่อชื่นชมชุดของตัวเองต่อ
“ชิงชิง?”
คราวนี้ชิงเป่าหันมาทางผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนเอง แล้วก็ร้องเรียกเบาๆ อย่างเขินอายเล็กน้อย
เฉียวซางเห็นว่ามันใส่หมวกฟางริมทะเล กับชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ก็ตาเป็นประกายขึ้นมาแล้วชมออกมาด้วยความจริงใจว่า
“น่ารักมากเลย!”
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าได้ยินแล้วก็เขินอาย หน้าแดงเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปยืนหน้ากระจกด้วยท่าทางประหม่า
เฉียวซางเดินไปยังครัวแบบเปิด ขณะที่เตรียมอาหารเช้าไปด้วยก็ถามขึ้นว่า
“ว่าแต่พวกแกแต่งตัวแบบนี้จะไปไหนกันเหรอ?”
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่ากำลังเพลินกับการชมตัวเองในกระจกก็ร้องขึ้นมาตอบ เหมือนจะบอกว่า ก็จะไปเที่ยวไงล่ะ
ไปเที่ยวงั้นเหรอ? เฉียวซางชะงักมือที่กำลังหยิบของ แล้วหันไปมองทันที
ซุนเป่ารู้ตัวทันทีว่าเผลอหลุดปากไป ร่างกายก็แข็งทื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“ชิงชิง~”
ตอนนั้นเอง ชิงเป่าหันมามองแล้วร้องเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เหมือนจะช่วยอธิบายแทนว่า สิ่งที่ซุนเป่าหมายถึงก็คือเวลาที่ได้ไปสถานที่ใหม่ๆ มันรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวเล่นน่ะ
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าพยักหน้ารัวๆ อย่างเห็นด้วย บอกว่าเจ้าห้าพูดถูกแล้ว
เฉียวซางมองซุนเป่าแล้วกล่าวย้ำอย่างจริงจังว่า
“นี่ไม่ใช่ไปเที่ยวเล่นนะ แกต้องพาชิงเป่าไปแข่ง”
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าพยักหน้าแรงๆ เป็นเชิงเข้าใจแล้ว
เฉียวซางจึงหันกลับไปทำอาหารเช้าต่ออย่างไม่ติดใจอะไรอีก
ชิงเป่าหันไปมองซุนเป่าด้วยสายตาแนวๆ ว่า เกือบจะความแตกซะแล้วรู้ไหม…
ซุนเป่าทำหน้าแหยๆ ออกอาการรู้สึกผิดอย่างแรง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาหารเช้าก็เตรียมเสร็จเรียบร้อย พวกหยาเป่าก็ทยอยกันเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่น
“ย่าห์ ย่าห์!”
ทันทีที่หยาเป่าเห็นซุนเป่ากับชิงเป่า สายตาที่ยังง่วงอยู่ก็หายวับไปทันตา มันร้องทักออกมาด้วยความตื่นเต้น
ลู่เป่าชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ แล้วเดินไปตามปกติ แต่สายตาแอบเหลือบไปมองทางซุนเป่าเป็นระยะๆ
กงเป่ากวาดตามองเฉยๆ สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย แล้วก็เดินตรงไปยังถาดเม็ดพลังงานทันที
“ถิงถิง…”
สำหรับมังกรน้อยอสนี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นการแต่งตัวของซุนเป่ากับชิงเป่าแบบนี้ ถึงกับยืนชะงักอยู่กับที่
“ซุนซุน?”
ซุนเป่าพอเห็นสีหน้าของถิงเป่าก็พอใจมาก มันลอยไปหมุนตัวหนึ่งรอบตรงหน้าเหมือนจะถามว่า “ดูดีไหมล่ะ?”
“ถิงถิง”
มังกรน้อยอสนีคิดอยู่แวบหนึ่ง แล้วก็ร้องตอบกลับมาอย่างจริงจัง บอกว่ามันสู้ชุดเงาแวววาวก่อนหน้านี้ไม่ได้
เงาแวววาว...? ซุนเป่าชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมไปหยิบวงแหวนออกมา แล้วดึงชุดเกราะทองอร่ามที่มันเพิ่งถอดออกตอนเช้ามาเปลี่ยนชุดนั่นเอง แล้วร้องถามว่า
“ซุนซุน?”
แกหมายถึงอันนี้เหรอ?
