เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 ศัตรูที่น่าเกรงขาม

บทที่ 93 ศัตรูที่น่าเกรงขาม

บทที่ 93 ศัตรูที่น่าเกรงขาม


บทที่ 93

ศัตรูที่น่าเกรงขาม

หลี่ฟู่เฉินประเมินหัวหน้าวายุทมิฬผู้ที่มีหนวดเครายาวเฟริม

หัวหน้าวายุทมิฬมีพลังบ่มเพาะที่สูงมาก ซึ่นนั้นก็คือขอบเขตต้นกำเนิดระดับที่หก อาวุธที่เขาเลือกไม่ใช่ดาบ แต่เป็นกระบี่

ภายในแคว้นคังหลุน นักสู้ส่วนใหญ่จะใช้ดาบ ในขณะที่คนที่ใช้อาวุธอื่นๆ จะเป็นภาพที่หาได้ยาก

นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องระวัง เมื่อต้องไปต่อสู้กับจอมยุทธ์ที่ใช้อาวุธประเภทอื่น

เพราะท่านจะไม่สามารถรู้รูปแบบการโจมตีของเขาได้เลย

ในเวลาเดียวกันกับตอนที่หลี่ฟู่เฉินประเมินหัวหน้าทมิฬ หัวหน้าทมิฬเองก็ทำเช่นเดียวกับหลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟู่เฉินสูง 1.8 เมตร มีรูปร่างผอมเพรียวประดุจลำหอก เมื่อเขายืนตรงจะให้ความรู้สึกแบบเดียวกับภูเขาที่ไม่สามารถเคลื่อนออกไปได้

ผู้เชี่ยวชาญ!

สัญชาติญาณของหัวหน้าวายุทมิฬบอกว่าหลี่ฟู่เฉินนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ

“เจ้าหนุ่ม เจ้าบุกรุกเข้ามายังภูเขาวายุทมิฬของข้า ดูสิว่าเจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร” หัวหน้าวายุทมิฬวางมือขวาของตนเองไว้ที่ด้ามจับกระบี่

“หัวหน้าวายุทมิฬ เจ้าสร้างความโกลาหลในเมืองชิงหลิน เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร?” หลี่ฟู่เฉินถามหัวหน้าทมิฬเป็นการตอบกลับ

“เจ้าหนุ่ม ข้าคิดว่าเจ้าคงเบื่อหน่อยที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว” ดวงตาของหัวหน้าวายุทมิฬนั้นเต็มไปเจตนาสังหาร

ไม่สนใจเจตนาสังหารของหัวหน้าวายุทมิฬ หลี่ฟู่เฉินเหลือบมองไปยังชายสวมหน้ากากที่ไม่แม้แต่จะขยับนิ้ว

ในมุมมองของเขา ชายสวมหน้ากากเองก็น่าจะอยู่ในระดับที่หกของขอบเขตต้นกำเนิดและดูเหมือนจะอันตรายมากกว่าหัวหน้าวายุทมิฬ

“เจ้ากำลังถามหาความตาย!”

วาดกระบี่มาทางเขา หัวหน้าวายุทมิฬเริ่มต้นด้วยการกระโดดฟัน พยายามแยกหลี่ฟู่เฉินออกเป็นสองส่วน

การเข้ามากระโดดฟันครั้งนี้ถูกทำในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด มันเป็นตอนที่หลี่ฟู่เฉินกำลังมองไปยังชายสวมหน้ากาก

ชายสวมหน้ากากพยักหน้า ยอมรับประสบการณ์ต่อสู้ที่หัวหน้าวายุทมิฬมี

แต่ช่างน่าเสียดายที่เขาเผชิญหน้ากับหลี่ฟูเฉิน

แม้จะไม่ได้มองดูที่หัวหน้าวายุทมิฬ หลี่ฟู่เฉินก็ยังรู้วิธีการฟันเข้ามากระบี่

ไปด้านข้าง หลี่ฟูเฉินก้าวเท้าเบาๆ และหลบการโจมตีที่ตั้งใจจะผ่าเขา

“วิชากระบี่เร้นวินาศ”