“ถิงถิง!”
ตาของถิงเป่าแทบจะแทนที่ด้วยแสงทองระยิบระยับในทันที มันพยักหน้าแรงๆ อย่างตื่นเต้น
“ซุนซุน…”
ซุนเป่าถือชุดเกราะสีทองไปยืนเทียบหน้ากระจก แล้วก็เริ่มทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนลังเลว่าจะเปลี่ยนกลับดีไหม
“อย่ามัวแต่มองกระจก รีบมากินได้แล้ว” เฉียวซางนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอพูดขึ้นว่า “ชิงเป่าไม่ได้แข่งแค่วันเดียว แกจะแต่งวันละชุดก็ยังได้เลย”
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่าตาเป็นประกายทันที รีบเก็บชุดเกราะทองเข้าไป แล้วลอยตัวมานั่งที่โต๊ะเริ่มกินเม็ดพลังงานอย่างร่าเริง
พอมิเคลล่าเดินลงบันไดมา ภาพแรกที่เห็นก็คือหัวฟูหลากสีสันของซุนเป่าที่กำลังก้มหน้ากินอาหารอย่างเมามัน
เธอสะดุ้งในใจเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจทันทีว่าเป็นใคร จากนั้นก็จัดระเบียบสีหน้าตัวเองให้เรียบร้อย แล้วเดินมานั่งโต๊ะอาหารอย่างสงบเสงี่ยม ทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
จู่ๆ เฉียวซางก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปถามว่า
“ในศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งนี่ ชิงเป่าใส่เสื้อผ้าได้ไหมคะ?”
ช่วงนี้เธอเปิดดูช่องแข่งสัตว์อสูรบ่อย แล้วก็เห็นว่าบางตัวก็ใส่เสื้อผ้าลงแข่งเหมือนกัน
“ซุนซุน~”
ยังไม่ทันให้มิเคลล่าตอบ ซุนเป่าก็เงยหน้าขึ้นร้องตอบทันทีว่า ตามกฎในรายการไม่ได้ห้ามไว้หรอก แต่มันเคยดูคลิปการแข่งขันเก่าๆ แล้วเห็นว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าลงสนามกัน
ถึงกับดูคลิปเก่ามาด้วย นี่มันละเอียดขนาดนี้เลยเหรอ… เฉียวซางเหลือบตามองซุนเป่าอย่างประหลาดใจนิดหน่อย
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าร้องเบาๆ เหมือนจะบอกว่า ถึงก่อนลงสนามจะแต่งตัวก็เถอะ แต่จะถอดชุดออกก่อนแข่งแน่นอน
เฉียวซางได้ยินแล้วก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง
ในเมื่อเธอไม่สามารถไปดูการแข่งขันที่เมืองฮาร์มานได้ เรื่องบางอย่างก็ควรพูดให้ชัดตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด เพราะที่ดาวนภาเพลิงนี่ สัตว์อสูรส่วนใหญ่ก็มีนิสัยชอบแต่งตัวกันทั้งนั้น บางรายการแข่งขันก็อนุญาตให้ใส่ชุดได้ แต่ถึงจะอนุญาตก็ตาม การให้ชิงเป่าใส่ชุดลงแข่งก็ยังไม่เหมาะอยู่ดี เพราะมันต้องแปลงร่างเป็นสายลม ชุดที่ใส่ไว้อาจจะปลิวตามแรงลมจนเปิดเผยตำแหน่งได้ง่ายๆ
ไม่คิดเลยว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรของตนจะรอบคอบถึงขนาดนี้... กงเป่าหันไปมองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อย
‘ปกติฉันไม่ละเอียดรอบคอบเหรอ?’ เฉียวซางถามขึ้นในจิตใจ
กงเป่าชะงักไปในทันที รีบก้มหน้ากินเม็ดพลังงาน พลางพยายามไม่ให้สมองคิดอะไร
มันต้องรีบยกระดับพลังพันธะให้ไปถึงขั้นที่ปิดกั้นการอ่านความคิดได้โดยด่วน...
‘ฉันเองก็อยากได้แบบนั้นเหมือนกันนะ…’ เฉียวซางถอนหายใจในใจ
กงเป่า: “……”
หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เฉียวซางพาดมังกรน้อยอสนีไว้ที่คอ สะพายกระเป๋าที่มีลู่เป่าอยู่ข้างใน แล้วก็เปิดประตูออก
ทันทีที่ประตูเปิด กลิ่นเหม็นคุ้นเคยก็ลอยมากระทบจมูก
เสน่ห์กลิ่นสาบ ส่งดอกไม้อีกแล้วเหรอเนี่ย… เฉียวซางบ่นในใจ ก่อนจะหยิบดอกไม้พวกนั้นโยนกลับเข้าบ้านแล้วปิดประตูดังปัง
มิเคลล่าหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา แล้วเอ่ยว่า “เราไปที่หอคลื่นเม็ดทรายเลยก็แล้วกัน จะได้พาราชาบ่วงรัตติกาลกับภูติเร้นเมฆาไปส่งก่อน”
หอคลื่นเม็ดทราย เป็นอาคารแลนด์มาร์กของเมืองนี้ เป็นจุดที่สามารถใช้กำหนดพิกัดข้ามพิกัดมิติได้โดยตรง และสัตว์อสูรที่มีความสามารถข้ามพิกัดมิติก็จะใช้จุดนี้ในการเคลื่อนย้ายไปยังเมืองฮาร์มาน
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่ายกอุ้งมือขึ้น บอกว่ามันรู้จักที่นั่น
ตอนที่รู้ว่าจะต้องไปเมืองฮาร์มาน มันก็ลองหาข้อมูลล่วงหน้าไว้แล้ว แถมยังเคยข้ามพิกัดมิติไปสำรวจด้วยตัวเองมาแล้วด้วย
“งั้นไปกันเลยตอนนี้” เฉียวซางพูด
“ซุนซุน~!”
แววตาของซุนเป่าเปล่งแสงสีน้ำเงิน
วินาทีถัดมา เฉียวซางก็รู้สึกเหมือนภาพตรงหน้าดับวูบไป ก่อนที่สายตาจะกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว
รอบๆ มีทั้งคนและสัตว์อสูรเดินขวักไขว่
กลางลานกว้างมีภาชนะทรงคล้ายโพรงขนาดยักษ์ ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นศูนย์กลาง ทรายไหลวนอยู่ในแก้วใสอย่างสวยงาม เกิดเป็นกระแสน้ำวนทรายขนาดใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ไหลลงจากรูเล็กตรงกลาง
ที่กลางวังวนทราย มีสัตว์อสูรคล้ายแมวตัวหนึ่ง นั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่ มันสูงประมาณหนึ่งเมตร สีขาวนวลทั้งตัว หน้าผากมีอัญมณีวงกลมสีแดง ส่วนอุ้งเท้ามีทั้งกำไลสีดำและกำไลแบบย่อส่วนสีดำประดับอยู่
นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังยืนถ่ายรูปกันรอบๆ
บางคนก็กำลังใช้เครื่องแสกนบัตรหรือกำไลแสดงตัวตนอยู่ใกล้ๆ จากนั้นก็กระโดดลงไปในภาชนะ
ทันทีที่พวกเขาสัมผัสกับกระแสทราย วงเวทย์สีขาวใต้เท้าก็ส่องสว่างขึ้น
ต่อจากนั้น ทั้งคนและสัตว์อสูรที่กระโดดลงไป ก็หายวับไปพร้อมกับวงเวทย์
มิเคลล่าเดินไปที่ภาชนะ แล้วหยิบเหรียญสีเงินบริสุทธิ์สองเหรียญโยนลงไปในกระแสทราย
เฉียวซางรู้ว่านี่คือเหรียญสำหรับใช้เป็นค่ากำหนดพิกัดการข้ามพิกัดมิติ ซึ่งในการเดินทางไปยังเมืองฮาร์มานนั้น ต้องใช้หนึ่งเหรียญต่อคน ราคาประมาณหมื่นเหรียญพันธมิตรต่อเหรียญ
ถึงจะดูแพง แต่เมื่อเทียบกับการข้ามระหว่างเมืองแล้ว มันก็ยังเร็วกว่าและสะดวกกว่าการเดินทางแบบอื่นเยอะ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สต์คลาส ราคานี่ยังถูกกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงมีทั้งคนและสัตว์อสูรจำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้วิธีนี้แทนการเดินทางทั่วไป
“ไปกันเถอะ” มิเคลล่ากล่าวขึ้น