หัวหน้าวายุทมิฬยากที่จะจัดการมากกว่าที่หลี่ฟู่เฉินคิดไว้ แม้ว่าการลงกระบี่จะไม่ได้ต่อเนื่องมากนัก แต่เขาก็ใช้ทักษะกระบี่สีเหลืองขั้นกลางโดยฉับพลัน จากความลื่นไหลของทักษะกระบี่ เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ในขั้นสุดท้ายแล้ว

คนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะถึงจะบรรลุทักษะต่อสู้สีเหลืองระดับสูงสุดได้

ตราบใดที่จอมยุทธ์ใช้เวลามากเพียงพอ พวกเขาก็สามารถบรรลุขั้นตอนสุดท้ายที่มีของทักษะนั้นๆ ได้เช่นกัน

ฟึบ ฟึบ…

พลังกระบี่สีเขียวอ่อนปกคลุมระยะไม่กี่เมตรรอบตัวมัน หลี่ฟูเฉินถูกขังอยู่ในนั้นและอาจถูกผ่าออกจากกันได้ทุกเวลา

“วิชาดาบมังกรทะยาน!”

เพื่อสู้กับวิชากระบี่ที่สมบรูณ์แล้วของหัวหน้าวายุทมิฬ ดาบของหลี่ฟู่เฉินออกจากฝัก และใช้วิชาดาบสีเหลืองขั้นสูงสุด วิชาดาบมังกรทะยาน

ขณะที่หลี่ฟู่เฉินเข้าสู่ขอบเขตต้นกำเนิด วิชาดาบมังกรทะยานของเขาเองก็เข้าสู่ขั้นภวังค์แล้วเช่นกัน ด้วยความสำเร็จนี้ การระเบิดพลังของมันจึงทะลุไปถึงผนังส่วนบนของถ้ำ หัวหน้าวายุทมิฬคิดว่าตัวเองได้เห็นมังกรตัวจริงกำลังผงกศีรษะ และส่ายหางของมันในขณะที่พุ่งเข้ามายังเขา

แคร็ก! คลื่น!

วิชากระบี่เร้นวินาศพังทลายลง พลังงานที่อยู่ในกระบี่เองก็กระจายหายไป

ชายสวมหน้ากากกระพริบตาอยู่สองถึงสามครั้ง และไม่สามารถทำอย่างไรได้ แต่ได้ถาม “เจ้าเป็นศิษย์ชั้นในของนิกายคังหลุน?”

การมีรากฐานเต๋าแห่งดาบเช่นนี้ได้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย เขาคงไม่สามารถเป็นใครอื่นได้นอกเสียจากเป็นลูกศิษย์ของนิกายคังหลุน

“ศิษย์ชั้นในของนิกายคังหลุน?” หัวหน้าวายุทมิฬตื่นตกใจมาก

กลุ่มอัจฉริยะเหล่านั้นทั้งหมดก็คล้ายกับอสูร ก่อนที่จะมีการก่อตั้งกลุ่มโจรวายุทมิฬ มันเคยมีกลุ่มโจรอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกกำจัดโดยศิษย์ชั้นในของนิกายคังหลุน

หลี่ฟู่เฉินไม่ได้ตอบกลับ แต่กลับกันส่งดาบมังกรทะยานไปที่หัวหน้าวายุทมิฬอีกครั้ง

หัวหน้าวายุทมิฬมีพลังฉีที่เหนือกว่าหากเทียบกับหลี่ฟู่เฉิน แต่ทักษะกระบี่ของเขานั้นด้อยกว่าทักษะดาบของหลี่ฟู่เฉิน

เช้ง เช้ง เช้ง เช้ง เช้ง…

หัวหน้าวายุทมิฬถอยร่นออกไปอย่างต่อเนื่อง และถอยไปยังกำแพงถ้ำที่อยู่ใกล้เคียงโดยไม่รู้ตัว

ครื๊น!