“ต้องพาชิงเป่าไปถึงสนามแข่งให้เรียบร้อยนะ” เฉียวซางกำชับเสียงจริงจัง
“ซุนซุน~” ซุนเป่าพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็พาชิงเป่าไปยังเครื่องตรวจสอบ ยื่นกำไลแสดงตัวตนให้เครื่องสแกน
ชิงเป่าก็ทำตามเช่นกัน
หลังจากนั้น พวกมันทั้งสองก็ลอยตัวเข้าไปในภาชนะขนาดใหญ่
ทันทีที่พวกมันเข้าไป วงเวทสีขาวสองวงก็สว่างขึ้นใต้ฝ่าเท้า
“ซุนซุน~”
“ชิงชิง~”
ซุนเป่ากับชิงเป่าหันมาร่ำลา โบกอุ้งมือให้กันเล็กน้อย แล้วร่างทั้งคู่ก็หายวับไปกับวงเวท
เฉียวซางเผลอเรียกสัมผัสสายสัมพันธ์ออกมาอย่างอัตโนมัติ พอพบว่าตอนแรกสัมผัสไม่ถึงก็เผลอใจหายวาบ แต่ไม่นานนัก เธอก็สัมผัสได้ถึงตำแหน่งของซุนเป่ากับชิงเป่าอีกครั้ง จึงค่อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ไปกันเถอะ การแข่งของมังกรน้อยอสนีก็กำลังจะเริ่มแล้ว” มิเคลล่ากล่าวขึ้น
“ค่ะ” เฉียวซางพยักหน้ารับ
ไอพ่นเบิกฟ้าปรากฏตัวขึ้นทันใด ดวงตาส่องแสงสีน้ำเงินอ่อน
วินาทีต่อมา ร่างของเฉียวซาง มิเคลล่า และพวกหยาเป่าก็หายวับไปจากที่เดิม
……
ณ เวลานั้น
เมืองฮาร์มาน
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่ามองดูสิ่งแวดล้อมใหม่รอบตัวด้วยความตื่นเต้น มันกางแขนออกแล้วร้องเสียงดังด้วยความดีใจ
เมืองฮาร์มาน มันมาแล้วววว!
มันพูดจบก็กวาดตามองไปยังร้านรวงต่างๆ ข้างทางที่ล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหลากหลายชนิด ดวงตาของมันเป็นประกายทันที แล้วเริ่มจะลอยตามกลิ่นเข้าไปอย่างห้ามใจไม่อยู่…
“ชิงชิง”
แต่ชิงเป่ากลับนิ่งกว่ามาก มันไม่ได้หลงไปกับความแปลกใหม่รอบตัวเลยแม้แต่น้อย รีบบินขึ้นมาขวางหน้าซุนเป่าไว้ แล้วส่งเสียงหนึ่งเบาๆ เตือนว่า ส่งมันไปแข่งก่อน
ซุนเป่าหยิบมือถือที่ผู้ฝึกสัตว์อสูรของมันให้ไว้ก่อนออกจากบ้านขึ้นมาดูเวลา แล้วร้องตอบว่า
“ซุนซุน”
ยังทันอยู่น่า แค่ข้ามพิกัดมิติไปก็คงถึงในพริบตาเอง
ชิงเป่าไม่ตอบอะไร เพียงแต่มองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วทันใดนั้น ลมแรงก็เริ่มหมุนวนรอบตัวมันอย่างกะทันหัน
“ซุนซุน!”
ซุนเป่ารู้ทันทีว่าชิงเป่าเริ่มโมโหแล้ว มันรีบร้องเสียงสูงเป็นเชิงยอมแพ้
โอเคๆ! ไปเดี๋ยวนี้เลย! พาไปเดี๋ยวนี้ก็ได้!
ว่าจบก็รีบหลับตาเพื่อใช้พลังในการกำหนดพิกัดตามตำแหน่งสนามแข่งขัน
ไม่นานนัก ซุนเป่าก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาเป็นประกายแสงสีฟ้า แล้วมันก็หายตัวไปพร้อมกับชิงเป่า
……
หน้าสถานที่แข่งขนาดใหญ่รูปทรงกลม ซุนเป่ากับชิงเป่าปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน
แม้จะอยู่ในเมืองที่สัตว์อสูรป่าก็นิยมแต่งตัวกันเป็นปกติ แต่ชุดของซุนเป่าก็ยังเรียกสายตาจากคนและสัตว์อสูรรอบข้างได้ไม่น้อย
ไม่ไกลจากตรงนั้น พิธีกรสาวในชุดทางการกำลังถือไมโครโฟนอยู่ พอเห็นซุนเป่าก็เบิกตากว้างทันที รีบเดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้นแล้วถามออกมาว่า
“ขอถามหน่อยค่ะ พวกคุณมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมศึกชิงจ้าวสัตว์อสูรระดับสูงสุดแกร่งใช่ไหมคะ?”