หลี่ฟู่เฉินเจาะรูขนาดใหญ่บนผนังถ้ำด้วยกระบวนดาบของเขา

วิชาดาบมังกรทะยานไม่เพียงแต่โดดเด่นในด้านการระเบิดพลัง แต่การโจมตีเป็นวงกว้างเองก็ทำได้ดีเช่นกัน

แต่หัวหน้าวายุทมิฬเองก็ไม่ได้รับบาดเจ็บหนักใดๆ มากนัก ยกเว้นรอยเลือดสดที่ไหลออกมาจากปากของเขา

“วิชาดาบเสี้ยวทั้งสาม”

กระบวนดาบของหลี่ฟู่เฉินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ขณะที่แสงดาบสามดวงสว่างพลึบ

“ไม่ดีแล้ว”

รูม่านตาของหัวหน้าทมิฬหดตัวลง เขารีบปลดปล่อยพลังฉีสีเขียวอ่อนออกมามากขึ้น ปล่อยออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อนำมาปกคุลมร่างกายและกระบี่ของเขา

ประกายไฟพุ่งออกมาขณะที่หัวหน้าวายุทมิฬปิดกั้นแสงดาบได้สองดวง เขาทำทุกสิ่งเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่สามารถปิดกั้นแสงดาบที่สาม และมันก็เข้ามาเฉือนที่หน้าอก

ด้วยพลังฉีที่เขาคลุมเอาไว้ หัวหน้าวายุทมิฬจึงกระเด็นและเข้าไปปะทะกับผนังถ้ำ เช่นเดียวกับที่คิดไว้เขาบาดเจ็บสาหัส

“ตาย!”

ขณะนี้เอง ชายสวมหน้ากากก็ก้าวเข้ามา

ชายสวมหน้ากากเองก็ใช้กระบี่ด้วยเช่นกัน มันเป็นกระบี่ที่ยาวและแคบเล็ก

เมื่อกระบี่ออกจากฝัก พลังฉีที่ดูไร้สิ้นสุดก็ยืดความยาวของใบดาบได้อีก 3 ฟุต กระบี่ซึ่งเดิมทีมีความยาว 4 ฟุต บัดนี้มีความยาว 7 ฟุต

เคร้ง!

ทางยาวถูกแกะสลักอยู่บนพื้นและผนังถ้ำ ส่งผลทำให้เศษเล็กเศษน้อยบินออกไปทุกทิศทาง

ในช่วงเวลาสำคัญ หลี่ฟู่เฉินเคาะนิ้วเท้าเบาๆ ที่พื้น ดุจปีศาจ เขาหลีกเลี่ยงกระบี่นี้ได้

“ช่างมีความสามารถล้นเหลือ” หลี่ฟู่เฉินไม่สามารถทำอย่างไรได้ นอกเสียจากต้องอ้าปากค้างรับอากาศ

ชายสวมหน้ากากนั้นน่ากลัวกว่าหัวหน้าวายุทมิฬ ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะอยู่ในระดับที่หกของขอบเขตต้นกำเนิดก็ตาม

ถ้าเขาเดาได้ถูก ชายสวมหน้ากากคงจะฝึกฝนเทคนิคสีเหลืองระดับสูงสุด

เหตุผลที่หลี่ฟู่เฉินสามารถฆ่าเจียงต๋าไห่ได้ในทันทีและทำร้ายจางซินเซียงได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว ส่วนใหญ่เป็นเพราะเทคนิคการฝึกฝนของเขาคือเทคนิคลี้ลับขั้นกลาง เทคนิคเปลวไฟลี้ลับระดับที่สิบ

ระดับการบ่มเพาะมีความสำคัญพอๆ กับการบ่มเพาะเทคนิคการ ก็ในเมื่อมันสามารถตัดสินการต่อสู้ระหว่างจอมยุทธ์ด้วยกันได้

ทั้งสองอย่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานที่จอมยุทธ์ต้องมี

ดังนั้น เพื่อตัดสินความสามารถของจอมยุทธ์ ท่านไม่เพียงแต่ต้องตัดสินระดับการบ่มเพาะของพวกเขา แต่ยังต้องตัดสินการฝึกฝนเทคนิคกาของพวกเขาด้วยเช่นกัน

ใช้ย่างก้าวเงาวายุ หลี่ฟู่เฉินหลบการโจมตีของชายสวมหน้ากากได้อย่างต่อเนื่อง

ฉึบ!

หญิงเปลือยกายถูกแยกครึ่งออกจากกัน และชายสวมหน้ากากก็โผล่ออกมาจากสายเลือด พุ่งเข้าหาหลี่ฟู่เฉิน

“เวรเอ้ย”

มองดูผู้บริสุทธ์ที่ถูกพรากชีวิตไปอย่างอับจนหนทาง หลี่ฟู่เฉินไม่สามารถทำอย่างไรได้ ได้แต่รู้สึกมีอารมณ์เกิดขึ้น

“ให้ข้าได้ลองเสี่ยง!”