“ซุนซุน~!”
ซุนเป่าหันไปเรียกชิงเป่าหนึ่งเสียงเหมือนจะอวดว่า เห็นไหมล่ะ มันบอกแล้วไงว่ามาที่นี่แค่ข้ามพิกัดมิติครั้งเดียวก็ถึงแล้ว!
“ชิงชิง”
ชิงเป่าไม่แม้แต่จะหันไปสนใจมันเลยสักนิด มันหันไปทางกล้องแล้วร้องเสียงใสหวานออกมาหนึ่งที
ใช่แล้ว มันก็มาที่นี่เพื่อเข้าแข่งขัน
เจ้าสัตว์อสูรที่แบกกล้องอยู่ร้องตอบ พร้อมช่วยแปลความหมายให้
พิธีกรที่ถือไมโครโฟนอยู่ดูจะให้ความสนใจกับซุนเป่าที่มีผมฟูหลากสีมากกว่า จึงหันไปถามต่อว่า
“แล้วเธอล่ะ?”
พร้อมกับยื่นไมค์ไปตรงหน้าซุนเป่า
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าทำหน้าบึ้งทันที มันเชิดอกขึ้นเล็กน้อยแสดงท่าทีองอาจ ตั้งใจจะโชว์ความน่าเกรงขามของตัวเองให้เต็มที่
ดูซะก่อน มันดูไม่เหมือนสัตว์อสูรระดับสูงตรงไหน!
สัตว์อสูรที่ถือกล้องแปลให้อีกครั้ง
ถ้าแค่ดูจากรูปร่างภายนอกก็…อาจจะไม่ค่อยเหมือนจริงๆ นั่นแหละ…พิธีกรแอบเหลือบไปมองอุ้งมือของมัน ก่อนจะยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ตอนนี้อาจจะยังเข้าแข่งขันไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ รอให้เธอวิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์อสูรระดับสูงเมื่อไหร่ ก็จะสามารถลงสมัครแข่งได้เหมือนเพื่อนของเธอแล้วล่ะ”
“ซุนซุน!”
“ซุนซุน!!”
“ซุนซุน!!!”
ซุนเป่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย แล้วก็ตะโกนสวนกลับอย่างเดือดดาล
พิธีกรถึงกับหน้าเหวอ ไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปตรงไหน
“ชิงชิง”
“ชิงชิง!”
สุดท้ายก็เป็นชิงเป่าที่ลากซุนเป่าออกไปจากตรงนั้น
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าร้องเสียงไม่พอใจ บ่นว่า ลากมันทำไม ยังด่าไม่จบเลยนะ!
“ชิงชิง”
ชิงเป่าร้องเบาๆ บอกว่า ได้เวลาแข่งแล้ว
“ซุนซุน!”
ซุนเป่าทำหน้าเหมือนจะพูดว่า เฮอะ! โชคดีไปนะมนุษย์! แล้วจึงหันหลังลอยไปทางจุดตรวจตั๋ว
แต่ยังไม่ทันจะไปได้กี่เมตร มันก็เหมือนเห็นอะไรบางอย่าง แล้วหันไปอีกทางแทน
ชิงเป่ามองแผ่นหลังของซุนเป่า คิดว่ามันคงจะโดนสิ่งใหม่ๆ ดึงดูดอีกแล้ว จนลืมไปเลยว่ากำลังจะลงสนาม แข่งในอีกไม่กี่นาที จึงเริ่มทำหน้าหงุดหงิด
ลมที่พัดรอบตัวมันก็พลันแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
ทว่าในวินาทีถัดมา ลมรอบตัวของชิงเป่าก็สงบลงอย่างน่าประหลาด…
ซุนเป่าลอยไปหยุดอยู่ตรงแผงขายแท่งไฟเชียร์ หยิบเงินสดออกมาจ่าย แล้วก็ซื้อแท่งไฟมาอันหนึ่ง
“ซุนซุน!”
จากนั้นมันก็เทเลพอร์ตไปที่แถวหน้าทางเข้า แล้วหันมาโบกอุ้งมือเรียกชิงเป่า พลางตะโกนว่า รีบมานี่เร็ว!
“ชิงชิง~”
ชิงเป่าหมุนตัวเบาๆ พร้อมกับสายลมที่พัดคลอเคลียรอบตัว แล้วก็ลอยตามซุนเป่าไป
……
อีกด้านหนึ่ง
สนามแข่งที่หอแข่งขันมู่เหลียน
พิธีกรในสนามพูดด้วยเสียงตื่นเต้นเร้าใจ
“หลังจากการแข่งขันต่อเนื่องมาสามวัน ตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 32 คนเท่านั้น! ใครกันจะฝ่าด่านต่อไป กลายเป็นหนึ่งใน 16 คนสุดท้ายของศึกนี้! ขอเชิญทุกท่านมาร่วมลุ้นไปพร้อมกันกับการจับคู่ครั้งใหม่ครับ!”
ทันทีที่เขาพูดจบ สนามแข่งที่แต่ละคนยืนอยู่ก็เริ่มเคลื่อนที่ ขยับสลับตำแหน่งกันไปมา
ประมาณครึ่งนาที สนามก็หยุดเคลื่อนไหวและยึดตำแหน่งใหม่เอาไว้
เฉียวซางมองดูคู่ต่อสู้ที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วก็ได้แต่ถอนใจเงียบๆ
หอยทากเกราะเพลิง เป็นสัตว์อสูรประเภทไฟระดับกลาง ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรประเภทไฟที่มีนิสัยสงบที่สุด แต่เพราะอุณหภูมิร่างกายสูงมาก พอเจอฝนตกจะเกิดไอน้ำพวยพุ่งจนล้อมรอบไปด้วยหมอกหนา เปลือกของมันสะสมพลังงานธาตุไฟไว้เต็มเปี่ยม แค่สัมผัสก็อาจโดนลวกได้โดยตรง ปกติสัตว์ชนิดนี้มักมีลักษณะเฉพาะคือร่างเพลิง
เจอสัตว์อสูรระดับกลางซะแล้ว… เฉียวซางนึกในใจ ไม่ได้รู้สึกกดดันนัก
เพราะแต่เดิมเธอไม่ได้ลงแข่งรายการนี้ด้วยความหวังจะคว้าแชมป์อยู่แล้ว มังกรน้อยอสนีเพิ่งฝึกมาได้ไม่นาน หวังให้ได้ถึงแชมป์ก็ดูจะเป็นการคาดหวังเกินจริงไปหน่อย
แค่เสียดายนิดหน่อย ถ้าได้เจอกับสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นล่ะก็ ด้วยความพยายามของมังกรน้อยอสนีช่วงที่ผ่านมา บวกกับการสั่งการของเธอเอง โอกาสชนะก็ไม่ได้ต่ำเลย
ที่บนอัฒจันทร์ ตอนที่รายชื่อผู้เข้าแข่งถูกจับกลุ่ม คนดูก็เริ่มพากันพูดคุยอย่างคึกคัก
“โห! มังกรน้อยอสนีดันจับกลุ่มได้กับหอยทากเกราะเพลิงซะงั้น!”
“เฉียวซางนี่ดวงไม่ดีจริงๆ แค่รอบ 32 เหลือ 16 ก็มาเจอกับฝ่ายที่มีสัตว์อสูรระดับกลางเข้าซะแล้ว”
“จริงเหรอ! สัตว์อสูรมังกรตัวเดียวในสนามกำลังจะตกรอบแล้วเหรอ?”
“แต่มันเป็นถึงสัตว์อสูรประเภทมังกรที่ผสมประเภทไฟฟ้าไปด้วย บางทีอาจจะพอมีลุ้นชนะแบบข้ามระดับได้อยู่นะ?”
“นั่นมันต้องเป็นพวกระดับเริ่มต้นช่วงปลายขึ้นไปน่ะสิ ตัวเล็กเท่ามังกรน้อยอสนีนี่ ดูยังไงก็ไม่ใช่ช่วงปลายหรอก”
“น่าเสียดายจริงๆ……”