หยุดโคจรย่างก้าวเงาวายุ หลี่ฟู่เฉินโคจรเทคนิคเปลวไฟลี้ลับแทน จากนั้นเขาก็ใช่กระบวนดาบนึงที่อยู่ในวิชาดาบเปลวเพลิงสีแดง ‘เผาฉับพลัน’

บูม!

ประกายไฟสาดออก ขณะที่หลี่ฟูเฉินบินออกไปข้างหลัง

“ช่างเป็นพลังที่แรงมหาศาล”

เท้าลากไปตามพื้นเบาๆ หลี่ฟู่เฉินกระโดดไปทางด้านหลังหลายเมตร

“วิชากระบี่สายน้ำร่องลอย!”

ชายสวมหน้ากากเองก็ถอยออกไปหลายก้าวเช่นกัน แต่ในไม่ช้าเขาก็หยุดถอยและพุ่งตัวออกไปประดุจลูกศร พุ่งไปยังหลี่ฟู่เฉิน

เสียงปะทะกันของอาวุธดังสะท้อนออกมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด การเผยแต่ละทักษะกระบี่ของชายสวมหน้ากากจะถูกใช้ออกด้วยกระบี่ที่เสริมยาว 7 ฟุตอยู่เสมอ และก็ยังมีการระบิดพลังฉี หลี่ฟู่เฉินถูกกดดันโดยสมบรูณ์

“ประกายเพลิง!”

ด้วยประกายที่ออกมาจากดาบ หลี่ฟู่เฉินหยุดชายสวมหน้ากากได้ชั่วครู่หนึ่ง

ใช้เสี้ยววินาทีนี้ หลี่ฟู่เฉินหลบหนีจากรัศมีการแสดงพลังของศัตรู

‘มีเพียงวิชาดาบดาวตกเท่านั้นที่อาจสามารถฆ่าเจ้านั้นได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ใบดาบของจะเสียหายเอาได้หากใช้โดยพละการ’

โคจรย่างก้าวเงาวายุ หลี่ฟูเฉินก็เป็นเหมือนจิ้งจก เขาวิ่งไปตามผนังถ้ำ ไม่ปล่อยให้ชายสวมหน้ากากได้มีโอกาสไล่ตาม

‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเขาถึงไม่บาดเจ็บ?’ ชายสวมหน้ากากกำลังไตร่ตรองขณะที่เขาไล่ล่าหลี่ฟู่เฉินไปด้วย

ในแง่ของความสามารถ เขาเหนือกว่าหลี่ฟู่เฉินมาก ตามเหตุผล พลังฉีของหลี่ฟู่เฉินควรหมดแล้ว และสมควรได้รับบาดเจ็บสำหรับการรับการโจมตีของเขาไปตรงๆ แต่จากรูปลักษณ์ที่เขาเปิดเผยออกมา หลี่ฟูเฉินยังคงกระฉับกระเฉงอย่างมากและไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ

‘ดูเหมือนว่า เจ้านั้นคงฝึกฝนเทคนิคการขัดเกลาร่างกายที่น่ากลัวบางอย่างอยู่’ นัยน์ตาของชายสวมหน้ากากนั้นมีประกายแห่งความเย็นชา

จอมยุทธ์ทั้งหมดที่ฝึกฝนทั้งเทคนิคการต่อสู้ และเทคนิคขัดเกลาร่างกายนั้นแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปมาก ไม่เพียงแต่พวกเขามีความสามารถที่น่ากลัว แต่การป้องกันเองก็ยากที่จะทำลายมันได้

เว้นแต่ว่าชายสวมหน้ากากจะเข้าสกดข่มหลี่ฟูเฉินได้อย่างสมบูรณ์ เขาจะไม่สามารถทำร้ายหลี่ฟู่เฉินด้วยพลังฉีของเขาได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

“เจ้าจะต้องไม่หนี!”

ชายสวมหน้ากากหยิบอาวุธที่ซ่อนอยู่จำนวนมากออกมา และเหวี่ยงมันไปทางหลี่ฟู่เฉินที่วิ่งอยู่บนกำแพงผนังถ้ำ

จบบทที่ บทที่ 93 ศัตรูที่น่าเกรงขาม

คัดลอกลิงก์แล้ว